cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 169 Eccentric Affinity

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 169 Eccentric Affinity
Prev
Next

“ฮึ่บ— วางเอาไว้ตรงนี้ใช่มั้ยครับคุณลุง”

 

“โอ้ ขอบใจมากนะเดริค… เฮ้อ… ต้องขอโทษที่ต้องมารบกวนตั้งแต่เช้าแบบนี้ด้วยนะ แต่ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ แล้วล่ะก็ คงจะมีแค่เธอเท่านั้นแหล่ะที่ฉันเชื่อได้ว่าจะขนของมาได้โดยไม่มีอะไรตกหล่นหรือว่าหายตัวไปไหนเฉยๆ กลางทางน่ะ…”

 

ในขณะที่ทางบ้านเอริกะกำลังเกิดเรื่องวุ่นวายอันคาดไม่ถึงจากฝีมือของหนูอีฟตัวน้อยอยู่นั้นเอง ทางด้านเด็กหนุ่มสารพัดรับจ้างสุดขยันอย่างเดริคที่อาศัยอยู่ที่เมืองกราวิทัสเองก็ได้เริ่มต้นทำงานรับจ้างสารพัดของเขาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่เช่นเดียวกัน

 

ซึ่งคำชมของชายสูงวัยผู้ที่เป็นผู้ว่าจ้างในคราวนี้นั้นก็ทำให้เดริคได้แต่หันไปยิ้มให้เขาด้วยความเห็นใจ

 

“แหม่ ก็ถ้าเกิดว่ามีอะไรหายไประหว่างทางขึ้นมาวันหน้าวันหลังก็ไม่มีคนมาจ้างผมกันพอดีสิครับ ถึงจะเห็นอย่างนี้แต่ผมก็ยังต้องรักษาชื่อเสียงกับฐานลูกค้าเอาไว้นะครับ~”

 

“เฮ้อ… ถ้าเกิดว่าพวกคนงานของทางเมืองเขาพูดแบบเธอบ้างก็คงจะดีนะ… เอ้านี่ ค่าจ้างของเธอน่ะ…”

 

“โอ้ ขอบคุณครับ… ว่าแต่… นี่มันเยอะกว่าที่ตกลงกันเอาไว้ไม่ใช่หรอครับนั่น?”

 

เดริคที่ได้รับเงินค่าจ้างมาจากชายชราได้เลิกคิ้วเล็กน้อยให้กับค่าจ้างที่เขาได้รับมาที่มันมากกว่าที่พวกเขาตกลงกันเอาไว้ในทีแรกเกือบเท่าตัวและพูดถามกลับไปด้วยความสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านชายชราก็กลับทำเพียงให้ยิ้มให้เขาอย่างใจดีและพูดอธิบายออกมาให้เด็กหนุ่มได้ฟัง

 

“ก็ไหนๆ เธอก็อุตส่าห์ยอมรับงานใช้แรงตั้งแต่เช้าๆ แบบนี้ฉันก็เลยคิดว่าควรจะเพิ่มเงินให้เธอสักหน่อยเป็นค่าเหนื่อยน่ะสิ… แล้วถ้าเกิดว่าเธอคิดจะปฏิเสธล่ะก็… เอาเป็นว่าฉันขอฝากเธอเอาเงินส่วนที่เกินจากค่าจ้างนั่นไปซื้อของไปแจกพวกคนข้างนอกกำแพงให้หน่อยก็แล้วกัน”

 

“เอ่อ…”

 

คำพูดของชายชรานั้นได้ทำให้เดริคชะงักไปเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าเรื่องที่ตนซื้ออาหารไปแจกผู้ประสบภัยที่หลบหนีมาอาศัยอยู่ที่ด้านนอกกำแพงเมืองจะกลายเป็นเรื่องที่รู้กันไปทั่วแล้วแบบนี้เขาจึงได้แต่ยิ้มเจือนๆ และพูดตอบกลับไป

 

“ถ้าคุณลุงขออย่างงั้นมันก็ได้แหล่ะครับ ถ้ายังไงเดี๋ยวผมขอตัวเลยก็แล้วกันนะครับ ขืนไม่ยอมออกไปสักทีเดี๋ยวคุณผู้ปกครองเขาจะเป็นห่วงจนบุกเข้ามาซะก่อนน่ะ”

 

“ผู้ปกครอง…? อ๋อ… แม่หนูผมขาวที่ยืนเฝ้าอยู่ที่ด้านหน้านั่นน่ะหรอ…”

 

“แหะๆ มันก็อะไรประมาณนั้นแหล่ะครับ ถ้ายังไงก็เอาไว้โอกาสหน้าค่อยเจอกันใหม่นะครับ”

 

เดริคพูดตอบชายชรากลับไปก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากบ้านของชายชราโดยมีเสียงของขุนนางสาวผมสีขาวที่คราวนี้อยู่ในชุดลำลองที่คอยตามติดเขาไม่ปล่อยดังขึ้นมาต้อนรับในทันทีที่เขาก้าวออกมาพ้นบริเวณบ้านของชายชรา

