cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 175 Au Pair

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 175 Au Pair
Prev
Next

ก๊อง ก๊อง ก๊อง—
 

“ท่าเรือกราวิทัสครับ! ผู้โดยสารที่จะลงที่ท่าเรือนี้รบกวนมารอรับสัมภาระของท่านได้ที่นี่เลยครับ!”

 

ในขณะที่ทางด้านเมืองแพนเทร่ากำลังวุ่นวายกันอยู่นั้นเอง ที่สุดขอบทิศใต้ของทวีปแห่งนี้อันเป็นที่ตั้งของเมืองกราวิทัสเองก็ได้มีเสียงของชายหนุ่มในชุดกะลาสีเรือกับเสียงของระฆังอันเล็กดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องบนดาดฟ้าเรือเดินสมุทรที่กำลังจะเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือหลักของเมืองกราวิทัสด้วยเช่นเดียวกัน

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้หนึ่งในกลุ่มผู้โดยสารอันเป็นเด็กสาวตัวเล็กที่มีเส้นผมสีดำยาวยุ่งเหยิงในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่ดูเหมือนว่าจะนั่งเบื่อมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้วไม่รอช้าที่จะกระโดดขึ้นมาจากที่นั่งของเธอในทันที

 

“ถึงแล้วๆ นั่นไงๆ พี่นีเซล หนูบอกแล้วใช่มั้ยล่ะว่าตัวเมืองมันก็ดูไม่ได้ต่างอะไรจากบ้านของพี่มากนักขนาดนั้นน่ะ~”

 

เด็กสาวผมยุ่งสีดำในชุดเสื้อกาวน์ หรือก็คือ นัวร์ นั้นได้หันกลับไปยิ้มแฉ่งให้กับเด็กสาวผมสีเงินยาวในชุดที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเครื่องแบบนักเรียนอันเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสวมทับเอาไว้ด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำเงินเข้มกับเนกไทและกระโปรงสีแดงพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้นมา

 

ซึ่งคำพูดของนัวร์นั้นก็ได้ทำให้เด็กสาวผมสีเงินที่ถูกเรียกว่า นีเซล ขยับดาบคาตานะที่เธอห้อยเอาไว้ที่ข้างเอวเล็กน้อยเพื่อขยับตัวหันไปดูตัวเมืองกราวิทัสที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลก่อนที่เธอจะพูดตอบกลับไปสั้นๆ

 

“ไม่เห็นเหมือนที่เคยได้ยินเลย”

 

“แหม่~ ที่เห็นสวยๆ ไม่เหมือนในหนังสือน่ะมันก็แค่หน้าตาของเมืองเท่านั้นแหล่ะค่ะ เพราะว่าที่จริงแล้วข้างในนั้นมันก็ไม่ได้ต่างไปจากที่คนที่บ้านพี่เขาพูดถึงกันหรอกค่ะที่ว่าเวลาใครจะมาที่นี่ต้องระวังพวกคุณๆ ท่านๆ ในชุดเครื่องแบบให้ดี… โดยเฉพาะ ‘เด็กผู้หญิง’ น่ารักๆ อย่างพี่นีเซลน่ะ~”

 

“อ่ะ… อื้ม…”

 

นีเซลที่ได้ยินคำพูดชมด้วยน้ำเสียงระรื่นของนัวร์นั้นได้ชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดตอบกลับไปเบาๆ และนั่นก็ทำให้นัวร์ที่เห็นแบบนั้นทำตาลุกวาวเหมือนกับเห็นของเล่นน่าสนุกแล้วจึงพุ่งตัวเข้าไปควงแขนของเด็กสาวด้วยท่าทีกระดี๊กระด๊าแล้วพูดแหย่ขึ้นมาต่อในทันที

 

“แหม่~ ท่าทางว่าจะพูดไม่ค่อยจะเก่งสักเท่าไหร่สินะพี่นีเซลน่ะ~ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะคะ เพราะว่าที่บ้านของหนูเองก็มีคนขี้อายไม่ค่อยพูดอย่างพี่อยู่เยอะเลยล่ะ อย่างทรินจัง นูลิสจัง แล้วไหนจะยังมีไคเลอร์จังที่แอบแวบมาเยี่ยมบ่อยๆ อีก~”

 

“ไม่ได้อาย”

 

“โอ๊ยๆ อย่าดันกันสิคะ~ อ่ะ– เหมือนว่าจะได้เวลาลงจากเรือแล้วล่ะค่ะ รีบไปกันก่อนดีกว่าเนอะ ไม่งั้นเดี๋ยวพี่นีเซลจะได้ติดเรือกลับบ้านไปซะก่อนน่ะ~”

 

นัวร์ที่ในคราวนี้ดูเหมือนว่าจะเล่นบทเป็นเด็กสาวลูกคุณหนูขี้แกล้งนั้นได้ร้องโวยวายออกมาเล็กน้อยเมื่อนีเซลตัดสินใจที่จะดันศีรษะของเธอให้เว้นระยะห่างออกไปก่อนที่เธอจะรีบดึงตัวนีเซลลงไปจากเรือเดินทะเลตามผู้โดยสารคนอื่นๆ ไป

 

และหลังจากนั้นอีกสักพักหนึ่งเด็กสาวทั้งสองคนก็ได้เดินไปหยุดอยู่ที่ด้านข้างอาคารเก่าๆ หลังหนึ่งก่อนที่นัวร์จะหันกลับมามองเด็กสาวผมสีเงินและเอ่ยปากพูดขึ้นมา

 

