Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 559 - ความแตกต่างทางการค้า
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 559 - ความแตกต่างทางการค้า
บทที่ 559 – ความแตกต่างทางการค้า
พ่อค้าทั่วๆ ไปมักจะคิดอยู่ตลอดว่าของที่มีราคาแพงเท่านั้นที่จะสามารถทํางานให้กับพวกเขาได้มากที่สุด แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่ทําให้พวกเขาได้รับกําไรมากที่สุดไม่ได้มาจากสินค้าที่มีราคาแพง กําไรส่วนมากมันเกิดขึ้นจากสิ่งของที่ผู้คนใช้ในการดํารงชีวิต สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ทําให้พวกเขาสามารถได้รับกําไรเป็นจํานวนมาก
แม้ว่าไวน์นมของเจ่าไห่จะทํามาจากไวน์นมของชาวเผ่าที่มีรสชาติธรรมดา แต่มันก็สามารถทํากําไรได้มากเพราะราคาที่ไม่ได้แพงมากนัก และมันก็เป็นสิ่งที่มีความต้องการสูงมาก เพราะถ้าหากว่าพวกเขาเอากลับบ้านมันก็อาจจะหมดไปอย่างรวดเร็ว และที่สําคัญก็คือมันไม่ได้แพงมากนัก จึงเป็นที่นิยมมากในทุกๆตระกูล
แรนดอล์ฟและคนอื่นๆ ที่ได้ร่วมทําการค้ากับเจ่าไห่พวกเขาเองก็มีร้านค้าเป็นของตัวเองอยู่แล้ว และร้านค้าเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็เป็นการค้าเกี่ยวกับสิ่งที่จําเป็นในการดํารงชีวิต ถ้าหากว่าไวน์นมของเจ่าไห่ส่งออกมาขายได้ มันก็จะทําให้การค้าขายของพวกเขาดีขึ้นอย่างแน่นอน
และแน่นอนว่าสินค้าที่ทํากําไรได้มากที่สุดมักจะเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่เหมือนกับใคร แม้ว่าไวน์นมจะไม่ได้มีลักษณะพิเศษอะไร แต่มันก็เป็นที่ต้องการสําหรับคนทุกคนมากๆ
คนทั่วไปจะเลือกผลไม้ที่ตัวเองชอบแล้วนําไปทําเป็นไวน์ของตัวเอง แต่ไวน์ที่พวกเขาท่านั้นก็มีดีกรีที่น้อยมากๆ และก็ไม่ได้อร่อยด้วย และที่สําคัญที่สุดเลยพวกเขาไม่ได้มีเวลาที่จะทํามัน อย่างจริงๆจังๆ
พวกเขาเหล่านั้นจะต้องทํางานเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง หากว่าพวกเขาออกไปหาผลไม้ที่ตัวเองชอบพวกเขาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันหากว่าพวกเขาจะทําเช่นนั้น พวกเขาจ่าเป็นต้องทํางานเพื่อหาเงิน แต่ถ้าหากว่าพวกเขาได้ผลไม้มาและเอาไปขายพวกเขาก็จะได้เงินมาทันที แต่ถ้าหากว่าพวกเขาทําไวน์มันก็ไม่ได้คุ้มค่ากับพวกเขาเลย
แรนดอล์ฟและคนอื่นๆ นั้นมีประสบการณ์มากกว่าเจ่าไห่ แม้ว่าเจ่าไห่จะต้องการที่จะร่วมการค้ากับชาวเผ่าเหล่านั้น แต่เจ่าไห่เองก็ต้องการที่จะรู้เหมือนกันว่าเขาจะขายไวน์นมได้ที่ไหนเพื่อที่จะต้องมีการค้าที่ดี
หลังจากที่เจ่าไห่ได้ศึกษาข้อมูลจากผู้ร่วมการค้ากับเขามาสักพักแล้ว เขาก็รู้แล้วว่าควรนําไปขายที่ไหน ด้วยเหตุนี้เองที่ทําให้ชาวเผ่าเหล่านั้นและผู้ร่วมการค้าอย่างแรนดอล์ฟและคนอื่นๆยอมร่วมมือกับเจ่าไห่ทันที
ในตอนนี้ไวน์นมที่เจ่าไห่ได้ไปดูไว้จากชาวเผ่ากําลังส่งมาหาเจ่าไห่ และเจ่าไห่เองก็จะส่งไปยังป้อมภูเขาเหล็กเพื่อเข้าการผลิตต่อ ในเวลาเดียวกันชาวเผ่าไลเกอร์ก็จะไปบอกเรื่องเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนที่พวกเขาจะได้รับ แต่พวกเขาบางเผ่าไม่ได้ต้องการที่จําแลกกับสิ่งที่เจ่าไห่จะแลก แต่พวกเขาต้องการที่จะได้รับสิ่งของที่จําเป็นในการใช้ชีวิตของพวกเขา