 

“ใจดีจังนะนาย ไปเที่ยวรับปากเขาแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้ถังแตกอีกรอบหรอก”

 

“อ้าว… ได้ยินที่ฉันพูดกับลุงเขาด้วยหรอน่ะ เป็นถึงขุนนางแท้ๆ แต่มาแอบฟังชาวบ้านคุยกันแบบนี้มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยนะเซียจั—”

 

หมับ—

 

คำพูดของเดริคที่เติมคำลงท้ายให้กับชื่อของเซียตามแบบที่คนที่สนิทกันใช้เรียกกันนั้นได้ทำให้ขุนนางสาวเซียไม่รอช้าที่จะยื่นมือของเธอออกไปบิดหูของเด็กหนุ่มอย่างแรงพร้อมกับเอ่ยปากพูดเตือนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

 

“จะเรียกฉันว่าเซียเฉยๆ ฉันก็ไม่ว่า แต่อย่ามาเติมคำว่า จัง ต่อท้ายเข้าใจมั้ย!”

 

“โอ๊ยๆ แล้วถ้าไม่ให้เรียกว่าเซียจั— โอ๊ย—”

 

คำพูดของเดริคที่ดูเหมือนว่าจะเป็นการพูดเถียงนั้นได้ทำให้เซียออกแรงบิดไปที่หูของเขามากขึ้นจนเด็กหนุ่มต้องร้องโวยวายออกมาจนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกสักพักหนึ่งเซียจึงได้ยอมปล่อยมือออกจากใบหูของเดริคเมื่อเห็นว่าเขายอมสงบปากสงบคำลงแล้วโดยมีเสียงพูดบ่นของเดริคดังพึมพำตามมาด้วย

 

“ให้ตายสิ แค่ล้อเล่นนิดหน่อยไม่เห็นจะต้องบิดแรงขนาดนั้นเลยแท้ๆ”

 

“……..”

 

“อุ้ย… เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรกินก่อนสักหน่อยแล้วค่อยไปหาทีออสที่หอนาฬิกาก็แล้วกัน เธอจะตามไปด้วยหรือเปล่า?”

 

เดริคที่กำลังพูดบ่นออกมานั้นได้สะดุ้งไปเล็กน้อยเมื่อเขาได้เห็นสายตาเอาเรื่องของเซียและมือที่พร้อมจะพุ่งมาบิดหูเขาอีกครั้งหนึ่งของอีกฝ่ายและตัดสินใจที่จะหยุดเรื่องล้อเล่นเอาไว้ก่อนพร้อมกับพูดแผนงานต่อไปของเขาขึ้นมาจนทำให้เซียที่ถูกพูดถามขึ้นมาได้แต่พูดบ่นพึมพำออกมาเบาๆ

 

“พูดอย่างกับว่าฉันมีทางเลือกงั้นล่ะ…”

 

เสียงบ่นเบาๆ ของเซียนั้นได้ทำให้เดริคยักไหล่เล็กน้อยแล้วจึงเดินนำขุนนางสาวไปทางตลาดของเมืองเพื่อซื้อขนมปังสองสามชิ้นเป็นอาหารเช้าก่อนที่เขาจะโยนขนมปังทอดที่ถูกห่อเอาไว้ในกระดาษชิ้นหนึ่งไปให้เซียจนทำให้ขุนนางสาวได้แต่ส่งเสียงด้วยความแปลกใจออกมา

 

“อะไร?”

 

“ข้าวเช้าเธอไง มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”

 

“ขนมปังทอดชื้นนึงเนี่ยนะ? ของแค่นี้ฉันซื้อเองได้—”

 

“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า วันนี้เธอยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยไม่ใช่หรือไง”

 

“……….”

 

คำพูดของเดริคที่พูดขัดขึ้นมาก่อนที่เขาจะหันไปยืนพิงกำแพงเพื่อเริ่มต้นทานขนมปังนั้นได้ทำให้เซียเงียบเสียงลงไปพร้อมกับเลิกคิ้วมองตรงไปทางเด็กหนุ่มด้วยท่าทีประหลาดใจก่อนที่เธอจะพูดถามขึ้นมาตรงๆ เพราะเธอนึกว่าเขาจะไม่ชอบเหล่าขุนนางและคนที่ทำงานให้กับทางวังหลวงอย่างเธอเสียอีก

 

“ทำไมนายถึงซื้อมาให้ฉัน? ไม่ใช่ว่านายออกจะเกลียดพวกขุนนางกับคนที่ทำงานให้กับทางวังหลวงจะตายหรอกหรอ?”