“เอาล่ะ~ หนูพาพี่นีเซลมาส่งถึงที่นี่ตามที่ตกลงกันเอาไว้แล้วนะ… ว่าแต่… พี่นีเซลแน่ใจหรอว่าหลังจากนี้จะดูแลตัวเองได้น่ะ ที่นี่มันต่างจากที่บ้านของพี่เยอะอยู่นา~”

 

“อ่านมาจากหนังสือที่หอสมุดเก่าแล้ว สบายมาก”

 

คำถามของนัวร์นั้นได้ทำให้นีเซลที่กำลังหันไปมามองซ้ายขวาด้วยท่าทีเหมือนกับกำลังสำรวจสภาพบ้านเมืองของเมืองกราวิทัสอยู่ต้องหันกลับมาพยักหน้าตอบนัวร์กลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ของเธอ

 

แต่ถึงอย่างนั้นคำตอบของเด็กสาวก็กลับแทบจะทำให้นัวร์หลุดเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะลองถามแหย่ขึ้นมาเล่นๆ

 

“เห… หนังสือในหอสมุดของบ้านพี่มันตั้งกี่ปีแล้วล่ะถึงได้มีคำว่าเก่าอยู่ในชื่อด้วยนั่นน่ะ”

 

“ก็น่าจะสาม… ไม่ก็ห้า หรือไม่งั้นก็สิบปีมั้ง”

 

“หว๋าย~ พี่นีเซลอย่าเอาหนังสือเก่าขนาดนั้นมาใช้เป็นฐานข้อมูลสิคะมันตกรุ่นหมดแล้วนะรู้มั้ย สถานการณ์ของที่นี่เนี่ยมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วจะตายไป… อย่างเมืองกราวิทัสที่พวกเรายืนอยู่กันเนี่ย เมื่อไม่นานมานี้ทางเมืองเขาก็เพิ่งจะประกาศให้ชุดสาวใช้เป็นเครื่องแบบศักดิ์สิทธิ์ที่ให้สวมใส่ได้เฉพาะสาวใช้ของราชวงศ์เท่านั้นไปเองนะคะ งี่เง่าดีเนอะว่ามั้ย~ ฮะฮะฮ่า~”

 

นัวร์ที่ได้ยินคำตอบของนีเซลได้เบิ่งตากว้างและยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบนินทานโยบายแปลกๆ ของทางเมืองกราวิทัสเบาๆ ก่อนที่เธอจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ซึ่งคำพูดของนัวร์ที่บ่งบอกว่าความรู้เกี่ยวกับเมืองกราวิทัสของนีเซลนั้นดูเหมือนว่าจะเก่าแก่เกินกว่าที่จะนำมาใช้อ้างอิงได้แล้วนั้นก็ได้ทำให้เด็กสาวผมสีเงินกะพริบตาปริบๆ สองสามทีก่อนที่เธอจะจ้องมองไปทางนัวร์ด้วยท่าทีลำบากใจ

 

ซึ่งทางด้านนัวร์ที่เห็นท่าทีของนีเซลนั้นก็ได้ทำตาแพรวพราวก่อนที่เธอจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบยื่นข้อเสนอให้กับเด็กสาวที่ตัวสูงกว่าอีกครั้งหนึ่ง

 

“นี่ๆ เอาอย่างงี้มั้ยพี่นีเซล~ ถึงข้อตกลงของพวกเราจะเสร็จไปตั้งแต่ที่พี่ก้าวเท้าลงเรือมาแล้วก็เถอะ แต่ว่าพี่นีเซลสนใจบริการพิเศษสักเล็กน้อยมั้ยละคะ จะถือซะว่าเป็นบริการหลังการขายก็ได้นะ~”

 

“ว่ามาสิ”

 

“ก็มันอย่างที่หนูบอกไปแล้วใช่มั้ยล่ะว่าที่จริงแล้วเมืองนี้มันก็ไม่ได้ต่างไปจากหนังสือเก่าๆ ที่พี่นีเซลคุ้ยมาหาอ่านสักเท่าไหร่หรอกนั่นน่ะ เพราะงั้นหนูที่ไม่อยากจะปล่อยให้เด็กผู้หญิงน่ารักๆ อย่างพี่นีเซลติดแหงกอยู่ที่เมืองแบบนี้สักเท่าไหร่ก็เลยคิดจะถามว่าพี่นีเซลสนใจจะรับงานอะไรสักอย่างนึงที่มีเป้าหมายอยู่ที่เมืองรีมินัสหรือเปล่าล่ะ~?”

 

“รีมินัส… ประภาคารแห่งแสง ปราการด่านสุดท้ายของเหล่าผู้กล้า… ถ้างั้นก็ตกลง”

 

“เอ… จะไม่ถามก่อนสักหน่อยหรอคะว่าเป็นงานอะไรน่ะ ไม่แน่ว่าหนูอาจจะหลอกพี่นีเซลไปทำอะไรอันตรายๆ ก็ได้นะ”

 

นัวร์ที่ในตอนแรกคิดที่จะหลอกล่อยื่นข้อเสนอให้นีเซลมาช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ นั้นได้แสดงท่าทีแปลกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านนีเซลก็กลับก้มลงไปหิ้วถุงสัมภาระของเธอขึ้นมาพร้อมกับพูดตอบเด็กสาวกลับไปอย่างไม่คิดอะไรมาก

 