เจ่าไห่เข้าใจการตัดสินใจของพวกเขาและเขาก็คิดไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น เจ่าไห่รู้ดีว่า พวกเขาต้องการแบบนั้น เพราะพวกเขาจะต้องหาเลี้ยงตัวเอง แต่แรนดอล์ฟและคนอื่นๆ พวกเขาไม่ต้องห่วงเลยเหล่านั้นเลย เจ่าไห่เองก็ต้องการขายไวน์นมให้กับแรนดอล์ฟและคนอื่นๆแล้วว่า เขาต้องการที่จะรับเงินบางส่วนและของในการดํารงชีวิตบางส่วนเพื่อซื้อในราคาที่ถูกลง เจ่าไห่
ต้องการที่จะนําเอาสิ่งของเหล่านี้ไปแลกกับชาวเผ่าเหล่านั้น เพื่อซื้อไวน์นมในราคาที่ไม่แพงมากนัก เจ่าไห่เองไม่ได้ทําอะไรมากเลยนอกจากการเป็นคนกลาง แต่ถึงจะเป็นแค่คนกลางแต่เขาเองก็ได้รับกําาไรที่มหาศาลมากๆ
ด้วยการเปิดตัวของการค้าไวน์นมของเจ่าไห่ ในเมืองและทวีปต่างๆ ก็เริ่มปั่นป่วนในทันที ไวน์นมของเจ่าไห่เป็นไวน์ที่มีราคาถูกแต่มันกับมีรสชาติที่อร่อยมากๆ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คิดเลยว่ามันจะมีออกมาจริงๆ แม้ว่าคนทั่วๆไปจะคิดว่าไวน์นมของเจ่าไห่มีรสชาติแปลก แต่พวกเขาก็ยังเห็นว่ามันค่อนข้างหอม มันไม่ได้มีแค่รสชาติของไวน์เท่านั้น แต่มันกับมีรสชาติของนมอยู่ด้วย แม้ว่าคนทั่วไปจะไม่สามารถดื่มมันได้มากนักในช่วงแรกๆ แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มที่จะคุ้นเคยกับมันมากขึ้น
ในตอนแรกเจ่าไห่ได้ส่งไวน์นมออกไปในจํานวน 100.000 ขวด ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถขายหมดเพียงวันเดียวเท่านั้น ซึ่งมันเป็นการตอบรับที่ดีมากๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันก็ทําให้แรนดอล์ฟและคนอื่นๆมั่นใจมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการค้าในครั้งนี้ของเจ่าไห่
และในเวลาเดียวกัน เมื่อเจ่าไห่ใช้สิ่งของจําเป็นในการดํารงชีวิตเพื่อแลกไวน์นมจากชาวเผ่าในทุ่งหญ้า พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้รับมัน สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้มีค่ามากนักสําหรับแรนดอล์ฟและคนอื่นๆ แต่นี้มันเป็นสิ่งที่สําคัญมากๆ สําหรับชาวเผ่าเหล่านั้น
การต้มไวน์นมเป็นเรื่องง่ายมากสําหรับชาวเผ่า พวกเขาทุกคนสามารถทํามันออกมาได้ แต่เนื่องจากไวน์นมไม่ได้อาจจะเก็บไว้ได้นานจึงจําเป็นต้องทิ้งตลอดทั้งปี แต่ตอนนี้พวกเขาไม่จําเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้แล้ว ตราบใดที่พวกเขาขายไวน์นมให้กับเจาไห่ ปัญหาที่พวกเขาเจอส่วนใหญ่ก็จะหายไปทันที พวกเขาจะไม่ต้องทิ้งไวน์นมที่พวกเขาทําขึ้นอีกต่อไป ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังสามารถรับสิ่งที่มีประโยชน์ต่อพวกเขาได้อีกด้วย
หลังจากที่ประสบความสําเร็จในการขายแล้ว การผลิตและการส่งไวน์นมของเจ่าไห่ก็เพิ่มขึ้นทันที และดาเนินไปได้อย่างดี
ไม่ใช่แค่เจ่าไห่เท่านั้นที่มีความสุขกับเรื่องนี้ แรนดอล์ฟและคนอื่นๆ ก็มีความสุขด้วยเช่นกัน หลังจากที่ร้านของพวกเขาขายไวน์นมได้เป็นจํานวนมาก ซึ่งผลการขายของพวกเขาดีกว่าคู่แข่งของพวกเขามากๆ และมันก็เป็นเรื่องที่ดี นี่เป็นข่าวดีอย่างยิ่ง
กลุ่มของเจ่าไห่ก็มีความสุขเหมือนกัน ผู้ที่ได้รับเงินมากที่สุดในการค้าในครั้งนี้คือพวกเขา ไม่เพียงเพราะเป็นผู้ผลิตเท่านั้น แต่พวกเขายังได้เปรียบจากความแตกต่างของราคาอีกด้วย
หลังจากที่เห็นเรื่องเหล่านี้แล้วเจ่าไห่ได้ไปที่เผ่าเฮคัสเพื่อพบกับเวลส์ ดูเหมือนว่านี่จะทําให้เจ่าไห่ไปได้ไกลขึ้นอีกแล้ว และเขาก็ออกจากทุ่งหญ้าไป
เมื่อเจ่าไห่กลับมาจากทุ่งหญ้าแล้ว เขาก็ไม่ได้ไปที่จักรวรรดิโรเซ่นทันที เขากลับไปที่เพอร์เซลล์เพื่อดูว่าลูหยางกําลังทําอะไรอยู่และเธอเองก็ทําทุกอย่างได้ดีมากๆ ร้านค้าที่เธอเปิดในเพอร์เซลล์ตอนนี้ขยายออกไปแล้ว ในเวลาเดียวกันลูหยางไม่ได้มองเจ่าไห่ด้วยความรู้สึกไม่ดีอีกต่อไปและตอนนี้เธอกําลังยิ้มอยู่ตรงหน้าเจ่าไห่
เมื่อเจ่าไห่ได้เห็นลูหยางเขาก็รู้สึกโล่งใจมาก ลูหยางรู้เรื่องที่คุยกันที่ป้อมภูเขาเหล็กแล้ว และเนื่องจากเจาไห่ไม่สามารถตัดเธอออกจากความสัมพันธ์กับเขาได้ เขาจึงยอมรับลูหยางเข้ามาในหัวใจอย่างช้าๆ
เจ่าไห่ไม่ใช่คนจากจักรวรรดิอาร์ค ผู้คนในจักรวรรดิอาร์คมีสถานะที่ยังถือเรื่องผู้หญิงเป็นอย่างมาก แต่สําหรับโลกที่เจ่าไห่เคยอยู่ เขารู้ว่าโอกาสในการหาผู้หญิงที่บริสุทธิ์เจอเหมือนกับการถูกรางวัล
ด้วยเหตุนี้เองเจ่าไห่จึงไม่ได้สนใจอดีตของผู้หญิงคนนี้เลย เขาจึงไม่ได้สนใจชีวิตก่อนหน้านี้ของลูหยางมากนัก ท้ายที่สุดแล้วอดีตก็คืออดีตใครๆ ก็สามารถผ่านมันไปได้
เจ่าไห่อยู่กับลูหยางเป็นเวลา 1 วันในเพอร์เซลล์และเรียนรู้เกี่ยวกับการค้าที่นั่น เจ่าไห่ยังได้กินข้าวกับลูหยางเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของพวกเขา และเจ่าไห่ก็ยังได้บอกลูหยางอีกว่าเขากําลังจะไปที่ที่ไกลมากๆ หลังจากนั้นเจ่าไห่ก็กลับไปที่มิติของเขา
ลอร่าและคนอื่นๆ ไม่ได้รังเกียจสิ่งที่เจ่าไห่ได้ทํา เจ่าไห่อยู่กับลูหางแตกต่างจากที่อยู่กับพวกเธอมากๆ ลอร่าและคนอื่นๆ รู้สึกถึงความแตกต่างพวกเธอจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
หลังจากที่เจ่าไห่เข้ามาในมิติแล้ว เขาก็พักผ่อนในช่วงเย็นก่อนที่จะกลับไปที่ป้อมภูเขาเหล็กสถานการณ์ที่ป้อมดีมาก หมู่บ้านของทามีความมั่นคงและพวกเขาเองก็มีความขยันในการทํางานมากๆ เพื่อให้ทาสที่ทํางานในโรงไวน์นมสบายมากขึ้น เจ่าไห่จึงจัดเดรียมรถม้าให้กับพวกเขาใน
การเดินทางไปทํางาน
สําหรับทาสที่ได้อยู่ในหมู่บ้าน ดูเหมือนว่าชีวิตตอนนี้ของพวกเขาในแดนทมิฬเป็นเหมือนกับสวรรค์เมื่อเทียบกับสถานที่ที่พวกเขาเคยอยู่ในอดีต
ทุกอย่างในป้อมภูเขาเหล็กทํางานอย่างเป็นระบบ มีการสร้างเครื่องไว้สําหรับผลิตไวน์นม และทาสเหล่านั้นก็ไม่ได้โง่พวกเขาใช้เครื่องเป็นได้ด้วยความรวดเร็ว
เครื่อง ไห่เอาออกมาในครั้งนี้ใช้ง่ายได้ง่ายมากๆ มันเป็นเพราะเครื่องจักรมีการพัฒนามาแล้ว ยิ่งมีการพัฒนามากแค่ไหนมันก็จะสามารถใช้งานได้ง่ายมากขึ้น เครื่องจักรส่วนใหญ่ในโรงงานจําเป็นต้องมีคนมาเปิดปิดเครื่อง เพราะส่วนมากมันมีระบบอัตโนมัติอยู่แล้ว งานเล็กๆน้อยๆ ที่ทาสเหล่านั้นได้ทําก็ไม่ได้น่าเบื่อเช่นกัน มันไม่ใช่เรื่องยากสําหรับพวกเขาที่จะนําถังจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