 

“เฮ้ยๆ ที่ฉันเกลียดมันก็มีแค่พวกขุนนางไม่ได้เรื่องข้างในนั้นกับพวกที่คอยทำงานให้กับวังหลวงแล้วดันเที่ยวเอาตำแหน่งมาเบ่งมาข่มเอาเปรียบคนอื่นเขาต่างหากเล่า… อย่างเธอน่ะถึงตอนแรกฉันจะรำคาญก็เถอะ แต่ว่าเธอก็ไม่ได้เป็นเหมือนอย่างพวกไม่ได้ความพวกนั้นแถมยังช่วยทำเรื่องขอยืมรถให้พวกฉันเดินทางไปเอาชิ้นส่วนหอนาฬิกาของทีออสที่รีมินัสอีก ฉันจะตอบแทนเธอบ้างมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือไง?”

 

“ทั้งหมดนั่นมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของงานเท่านั้นแหล่ะน่า! ในสถานการณ์อันตรายแบบนี้นายคิดว่าจะมีใครที่ไหนกล้าปล่อยให้ประชาชนธรรมดาๆ แบบนายออกเดินทางไปข้างนอกนั่นด้วยตัวเองทั้งๆ ที่คนร้ายที่ก่อเรื่องทั้งหมดนี่ขึ้นมายังลอยนวลอยู่แล้วก็อาจจะลงมือก่อเหตุอีกครั้งตอนไหนก็ได้อยู่อีกหรือไง!?”

 

“แล้วที่เธออุตส่าห์ยอมเดินทางไปถึงรีมินัสด้วยกันกับพวกฉันนั่นล่ะ?”

 

“ก็เผื่อนายจะลืมไปแล้วนะว่าหน้าที่ของฉันไม่ใช่ให้มาเดินเล่นตรวจตราเมืองเฉยๆ แต่ว่าเป็นคอยตามติดนายที่เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีร้านเหล้านั่นน่ะ เพราะงั้นต่อให้นายจะเดินทางไปที่ไหนมันก็เป็นหน้าที่ของฉันที่จะต้องตามไปด้วยอยู่แล้วต่างหาก”

 

เซียพูดตอบเดริคกลับไปด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ก่อนที่เธอจะละสายตาออกไปจากเขาและเริ่มลงมือทานขนมปังปิ้งที่อีกฝ่ายส่งมาให้โดยไม่มีท่าทีว่าจะพูดตอบอะไรกลับมาอีกจนทำให้เด็กหนุ่มได้แต่ยักไหล่ก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือทานขนมปังในมือของตนเองด้วยเช่นเดียวกัน

 

และหลังจากที่ทั้งสองคนจัดการกับขนมปังในมือกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้วเดริคก็ได้นิ่งเงียบไปเพื่อชั่งใจเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพูดถามเซียขึ้นมาตรงๆ

 

“แต่ถ้าจะให้พูดไป… สรุปแล้วว่านี่เธอจะต้องคอยตามฉันไปอีกนานแค่ไหนล่ะเนี่ย? เรื่องบาร์เหล้าระเบิดนั่นมันก็ผ่านมาสักพักนึงแล้วไม่ใช่หรอ?”

 

“ก็จนกว่าจะมีใครหาคนร้ายตัวจริงเจอได้นั่นล่ะ เพราะงั้นฉันก็คงจะต้องติดอยู่กับงานบ้าๆ นี่ไปอีกสักพักใหญ่เลยล่ะมั้ง ให้ตายสิ แล้วคนที่ตายไปก็ดันเป็นขุนนางที่ขึ้นตรงกับองค์ราชาแบบนี้ด้วย…”

 

“แต่ถ้าเป็นเรื่องคนร้ายตัวจริงนั่นฉันก็เคยบอกเธอไปแล้วไม่ใช่หรอว่ามันน่าจะเป็นฝีมือของลูกค้าผู้หญิงผมสีแดงคนที่ให้กระเป๋านั่นฉันมาน่ะ?”

 

“ก็ต่อให้มันจะเป็นเรื่องจริงแล้วนายให้ฉันทำยังไงกันล่ะในเมื่อเบื้องบนเขาไม่เชื่อเรื่องนั้นน่ะ แล้วเผลอๆ สาเหตุที่เจ้าพวกนั้นไม่ยอมเชื่อมันก็อาจจะเป็นเพราะไม่กล้าจะยอมรับว่าขุนนางในสังกัดขององค์ราชากับองครักษ์คนสนิทจะไปพลาดท่าให้กับผู้หญิงตัวคนเดียวซะด้วยซ้ำก็เลยพยายามมองหาผู้ต้องสงสัยคนอื่นไปทั่วแบบนั้นน่ะ”

 

เซียที่เป็นหนึ่งในขุนนางของเมืองกราวิทัสได้พูดตอบเดริคกลับไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนที่เธอจะเอ่ยปากพูดเตือนเด็กหนุ่มที่เธอต้องเฝ้าจับตาดูอยู่ออกมา

 