“เห็นเขาว่าเมืองที่ดีที่สุดของที่นี่คือเมืองรีมินัส รองลงมาก็เป็นเมืองแพนเทร่ากับเมืองซายูกิ ส่วนที่สุดท้ายที่ถ้าเป็นไปได้ก็อย่ามาเหยียบเลยคือกราวิทัส เพราะงั้นก็คงจะไม่มีอะไรอันตรายกว่าการติดอยู่ที่นี่แล้ว แล้วเธอก็พาเรามาถึงที่นี่แล้วคงจะไม่หลอกไปทำอะไรหรอก นำทางได้เลย… แล้วถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะรีบไปที่เมืองอื่นไวๆ ด้วย… อยู่ที่เมืองท่าที่เปิดอยู่แห่งเดียวในทวีปแบบนี้มันโดนเจอตัวง่ายไป…”

 

“แหม่~ พี่นีเซลนี่เชื่อใจคนง่ายจังเลยเนอะ ถ้างั้นก็ไปท่ารถม้ากันเถอะเนอะ~”

 

นัวร์ที่ได้ยินคำตอบยาวๆ ของนีเซลได้เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนที่เธอจะยิ้มแป้นและพูดตอบกลับไป และหลังจากนั้นเด็กสาวทั้งสองคนก็ได้พากันเดินทางไปทางทิศเหนือของตัวเมืองกราวิทัสกัน

 

แต่ว่าในขณะที่เด็กสาวทั้งสองคนกำลังจะเดินผ่านสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับหอนาฬิกากลางเมืองอยู่นั้นเอง นัวร์ที่เดินนำหน้าอยู่ก็ได้ชะงักฝีเท้าลงไปเมื่อเบื้องหน้าของเธอได้ปรากฏกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากที่มาชุมนุมส่งเสียงโวยวายอยู่เต็มสวนสาธารณะจนล้นทะลักออกมาถึงส่วนถนนด้านนอกเข้า

 

“อ๊ะ— วันนี้ก็มีชุมนุมกันอีกแล้วแฮะ~ ถ้างั้นเดี๋ยวพวกเราอ้อมไปทางนู้นกันแทนก็แล้วกันนะพี่นีเซล”

 

“เขาชุมนุมอะไรกัน?”

 

“ก็เห็นว่าเป็นเรื่องภาษี ค่าแรงขั้นต่ำ หรือไม่ก็ประท้วงเรื่องงบไร้สาระที่ทางวังหลวงเขาใช้กันอะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะ เด็กๆ จากต่างเมืองอย่างหนูไม่รู้เรื่องอะไรพวกนั้นสักเท่าไหร่หรอก~”

 

“คนเป็นเด็กเขาไม่พูดจาแบบนั้นหรอกนะ แล้วไม่ใช่ตอนที่เจอกันเธอบอกว่าอาศัยอยู่ที่นี่หรอกหรอ?”

 

“แหม่~ พี่นีเซลคิดลึกไปแล้วน่า ที่หนูพูดนั่นหนูหมายถึงว่าหนูอาศัยอยู่ที่ทวีปนี้ต่างหากล่ะ~”

 

นัวร์ยิ้มร่าพูดตอบนีเซลกลับไปด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนที่เธอจะกางแขนแล้วหมุนตัวเดินนำเข้าตรอกเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กันไปจนทำให้นีเซลต้องรีบเดินตามไป

 

และหลังจากนั้นอีกไม่นานสักเท่าไหร่นัก เด็กสาวทั้งสองคนก็ได้เดินมาจนถึงท่ารถม้าก่อนที่นัวร์จะหันกลับมาพูดถามนีเซลด้วยน้ำเสียงร่าเริง

 

“เอาล่ะ~ พี่นีเซลอยากนั่งรถม้าแบบไหนล่ะคะ มีทั้งแบบเช่าเหมาส่วนตัว แบบด่วนพิเศษ แบบธรรมดาๆ หรือว่าแบบที่แอบบรรทุกเกินขนาดอย่างกับว่าใส่คนเป็นกล่องสัมภาระไปกับรถก็มีนะ~”

 

“แบบธรรมดาๆ ก็พอ ใช้เงินไปกับค่าตั๋วเรือเกือบจะหมดแล้ว”

 

“โอ๊ะเค~ นี่ๆ พี่ชายขอตั๋วรถด่วนพิเศษความเร็วสูงสองที่นั่งหน่อยค่า~”

 

“เอา-แบบ-ธรรมดา-ธรรมดา-ก็-พอ-”

 

หมับ

 

“โอ๊ยๆๆๆ อย่าดึงแขนเสื้อสิพี่นีเซล ฟังหนูอธิบายก่อนนนนนนน”

 

นัวร์ที่ทำหน้าระรื่นเดินตรงเข้าไปสั่งของตั๋วรถม้าด่วนพิเศษนั้นได้ร้องโวยวายออกมาเสียงดังเมื่อนีเซลผู้ต้องการเพียงแค่ตั๋วรถม้าธรรมดาๆ ได้พูดย้ำขึ้นมาทีละคำและดึงแขนเสื้อที่ยาวเกินตัวของนัวร์เอาไว้ทั้งสองข้างจนทำให้เธอต้องรีบพูดอธิบายขึ้นมาให้เด็กสาวผมสีเงินฟัง

 

“คืองี้นะพี่นีเซล งานที่หนูพูดถึงตะกี้นี้มันก็เกี่ยวกับเรื่องของรถม้าด่วนพิเศษนี่แหล่ะค่ะ เพื่อนๆ ของหนูเขาเช่าเหมารถม้าคันนั้นเอาไว้แล้ว แล้วที่พูดตะกี้นี้ก็แค่ถามกวนพี่เฉยๆ อ่ะ ส่วนงานที่พี่นีเซลต้องทำก็คือว่าช่วยนั่งไปเป็นเพื่อนเขาระหว่างทางแล้วก็คอยดูแลเพื่อนหนูคนนี้สักหน่อยจนกว่าเขาจะปรับตัวอยู่ที่เมืองรีมินัสเองได้น่ะค่ะ”

