Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 562 - การยืนยัน
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 562 - การยืนยัน
บทที่ 562 – การยืนยัน
คนรับใช้เดินเข้ามาและเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับพวกเขา เนื่องจากพวกเขาไม่ได้ถูกโจมตีนานนัก
จึงทําให้เรือของพวกเขาไม่ได้รับความเสียหายและการโจมตีที่ได้รับนั้นเป็นการโจมตีระยะไกล
จึงไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากนัก
พวกเขานั่งลงพร้อมกัน ในขณะที่คริสเตนเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนที่เค้าจะถูกโจมตี แม้ว่าตระกูลทาชิไม่ได้เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงและไม่ค่อยได้ทําธุรกิจ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องทําการค้าขายตระกูลอื่น ถึงจะเป็นยังงั้นก็เถอะ ในการซื้อขายของพวกเขาไม่ได้ซื้อของเป็นจํานวนมากเหมือนกับตระกูลอื่นๆ
ถ้าหากพูดถึงตระกูลอื่นพวกเขามีความแข็งแกร่งที่นะต้องรักษาสินค้าที่ดีอยู่แล้ว และพวกเขาจะต้องรักษาความแข็งแกร่งนั้นไว้
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ชอบทําการค้าขายแต่พวกเขาก็ไม่สามารถ ที่จะหลีกเลี่ยงจากเรื่องเหล่านี้ได้ และเนื่องจากพวกเขาไม่ได้มีเงินมากนักพวกเขาจําเป็นต้อง ยอมบ้างในบางเรื่อง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ
ภาระกิจในครั้งนี้ของคริสเตนก็คือมาทําการค้ากับจักรวรรณโรเซ็นแล้วก็กลับ ในจักรวรรดิโรเซ็น พวกเขาไม่ได้เข้าไปทําการค้าที่เกาะทองคําของเจ่าไห่ แต่พวกเขาต้องการไปที่เมืองแห่งน้ํา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้ว่าเกาะทองคําเป็นที่ที่ดีในการค้าขาย แต่พวกเขาก็ไม่อาจจะทําเช่นนั้นได้ เพราะพวกเขาเองไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะเลือกขนานนั้น จึงจําเป็นต้องทําการค้าที่เดิม แต่เมื่อพวกเขากําลังจะเดินทางกลับ จู่ๆก็มีเรือรบจํานวนนึงเขามาที่เรือของพวกเขา แม้ว่า พวกเขาจะมีวิธีการต่อสู้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถต่อสู้กับเรือจํานวนขนานนั้นได้ และที่แน่นอนเลยก็คือ เรือของพวกมันเป็นเรือรบแต่เรือของพวกเขามันคือเรือขนสินค้า ถ้าหากว่าเจ่าไห่ไม่ได้มา
ช่วยไว้พวกเขาก็ต้องจบลงที่นั่นแน่ๆ
หลังจากที่คริสเตนพูดจบเจ่าไห่ก็ยิ้มและพูดว่า “เราแค่อยากจะไปดูเมืองของพวกท่าน แต่ข้าเองก็ไม่ได้คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ แต่ข้าเองก็ยังสงสัยว่าทําไมพวกท่านถึงไม่โจมตีกับ เพราะข้าเองก็รู้มาว่าพวกท่านเป็นคนที่ฉลาดในการวางแผน ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่คนทั่วทวีปบอกต่อๆกันไปว่าตระกูลทาชินั้นเก่งมาก”
เมื่อคริสเตนได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด เขาก็มองไปที่เจ่าไห่ ก่อนที่จะพูดว่า “ท่านต้องการจะพูดอะไรกันแน่? จงพูดออกมาเถอะ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าคิดว่าพวกท่านน่าจะรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี่แน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดจากโจรสลัดทั่วไปแน่ มันจะต้องมีคนอยู่เบื้องหลังพวกเขาแน่ๆ และข้าเองก็คิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องเหล่านี้น่าจะมาจากตระกูลแห่งทะเลมืดหรือกลุ่มคลื่นทะเล ท่านคิดเหมือนกันกับข้าหรือไม่?”
คริสเตนพยักหน้าและพูดว่า “มันก็อาจจะเป็นไปได้ เหมือนกับสิ่งที่เจ้าพูดเพราะตระกูลของข้าเองก็มีความแข็งแกร่งอยู่บ้าง ถ้าเป็นโจรทั่วๆ ไปคงไม่คิดที่จะทําเช่นนั้นแน่นอน”
เจ่าไห่ยิ้ม “สิ่งที่ท่านพูดเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นจริงที่สุด ถึงแม้ว่าท่านจะบอกว่าท่านเองก็มีศัตรูอยู่ แต่ข้าเองก็ไม่ได้คิดว่าพวกเขาเหล่านั้นจะทําเช่นนี้นอกจากศัตรูที่น่ากลัวที่สุด?”
ครัสเตนมองเจ่าไห่ “ท่านกําลังคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้นั้นคือกิลแห่งความสว่างงั้นหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มันเป็นเรื่องที่น่าเป็นไปได้มากๆ เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดข้าจะให้คนที่ข้า ทําให้เป็นซอมบี้บอกเรื่องนี้ทั้งหมด ท่านคิดว่าเช่นไร?”
ดูเหมือนว่าคริสเตนจะไม่เข้าใจเรื่องที่เจ่าไห่กําลังจากบอกเธอ เธอมองไปที่เจ่าไห่และก็ไม่ได้รอช้า เธอพูดขึ้นทันทีว่า “ท่านกําลังจะบอกว่าท่านทําให้คนบนเรือลํานั้นกลายเป็นซอมบี้หมดแล้วงั้นหรอ? นั่นมันเป็นเรื่องที่ไม่ดีไม่ใช่หรือไง?”
เจ่าไห่ยิ้มออกมา “ทําไมมันจะไม่ดีงั้นหรอ? ข้าได้เปลี่ยนคนเป็นแสนๆ คนในจักรวรรดิอาร์ซูให้กลายเป็นซอมบี้ แล้วทําไมข้าต้องสนใจคนไม่กี่คนเหล่านี้ด้วย?” จากนั้นเจ่าไห่ก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปข้างนอก
คริสเตนมองไปที่ด้านหลังของเจ่าไห่ด้วยสายตาที่เกลียดชัง ตระกูลทาชิเป็นตระกูลที่มีจิตใจดี ดังนั้นจึงทําให้พวกเขาไม่เคยได้เห็นเรื่องที่โหดร้ายแบบนี้
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเธอจะได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูโเธอก็ยังคงเดินตามเจ่าไห่ออกไป ซึ่งมันก็อาจจะทําให้เห็นในอนาคตว่าพวกเขาจะไม่สนับสนุนให้เจ่าไห่ทําเช่นนี้ แต่ดูเหมมือนว่าเจ่าไห่เอง ก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เจ่าไห่เองไม่ได้ต้องการเป็นผู้มีพระคุณของใครอยู่แล้ว เหตุผลที่เจ่าไห่เข้าไปช่วยก็เพราะว่าเจ่าไห่ต้องการเข้าไปจัดการกับกิลแห่งความสว่างเพื่อกดดันพวกเขาไม่ได้มีโอกาสกลับคืนมา
เจ่าไห่ในขณะที่อยู่นอกเรือ เขาได้ใช้พลังเวทย์อีกครั้ง เจ่าไห่เอาไม้เท้าของเขาขึ้นมา ทันใดนั้นก็มีควันดําออกมาและเริ่มล้อมไปรอบๆเรือของพวกเขา เมื่อควันนั้นหายไปคริสเตนก็เห็นผู้คนจํานวนมากยืนอยู่บนดาดฟ้าของเรือ
เจ่าไห่ได้ใช้พลังเวทย์ของเขาเพื่อเปลี่ยนคนในกลายเป็นซอมบี้ จากนั้นเจ่าไห่ก็ได้สั่งให้ซอมบี้เหล่านั้นเอาเรือมาใกล้ๆ พวกเขา และหลังจากนั้นก็มีซอมบี้จํานวนนึงขึ้นมาบนเรือของตระกูลทาชิ
คริสเตนจําคนเหล่านี้ได้ดี ในขณะที่พวกเขากําลังต่อสู้กันอยู่ เขาเลยไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่นเลย นอกจากนี่จะเป็นสิ่งที่เจ่าไห่ได้ทําขึ้นมา
หลังจากที่ซอมบี้ขึ้นเรือมา เจ่าไห่ก็สั่งให้พวกเขาแนะนําตัวเองว่าเป็นใคร ซอมบี้เหล่านั้นตอบกลับมาว่า พวกเขาไม่ใช่โจรสลัด แต่พวกเขาเป็นคนของตระกูลแห่งทะเลมืดหรือกลุ่มคลื่นทะเล
พวกเขายังมีกองทัพเรือที่สามารถออกทะเลที่ทรงพลังมากๆ
อย่างไรก็ตามแม้ว่าคนเหล่านี้จะมาจากกองทัพเรือ แต่พวกเขาเองก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิลแห่งความสว่างเลย สิ่งเดียวที่พวกเขารู้เลยก็คือพวกเขาถูกสั่งให้โจมตีโดยที่ไม่ได้รู้เหตุและผลเลย
เจ่าไห่รู้ดีว่านี่มันจะต้องมีอะไรมากกว่านี้อย่างแน่นอน เขารู้ว่าคนที่สั่งการเรือรบเหล่านี้จะต้องเป็นคนที่มาจากกิลแห่งความสว่างอย่างแน่นอน เจ่าไห่เคยเห็นแผนการรบของกิลแห่งความสว่างมาบ่อยมากๆ ซึ่งเจ่าไห่ก็รู้ดีว่าพวกเขาจะต้องสั่งคนมาที่นี่
ไม่นานหลังจากที่เจ่าไห่คิดเช่นนั้น ก็มีชื่อของคนๆหนึ่งออกมา หลังจากที่เจ่าไห่เห็นเช่นนั้น เขาก็ได้เรียกชื่อของคนที่ถูกบอกชื่อออกมาเพื่อที่จะพูดคุยกับเขา ซึ่งมันก็แน่นอนว่าชายคนนั้น
บอกทันทีว่าเขามาจากกิลแห่งความสว่าง ยิ่งไปกว่านั้นตําแหน่งของพวกเขาก็ไม่ได้ธรรมดาเลย ครั้งนี้เขาได้รับคําสั่งจากกิลแห่งความสว่าง ให้จัดการกับตระกูลทาชิ ถึงจะได้รู้เรื่องเหล่านี้แต่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้รับข้อมูลอะไรมากมากเลย
แต่ข้อมูลแค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยเจ่าไห่ก็ทําให้คริสเตนได้รู้ว่าใครกันที่เป็นคนทําเรื่องเหล่านี้
เจ่าไห่พูดยืนยันอีกครั้งว่า “กิลแห่งความสว่างมีอํานาจมากพอที่จะสามารถครบคุมกลุ่มคลื่นทะเลได้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพวกเขาจะเปลี่ยนวิธีการของพวกเขาใหม่ พวกเขาจะทําสิ่งต่าง เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตได้”
หลังจากที่ได้รู้เรื่องเหล่านี้แล้ว เจ่าไห่ก็ให้เหล่าซอมบี้กลับไปที่เรือ จากนั้นเจ่าไห่ก็กลับเข้าไปในเรือพร้อมกับคริสเตนและคนอื่นๆ
คริสเตนหน้ามุ่ยมาก เขารู้สึกว่าเรื่องนี้พวกเขาจะต้องสนใจให้มากขึ้น แม้ว่ากิลแห่งความสว่างจะถูกจัดการแล้ว แต่รากฐานของพวกเขาก็ยังคงความแข็งแกร่งไว้อยู่ แม้ว่าการปรากฏตัวของพวกเขาจะน้อยลงบ้าง แต่ก็ยังมีคนที่ให้ความเชื่อกับพวกเขา ยังมีจักรพรรดิหรือผู้นําอีกเป็นจํานวนมากที่ยังมองว่าพวกเขาไม่ได้เป็นภัยคุกคาม นอกจากจักรวรรดิโรเซนและจักรวรรดิอาร์ซูก็ยังไม่ได้มีที่ไหนเลยทําเช่นพวกเขา กิลแห่งความสว่างยังสามารถอยู่ได้เป็นบ้างสถานที่ แม้ว่าพวกเขาจะน้อยกว่าเมื่อก่อนก็ตาม
ซึ่งมันก็แน่นอนว่าถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ค่อยแสดงตัว แต่พวกเขาเองก็ยังคงแข็งแกร่งมากๆ คริสเตนเองไม่ใช่คนโง่เขาได้รู้เรื่องจากซอมบี้เหล่านั้นแล้ว ซึ่งมันก็แน่นอนว่ากิลแห่งความสว่างและกลุ่มคลื่นทะเลจะต้องมีความสัมพันธ์ร่วมกันอย่างแน่นอน สิ่งที่เจ่าไห่คิดในหัวตอนนี้ก็คือเขาคิดว่ากิลแห่งความสว่างจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อพวกเขาอยู่ในความมืด โดยที่ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเลย
เจ่าไห่มองไปที่คริสเตนด้วยรอยยิ้ม “ข้าเองแค่อยากจะบอกเพื่อให้คิดถึงเรื่องนี้ และเมื่อเรื่องนี้จบลงพวกข้าก็จะออกไปเอง ข้ายังมีเรื่องที่ต้องไปท่าอีก”
คริสเตนกัดฟันตอบกับทันที เธอก้มหน้าลงเหมือนกับกําลังคิดอะไรอยู่ ดูเหมือนจะมีเรื่องที่เธอเองไม่กล้าพูดกับเจ่าไห่ เมื่อเธอคิดถึงเรื่องนั้นหน้าของเธอก็เริ่มแดงขึ้น เธอรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับค่านับเจ่าไหและพูดว่า “ข้าเองต้องขออภัยเจ้าด้วยเจ่าไห่ ที่ข้าเองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องเหล่านั้นจะ เป็นเรื่องจริง ทั้งๆที่เจ้ามาช่วยข้าเอาไว้ ข้าต้องขออภัยเจ้าจริงๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ช่างมันเถอะ ข้าเองก็ไม่ไดคิดอะไรมากอยู่แล้ว เจ้าเองก็ไม่ต้องคิดมาก ข้าเองจะคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ดี ข้ายังได้เรือรบเพิ่มมาอีกด้วยซึ่งก็พูดได้ว่ามันเป็นรางวัลของข้า ข้ามีบางอย่างที่ต้องไปท่าที่จักรวรรดิพุท”
คริสเตนมองเจ่าไห่ “เจ้าต้องการอะไรจากจักรวรรดิพุทงั้นหรอ? ตระกูลของข้ามีอิทธิพลที่นั่นอาจมีบางอย่างที่ข้าสามารถช่วยเจ้าได้
เจ่าไห่ยิ้ม “ข้ากําลังจะเดินทางไปที่จักรวรรดิพุทเพื่อที่จะไปยังหุบเขาคนแคระ เพื่อทําธุรกิจกับพวกเขา”
คริสเตนขมวดคิ้วเมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูดว่าพวกเขาจะไปที่หุบเขาคนแคระที่เป็นสถานที่พิเศษของพวกเขา จักรวรรดิต้องการชุดเกาะนับแสนจากคนแคระเหล่านั้น อย่างไรก็ตามพวกเขา
เองก็ไม่ได้ต้องการให้คนแคระเหล่านั้นแข็งแกร่งเกินไป อย่างไรก็ตามคนแคระเหล่นั้นไม่ใช่คนโง่
หากพวกเขามองแล้วรู้ว่าพวกเขาถูกหลอกพวกเขาก็จะก่อสงครามทันที
ด้วยเหตุนี้พ่อค้าในจักรวรรดิพุทจึงไม่มีใครกล้าเลยที่จะหลอกเหล่าคนแคระเหล่านั้น ซึ่งจักรวรรดิได้คิดหาวิธีออกมามากมายเพื่อไม่ให้พ่อค้าจากจักรวรรดิอื่นมาทําธุรกิจที่นี้เพื่อไม่ให้เกิดสงคราม
เนื่องจากจักรวรรดิจํากัดการค้า จึงมีพ่อค้าเพียงไม่กี่คนที่สามารถทําการค้ากับคนแคระได้
แม้แต่กลุ่มคนที่ยิ่งใหญ่ก็ไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาทําธุรกิจ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อคริสเตนได้ยิน
สิ่งที่เจ่าไห่พูดแล้วเธอจะทําหน้าเช่นนั้น
เมื่อเจ่าไห่เห็นท่าทางของคริสเตน “มีอะไรหรือเปล่าทําไมทําหน้าเช่นนั้น?”
คริสเตนไม่ได้ปิดบังความจริงกับเจ่าไห่ ในความเป็นจริงเรื่องนี้เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว โดยผู้มีอํานาจระดับสูงในจักรวรรดิดูแลเรื่องนี้ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเก็บเป็นความลับ หลังจากฟังคริสเตน เจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ไม่เป็นไร ถ้าข้าทําไม่ได้ ข้าก็ไม่สน
จบแล้วครับ ขอบคุณที่สนับสนุนเรานะครับ ฝากกดไลค์ กดติดตามเพจเพื่อเป็นกําลังใจด้วยนะครับ