“ส่วนนายเองก็ระวังตัวเอาไว้ให้ดีเถอะ ถ้าเกิดว่าพวกนั้นจนตรอกหาคนร้ายตัวจริงไม่ได้สักทีฉันเองก็ไม่รู้ว่าเบื้องบนจะเบนเข็มมาที่ผู้สงสัยอันดับหนึ่งที่เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างนายหรือเปล่าเหมือนกัน”

 

“โอ๊ะๆ ถ้าเกิดว่าพวกคุณท่านขุนนางทั้งหลายเขาคิดจะจับฉันไปรับโทษในความผิดที่ฉันไม่ได้ก่อจริงๆ ล่ะก็นะ ต่อให้พวกเขาจะส่งคุณขุนนางสาวสวยชนิดหาตัวจับได้ยากแบบเธอมาเองฉันก็ไม่ยอมอยู่เฉยให้โดนจับหรอกนะเออ~”

 

“ก็เพราะแบบนั้นฉันถึง—”

 

คำพูดของเดริคที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสบายใจเฉิบนั้นได้ทำให้เซียทำท่าเหมือนกับว่าจะพูดเถียงกลับไปก่อนที่เธอจะชะงักไปเล็กน้อยและรีบหันไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าของตัวเองที่ขึ้นสีเล็กน้อยเมื่อคิดได้ว่าคำว่าขุนนางสาวสวยที่เขาพูดนั่นมันหมายถึงใครและพูดต่อว่าเขาขึ้นมาแทน

 

“เดี๋ยวสิ— น—นี่นายพูดบ้าอะไรออกมาเนี่ยหะ!?”

 

“หืม? ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลยนี่ เธอเองก็น่าจะเคยได้ยินเรื่องข่าวลือเรื่องจับแพะมาบ้างไม่ใช่หรอ ที่ว่าเวลามีคดีอะไรเกี่ยวกับพวกขุนนางทีทางวังหลวงก็จับพวกชาวบ้านไปรับผิดทีนึงน่ะ เพราะงั้นถ้าเกิดว่าพวกเธอคิดจะจับฉันไปเข้าคุกเพราะเรื่องนั้นจริงๆ ล่ะก็ ฉันเองก็แอบเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แล้วเหมือนกันนะ”

 

“ม–ไม่ใช่! ฉันหมายถึง— ฮะแฮ่ม!! ฉันหมายถึงว่านายไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกนะ เพราะถึงแม้ว่ามันจะไม่มีขุนนางคนไหนเลยที่คิดจะแก้ต่างให้นาย แต่ว่าฉันจัดการให้แน่ใจไปแล้วว่าพวกเขาจะต้องหาตัวคนร้ายที่แท้จริงมาลงโทษให้ได้อย่างแน่นอนเพราะงั้นเรื่องจับแพะอะไรนั่นน่ะไม่มีแน่”

 

เซียที่ร้องโวยวายออกมาแต่กลับพบว่าเดริคเหมือนจะไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำว่าเมื่อสักครู่นี้เขาพูดอะไรออกมานั้นได้ตัดสินใจที่จะพูดเปลี่ยนเรื่องออกมาในทันทีและนั่นก็ทำให้เดริคได้แต่ยักไหล่ให้กับท่าทีของขุนนางสาวคนนี้และพูดขอบคุณออกมาตรงๆ

 

“เห… ถ้างั้นฉันก็คงจะต้องขอบใจเธองั้นสินะเนี่ย ขอบใจมากนะเซียจัง~”

 

“ให้ตายสิ…”

 

คำพูดของเดริคที่แอบหาโอกาสกลับมาเรียกเธอด้วยคำลงท้ายอีกครั้งหนึ่งแล้วนั้นได้ทำให้เซียต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายใจและทำท่าเหมือนกับว่าจะยื่นมือออกไปบิดหูของเด็กหนุ่มอีกครั้ง และนั่นก็ทำให้เดริคต้องรีบพูดขึ้นมาก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ลงมือทำอะไร

 

“เอาล่ะ! ถ้างั้นพวกเราก็ไปหาทีออสที่หอนาฬิกากันเลยก็แล้วกัน!”

 

ทันทีที่เดริคพูดออกมาจนจบเขาก็ได้รีบเดินหนีออกไปจากอุ้งมือมรณะของขุนนางสาวในทันทีทำให้เซียได้แต่ต้องเดินตามหลังเด็กหนุ่มไปแต่โดยดี

 

แต่ถึงอย่างนั้นก่อนที่พวกเขาจะได้เดินไปจนถึงถนนเส้นหลักของตัวเมือง พวกเขาก็ต้องชะงักฝีเท้าลงไปด้วยความแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องโหวกเหวกโวยวายดังลั่นออกมาจากสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเข้าเสียก่อน

 

“ที่ผ่านมาทางกองทัพเบิกงบประมาณไปเป็นอันดับต้นๆ ของทุกกระทรวงเลยไม่ใช่หรือไง! ทำไมถึงยังปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้อีก!!”