 

“จะดูแลยังไง เราเพิ่งจะมาถึงที่นี่เองนะ ที่พักหรือคนรู้จักก็ไม่มี”

 

“เรื่องที่พักนั่นหนูเตรียมเอาไว้ให้เพื่อนของหนูเรียบร้อยแล้วค่ะ ถ้าพี่นีเซลตกลงรับงานนี้ล่ะก็จะไปอยู่ที่เดียวกับเขาก่อนระหว่างที่กำลังเก็บเงินหาเช่าที่พักก็ได้นะ”

 

“อื้ม”

 

นีเซลพยักหน้าพูดตอบนัวร์กลับไปสั้นๆ และก้มหน้าลงเหมือนกับว่าเธอกำลังใช้ความคิดตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

แต่ถึงอย่างนั้นก่อนที่เด็กสาวจะได้พูดสอบถามอะไรขึ้นมา อยู่ๆ ก็ได้มีเสียงของเด็กสาวอีกคนหนึ่งดังขึ้นมาขัดความคิดของเธอเสียก่อน

 

“ท่านนัวร์ มาแล้วหรอคะ— อ่ะ— แล้วนี่…”

 

เด็กสาวเจ้าของเสียงที่เป็นเด็กสาวผมสีเขียวทรงหางม้าในชุดเครื่องแบบสาวใช้ที่มีชื่อว่าไอวี่ที่กำลังวิ่งตรงมานั้นได้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเธอได้พบว่าท่านนัวร์ของเธอนั้นไม่ได้ยืนอยู่เพียงแค่คนเดียว แต่ว่ากลับมีเด็กสาวผมสีเงินอีกคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จักยืนอยู่ข้างกายด้วย และนั่นก็ทำให้เด็กสาวผมสีขาวอีกคนหนึ่งที่กำลังวิ่งตามไอวี่มาทางด้านหลังต้องชะงักฝีเท้าไปด้วยเช่นเดียวกัน

 

ส่วนทางด้านนัวร์ที่ถูกเอ่ยปากเรียกขึ้นมานั้นก็ได้หันกลับไปยิ้มร่าให้กับไอวี่ก่อนที่เธอจะพูดทักทายขึ้นมาด้วยท่าทีเป็นกันเอง

 

“โอ้ กำลังรออยู่เลยล่ะพี่ไอวี่~ คนนี้ใช่มั้ยเพื่อนของเราที่จะย้ายไปอยู่ที่เมืองรีมินัสน่ะ~”

 

“อ…อ่า… ใช่แล้วค่ะ”

 

ไอวี่ที่ถูกนัวร์เรียกนำหน้าด้วยคำว่าพี่นั้นได้ผงะไปเล็กน้อยด้วยความตกใจก่อนที่เธอพยักหน้ากลับไปและเดินหลบทางให้เด็กสาวผู้ที่มีนัยน์ตาสีฟ้าและเรือนผมสีขาวที่มัดผมเป็นทรงทวินเทลต่ำในชุดเดรสสีขาวลายผีเสื้อก้าวออกมาเบื้องหน้าเพื่อแนะนำตัว

 

“เรเกียน่า ปาปิลอจ ค่ะ พวกพี่ๆ คงจะเป็นเพื่อนร่วมงานของคุณพ่อที่พี่ไอวี่พูดถึงสินะคะ”

 

“ใช่แล้วจ้ะ~ ฉันชื่อนัวร์ ส่วนพี่สาวหน้าบึ้งคนนี้ชื่อว่านีเซลน่ะ~”

 

นัวร์ที่ได้ยินคำแนะนำตัวของเรเกียน่านั้นได้เอ่ยปากพูดแนะนำตัวเองขึ้นมาก่อนที่เธอจะดึงแขนของนีเซลมากอดเอาไว้และเอ่ยปากพูดแนะนำตัวขึ้นมาแทนให้นีเซลที่มักจะทำหน้านิ่งๆ และขมวดคิ้วเล็กน้อยตลอดเวลา

 

ส่วนทางด้านเรเกียน่าที่เห็นท่าทีเป็นมิตรของนัวร์นั้นก็ได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดถามขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน

 

“ถ้างั้นพี่นีเซลกับนัวร์จังก็คือคนที่จะมารับหนูไปอยู่ที่เมืองรีมินัสตามที่คุณพ่อเขาบอกมาสินะคะ… แต่คุณพ่อนี่ก็จริงๆ เลยนะคะ ได้รับแต่งตั้งให้ไปทำงานที่เมืองมาร์นาฟทั้งทีแต่ว่าเล่นปิดเงียบเอาไว้แบบนี้เนี่ย…”

 

“ก็ใช่แหล่ะจ้ะ อ๊ะ— แต่ว่าคนที่จะไปกับเธอมีแค่พี่นีเซลหรอกนะเรเกียน่าจัง~”

 

“เดี๋ยว… เธอไม่ไปด้วยหรอ?”

