Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 564 ตระกูลทาชิ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 564 ตระกูลทาชิ
บทที่ 564 ตระกูลทาชิ
ภายในดินแดนทะเลแห่งนี้ การเดินทางไปพร้อมกับตระกูลทาชิมันเป็นไปอย่างราบรื่นมากๆ
ในจักรวรรดิแห่งนี้แทนจะไม่มีใครกล้าที่จะมีเรื่องกับตระกูลทาชิเลย ซึ่งมันก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะก่อเรื่องขึ้นเช่นกัน
คนของตระกูลทาชิไม่ได้สนใจเรื่องอิทธิพลหรืออํานาจที่พวกเขามี พวกเขามองว่าทุกคนในจักรวรรดิพุทธเป็นเหมือนเพื่อนและมิตรของพวกเขา ซึ่งมันก็เป็นผลมาจากที่ตระกุลทาชิไม่ได้
ต้องการอํานาจอะไรเลย ยังไม่พอเท่านั้นเหล่ากษัตริย์ยังอยากให้ลูกสาวของพวกเขาแต่งงานกับคนของตระกูลทาชิอีกด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่าขุนนางเหล่านั้นยังปฏิบัติดูแลพวกเขาเป็นอย่างดีอีกด้วย เมื่อกล่าวออกมาขนาดนี้แล้วก็บอกได้เลยว่าตระกูลทาชิเป็นตระกูลที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก หรืออาจจะเป็นทุกคนเลยก็เป็นได้
ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม แต่คริสเตนก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะต้องพูดเรื่องเหล่านั้นออกมา ทั้งหมดในตอนนี้ แม่น้ําวอร์ฮอร์สที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิพุทธ
ตามตํานานที่เคยกล่าวไว้ จักรพรรดิผู้ก่อตั้งอาณาจักรพุทธได้รับความเมตาจากเหล่าสัตว์เวทย์สร้างแม่น้ําสายนี้ขึ้นมา สัยว์เวทย์ที่สร้างแม่น้ํานี้คือม้า จักรพรรดิเลยตั้งชื่อแม่น้ํานี้ว่า วอร์ฮอร์ส หรือแม่น้ําม้าเหล็กที่เคยกล่าวมา
อาณาจักรของพวกเขาอยู่ไปทั่วแม่น้ําสายนี้ ซึ่งก็แน่นอนว่าพวกเขามีพื้นที่ดินน้อยมาก ทําให้พวกเขาไม่มีแร่หรือความอุดมสมบูรณ์ของป่า อาจจะต้องบอกได้เลยว่านี่เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการเป็นอย่างมาก
ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ตระกูลทาชิก็ได้อยู่ที่นี่มาเป็นพันปีแล้ว แต่พวกเขาเองก็ไม่ได้คิดที่จะยึดอาณาเขตหรือขยายอํานาจ และพวกเขาเองก็ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นอีกด้วย พวกเขาอยู่กับแค่คนในตระกูลเท่านั้น พวกเขายังได้ทําฟาร์ม ซึ่งพวกเขาได้ค้นหาพื้นที่เพื่อทํานาเป็นขั้นบันได เพื่อปลูกข้าวไผ่ และพวกผักสีเขียน ถึงแม้ในเมืองของพวกเขาจะมีแต่น้ํา พวกเขาก็เหมือนได้อยู่พื้นที่ที่เหมือนกับสวรรค์ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยจะมีอะไรเลย
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ในสายตาของคนอื่นๆ นี่อาจจะเป็นตัวอย่างของความไม่ก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม ตระกูลทาชิเองก็เหมือนจะชอบใช้ชีวิตแบบนี้ พวกเขาขายข้าวไผ่และผักต่างๆ
มากมายแต่มันก็ไม่ใช่ผักวิเศษอะไร สิ่งนี้ทําให้ผลกําไรต่อปีของพวกเขาน้อยกว่าคนอื่นๆมาก แต่มันก็ยังสามารถสร้างความสบายใจให้กับคนในตระกูลได้
แต่เมื่อผ่านไปหลายปีตระกูลทาชิก็ยังคงเป็นตระกูลใหญ่ ซึ่งอยู่จุดสูงสุดของตระกูลอื่นๆ และตระกูลอื่นๆ ก็ยังคงพบกับความเลวร้าย แต่ตระกุลทาชิก็ยังคงเหมือนเดิม พวกเขาใช้ชีวิตของพวกเขาอย่างสงบสุขเหมือนกับที่พวกเขาทําไว้ตั้งแต่แรก และสิ่งนี้เองที่ทําให้คนอื่นๆ พูดไม่ออก
เมื่อคิดจะพูดถึงเรื่องของพวกเขา
อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าเจ้าคิดว่าตระกูลทาชิอ่อนแอมันก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่มันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เนื่องจากตระกูลทาชิเป็นตระกูลแห่งลมพวกเขามีจอมเวทย์หรือเทพผู้มีพลังในการใช้เวทย์ลมอยู่เป็นจํานวนมาก ภายในตระกูลของพวกเขา
ซึ่งตระกูลอื่น อาจจะมีจอมเวทย์ที่อยู่ในระดับเจ็ดหรือแปด แต่พวกเขาต้องการความเคารพ และเงินทองเป็นอย่างมากเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขา แต่มันก็แตกต่างจากตระกูลทาชิ คนอื่นอาจจะมองว่าพวกเขาเป็นเพียงชาวนาที่ต้องคอยดูแลพืชผลของพวกเขา ซึ่งเขาคนนั้นอาจจะเป็นจอมเวทย์ระดับเจ็ดก็ได้ คนอื่นอาจเห็นว่ามีคนตัดไม้กําลังทํางานอยู่อย่างเงียบ โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนๆ นั้นอาจจะเป็นจอมเวทย์ระดับแปดก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีตระกูลไหนในจักรวรรดิพุทธ ที่เหมือนกับตระกูลทาชิ
แท้จริงตระกูลลลทาชิถูกสอนมาให้ทําดีต่อทุกๆ คนพวกเขาเคยช่วยเหลือตระกูลอื่นๆ ใน จักรวรรดิพุทธมามากมาย ก่อนที่จะทําให้ทุกคนไม่รู้จะขอบคุณพวกเขายังไงดี ซึ่งก็พูดได้เลยว่า ตระกูลทาได้แยกตัวออกจากเรื่องทางการเมืองออกมาโดยที่ไม่ได้สนใจเลย
และเมื่อกิลแห่งความสว่างมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากพวกมันก็คิดที่จะจัดการกับตระกูลทาชิ
เพราะพวกเขาไม่เห็นด้วยกับกิลแห่งความสว่าง แต่เมื่อคิดที่จะจัดการพวกเขาก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปเลย ตระกูลทาชิไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้น พวกเขาสนใจเรื่องเกี่ยวกับการทํานาและปลูกผักของพวกเขามากกว่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนชีวิตของพวกเขาไปแล้ว พวกเขาจึงไม่สามารถทิ้งมันไปได้แม้เพียงครั้งเดียว และเมื่อกิลแห่งความสว่างคิดที่จะจัดการกับตระกูลทาชิ ตระกูลอื่นๆ ที่อยู่ในจักรวรรดิก็ไม่ได้เห็นด้วยและขับไล่กิลแห่งความสว่างออกไป ในที่สุดกิลแห่งความสว่างก็ต้องยอมและถอยกลับไป
แม้ว่าเจ่าไห่จะรู้เรื่องของตระกูลทาชิมาบ้างแล้ว แต่เขาเองก็ไม่ใช่คนของจักรวรรดิพุทธ เจ่าไห่ได้อ่านจากหนังสือที่เขาเคยเห็นเท่านั้น ความเป็นจริงของตระกูลทาชิเจ่าไห่แทบจะไม่รู้เลยสักเรื่อง
หลังจากที่พวกเขาแล่นเรือไปในแม่น้ําวอร์ฮอร์สมาแล้วสามวัน ในที่สุดพวกเขาก็ล่องเรือเข้าไปในแม่น้ําที่เป็นสายแยกไป ซึ่งรู้จักกันในชื่อโบว์มิ และไม่นานนักเรือของพวกเขาก็หยุดอยู่ในสถานที่ที่มีชื่อว่าสวนดอกไม้บาน
เมื่อมองไปทางตะวันตกจะเห็นท่าเรืออยู่ ท่าเรือนี้เป็นท่าเรือส่วนตัวของตระกูลทาชิ และที่นี่ก็เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของตระกูลทาชิอีกด้วย
หลังจากเรือทั้งสองของพวกเขาก็หยุดลง เมื่อลงจากเรือแล้วเจ่าไห่ก็มองเห็นคนเป็นจํานวนมาก พวกเขาใส่เสื้อคลุมสีฟ้าและคนที่เดินเข้ามาหาพวกเขาเป็นชายแก่ที่ใส่เสื้อคลุมสีฟ้าชุดของเขาไม่ได้ดูดีเลยแม้แต่น้อย เสื้อคลุมที่เขาใส่เหมือนนักเวทย์ที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย ซึ่งเขาดูไม่ได้มีคุณสมบัติอะไรเลยแม้แต่น้อย
ผมของชายแก่นั้นเป็นสีขาวไปหมดทั้งหัวแล้ว เขามีใบหน้าที่เหี่ยว ซึ่งมันก็ทําให้เขาดูเหมือนจอมเวทย์แก่ๆ ที่ไม่มีความสําเร็จในชีวิตของเขา แต่ถึงจะมองว่าเป็นเช่นนั้นก็ตามเจ่าไห่เองก็ไม่กล้าที่จะดูถูกชายแก่คนนี้เลย แม้ว่าชายแก่คนนี้จะดูอ่อนแอ แต่สัญชาตญาณของเจ่าไห่กําลังบอกเขาว่าชายแก่คนนี้เป็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งมาก
หลังจากที่พวกเขาลงมาจากเรือหมดแล้ว คริสเตนลงจากเรือเองด้วยไม่ได้พึ่งพาใคร ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาได้ส่งข่าวเกี่ยวกับการมาของเจ่าไห่ให้กับชายแก่รู้เรื่องแล้ว
คริสเตนเดินไปหาชายแก่พร้อมกับก้มค่านับ ชายแก่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “ดี..ดีจริงๆ ข้าดีใจมากที่เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ให้ไป แต่เจ้าก็ยังดื้อที่จะไป จริงสิแขกที่เจ้าพามาอยู่ไหนหล่ะ?”
จากนั้นชายแก่ก็หันไปมองเจ่าไห่ เจ่าไห่ไม่ได้ลละเลยกับสิ่งที่ต้องทํา เจ่าไห่เป็นชายที่มีมารยาทมากเขาก้มค่านับชายแก่ทันที และพูดว่า “ข้า..เจ่าไห่แห่งตระกูลบูดายินดีที่ได้พบท่านชายแก่ยิ้ม และคํานับกลับ “ข้าชื่อชูโน่แห่งตระกูลทาชิ ยินดีที่ได้พบเจ้าเช่นกัน” เจ่าไห่พูดออกไปด้วยความเร็ว “ท่านไม่ต้องคํานับข้าที่เป็นเด็กก็ได้ ข้าคิดว่าท่านน่าจะเป็นคุณปู่ของข้าแล้ว ไม่ต้องคํานับข้าหรอก ข้าไม่สมควรที่จะได้รับมัน”
ชูโน่มองไปที่เจ่าไห่ด้วยรอยยิ้ม “นายน้อยเจ่าไห่ได้ช่วยเหลือหลานสาวของข้า นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ชายแก่จะได้รับ ข้ายินดีที่จะคํานับเจ้าไมควรดูที่อายุ”
เจ่าไห่ยิ้ม “คุณปู่ ข้าขอขอบคุณและยินดีช่วยเหลือ ซึ่งมันก็เป็นความบังเอิญที่ข้าได้ผ่านไปที่นั่นพอดี ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ลําบากเลยจริงๆ”
ชูโน่ยิ้มและเขาเองก็ไม่ชอบคุยเรื่องเดิมๆ เขาพูดขึ้นมาทันทีว่า “จริงสิ ในเมื่อวานนี้เจ้ามาที่ตระกูลของเรา แน่นอนว่าพวกเราก็พร้อมที่จะแสดงไมตรีให้เจ้าเห็น” ชูโน่เริ่มเปลี่ยนวิธีพูดกับเจ่าไห่เหมือนกับพวกเขาสนิทกันมากขึ้น