 

“ยอดเงินบริจาคทั้งหมดมันรวมได้เป็นแสนเป็นล้านคริสต้าเลยไม่ใช่หรอ! ทำไมการช่วยเหลือถึงยังไปไม่ถึงพวกผู้ประสบภัยที่หน้าเมืองอีก!! เงินของพวกเรามันหายไปที่ไหนหมด!!”

 

“อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการศึกษาหายตัวไปไหนกันแน่!! หรือเพราะว่าเขาไม่เห็นด้วยกับพวกแกก็เลยไม่คิดจะตามสืบกันจริงจังกันหา!!”

 

“…มีเรื่องอะไรกันล่ะนั่น”

 

สิ่งที่เดริคได้เห็นนั้นได้ทำให้เขาต้องพูดพึมพำออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะว่าภาพที่อยู่เบื้องหน้าของเขานั้นก็คือกลุ่มของชาวเมืองกราวิทัสกว่าร้อยชีวิตที่กำลังยืนตะโกนด่าทอใส่ป้อมทหารเล็กๆ ประจำสวนสาธารณะแห่งนี้อยู่ด้วยท่าทีโกรธเคือง อีกทั้งยังดูเหมือนว่านอกจากพวกชาวบ้านคนอื่นที่อยู่แถวนั้นจะไม่ห้ามปรามแล้วก็ยังเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มคนที่ว่านั่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

 

ซึ่งคำพูดพึมพำด้วยความสงสัยของเดริคและภาพของกลุ่มคนเบื้องหน้านั้นก็ได้ทำให้ขุนนางสาวเซียต้องหลุบตาลงต่ำเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดตอบคำถามของเขากลับไป

 

“ก็พวกกลุ่มชาวบ้านที่ไม่พอใจทางเมืองจนออกมาจับกลุ่มประท้วงกันเหมือนอย่างเคยนั่นล่ะ… อย่างเมื่ออาทิตย์ก่อนพวกเขาก็เพิ่งจะจับกลุ่มประท้วงกันไปรอบนึงเหมือนกัน”

 

“เอ๋ะ? เมื่อสัปดาห์ก่อนก็มีงั้นหรอ?”

 

“อื้ม แต่เห็นว่าตอนนั้นเป็นเรื่องที่ว่าพวกเขาไม่พอใจที่ถูกขึ้นภาษีน่ะ แล้วก็ดูเหมือนว่าจะเป็นคนละกลุ่มกันด้วย”

 

“แล้ว… ถ้าเป็นแบบนั้นเธอจะต้องไปทำอะไรกับพวกเขาหรือเปล่าล่ะเนี่ย? เพราะงานของเธอเหมือนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ไม่ใช่หรอ?”

 

“ก็ถ้าเป็นตามปกติแล้วฉันก็คงจะต้องพากองทหารมาคุมไม่ให้พวกเขาใช้ความรุนแรงหรือว่าก่อเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นมาล่ะมั้ง แต่ว่าตอนนี้หน้าที่ของฉันคือคอยตามคุมนายเอาไว้เพราะงั้นก็คงจะไม่ต้องทำอะไร… ยกเว้นเสียแต่ว่านายคิดจะเข้าไปร่วมชุมนุมกับพวกเขาน่ะนะ”

 

เซียพูดตอบเดริคกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ พลางยกมือขึ้นมากอดอกจ้องมองไปทางเดริคราวกับกำลังจะรอดูว่าเขาจะตัดสินใจยังไง ซึ่งเดริคก็ได้ละสายตาออกไปจากเซียเพื่อมองดูกลุ่มผู้ชุมนุมที่มารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่สักพักหนึ่งก่อนที่เขาจะพูดตอบขุนนางสาวกลับไป

 

“ไม่ล่ะ ถ้าจะให้ฉันไปจับกลุ่มร้องโวยวายแบบนั้นฉันขอเอาเวลาไปทำงานหาเงินเก็บเพิ่มดีกว่า แถมตอนนี้พวกเขาก็มีคนมาร่วมชุมนุมเป็นร้อยแล้วนี่ ต่อให้ทางวังหลวงไม่อยากจะได้ยินข้อเรียกร้องของพวกเขาก็น่าจะต้องได้ยินแล้วล่ะมั้ง”

 

“ที่ว่าได้ยินแล้วมันก็ใช่ แต่จะรับฟังหรือเปล่ามันก็อีกเรื่อง…”

 

คำตอบของเดริคนั้นได้ทำให้เซียละสายตาออกไปจากเด็กหนุ่มเพื่อหันไปมองทางกลุ่มผู้ชุมนุมก่อนที่เธอจะพูดพึมพำออกมาเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านเดริคก็กลับได้ยินในสิ่งที่เธอพูดพึมพำออกมาและพูดถามออกมาด้วยความประหลาดใจ

 

“เธอหมายความว่ายังไงน่ะ?”