 

คำพูดที่อยู่ดีๆ นัวร์ก็พูดขึ้นมานั้นได้ทำให้นีเซลต้องยื่นมือออกไปจับหน้าของนัวร์ให้หันมามองพร้อมกับพูดถามขึ้นมาเบาๆ และนั่นก็ทำให้นัวร์ไม่รอช้าที่จะยิ้มร่าและรีบกระซิบพูดตอบนีเซลกลับไป

 

“แหม่… ก็แบบว่าพอดีคุณพ่อของเรเกียน่าจังเขาฝากให้หนูพาเรเกียน่าจังเขาไปส่งที่รีมินัสให้หน่อยแต่ว่าหนูดันติดงานเข้าพอดีน่ะ แล้วไหนๆ พี่นีเซลก็ตัดสินใจว่าจะไปเริ่มต้นที่รีมินัสอยู่แล้วเพราะงั้นหนูก็ขอฝากพี่นีเซลดูแลเรเกียน่าจังเขาให้หน่อยก็แล้วกันเนอะ~”

 

“แล้วเรื่องที่พักที่พูดถึง?”

 

“ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็พอไปถึงแล้วเดี๋ยวจะมีคนพาพวกพี่ไปที่พักเองแหล่ะ ที่พี่นีเซลต้องทำก็มีแค่คอยดูแลเรเกียน่าจังเขาให้หน่อยเท่านั้นเอง”

 

“แล้วปกติการเดินทางไปเมืองอื่นมันต้องใช้คนคุ้มกันแบบนี้ด้วยหรอ?”

 

“บางทีมันก็มีบ้างนั่นแหล่ะ ก็ที่นี่มันไม่เหมือนแถวบ้านพี่สักหน่อยนี่นา~”

 

นัวร์ยิ้มพูดตอบนีเซลกลับไปก่อนที่เธอจะพูดถามซ้ำขึ้นมาอีกครั้งเพื่อขอคำตอบของเด็กสาว

 

“ว่าไงล่ะพี่นีเซล ได้ทั้งเดินทางฟรีทั้งที่พักฟรีเลยนะ ข้อเสนอดีๆ แบบนี้ปกติไม่ค่อยจะมีหรอกนะ~”

 

“แน่ใจนะว่างานมันคือแค่ให้เราคุ้มกันเรเกียน่าจนกว่าจะไปถึงรีมินัสน่ะ?”

 

“มันก็อะไรราวๆ นั้นนั่นแหล่ะค่ะ~ เรื่องรายละเอียดอื่นๆ เดี๋ยวเอาไว้พี่นีเซลค่อยไปถามจากคนที่มารับช่วงต่อก็ได้ ตอนนี้ที่สำคัญกว่าก็คือว่ายิ่งเรเกียน่าจังเขาออกจากเมืองนี้ได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีนะ~”

 

“……”

 

คำพูดเป็นความนัยของนัวร์นั้นได้ทำให้นีเซลชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เธอจะหันไปมองเรเกียน่า เด็กสาวอายุน้อยกว่าเธอเล็กน้อยที่กำลังมองดูพวกเธออยู่ด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา และนั่นก็ทำให้นีเซลต้องขมวดคิ้วอีกครั้งก่อนที่เธอจะพยักหน้าตกลง

 

“ก็ได้ แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ”

 

“แหม่~ มันก็แค่ครั้งเดียวนั่นแหล่ะ ก็หนูบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าหนูแค่ไม่อยากให้เรเกียน่าจังเขาต้องนั่งรถไปเมืองรีมินัสคนเดียวเฉยๆ น่ะ~ จะให้เด็กผู้หญิงใสซื่อแบบนั้นเดินทางไปกับคนขับรถม้ากันแค่สองคนมันอันตรายจะตายไปเนอะ~”

 

“ถ้ามันอันตรายนักทำไมคุณพ่อของเขาไม่เป็นคนพาไปส่งเองเลยล่ะ?”

 

“อ๋อ~ ก็พอดีว่าคุณพ่อของเรเกียน่าจังเขาเพิ่งจะไปทำงานใหญ่ระเบิดเถิดเทิงมาน่ะค่ะ เพราะงั้นช่วงนี้ก็เลยดูท่าว่าจะไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่”

 

คำถามของนีเซลที่เกี่ยวข้องกับ อัลเดรีย คุณพ่อของเรเกียน่าที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีเมืองรีมินัสนั้นได้ทำให้นัวร์เผยรอยยิ้มร่าออกมาอีกครั้งและพูดตอบกลับไปโดยไม่มีน้ำเสียงว่าจะรู้สึกผิดอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านนีเซลที่ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นก็ทำได้เพียงแค่เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจในขณะที่ทางด้านนัวร์เองก็ได้หันไปกวักมือเรียกไอวี่ให้เดินเข้ามาใกล้ๆ เสียแทน

 

“คุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วจ้ะ ถ้างั้นพี่ไอวี่พาพี่นีเซลกับเรเกียน่าจังขึ้นรถม้าไปได้เลย”

 

“ข…เข้าใจแล้วค่ะ ทั้งสองคนตามมาได้เลยค่ะ”

 

คำสั่งของนัวร์ที่มาในบทพูดของคนอายุน้อยกว่านั้นได้ทำให้ไอวี่ที่ถูกเรียกนำหน้าด้วยคำว่าพี่อีกครั้งหนึ่งแสดงท่าทีแหยงๆ ออกมาก่อนที่เธอจะรีบเดินนำเด็กสาวทั้งสองคนไปในทันที ส่วนทางด้านนัวร์ที่ยกมือภายในแขนเสื้อที่ยาวเกินตัวขึ้นมาโบกลาไล่หลังไปนั้นก็ได้ลดมือลงด้วยท่าทีอารมณ์ดีพร้อมกับพูดบ่นออกมาเบาๆ

 

“ฟู่ว~ จบไปอีกเรื่อง ตั้งใจทำงานนี่มันลำบ๊ากลำบากเนอะ~”

 

“ส่งเรเกียน่าไปที่เมืองรีมินัสคนเดียวแบบนี้มันแบบนี้มันจะดีจริงๆ หรอคะท่านนัวร์?”