เจ่าไห่ยังรู้ว่าทาสนั้นไม่ได้มีการศึกษามา ถ้าเจ่าไห่ให้พวกเขาทํางานที่ค่อนข้างยาก พวกเขาจะไม่สามารถหามันได้อย่างแน่นอน
ตอนนี้การค้าไวน์นมของเจ่าไห่ดูจะมีความมั่นคงมากๆ เจ่าไห่จึงให้อาไทสร้างร้านสําหรับเก็บกระเป๋ามิติโดยเฉพาะด้วยเหตุนี้ฉินอี้จะสามารถนํากระเป๋ามิติเหล่านั้นไปส่งที่ป้อมภูเขาเหล็กได้ตลอด จากนั้นก็จะส่งไวน์นมไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อการค้าขาย
โดยปกติแล้วกระบวนการทั้งหมดนี้ไม่ได้ถูกทําเพียงเจ่าฉินอี้เท่านั้น แต่เจ่าฉินอี้จะปล่อยนกอินทรีย์ไปยังเมืองบีก็อดเพื่อไปหาอาไทและเอากระเป๋ามิติมา จากนั้นนกอินทรีย์จะกลับเข้ามาในมิติเมื่อไม่มีใครเห็น แต่จริงๆแล้วพวกเขาไม่จําเป็นต้องทําเช่นนั้นก็ได้ แต่เพื่อความสะดวกพพวกเขาจําเป็นต้องทําเพื่อที่จะสามารถจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งด้วยวิธีการนี้จะไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้ได้ คนส่วนใหญ่จะรู้ว่าเจ่าไห่สิ่งของที่เกี่ยวกับมิติอยู่หลายชิ้นอยู่ในมือของเขา ด้วยความแข็งแกร่งของเจ่าไห่ มีเพียงไม่กี่คนที่มีกระเป๋าของเจ่าไห่ในตอนนี้ ท้ายที่สุดนี้เจ่าไห่ไม่ได้ทําให้ตระกูลของเขาเป็นคู่ต่อสู้กับอิทธิพลต่างๆ หรือตระกูลที่มีมานานแล้ว และในสถานะของเขาในตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วยอยู่แล้ว
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว เจ่าไห่กลับไปที่เกาะทองคํา ตอนนี้ที่เกาะนี้ได้รับการพัฒนาและการซื้อขายกับโจรสลัดมากขึ้นที่นี่ อย่างไรก็ตามอย่าคิดว่าการมีอยู่ของเกาะทองคํา
ทําให้ท้องทะเลสงบ แต่จริงแล้วเกาะแห่งนี้กลับทําให้ทะเลรอบๆ เกาะค่อนข้างวุ่นวายมากๆ เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าเกาะทองคําว่าเป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถขายสิ่งของของตนได้ไม่ว่าจะได้มาอย่างยุติธรรมหรือไม่ก็ตาม และสําหรับโจรสลัดนี่เป็นเรื่องที่ดี ด้วยเหตุนี้โจรสลัดจึงออกอาละวาดในทะเลใกล้เกาะทองค่ามากขึ้น
อย่างไรก็ตามโจรสลัดเหล่านี้ไม่กล้าก่อปัญหาใดๆ ในน่านน้ําของเกาะ ประการแรก เป็นเพราะตระกูลบูดาที่ได้แสดงให้พวกเขาเห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถทําอะไรได้บ้าง และประการที่สองเป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการทําลายความสัมพันธ์กับสถานที่เดียวที่สามารถทําการค้าได้อย่างปลอดภัย
แม้ว่าโจรสลัดเหล่านี้ บางคนจะมีตระกูลที่ใหญ่อยู่ข้างหลังอยู่แล้ว แต่เนื่องจากพวกเขาอยู่ในทะเลเป็นเวลานานพวกเขาจะต้องใช้เงินเพื่อรักษาและสร้างความบันเทิงให้กับตัวเองที่ผ่านมา
พวกเขาไม่มีโอกาสได้ทําเรื่องเหล่านี้ แต่ตอนนี้เกาะทองคําได้ปรากฏขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่โจรสลัดเหล่านี้ต้องการที่จะทําตัวดีในดินแดนของเกาะให้มากที่สุด