 

“ก็หมายความตามที่พูดนั่นล่ะ แต่ถ้านายอยากจะรู้ว่ามันมีเหตุผลอะไรที่พวกเขาไม่ยอมรับฟังฉันเองก็คงจะตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะงั้นถ้านายอยากจะรู้จริงๆ ก็ลองหาโอกาสเข้าไปถามคุณโดตั้นที่เป็นหนึ่งในหัวเรือใหญ่ของพวกขุนนางเขาดูสิ”

 

“เหอะ… ถ้าจะให้ไปถามหมอนั่นฉันยอมไปยืนคุยกับกำแพงทั้งวันยังจะดีกว่าอีก เอาเป็นว่าตอนนี้พวกเรารีบไปกันต่อเถอะ”

 

ชื่อของขุนนางระดับสูงโดตั้นที่ดังออกมาจากปากของเซียนั้นได้ทำให้เดริคถึงกับพ่นลมหายใจออกมาด้วยท่าทีรังเกียจแตกต่างจากท่าทีปกติของเขาที่ค่อนข้างจะเป็นมิตรกับทุกคนก่อนที่เขาจะเดินนำเซียตรงไปตามถนนต่อไป

 

และหลังจากนั้นอีกไม่นาน พวกเขาก็ได้เดินทางมาจนถึงเบื้องหน้าหอนาฬิกาใจกลางเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับโบสถ์ขนาดใหญ่ก่อนที่เดริคจะพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจเมื่อเขาไม่พบกับทหารเฝ้ายามที่มักจะยืนประจำอยู่ที่เบื้องหน้าหอนาฬิกาดั่งเช่นทุกที

 

“เห วันนี้ไม่มีคนมาเฝ้ายามงั้นหรอเนี่ย… แต่ก็ดีแล้วเหมือนกันล่ะมั้ง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพูดอธิบายอะไรมาก”

 

“อื้ม พวกเขาน่าโดนสั่งให้ไปช่วยดูแลพวกชาวเมืองที่มาชุมนุมกันนั่นล่ะมั้ง เพราะคราวนี้เล่นมารวมตัวกันใกล้กับสถานที่สำคัญด้วยนี่นะ”

 

“หืม… ถ้าเกิดว่าถึงขนาดต้องเรียกรวมพลกระทั่งคนเฝ้าหอนาฬิกาไปด้วยแบบนี้นี่เธอแน่ใจนะว่าเธอจะไม่ไปช่วยพวกเขาด้วยน่ะเซีย?”

 

เดริคที่ได้ยินข้อสันนิษฐานของเซียนั้นได้เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจก่อนที่เขาจะพูดถามกลับไปพลางล้วงเอากุญแจพวกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าและลงมือไขเปิดประตูหอนาฬิกาเบื้องหน้า และนั่นก็ทำให้เซียที่ได้ยินคำถามนั้นอีกครั้งหนึ่งแล้วเริ่มที่จะรู้สึกรำคาญและหันไปจ้องมองเขาด้วยแววตาไม่พอใจ

 

“จะถามเรื่องนั้นซ้ำๆ ทำไมนักหนา!? หรือว่าคิดจะแอบหนีไปจากสายตาฉันอยู่อีกหรือเปล่าหะ!?”

 

“ป–เปล่าสักหน่อย! ฉันแค่เห็นว่าขนาดทหารยามที่เฝ้าอยู่ตรงนี้ยังต้องไปช่วยเลยก็เลยสงสัยว่าเธอที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าหน่วยอะไรสักอย่างจะต้องตามไปกำกับงานพวกเขาหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

 

“เพื่ออะไรล่ะ? ที่ชาวบ้านพวกนั้นทำก็มีแค่ออกมาส่งเสียงให้คนในวังเขาได้ยินบ้างไม่ใช่หรอ พวกเขาไม่ได้ทำอะไรรุนแรงหรือว่าก่อความวุ่นวายจนจะต้องมีคนเข้าไปห้ามสักหน่อยนี่”

 

“หืม…”

 

คำตอบของเซียได้ทำให้เดริคเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มออกมา และนั่นก็ทำให้เซียที่เห็นแบบนั้นอดไม่ได้ที่จะพูดถามขึ้นมา

 

“ยิ้มมองกันแบบนี้นี่หมายความว่ายังไงกันหะ?”

 

“ก็เปล่านี่ ฉันก็แค่คิดว่าถ้าเกิดพวกขุนนางคนอื่นๆ เขามีความคิดแบบเดียวกับเธอได้บ้างก็คงจะดีก็แค่นั้นเอง—”

 

ติ๊ก—ต่อก—ติ๊ก—ต่อก—

 

แต่แล้วในขณะที่เดริคกำลังพูดตอบเซียกลับไปอยู่นั้นเอง อยู่ๆ ก็ได้มีเสียงที่ฟังดูเหมือนกับกลไกของนาฬิกาขนาดใหญ่ดังแว่วลงมาจากทางด้านบนเหนือหัวของพวกเขาจนทำให้เดริคต้องพูดพึมพำออกมาด้วยความแปลกใจ

 

“เดี๋ยวนะ… นี่ทีออสเขาเริ่มเดินกลไกของหอนาฬิกาได้แล้วหรอเนี่ย?”

 

“แล้วฉันจะไปรู้ด้วยมั้ยล่ะ ไม่ใช่ว่าพวกนายออกจะสนิทกันหรอกหรอ นี่เขาไม่ได้บอกอะไรนายเอาไว้เลยหรอไง?”

 

“ที่ว่าพวกฉันสนิทกันนั่นมันก็ใช่อยู่หรอก แต่ว่าแต่ไหนแต่ไรเวลามาเจอกันพวกฉันก็ไม่ค่อยจะได้คุยกันเรื่องงานอยู่แล้ว… ยกเว้นแต่ว่าจะเป็นการนัดกันมาเพื่อคุยเรื่องงานโดยเฉพาะน่ะนะ แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้เอาเป็นว่าพวกเราขึ้นไปหาทีออสข้างบนก่อนก็แล้วกัน”

 

เดริคยักไหล่ให้กับคำถามของเซียก่อนที่เขาจะเดินนำขุนนางสาวขึ้นบันไดวนไปยังชั้นบนสุดของหอนาฬิกาแห่งนี้และเปิดประตูที่ตั้งอยู่ที่สุดปลายของบันไดออกพร้อมกับเอ่ยปากเรียกร้องเรียกเพื่อนของตนขึ้นมา

 

“โย่ว เป็นไงบ้างทีออส ฉันเอาของกินมาฝากล่ะ”

 

“…..”

 

แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านทีออสที่นั่งอยู่ภายในห้องก็กลับไม่ได้พูดตอบอะไรเขากลับมาเมื่อเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนบันไดสูงได้จ้องมองตรงเข้าไปในกล่องเหล็กที่มีฟันเฟืองขนาดใหญ่เล็กอัดแน่นอยู่ภายในด้วยท่าทีจริงจังท่ามกลางเสียงของกลไกต่างๆ ของหอนาฬิกาที่ดังเป็นจังหวะต่อเนื่องทุกวินาที

 

และหลังจากที่เวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง ทีออสที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับรู้ถึงการมาของเดริคและเซียเลยแม้แต่น้อยก็ได้ยื่นมือของเขาที่ถืออุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับไขควงลอดผ่านเข้าไปภายในช่องว่างระหว่างฟันเฟืองเบื้องหน้าอย่างระมัดระวังและดึงเอาฟันเฟืองขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากภายในจนทำให้เสียงของนาฬิกาที่ดังอย่างต่อเนื่องมาตลอดหยุดเงียบลงไปพร้อมๆ กับที่เขาได้พูดบ่นออกมาเบาๆ

 

“เฮ้อ… เฟืองชุดนี้ก็มีปัญหาอีกแล้วงั้นสินะเนี่ย…”

 

“มีปัญหาอีกแล้วเรอะทีออส?”

 

“เหวอ—!!?”

 

ในทันทีที่มีเสียงของเดริคดังขึ้นมานั้นเอง ทางด้านทีออสที่ไม่ทันได้รู้ตัวว่ามีผู้มาเยือนนั้นก็ได้สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจจนทำให้บันไดที่เขานั่งอยู่เอนไปทางด้านข้างอย่างน่าหวาดเสียวเป็นเหตุให้เดริคจำเป็นต้องรีบเข้าไปจับมันเอาไว้พร้อมกับเอ่ยปากพูดเตือนขึ้นมาด้วยความตกใจเช่นเดียวกัน

 

“เฮ้ย!? ระวังหน่อยสิ! ทำแบบนั้นเดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก!”

 

“ถ้างั้นนายก็อย่าแอบเข้ามาเงียบๆ แบบนั้นสิเดริค!!”

 

ทีออสที่ได้เดริคช่วยเอาไว้นั้นได้พูดต่อว่าเพื่อนของเขาที่เขาคิดว่าอีกฝ่ายแอบย่องเข้ามาเงียบๆ ขึ้นมา และนั่นก็ทำให้เซียที่เห็นว่าเด็กหนุ่มทั้งสองคนทำท่าเหมือนกับว่าจะได้ต่อล้อต่อเถียงกันยาวต้องพูดอธิบายออกมาให้เขาได้ฟัง

 

“เมื่อกี้นี้เดริคเขาเรียกทักนายตั้งแต่ตอนที่เดินเข้ามาแล้วนะ”

 

“เอ๋? จริงหรอครับคุณเซีย?”

 

คำพูดของเซียนั้นได้ทำให้ทีออสต้องหันไปพูดถามเธอขึ้นมาด้วยความแปลกใจ ซึ่งทางด้านเซียก็ได้ยักไหล่กลับมาให้เขาแบบส่งๆ จนทำให้ทีออสได้แต่หันไปสอบถามเดริคที่มีเวลาว่างแวะมาหาเขาในวันทำงานได้อย่างน่าเหลือเชื่อแทน

 

“ว่าแต่ไหนนายบอกว่าวันนี้มีคนจ้างให้ไปช่วยย้ายบ้านหรืออะไรสักอย่างไม่ใช่หรอ ไหงถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”

 

“งานที่ว่านั่นมันตั้งแต่เช้าแล้วหนู ส่วนตอนนี้น่ะมันเที่ยงแล้ว รีบๆ ลงมาจากบันไดได้แล้วมา ฉันเอาข้าวเที่ยงมาฝากนายด้วยน่ะ”

 

“หะ…? นี่เที่ยงแล้วหรอ?”

 

ทีออสที่ดูเหมือนว่าจะทำงานจนลืมเวลานั้นได้แสดงท่าทีแปลกใจออกมาอย่างปิดไม่มิดก่อนที่เขาจะรีบไต่ลงมาจากบันไดทรงสูงที่เขานั่งอยู่เพื่อลงมาหาเพื่อนของตนจนทำให้เดริคที่เห็นแบบนั้นแทบจะหลุดหัวเราะออกมา

 

“ก็เออน่ะสิ นี่นายเป็นช่างทำนาฬิกาประสาอะไรถึงลืมเวลาได้ลงคอเนี่ยหะทีออส”

 

“แหะๆ ก็เวลาต้องใช้สมาธิมากๆ มันก็มีลืมๆ กันบ้างนั่นแหล่ะ”

 

ทีออสที่ได้ยินเดริคพูดล้อเขานั้นได้หัวเราะพูดตอบเพื่อนของเขากลับไปแบบไม่ถือสาอะไรมาก ในขณะที่ทางด้านเซียที่หันไปมามองซ้ายมองขวาในสถานที่ที่เธอไม่คุ้นเคยนั้นก็ได้พูดถามทีออสที่เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการในส่วนที่เกี่ยวกับกลไกต่างๆ ของหอนาฬิกาประจำเมืองแห่งนี้ขึ้นมา

 

“ว่าแต่งานในส่วนของกลไกนาฬิกามันยุ่งยากขนาดนั้นเลยหรอ ฉันเคยได้ยินมาว่าเขาวางแผนจะสร้างหอนาฬิกานี่กันตั้งนานแล้วแถมยังมีการตรวจสอบแบบแปลนกันตั้งหลายรอบ เพราะงั้นก็ไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยากเลยนี่ แบบว่าแค่สร้างไปตามแบบแปลนอะไรประมาณนั้น?”

 

“เอ้อ… ถ้าเรื่องนั้นมันก็…”

 

คำพูดของเซียนั้นได้ทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองที่กำลังขยี้หัวกันเล่นอยู่ชะงักไปกันไปในทันทีก่อนที่เดริคจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองและโยนภาระในการอธิบายไปให้ทีออสที่เป็นผู้รับผิดชอบและเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงแทน

 

“เอาเป็นว่านายอธิบายเองเลยก็แล้วกันนะทีออส”

 

“เฮ้อ…”

 

ทีออสที่ถูกเพื่อนของตนโยนเรื่องยุ่งยากมาให้นั้นได้แต่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเดินนำทุกคนไปยังโต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของกล่องกลไกนาฬิกาและทรุดตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้แล้วจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องให้เซียได้ฟัง

 

“ก็ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องวางแผนก่อสร้างนี่รวมเวลาแล้วมันก็เกือบจะเป็นสิบปีอย่างที่คุณเซียเข้าใจนั่นแหล่ะครับ”

 

“ก็นั่นแหล่ะ แล้วตัวอาคารเองมันก็ถูกสร้างจนเสร็จมาได้สักพักนึงแล้วนี่ แล้วถ้าเกิดว่านายเริ่มเข้ามาทำงานทันทีตั้งแต่ที่ตัวอาคารสร้างเสร็จจนถึงตอนนี้นายก็น่าจะปิดงานได้สบายๆ อยู่แล้วไม่ใช่หรอ?”

 

“ก็ถ้าเกิดว่าทุกอย่างมันง่ายแบบนั้นมันก็คงจะดีน่ะสิครับ…”

 

“นายหมายความว่าไง?”

 

คำตอบของทีออสพูดพูดตอบกลับมาเบาๆ พร้อมๆ กับที่เขาได้หลบสายตาหันหนีไปทางอื่นนั้นได้ทำให้เซียต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจและพูดถามกลับไปด้วยความสงสัย และนั่นก็ทำให้ทีออสนิ่งเงียบไปสักพักใหญ่ก่อนที่เขาจะพูดตอบกลับมาเบาๆ

 

“คุณเซียเคยได้ยินชื่อ ‘แคทเธอรีน’ หรือเปล่าครับ เจ้าของฉายา คล็อกเวิร์ค แคทเธอรีน ที่เป็นช่างกลไกและนักประดิษฐ์คนนั้นน่ะครับ”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 169 Eccentric Affinity"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved