Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 560 - พบกับโจรสลัด
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 560 - พบกับโจรสลัด
บทที่ 560 – พบกับโจรสลัด
ขณะที่เจ่าไห่นั่งอยู่ในเรือของเขา เจ่าไห่รู้สึกถึงลมทะเลและได้เห็นนกที่บินอยู่เหนือขอบฟ้า มันทําให้เขารู้สึกดีมากๆ แม้ว่าสภาพแวดล้อมภายในมิติจะดีกว่ามากเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า เจ่าไห่ยังรู้สึกด้วยว่าสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้ามันเหมือนกับที่เขาเคยเห็นในโลกของเขา
ลอร่าและคนอื่นๆ ก็ยืนอยู่ข้างๆ เจ่าไห่ขณะที่พวกเขาทั้งหมดกําลังออกจากเกาะทองคําและมุ่งหน้าไปยังจักรวรรดิลีซัง ถึงแม้ว่าจักรวรรดิทาชิจะอยู่ไม่ไกลจากจักรวรรดิโรเซ่นมากนัก แต่เจ่าไห่เองก็เลือกที่จะไปที่จักรวรรดิลีซัง เจ่าไห่ต้องการไปที่นั่นก็เพราะเขาเองอยากที่จะเห็นเทือกเขาที่มีขนาดใหญ่มากๆ
แต่ที่จริงแล้วเทือกเขานี้มันไม่ได้ตั้งอยู่เพียงแค่จักรวรรดิลีซังแต่มันยังเลยไปยังจักรวรรดิทาชิอีกด้วย และก็แน่นอนว่าคนแคระที่อยู่ที่นั่นมีความแข็งแกร่งมากๆ พวกเขามีความแข็งแกร่งที่สามารถเอาชนะสัตว์ร้ายที่น่ากลัวได้จึงไม่มีใครกล้าที่จะโจรตีพวกเขา แม้ว่าใครจแข็งแกร่งมากแค่ไหนก็ตาม
และสิ่งที่แยกพวกเขาออกจากกันก็คือภูเขาอักกราที่ทําให้พวกเขาไม่ต้องพบกันจนเกิดการต่อสู้ขึ้น
ภูเขาอักกรามีชื่อเสียงมากในทวีปนี้ เหตุผลที่สําคัญเลยที่ทําให้ภูเขามีชื่อเสียงเพราะมันเป็น 1 ในพื้นที่ต้องห้ามของทวีป
ดินแดนต้องห้ามทั้ง 5 ในทวีป ก็มี บึงซากศพ ภูเขาอักกรา ลานน้ําแข็งที่มึความหนาวจนไม่อาจมีสิ่งมีชีวิต เกาะนรก และเหวปีศาจ!! สถานที่ทั้ง 5 นี้มีลักษณะที่น่ากลัวเป็นของตัวเอง ตัวอย่างเช่นบึงซาศพเป็นที่รู้จักกันดีเกี่ยวกับเรื่องของหมอกที่มีพิษและสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว มันเป็นสถานที่ที่เมื่อเข้าไปแล้วจะไม่สามารถกลับออกมาได้อีกเลย
ลักษณะของลานน้ําแข็ง คือมันมีอากาศที่หนาวเย็นมากๆ เมื่อมีคนเข้าไปอาวุธที่เห็นเหล็กของพวกเขาจะแข็งทันที จนเปราะบางเหมือนกับแก้ว แม้แต่ชาวเผ่าที่แข็งแกร่งก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปสํารวจในที่ไกลเลย
เกาะนรกมันตั้งอยู่ตรงข้ามกับลานน้ําแข็งมันเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยไฟ สิ่งมีชีวิตที่ใช้พลังเกี่ยวกับไฟเท่านั้นที่จะสามารถใช้ชีวิตที่นั้นได้ มีไม่กี่คนเท่านั้นที่คิดที่จะไปที่เกาะแห่งนั้น
เหวปีศาจเป็นสถานที่ที่ลึกลับที่สุดในทวีป ตํานานเคยบอกไว้ว่ามันเป็นประตูสู่เมืองของปีศาจ ในอดีตเจ่าไห่ไม่เคยเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลย แต่หลังจากที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของเจ่าฉินอี้ ในที่สุดเขาก็เชื่อว่าเจ่าฉินอี้มาจากเมืองของปีศาจ
แต่ภูเขาอักกรานั้นแตกต่างจากอีก 4 สถานที่มากมันเป็นสถานที่ที่นักผจญภัยชื่นชอบมากที่สุด มันเป็นเพราะว่าภูเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่ของสัตว์เวทย์ มีสัตว์เวทย์จํานวนมากอยู่ในภูเขาและผู้คนก็สามารถจับพวกมันบางชนิดเพื่อทําเงิน อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถเข้าไปลึกเกินไปได้ ภูเขาอักกรายังคงเป็น 1 ในดินแดนต้องห้าม และเมื่อเข้าไปลึกเกินไปพวกเขาอาจไม่มีโอกาสกลับออกมาอีกเลย และสิ่งนี้ก็ไม่ได้ยกเว้นใครเลยแม้แต่เทพผู้มีพลังระดับเก้าก็อาจจะไม่สามารถกลับออกมาได้เช่นกัน
ภูเขาอักกราเป็นเขาที่อยู่ระหว่างจักรสรรดิโรเซ่นและจักรวรรดิทาชิ แต่ภูเขาส่วนใหญ่อยู่ในจักรวรรดิทาชิมีเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้นที่อยู่ในอาณาเขตของจักรวรรดิโรเซ่น
เพราะเหตุนี้เองที่ทําให้จักรวรรดิทาชิมีทหารและสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่ง ทหารของเขายังรวมไปถึงสัตว์เวทย์ที่อยู่ในภูเขาอักกรา แม้ว่าพวกมันจะได้รับการฝึกฝนจากคน แต่พวกมันก็ยังคงมีความดุร้ายมาก ซึ่งมันก็ทําให้พวกมันแข็งแกร่งมากๆ สิ่งนี้เองที่ทําให้จักรวรรดิทาชิค่อนข้างน่ากลัวมากๆ
แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้ต้องการที่จะไปที่เกาะของสัตว์เวทย์ในตอนนี้ แม้ว่ามันจะมีสัตว์เวทย์อยู่มากมาย แต่มันก็อันตรายเกินไปและแม้ว่าเจ่าไห่จะไม่ได้กลัวอันตราย แต่การค้าก็สําคัญกับเขามากในตอนนี้ เจ่าไห่ต้องการให้ตระกูลบูดาของเขาแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด ดังนั้นเจ่าไห่จึงยังไม่ต้องการที่จะอัพเกรดมิติ แต่จากสิ่งที่พูดออกมาแม้ว่าจะสามารถจับสัตว์เวทย์ในภูเขาอักกราได้อย่างง่ายดาย แต่สัตว์ที่มีระดับที่สูงก็ยังค่อนข้างหายากมากๆ แต่เจ่าไห่เองก็เลือกที่จะไปที่เทือก เขาดีวูก่อน
และถ้าเขาไปที่ภูเขาดีวูเจ่าไห่จะมีโอกาสที่จะได้ไปที่ป่าของคนแคระหรือพวกเอลฟ์ แม้ว่าการไปที่เมืองของสัตว์เวทย์จะเป็นความคิดที่ดีกว่ามาก แต่อย่าลืมไปว่าเจ่าไห่จะได้พบกับเผ่าที่เป็น
อัจฉริยะแทนที่เขาจะไม่มีโอกาสเลย หากเจ่าไห่ต้องการที่จะขยายธุรกิจของตระกูลบูดานี่เป็นความคิดที่ดีมากๆ
หลังจากที่เจ่าไห่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มาระยะหนึ่งแล้ว ทันใดนั้นลอร่าก็พูดขึ้นมาว่า “พี่ไห่ พี่คิดว่าพวกเขาจะชอบที่พวกเราไปหาไหม? มันจะผ่านไปได้ด้วยดีไหม?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มันจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามคนแคระหรือพวกเอล์ฟกับคนมีการติดต่อกันมามากกว่าเมื่อเทียบกับชาวเผ่า ยิ่งไปกว่านั้นความขัดแย้งของพวกเขาแทบจะไม่มีเลย มันก็เป็นที่แน่นอนว่ามันจะไม่เกิดเรื่องขึ้น”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “คนแคระเหล่านั้นเป็นช่างโลหะที่มีชื่อเสียงมากในทวีปนี้ หากว่าเราสามารถหาสินค้าของพวกเขาได้และนําไปแลกเปลี่ยนกับชาวเผ่าได้ เราก็จะได้รับสิ่งดีๆมากมาย อย่างแน่นอน ดูเหมือนว่าชาวเผ่าเหล่านั้นกําลังต้องการเหล็กเป็นจํานวนมากๆ และต้องการมากที่สุด”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “พี่เคยได้ยินมาว่าอารมณ์ของเอล์ฟเหล่านั้นแย่กว่าชาวเผ่ามาก และพวกเขาก็ยังชอบดื่มอีกด้วย พี่คิดว่าไวน์นมของเราจะสามารถสร้างความประทับใจจากพวกเขาได้”
ลอร่ามองเจ่าไห่ เธอพยักหน้าและพูดว่า “ฉันก็คิดเช่นนั้น แต่ฉันก็ยังแอบคิดว่าเราก็อาจจะเจอปัญหาเหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งของเราในตอนนี้ก็จะไม่มีใครอยากที่จะเป็นอันตรายต่อพวกเรา แม้แต่โจรสลัดก็ไม่อาจกล้าที่จะทําเช่นนั้น”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “โจรสลัดเหล่านั้นจะไม่คิดที่จะปล้นพวกเราเมื่อพวกเขาเห็นเรือของตระกูลบูดา และการร่วมมือกับตระกูลมาร์กี้แล้ว แม้แต่จักรวรรดิอาร์ซูก็ไม่กล้าคิดที่จะต่อต้านพวกเขา
และสําหรับกิลแห่งความสว่าง ตอนนี้พวกเขาจะต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ซึ่งมันก็แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่เวลาคิดที่จะจัดการกับเจ่าไห่ พี่คิดว่านอกจากตระกูลที่แข็งแกร่งมากๆ แล้วจะไม่มีใครกล้าที่จะหาเรื่องกับพวกเรา”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีนะ ฉันก็แค่อยากจะบอกว่าภายในมิติมันดีมากๆ แต่บางครั้งถ้าเอาจริงๆ พวกเราก็ควรที่จะอยู่ข้างนอกบ้าง”
ลอร่าก็พูดว่า “แต่ข้างนอกมันไม่ได้มีอะไรให้ดูมากนัก ไม่นานหรอกเธอจะต้องเบื่อมันแน่ๆ ซึ่งมันก็มีแต่ภาพเดิมๆให้ดู”
เจ่าไห่ก็ยิ้ม “แต่พวกเธอก็ยังสามารถเห็นเรือของคนอื่นๆ นะแต่ถ้าหากอยู่ในมิติมันก็จะไม่มีใครให้เห็นนอกจากพวกของเรา และก็พูดถึงสัตว์จํานวนมากด้วย”
หลังจากที่เจ่าไห่พูดเช่นนั้นทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงปืนเวทย์ที่ยิงออกมา เจ่าไห่และคนอื่นๆ มองพวกเขารู้ว่าจะต้องมีการต่อสู้อยู่ใกล้ๆ อย่างแน่นอน เจ่าไห่เป็นจอภาพทันทีเพื่อดูว่ามันกําลังเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เจ่าไห่เห็นก็คือเรือของโจรสลัดและเรืออีกล่าที่กําลังถูกปล้น แต่มันก็ไม่ใช่เรือของเจ่าไห่ที่ถูกปล้น
เจ่าไห่มองไปที่ธงเรือแต่เขาเองก็จําไม่ได้ว่าเป็นธงของใคร เจ่าไห่ก็เลยหันไปหาลอร่าและพูดว่า “เธอรู้ไหมว่าธงนั้นเป็นของใคร?”
ลอร่ามองอยู่พักหนึ่งก่อนที่เธอจะพยักหน้าและพูดว่า “ใช่ฉันจําได้มันเป็นธงของตระกูลเฮอริเคนแห่งจักรวรรดิทาชิ สถานะของตระกูลในจักรวรรดินั้นสูงมากๆ ในอดีตพวกเขาเคยถูกก่อกวนจากกิลแห่งความสว่าง เพราะพวกเขาไม่ยอมเข้าร่วมกับกิลแห่งความสว่าง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีพลังเวทย์ในธาตุลม ไม่ว่าจะเป็นพลังฉีที่พวกเขามีหรือเวทย์ที่พวกเขามีล้วนเป็นธาตุลม พวกเขามีชื่อเสียงมากในทวีปนี้ ดูเหมือนว่าพวกเขายังมีเอกลักษณ์ที่นับถือเทพแห่งลมอีกด้วย พวกเขาถูกยกย่องว่าเป็นตระกูลที่มีอายุมาเป็น 1000 ปีซึ่งมันก็คล้ายๆ กับตระกูลของเมแกน แต่ท่าไมกันหล่ะโจรสลัดเหล่านี้ถึงกล้าที่จะโจมตีพวกเขา?”
เจ่าไห่มองดูเรือทั้ง 2 ด้วยรอยยิ้ม “พี่บอกได้คําเดียวเลยว่าโจรสลัดเหล่านี้รวยมากๆ ใครจะไปคิดว่าเรือที่ล่าใหญ่ขนาดนี้จะเป็นเรือของโจรสลัด นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่พี่ได้เห็นเรื่องเช่นนี้ ถ้าพวกเขามีเรือที่ใหญ่ขนาดนี้ความน่ากลัวของตระกูลบูดาของเราก็อาจจะไม่มีความหมายอีกเลยก็ได้”
ลอร่าและคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นสิ่งที่เจ่าไห่พูดถึง เรือของโจรสลัดที่โจมตีเรือเฮอริเคนดูเหมือนกับเรือของชนชั้นสูงของทวีป ไม่ต้องพูดถึงโจรสลัดเลยแม้แต่เหล่าขุนนางก็ไม่อาจจะมีเรือแบบนี้
ได๋
ดวงตาของลิซซี่เปลี่ยนไปทันที เธอพูดขึ้นว่า “พี่สาว มีคนที่พยายามฆ่าพวกเขาหรือเปล่า? ใครกันที่เป็นศัตรูของตระกูลเฮอริเคน” ดูเหมือนว่าลอร่าจะมีอายุมากที่สุดเมื่อเทียบกับคนอื่นๆแล้ว
ลอร่าส่ายหัวและพูดว่า “แม้ว่าตระกูลเฮอริเคนจะเป็นตระกูลที่น่ากลัว แต่พวกเขาก็ไม่ได้โหดร้ายอะไร พวกเขาเองก็ไม่ชอบที่จะหาเรื่องคนอื่นๆ ด้วยที่สําคัญที่สุดพวกเขาไม่ได้ต้องการต่อสู้ เพื่ออํานาจและเงินดูเหมือนว่าทุกคนในตระกูลจะเป็นคนที่มีจิตใจดีมากๆ อีกด้วยแล้วถ้างั้นจะทําให้พวกเขาถูกโจมตีเช่นนี้ได้ยังไง? ดูเหมือนว่าเกือบทั้งทวีปเป็นพันธมิตรกับพวกเขา” ในขณะที่เจ่าไห่กําลังฟังลอร่า เขาเริ่มรู้สึกงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น “ลอร่าเธอรู้เรื่องเหล่านี้ได้ยังไง? ทําไมเธอถึงรู้เรื่องราวเหล่านี้เยอะจัง?”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “พี่ไห่พี่ไม่รู้หรอว่าตระกูลมาร์กี้ของเราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลต่างๆ ในทวีปนี้ไว้แล้ว ประวัติและตราสัญลักษณ์ของตระกูลถูกเขียนไว้อย่างละเอียด” เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่ไม่รู้จริงๆ ว่าตระกูลไหนมีสัญลักษณ์เป็นยังไง การที่ต้องทําสิ่งเหล่านี้ ทําให้พี่ปวดหัว แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีที่เธอจ่ามันได้ จริงสิเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลเฮอริเคนไหม?”
ลอร่าส่ายหัวและพูดว่า “ฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นนะ ตระกูลเฮอริเคนไม่เคยทําธุรกิจ โดยปกติแล้วพวกเขาจะได้รับสิ่งที่ต้องการจากดินแดนของพวกเขาเอง ด้วยเหตุนี้การร่วมมือกับพวกเขามันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ซึ่งมันก็แน่นอนว่าพวกเราจึงไม่ได้ติดต่อกับพวกเขามากนัก”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ถ้าเช่นนั้นนี่ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วที่เราจะสร้างให้เขามาเป็นพวกกับเรา จริงสิ ลอร่า เธอจําได้ไหมว่าเรือมาจากไหน” ซึ่งก็แน่นอนว่าเจ่าไห่ไม่ได้ถามถึงเรือของตระกูลเฮอริเคนแน่นอน แต่เขาหมายถึงเรือโจรสลัด ว่ามันเป็นเรือของใครกันแน่
แม้ว่าเรือในทวีปนี้จะดูเหมือนกันมาก แต่คนที่มีความจําดีก็จะรู้และเห็นถึงความแตกต่างของมันได้แม้เพียงน้อยนิด และเมื่อพบกับคนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรือเหล่านี้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
ลอร่ามองไปที่เรือโจรสลัดหลายลําด้วยความตั้งใจและหลังจากนั้นไม่นานเธอก็พูดขึ้นมาว่า
“จากสิ่งที่ได้เห็นเรือมันน่าจะมาจากจักรวรรดิทาชิ แต่สีของมันเป็นของราชวงศ์ในทะเล แต่ฉันเองก็ไม่ได้แน่ใจเต็มร้อยเหมือนกัน”
ดวงตาของเจ่าไห่ดูสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ “เรือราชวงศ์คลื่นมหาสมุทรคืออะไรงั้นหรอ? พวกเขาคือใครกัน”
จบแล้วครับ ขอบคุณที่สนับสนุนเรานะครับ ฝากกดไลค์ กดติดตามเพจเพื่อเป็นกําลังใจด้วยนะครับ