 

แต่แล้วในขณะที่นัวร์กำลังพูดบ่นออกมาเบาๆ อยู่นั้นเอง ก็ได้มีเสียงของหญิงสาวอีกคนหนึ่งดังขึ้นมาจากเบื้องหลัง และเผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผมสีส้มที่มัดเอาไว้เป็นทรงทวินเทลในชุดสาวใช้สีดำสลับขาวหรือก็คือหนึ่งในกลุ่มสาวใช้ที่มีชื่อว่า ทรีนิตี้ หรือที่มักจะถูกเรียกสั้นๆ ว่า ทริน ผู้เป็นพี่สาวของไอวี่นั่นเอง

 

ซึ่งการปรากฏตัวของทรีนิตี้นั้นก็ได้ทำให้นัวร์หมุนตัวไปมองเบื้องหลังของเธอด้วยท่าทีอารมณ์ดีและเอ่ยปากพูดสอบถามขึ้นมา

 

“โอ๊ะ~ ทรินจังเองหรอ~ ที่โรงเรียนของเรเกียน่าเขาเรียบร้อยดีแล้วสินะ?”

 

“ฉันจัดการคนที่แอบตามเด็กคนนั้นอยู่ให้แล้วค่ะ ส่วนเรื่องความปลอดภัยหลังจากนี้คงจะไม่ต้องเป็นห่วงสักเท่าไหร่ เพราะดูแล้วเหมือนว่าเด็กผู้หญิงที่ท่านนัวร์พามาด้วยจะมีฝีมืออยู่ระดับหนึ่ง”

 

“ ‘เด็กผู้หญิง’ … หุ… ก็นั่นสิน๊า~ หุหุหุ~”

 

“……?”

 

เสียงหัวเราะเล็กๆ ของนัวร์ที่ยกมือทั้งสองข้างภายใต้แขนเสื้อยาวกาวน์ยาวเกินตัวขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้นั้นได้ทำให้ทรีนิตี้ต้องจ้องมองเด็กสาวด้วยความสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านนัวร์ก็กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และหันกลับไปพูดเข้าเรื่องงานขึ้นมาแทน

 

“อย่างน้อยๆ สัญญาระหว่างพวกเรากับอัลเดรียก็เสร็จไปครึ่งนึงแล้วล่ะนะ ที่เหลือก็รอแค่ให้กลุ่มของพวกฮานะกับซัมเมอร์จัดการทางฝั่งของคุณพี่ชายให้เรียบร้อยเท่านั้นเอง”

 

“งั้นหรอคะ…”

 

ทรีนิตี้ที่ได้ยินคำพูดของนัวร์ได้พูดตอบกลับไปเบาๆ ก่อนที่เธอจะนิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งราวกับไม่มั่นใจนักแล้วจึงเอ่ยปากพูดถามนัวร์ที่ในขณะนี้กำลังทำงานในตำแหน่งที่เปรียบเสมือนกับหัวหน้าชั่วคราวของพวกเธอขึ้นมา

 

“ฉันมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นค่ะ… ทำไมเราถึงส่งเรเกียน่าออกไปเมืองอื่นได้ง่ายๆ แต่ว่ากลับต้องรอให้พวกฮานะกับซัมเมอร์มาถึงถึงจะเริ่มแผนการในส่วนของรากูน่าได้ล่ะคะท่านนัวร์?”

 

“เห…”

 

คำพูดถามของทรีนิตี้นั้นได้ทำให้นัวร์ที่กำลังแกว่งแขนเสื้อกาวน์ไปมาอยู่ชะงักไปก่อนที่เธอจะค่อยๆ หันไปมองทางทรีนิตี้ด้วยท่าทีเหมือนกับว่าเจอเรื่องน่าสนใจ

 

ซึ่งนัวร์ก็ได้เลิกคิ้วเอียงคอไปมามองดูทรีนิตี้อยู่สักพักหนึ่งก่อนที่เธอจะพูดถามขึ้นมา

 

“เธอหมายถึงว่า ทำไมพวกเราถึงไม่ปล่อยให้รากูน่าได้ไปใช้ชีวิตปกติเหมือนกับน้องสาวของเขาที่เมืองอื่นน่ะหรอ?”

 

“ค่ะ เพราะถึงรากูน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเองมากกว่าน้องสาวที่อยู่แต่ในโรงเรียนประจำก็เถอะ แต่ว่าจริงๆ แล้วพวกเราก็น่าจะยังสามารถพารากูน่าออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองอื่นพร้อมกับน้องสาวของเขาได้ไม่ใช่หรอคะ?”

 

“อ่ะๆ ที่เธอพูดขึ้นมามันก็ไม่ผิดไปซะทีเดียวหรอกแถมยังน่าจะปลอดภัยกับตัวเขากว่าด้วย… แต่ว่าเหตุผลจริงๆ ที่ฉันสั่งให้ทีมของฮานะเป็นคนเข้าไปช่วยทั้งๆ ที่พวกเธอเองก็น่าจะทำได้สบายๆ มันเป็นเพราะว่าฉันสนใจความรู้สึกที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่รากูน่าเขาได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่ของตัวเองทั้งหมดแล้วต่างหากล่ะ”

 

“ความรู้สึกที่อาจจะเกิดขึ้นงั้นหรอคะ?”

 

“ใช่… ความรู้สึกที่เหมือนกับเปลวไฟที่ลุกไหม้ที่ถูกเรียกว่าความแค้นยังไงล่ะ… ความแค้นที่ถูกพรากครอบครัวและคนรักไป ความแค้นจากการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจ ความแค้นที่ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง ความรู้สึกพวกนี้แหล่ะที่ทำให้พวกเราต้องแยกตัวรากูน่าออกมาจากน้องสาวที่แสนจะใสซื่อของเขา”

 

นัวร์พูดตอบทรีนิตี้กลับไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ และนั่นก็ทำให้ทรีนิตี้ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดพึมพำออกมาเบาๆ

 

“ความแค้นงั้นหรอคะ…”

 

“ใช่แล้ว~ ถึงปกติคนเขาจะชอบพูดว่าความแค้นก็เปรียบเสมือนกับเปลวไฟที่ถึงจะลุกไหม้รุนแรงแต่ก็คอยเผาผลาญตัวของตัวเองไปด้วยจนสุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรก็เถอะ… แต่ว่าสำหรับฉันแล้ว ฉันว่าความแค้นมันเหมือนกับเปลวไฟที่ไม่มีวันมอดดับซะมากกว่า ต่อให้บางครั้งมันจะริบหรี่ แต่ว่าตราบใดที่ต้นตอของมันยังคงอยู่ มันก็พร้อมที่จะลุกโชนขึ้นมาใหม่ได้ทุกเมื่อไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่”

 

“เหมือนกับฮานะกับซัมเมอร์… แล้วก็เหมือนกับหัวหน้าสินะคะ…”

 

ทรีนิตี้ที่ได้ยินคำพูดอธิบายของนัวร์ได้พูดพึมพำออกมาเบาๆ อีกครั้ง และนั่นก็ทำให้นัวร์ยกมือขึ้นมากอดอกพยักหน้าพูดตอบทรีนิตี้กลับไป

 

“ใช่แล้วล่ะ~ ถึงความแค้นของพวกฮานะจะแตกต่างและไม่รุนแรงฝังลึก… เอาเป็นว่าไม่ฝังลึกเหมือนกันกับของหัวหน้าก็ละกัน แต่ว่ามันก็ยังคงเป็นความรู้สึกประเภทเดียวกันอยู่ดี เพราะงั้นฉันเลยคิดว่าพวกเราควรดึงตัวรากูน่าที่กำลังลุกไหม้ไปด้วยความแค้นออกมาไม่ให้เปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังนั่นมันลามไปติดน้องสาวของเขาที่ยังคงใสซื่อบริสุทธิ์อยู่ยังไงล่ะ”

 

“…แล้วมันไม่มีทางอื่นที่ดีกว่านี้เลยหรอคะ? ถ้าเกิดว่าพวกเราลองเกลี้ยกล่อมเขาดูดีๆ เขาก็อาจจะยอมปล่อยวางแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับน้องสาวของเขาที่เมืองอื่น—”

 

“ทรีนิตี้!”

 

“—!?”

 

ในขณะที่ทรีนิตี้กำลังจะเสนอทางออกอื่นที่อาจจะดีกว่าการปล่อยให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งตกลงไปสู่ห้วงความแค้นออกมาอยู่นั้นเอง อยู่ๆ นัวร์ก็ได้เอ่ยปากเรียกชื่อของเธอขึ้นมาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังจนทำให้ทรีนิตี้ชะงักไป ซึ่งทั้งสองคนก็ได้นิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนที่นัวร์จะเป็นฝากเริ่มต้นพูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

“นี่ ทรินจัง… หัวหน้าเคยพูดเอาไว้ยังไงเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้หรอ”

 

“ ‘เราไม่ควรยื่นมือเข้าไปแย่งเหยื่อของคนอื่น’ … ค่ะ…”

 

“ใช่แล้ว แล้วเธอคิดว่าพวกเราเป็นใคร ทำไมพวกเราถึงจะมีสิทธิที่จะเข้าไปแย่งชิงเป้าหมายในชีวิตของคนอื่นล่ะ… สิ่งที่พวกเราทำมาตลอดและควรจะทำก็มีแค่การชี้ทางนำพาพวกเขาไปถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดในตอนนั้น แล้วก็จัดเตรียมความพร้อมและบอกเตือนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาเท่านั้น พวกเราไม่มีสิทธิที่จะไปกำหนดชะตาชีวิตของใครหรอกนะ”

 

“แต่ว่าพวกเขายังเด็กกันอยู่เลยนะคะ พวกเขาก็แค่อาจจะยังไม่รู้ว่าโลกนี้มีทางเลือกอื่นอีกมากนอกจากการแก้แค้นซะด้วยซ้ำ”

 

ทรีนิตี้ที่ได้ยินนัวร์พูดย้ำเตือนเกี่ยวกับหน้าที่ของพวกเธอขึ้นมานั้นได้เอ่ยปากพูดตอบกลับไปเบาๆ โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าในขณะนี้ที่ฟากฟ้าเหนือเมืองกราวิทัสนั้นได้มีจุดแสงสีฟ้าดวงหนึ่งกำลังลอยเอื่อยๆ กลมกลืนไปกับฟากฟ้าเบื้องบน

 

แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านนัวร์ที่ดูเหมือนว่าจะสังเกตเห็นจุดแสงที่ว่าก็ได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดตอบทรีนิตี้กลับไป

 

“แล้วเธอคิดว่าพวกคนที่ผลักไสรากูน่าลงไปสู่ห้วงความแค้นแบบนั้นจะยอมให้เขามีทางเลือกอื่นหรือเปล่าล่ะ? แล้วเธอคิดว่าการที่พวกเราจะช่วยเหลือรากูน่าออกมาแล้วปล่อยให้คนพวกนั้นผลักไสคนอื่นต่อไปเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องที่ดีแล้วจริงๆ หรือเปล่า?”

 

“เรื่องนั้นมันก็…”

 

“แล้วที่สำคัญ ถึงพวกเราจะมอบอาวุธให้กับพวกเขา ฝึกฝนให้พวกเขา แต่ว่าพวกเราก็ไม่เคยชี้นิ้วสั่งบอกให้พวกเขาไปแก้แค้นสักหน่อยนี่ สิ่งที่พวกเราทำก็แค่มอบโอกาสและทางเลือกให้กับพวกเขาเท่านั้นเอง”

 

“แต่ว่าแบบนั้นมันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากการยื่นไม้เบสบอลให้กับเด็กที่กำลังโกรธเลยนะคะ… มันก็เห็นกันได้ชัดๆ อยู่แล้วว่าถ้าพวกเขาได้รับพลังแบบนั้นไปในสถานการณ์แบบนั้นพวกเขาจะเลือกอะไรไม่ใช่หรอคะ?”

 

“ก็แล้วถ้าเกิดว่านั่นคือสิ่งพวกเขาต้องการแล้วใครจะมีสิทธิที่จะกำหนดว่าสิ่งไหนที่พวกควรทำหรือว่าไม่ควรทำกันล่ะ?”

 

นัวร์ยักไหล่พูดตอบทรีนิตี้กลับไปก่อนที่เธอจะพูดอธิบายขึ้นมาต่อหน้าตาเฉยเหมือนกับว่าชะตาชีวิตของมนุษย์ไม่ได้มีค่าอะไรในสายตาของเธอเลยแม้แต่น้อย

 

“ถ้าเกิดเธอจะบอกว่าการแก้แค้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีเพราะว่าในระหว่างกระบวนการมันอาจจะทำให้มีคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรโดนลูกหลงไปด้วยล่ะก็ เธอคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับซัมเมอร์กับคุณพ่อเป็นเรื่องที่สมควรจะเกิดขึ้นอย่างงั้นหรอ? การที่ทหารพวกนั้นโดนซัมเมอร์แก้แค้นมันก็เป็นผลของสิ่งที่พวกเขากระทำกันเอง แล้วถ้าเกิดว่าการแก้แค้นของรากูน่าหรือว่าของซัมเมอร์มันจะทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องโดนลูกหลงไปด้วย หลังจากนั้นเดี๋ยวพวกเขาก็จะต้องรับผลของสิ่งที่พวกเขาทำลงไปด้วยเช่นกัน”

 

“นั่นสินะคะ…”

 

“แหม่~ ว่าแต่ที่ทรินจังดูท่าทางเป็นห่วงอย่างนี้เนี่ยอย่าบอกนะว่าแอบไปตีสนิทกับพวกชาวเมืองในพื้นที่เป้าหมายมาอีกแล้วน่ะ?”

 

“ก็แค่ได้คุยด้วยเล็กน้อยระหว่างสืบข้อมูลน่ะค่ะ…”

 

ทรีนิตี้ที่ถูกนัวร์กลับไปใช้น้ำเสียงขี้เล่นพูดถามเปลี่ยนเรื่องขึ้นมานั้นได้เอ่ยปากพูดตอบกลับไปสั้นๆ และนั่นก็ทำให้นัวร์ต้องส่ายหน้าไปมาก่อนที่เด็กสาวจะพูดขึ้นมาลอยๆ

 

“ถ้างั้นก็หวังว่าพวกคนที่เธอไปคุยด้วยจะไม่โผล่ไปใกล้ๆ แถวนั้นจนโดนลูกหลงก็แล้วกัน เพราะว่าสภาพเมืองกราวิทัสในตอนนี้น่ะเชื้อไฟมันลุกติดจนลามไปทั่วแล้ว ที่เหลือก็มีแค่รอดูว่าไฟแค้นมันลุกไหม้จนเผาผลาญอะไรไปบ้างน่ะ… อ๋อ… แล้วก็เป็นอีกครั้งนึงแล้วสินะที่ฉันต้องเตือนเธอว่าอย่าเข้าไปคลุกคลีกับคนของที่นี่ให้มากนักน่ะเพราะไม่งั้น—”

 

“เพราะไม่งั้นคนที่เจ็บปวดก็อาจจะเป็นตัวของพวกเราเองงั้นสินะคะ… เข้าใจแล้วค่ะ ถ้างั้นฉันจะพยายามเตือนไอวี่เอาไว้ด้วยก็แล้วกันนะคะ”

 

“อื้มๆ ฝากด้วยนะคุณพี่สาวหมายเลขสาม~ ดูแลน้องสาวคนนั้นเขาให้ดีๆ ล่ะ เพราะว่าไอวี่เขาไม่ได้จิตใจหนักแน่นเหมือนกับฮานะซะด้วยสิ— อ่ะ พอพูดถึงฮานะก็ดูเหมือนว่าทางนั้นจะเริ่มแผนการกันแล้วสินะเนี่ย~”

 

นัวร์ที่กำลังพูดไม่หยุดนั้นได้ชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบนที่ในบัดนี้ไร้ซึ่งจุดแสงสีฟ้าที่คอยจับตาดูพวกเธออยู่เมื่อสักครู่นี้อีกต่อไปพร้อมกับเอ่ยปากพูดสั่งงานขึ้นมาไปด้วย

 

“ป่านนี้ไอวี่เขาน่าจะพาสองคนนั้นขึ้นรถไปแล้วล่ะมั้ง พวกเรารีบไปรอที่จุดนัดพบกันดีกว่าเนอะ~”

 

“รับทราบค่ะ”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 175 Au Pair"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved