Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 563 - คนแคระ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 563 - คนแคระ
บทที่ 563 – คนแคระ
คริสเตนขมวคิ้วและเธอก็ตัดสินใจพร้อมกับพูดว่า “เจ้าไม่ควรรีบไปที่นั่น แต่จงไปที่ตระกูลของเราก่อนเถอะ บางทีข้าอาจจะช่วยเหลือเจ้าในการติดต่อกับคนแคระได้
เจ่าไห่มองไปที่คริสเตนด้วยรอยยิ้ม “เอาสิ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน ข้าอาจจะต้องขอรบกวนเธอหน่อยแล้วกัน มาสิมาขึ้นที่เรือของข้าดีกว่า เธอจะมาไหม?”
คริสเตนส่ายหัว “ข้าเองก็ขอขอบคุณท่านที่เชิญข้า แต่ข้าพึ่งเจอกับเรื่องที่เลวร้ายข้ายังมีเรื่องอีกมากที่ต้องท่า” เจ่าไห่พยักหน้าและก็กลับไปที่เรือของเขาพร้อมกับลอร่าและคนอื่นๆด้วย หลังจากที่กลับมาที่เรือแล้ว เจ่าไห่ก็สั่งให้เรือทั้งหมดมุ่งหน้าไปที่ยังเกาะทองคํา ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ก็ส่งข่าวไปยังคุนเรื่องที่เรือทั้ง 6 ล่าจะไปที่นั่นและให้จัดการกับเรือเหล่านั้น หลังจากที่จัดการทุกอย่างแล้ว เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็เข้าไปยังมิติทันที เมื่อพวกเขานั่งลง
พร้อมหน้ากันแล้ว เจ่าไห่ก็มองไปที่ลอร่าและพูดว่า “ดูเหมือนว่าการจัดการปัญหาในครั้งนี้มันจะเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ ถ้าตระกูลทาชิช่วยเราในเรื่องการติดต่อกับคนแคระมันก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายมากที่พวกเราจะประสบความสําเร็จ”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “นั่นมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะว่าจักรวรรดิพุทนั้นจริงจังมากกับเรื่องที่เกี่ยวกับหุบเขาคนแคระ หากว่ามีใครที่ติดต่อพวกเขาให้เรามันก็จะทําให้เราไม่ต้องมีปัญหากับใคร ดูเหมือนว่าคนแคระเหล่านั้นจะถนัดในการทําอาวุธเอามากๆ ถ้าหากว่าเข้าไปหาพวกเขาเองมันน่าจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากๆ”
เจ่าไห่ขมวดคิ้ว “แล้วตระกูลที่ยิ่งใหญ่ไม่มีใครพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยงั้นหรอ? พวกเขาปล่อยให้จักรวรรดิพุทผูกขาดธุรกิจกับคนแคระเหล่านั้นได้ยังไง?”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “พวกเขาทุกคนไม่ได้มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แม้ว่าธุรกิจที่ทําร่วมกับคนแคระจะสามารถทํากําไรได้ดีมาก แต่ตระกูลเหล่านั้นก็ไม่ได้ต้องการที่จะเข้าไปรุกรานจักรวรรดิพุท จักรวรรดิพุทยังมีวิธีที่จะจัดการกับผู้คนที่ต้องการติดต่อกับคนแคระเหล่านั้นอีกด้วยจริงๆ ถ้าพูดให้ง่ายๆเลยก็คือถ้าหากว่าจักรวรรดิรู้ว่าพวกเขาแอบติดต่อทําธุรกิจกับคนแคระเหล่านั้น พวกเขาจะหยุดกิจการของคนเหล่านั้น และก็จะทําให้พวกเขาได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก”
เจ่าไห่มอง เขาไม่คิดว่าจักรวรรดิพุทจะทําเช่นนี้จริงๆ แต่เขาก็รู้ได้ว่าจักรวรรดิจะต้องให้ความสําคัญกับเหล่าคนแคระและสินค้าที่พวกเขาจะได้รับให้มากๆ ไม่มีทางที่พวกเขาจะปล่อยมันให้กับคนอื่นง่ายๆ
ลิซซี่ยิ้ม “ไม่เพียงแค่นั้น จักรวรรดิพุทอาจจะบอกคนแคระเหล่านั้นเกี่ยวกับเรื่องแย่ๆ ของจักรวรรดิหรือคนอื่นๆ ซึ่งมันก็ทําให้พวกเขาติดต่อกับคนแคระเหล่านั้นได้ยากขึ้น”
เจ่าไห่ยิ้ม “นี่มันจะทําให้การเดินทางไปยังจักรวรรดิพุทน่าสนใจมากขึ้น ดูเหมือนว่าสิ่งที่เหล่าคนแคระทํามันจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ไม่งั้นก็คงไม่มีการดูแลจัดการมากขนาดนี้หรอก”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “มันอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วยอาวุธแบบเดียวกันและเหล็กแบบเดียวกัน ช่างตีเหล็กของของพวกเรา ไม่อาจเปรียบเทียบกับคนแคระได้ อาวุธที่มนุษย์ดีขึ้นมา อาจจะหักระหว่างการต่อสู้ได้ ในขณะที่ดาบของคนแคระยังอยู่ได้ในสงครามอีกหลายครั้ง และก็ไม่ต้องพูดถึงความคมของมันเลย ด้วยความสามารถเหล่านี้จึงทําให้พวกเขาจะต้องได้รับการจัดการที่ดีและการดูแลที่ถูกต้องด้วย”
เมแกนก็พยักหน้าเช่นกัน “ฉันเคยอ่านมาว่าคนแคระเหล่านั้นเคยทํามีดสั้นมาก่อนด้วย มีกนั้นไม่ได้สวยงามหรือดึกดูดสายตาของผู้คน แต่มันก็มีความคมมากกว่ามีดที่คนธรรมอย่างพวกเราตีขึ้นมาก และเมื่อเอามีดของคนแคระและมีดของคนมาฟันกันก็จะเห็นได้เลยว่ามีดของคนจะหักออกเป็น 2 ชิ้น”
เจ่าไห่พยักหน้า “นั่นก็แสดงว่ามีดสั้นของคนแคระมันดีมากอย่างนั้นหรอ? แต่ข้าเองก็อยากรู้ว่าเมื่อมันได้เจอกับเครื่องแปรรูปของเราแล้วมันจะเป็นเช่นไร?”
ลอร่าส่ายหัว “ฉันกลัวว่ามีดของคนแคระจะแข็งแกร่งกว่า พวกเขาทํามันด้วยมือของพวกเขา จนกลายเป็นมีดมันน่าจะดีกว่า”
เจ่าไห่เห็นด้วย จากนั้นเขาก็มองไปที่ลอร่า “ข้าจะไปเขียนจดหมายไปถึงปู่คุน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเหล่านี้ให้พวกเขาฟัง ข้าคิดว่ามันจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเพื่อให้พ่อตาและคนอื่นๆ รู้เรื่องนี้เพื่อที่พวกเขาจะได้เตรียมการที่เหมาะสม”
เมแกนพยักหน้า “ฉันก็คิดเหมือนกับท่านพี่ แต่ตอนนี้ถ้าหากพูดถึงเรื่องกิลแห่งความสว่างพวกเขาคงไม่กล้าทําอะไรที่จักรวรรดิโรเซ่นอีกแล้ว พวกเขาจะต้องเจอกับความตาย ดูเหมือนว่ากิลแห่งความสว่างจะโดนเกลียดเข้าจริงๆ แล้วแม้แต่คนธรรมดาทั่วไปก็ต่อต้านพวกเขา มันคงเป็นเรื่องยากมากที่พวกเขาจะสามารถกลับคืนจักรวรรดิได้”
เจ่าไห่ยิ้ม “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามขอแค่เตรียมพร้อมไว้มันก็จะดีกว่า ในเวลาเดียวกันข้าเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าตระกูลทาชิจะมีท่าทางยังไงกับเรื่องเหล่านี้ ถ้าหากว่าตระกูลทาชิ ไม่ได้ทําอะไร ข้าเองจะเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดเองเพื่อจัดการกับกลุ่มคลื่นสมุทรด้วย ข้าจะทําให้คนเหล่านั้นถอนออกจากกิลแห่งความสว่างให้ได้มากที่สุด”
ลอร่าพยักหน้า “ก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน กิลแห่งความสว่างทําเรื่องร้ายมาตลอดพวกเขาน่ารําคาญมากเกินไปแล้ว แม้ว่าพวกมันจะแข็งแกร่งแต่พวกเราก็ต้องจัดการพวกมันออกไปให้ได้” เจ่าไห่ส่ายหัว “นั่นมันไม่ใช่ความคิดที่ดี หากว่าเราจัดการกับพวกเขาเลย ผู้คนทั่วทั้งโลกจะหันมาโจมตีพวกเราแทน นั่นมันจะทําให้สิ่งต่างๆ ยุ่งยากไปหมด เราได้แสดงพลักที่พวกเขาสามารถยอมรับได้ แต่ถ้าหากว่าเราทําอะไรไปมากกว่านี้พวกเขาจะกลายเป็นกลัวพวกเราและรวมกันต่อต้านพวกเราก็ได้”
ลิซซี่ถอนหายใจ “นั่นเป็นเรื่องที่จริงเลย ฉันไม่เข้าใจเลยว่าผู้คนในทวีปนี้พวกเขาคิดกันยังไง แต่สําหรับฉันแล้วตอนนี้พวกเขากําลังไปได้ด้วยดี อย่างน้อยก็ไม่มีใครมารบกวนพวกเรา” เจ่าไห่ยิ้ม “สิ่งที่ข้าต้องการคือการอัพเกรดมิติให้เร็วที่สุด เพื่อที่เราจะไม่ต้องกลัวใคร นอกจากนี้เราจะยังสามารถใช้ความสามารถของมิติได้มากขึ้น นั่นมันจะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”
เจ่าไห่พูดให้พวกเขาได้รู้ว่าเมื่ออัพเกรดมิติแล้วพวกเขาจะได้รับอะไรมา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่พวกเขาจะต้องร่วมมือกันทํา พวกเขายังคงคุยกันอยู่ภายในมิติ ก่อนที่เจ่าไห่จะบอกให้เจ่าฉินอี้ออกมาจากมิติเพื่อเฝ้าต้นทางไว้ ถ้าหากว่าคริสเตนมาเจอพวกเขามันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ เจ้าฉินอี้จะบอกเจ่าไห่ทันทีเมื่อมีคนมา เจ่าไห่และคนอื่นๆ ยังกลับไปที่ป้อมภูเขาเหล็กอีกด้วย
ดูเหมือนว่าในป้อมภูเขาเหล็กจะเรียบร้อยมากๆ แม้ว่าจะมีทาสจํานวนมากมาอยู่ที่นี่ซึ่งพวกเขามาจากหลายๆที่ แต่พวกเขาก็เชื่อฟังมาก และถ้าหากพวกทาสเหล่านั้นไม่เชื่อฟังเจ่าไห่มันจะเป็น เรื่องที่จัดการยากมากๆ แต่โชคดีที่พวกเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น
คาเรนยังคงเดินบ่นไปรอบๆ เครื่องจักรทุกๆ วันจนทําให้ลอร่าบ่นเรื่องนี้กับเจ่าไห่ ตอนนี้เจ่าไห่ไปดูว่าทาสเหล่านั้นกําลังทําอะไรอยู่ และพวกเขาก็ทําได้ดีมากๆ พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกจัดสรรใหม่แล้ว แต่เจ่าไห่ก็ยังบอกพวกเขาอีกว่านี่จะเป็นครั้งเดียวที่พวกเขาจะได้รับเมล็ดในการเพาะปลูกปีหน้าพวกเขาจะต้องหาและทําในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เจ่าไห่ยังได้วางแผนที่จะซื้อเมล็ดจากมิติเพื่อน่ามาขายให้กับทาสเหล่านั้น
พวกของเจ่าไห่พักอยู่ในป้อมภูเขาเหล็ก 1 วัน เช้าวันต่อมาคริสเตนส่งคนมาหาเจ่าไห่ หลังจากท่าเรือของพวกเขาแล้ว พวกเขาก็พร้อมแล้วที่จะเดินทางต่อ
การเดินทางของพวกเขาในตอนนี้สบายมากๆ พวกเขาไม่ได้เข้าไปพบการคนที่จะคิดร้ายกับพวกเขาเลย พ่อค้าที่ผ่านพวกเขาไปทักทายพวกเขาทุกคน
ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ตื่นเต้นที่ได้พบกับเจ่าไห่ เจ่าไห่ไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะรู้จัดกับเขาด้วย แต่หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็นึกขึ้นได้ว่าคนเหล่านี้เคยไปค้าขายที่เกาะทองคําของเจ่าไห่
ปัจจุบันเกาะทองคําเป็นท่าเรือการค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของทวีป คนที่ไปที่นั่น เพราะพวกเขาได้รับความปลอดภัย มีภาษีที่ตํารวมถึงสินค้าราคาถูกเมื่อเทียบกับที่อื่น
ที่สําคัญที่สุดคือมีพ่อค้าจํานวนมากที่ถูกโจรสลัดไล่ล่าและไปที่เกาะทองคําเพื่อซ่อนตัว แต่โจรสลัดเหล่านั้นไม่กล้าที่จะต่อต้านพวกเขา สิ่งนี้ทําให้พ่อค้าชอบที่จะเกี่ยวข้องกับตระกูลบูดา เจ่าไห่ทําให้ความตั้งใจของคนเหล่านี้กลับมา เขาแลกเปลี่ยนของขวัญกับพวกเขาและพูดคุยกับพวกเขาเล็กน้อยทําให้เจ่าไห่ เข้าใจในพวกเขาเหล่านี้
หลังจากการเดินเรือประมาณหนึ่งเดือนในที่สุดเจ่าไห่และคนอื่น ๆ ก็เข้าสู่ทะเลของทาชิ แต่พวกเขายังอยู่ไกลจากดินแดนของตระกูลทาชิมาก พวกเขายังคงต้องล่องเรือเป็นเวลา 5 วันก่อนที่จะมาถึง