เจ่าไห่สังเกตเห็นท่าทางที่พวกเขามีต่อเจ่าไห่ เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าสร้างปัญหากับท่านหรือเปล่า?” จากนั้นไม่นานก็มีคนนํารถม้ามาที่พวกเขาเพื่อเดินทางไปยังอีกทีนึง แต่พวกเขาหลายคนก็ไม่ขึ้นรถเลย ดูเหมือนว่าคนของตระกูลทาชิจะเป็นแบบนี้กันหมด
ตอนนี้เจ่าไห่เริ่มที่อยากจะรู้การใช้ชชชีวิตของตระกูลทาชิมากขึ้นแล้ว เจ่าไห่ไม่คิดเลยว่าจะมีตระกูลที่มีอายุมาแล้วเป็นพันๆปีที่ใช้ชีวิตแบบธรรมดาอยู่ ทําให้เจ่าไห่หยุดคิดไม่ได้เลยว่ามันจะดีแค่ไหนถ้าเขาเกิดมาในตระกูลแบบนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาเจอมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาอยากเจอมากๆ
หลังจากที่พวกเขาขึ้นรถม้าไป พวกเขาทั้งหมดเดินทางไปในดินแดนของตระกูลทาชิ เมื่อเดินทางมาได้สักพักเจ่าไห่ก็เห็นว่าพื้นที่ส่วนมากเป็นภูเขาไม่ค่อยมีพื้นที่ราบ และเส้นทางที่พวกเขากําลังเดินทางผ่านอยู่นั้นก็มีแต่ภูเขาที่ปูทางด้วยหิน
เจ่าไห่มองไปที่ข้าวไผ่ที่เขียวอุ่มบนภูเขา จากนั้นเจ่าไห่ก็หันไปหาลอร่าและพูดว่า
สถานที่ที่ดีจริงๆ มันเป็นสถานที่ที่ดีกว่าแดนทมิฬของเรามาก
“ที่นี่เป็นลอร่ายิ้มและพูดว่า “วิถีชีวิตของพวกเขามันน่าอัศจรรย์จริงๆ ฉันไม่คิดเลยว่าจะมีตระกูลที่มีอายุเป็นพันปีที่ยังใช้ชีวิตอยู่แบบนี้จริงๆ ฉันเคยได้ยินมาอยู่บ้างว่าตระกูลทาชิใช้ชีวิตกันแบบไหน แต่ฉันเองก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตแบบนั้นจริงๆ”
หลังจากข้ามภูเขาไปสองลูกรถม้าของพวกเขาก็หยุด เจ่าไห่ไม่ได้ลงจากรถม้าในทันที พวกเขากําลังตื่นเต้นกับการมองสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นอยู่จนลืมทําอย่างอื่น
หมู่บ้านที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาไม่ได้แตกต่างจากหมู่บ้านสองภูเขาที่พวกเขาผ่านมาเลย บ้านแต่ละหลังทําจากก้อนหิน ซึ่งรอบๆ บ้านก็มีการปลูกผลไม้หลายอย่าง ไม่พอเท่านั้นภายในหมู่บ้านยังเห็นสุนัขวิ่งเต็มไปหมด และก็ยังได้ยินเสียงหมูร้องตลอดเวลา ซึ่งที่นี่ก็เหมือนกับหมู่บ้านในที่อื่นๆ
อย่างไรก็ตามหมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้เคยเป็นที่พักของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุด เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทําให้เจ่าไห่มองโดยที่สมองของเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลย
และในตอนนี้ก็มีเสียงคนเดินมาที่รถม้าของเจ่าไห่ เสียงเดินทําให้เจ่าไห่รู้สึกตัวและพาลอร่า พร้อมกับคนอื่นๆ ลงจากรถม้า ชูโน่มาถึงที่รถม้าของเจ่าไห่ด้วยรอยยิ้ม “เจ่าไห่ ที่นี่คือที่ที่ข้าอาศัยอยู่ มันค่อนข้างเป็นสถานที่ที่ธรรมดาเจ้าคงจะไม่โกรธข้าใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ่าไห่ตอบทันที “ที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีมากๆ ข้าสิที่ต้องขอบคุณท่านที่ดูแลข้าเป็นอย่างดี” ชูโน่ยิ้มและพาพวกเจ่าไห่เดินเข้าไปในลานบ้าน คริสเตนท์เดินตามพวกเขาอยู่ข้างหลังในขณะที่คนอื่นๆ ก็กลับบ้านของตัวเอง
เมื่อเข้ามาในบ้านแล้ว เจ่าไห่ก็มองเห็นคนแก่อีกนพร้อมกับเด็กอีกสองคนที่กําลังวิ่งเล่นกันอยู่
คริสเตนเข้ามาภายในบ้านและรีบวิ่งไปหาคนแก่ที่กําลังนั่งอยู่ทันที เพื่อเข้าไปกอดหญิงแก่คนนั้น “คุณย่าหนูคิดถึงย่ามากๆเลย” หญิงแก่มองไปที่เจ่าไห่และหันกลับไปมองคริสเตน “เด็กดี หนูไปเชิญแขกเข้ามาข้างในเสียก่อน”
เจ่าไห่มองไปที่หญิงแก่ที่นั่งอยู่และรู้ได้ทันทีว่าเธอเองก็เป็นจอมเวทย์ที่มีความแข็งแกร่งด้วย เช่นกัน เจ่าไห่เองไม่เคยเห็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งเป็นผู้หญิงเหมือนเธอมาก่อนเลย ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นภรรยาของเฒ่าของเมืองนี้อีกด้วย
ในตอนนี้เจ่าไห่ก็เข้าไปในห้องพร้อมกับชูโน่ด้วย ภายในห้องค่อนข้างใหญ่ เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นเก้าอี้ไม้และก็มีโต๊ะไม้อยู่ข้างๆ กันซึ่งมันเป็นของที่เก่ามากๆ สิ่งของที่อยู่ในห้องมีกลิ่นที่ทําให้รู้ว่ามันเก่ามาก
หลังจากที่พวกเขานั่งลงคริสเตนก็เอาน้ํามาให้พวกเขา จากนั้นชูโน่ก็มองไปที่เจ่าไห่ด้วยรอยยิ้ม “เจ้าไม่เคยพบกับสถานที่แบบนี้ใช่ไหม? เจ่าไห่”
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “ไม่เลย ข้าเองก็เห็นสถานที่แบบนี้มาบ่อยครั้ง ปีที่แล้วข้าเองก็เคยอยู่ ในสถานที่ประมาณนี้ แต่มันแย่กว่าที่นี่มากๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็เถอะ สถานที่ที่ข้าอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากที่นี่มากนัก”
ชูโน่นยิ้ม “ตระกูลทาชิของข้าใช้ชีวิตแบบนี้มานานเท่าที่ข้าจ่าได้ มันก็เลยทําให้เราคุ้นเคยกับมันแล้ว จริงสิข้าได้ยินมาว่าจุดประสงค์ของเจ้าในครั้งนี้คือการไปพบกับคนแคระใช่ไหม?” เจ่าไห่พยักหน้า “ข้าตั้งใจมาทําการค้ากับเหล่าคนแคระ แต่ข้ารู้สึกได้เลยว่าข้าเองยังไม่คุ้น
เคยกับสถานที่และผู้คนที่นี่เลยแม้แต่น้อย ข้าอยากจะขอความช่วยเหลือจากท่านปู่ด้วย ชูโน่ยิ้มและพูดว่า “ไม่จําเป็นต้องขอร้องเลย เจ้าได้ช่วยคริสเตนไว้นั่นก็เป็นเรื่องที่ข้างไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว ถ้าหากจะได้ตอบแทนข้าก็เต็มใจ ถ้าหากว่าข้าได้ช่วยเจ้าสักนิดข้าจะดีใจมากๆ”
เจ่าไห่ยิ้ม “ท่านก็พูดเกินไป ข้าเองรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลยที่ท่านพูดเช่นนี้ จากคนที่ข้าเองให้ความเคารพ เช่นท่านจริงๆ”
ชูโน่นยิ้ม “เอาล่ะ ไม่ต้องพูดเรื่องนั้นหรอก ข้าอาจจะต้องขอให้เจ่าไห่อยู่ที่นี่สองสามวัน เนื่องจากข้าจะต้องจัดการกับเรื่องนี้ก่อน หลังจากที่ข้าจัดการเรื่องนี้เสร็จ ข้าจะพาเจ้าไปที่ภูเขา
คนแคระด้วยตัวข้าเอง ข้าเชื่อว่าคนแคระเหล่านั้นจะไว้หน้าข้าคนนี้บ้าง”
เจ่าไห่มองด้วยความเกรงใจก่อนที่จะพูดว่า “ข้ากลัวว่าข้าจะทําให้ท่านต้องเดือดร้อนมากเกินไปหรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ข้าต้องขออภัยจากใจของข้าด้วย ชูโน่โบกมือเหมือนกําลังจะบอกว่าไม่เป็นไร “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ข้ามีเพื่อนที่ดีหลายคนใน เหล่าคนแคระ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นเลย จริงสิข้าอาจจะรบกวนเวลาเจ้ามากเกินไปแล้ว เจ้าน่าจะได้พักผ่อน อีกสักพักข้าจะให้คนไปตามเจ้าและคนอื่นๆ มากินอาหารค่ํากัน” เจ่าไห่ทําตามทันที จากนั้นเขาก็พาลอร่าและคนอื่นๆ ออกไป
หลังจากเดินออกจากบ้านมา พวกเขาก็เห็นว่าคริสเตนรอพวกเขาอยู่ข้างนอกแล้ว อย่างไรก็ตาม ดูเหมืการแต่งตัวของคริสเตนจะแตกต่างไปจากตอนที่พบกันครั้งแรก ครั้งแรกที่เจอกันเธอ
ใส่กระโปรงยาวผมของเธอค่อนข้างรุงรัง แต่ตอนนี้คริสเตนเธอใส่เสื้อผ้าธรรมดาและผมของเธอยังมัดเปียด้วย เธอดูเหมือนชาวบ้านที่น่ารัก
คริสเตนค่านับเล็กน้อย “เจ่าไห่ตามฉันมาได้เลย” จากนั้นเธอก็พาเจ่าไห่ไปยังบ้านพักใกล้ๆ
หลังจากมาถึงบ้าน คริสเตนก็หันหน้าไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “ที่นี่เป็นบ้านพักที่ปู่ข้าฉันได้เตรียมไว้ให้ มันอาจจะดูค่อนข้างธรรมดาไปหน่อย ฉันหวังว่าท่านจะไม่โกรธพวกเรานะ” เจ่าไห่เข้ามาในบ้าน ซึ่งมันก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น ข้างในแบ่งออกเป็นสองส่วน ห้องนั่งเล่นและห้องนอน หากมองดีๆ จะเห็นได้เลยว่าห้องสะอาดมาก
เจ่าไห่หันหน้าไปทางคริสเตนและพูดว่า “น้องคริสเตนเจ้าไม่ต้องกลัวพวกเราโกรธเลย ที่นี่มันดีมาก ข้าชอบที่นี่มากๆเลย ขอบคุณเธอและตระกูลทาชิมากจริงๆ”
คริสเตนยิ้มและพูดว่า “เห็นท่านเป็นเช่นนี้ฉันก็ดีใจ งั้นฉันก็ขอตัวออกไปก่อนเพื่อที่จะให้พวกท่านพักผ่อน หากว่าท่านต้องการอะไรก็บอกฉันได้เลย”
และเดินดูในบ้าน
เจ่าไห่หพยักหน้าจากนั้นคริสเตนก็หันกลับและเดินออกไป เม็กและคนอื่นๆ ก็เข้ามาข้างใน
ลอร่ายิ้มและหันไปหาเจ่าไห่ “พี่ไร่ฉันไม่คิดว่าตระกูลทาชิจะใช้ชีวิตกันแบบนี้เลยจริงๆ มันเป็นสิ่งที่น่าแปลกมาก”
เจ่าไห่หยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่คิดเหมือนกันว่าตระกูลทาชิที่มีชื่อเสียงจะมีวิถีชีวิตแบบนี้ มันไม่ได้เป็นไปตามที่ข้าคิดเลย ซึ่งไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหนพวกเขาก็ยังเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเดิม มันเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “พวกเขาทําให้คนอื่นๆ ชอบพวกเขา แต่ฉันรู้สึกว่าสิ่งที่เราเจอมันคล้ายๆกับตระกูลทาชิ เรามีความแข็งแกร่งที่จะยึดครองทุกที่แต่เราก็เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบธรรมดา บางทีพวกเราอาจจะกําลังใช้ชีวิตเหมือนกับพวกเขาก็ได้
ผู้แปลได้อุปกรณ์การแปลแล้วจะกลับมาแปลให้อ่านทุกๆ วันนะครับ