Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 558 - ราคา
บทที่ 558 – ราคา
เจ่าไห่ยิ้มและพูดออกมาว่า “ท่านไม่จําเป็นต้องขอบคุณข้าเลย ที่จริงแล้วมันต้องเป็นข้าเองที่ต้องขอบคุณท่าน ข้าเองก็เป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องนี้มากๆ ว่าพวกท่านจะไม่ยอมรับข้า ฮ่าๆๆๆๆ” ผู้เฒ่าของเผ่าก็ยิ้มและพูดว่า “ที่นี่เป็นที่อยู่ของเผ่าข้า ซึ่งที่นี่ก็เป็นทั้งที่อาศัยและที่ทํางานด้วย ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้ารู้อะไรมาบ้างเกี่ยวกับที่นี่ แต่ความจริงก็คือเผ่าไลเกอร์ของข้าอยู่ในหุบเขาน้ําแข็ง มีตํานานเคยกล่าวไว้ว่าความหนาวเย็นมันสามารถทําลายเผ่าทุกเผ่าได้ทั้งหมด นี่เองก็เป็นเหตุผลที่พวกเขาจะต้องมาอยู่ที่นี่เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาทําร้ายพวกเขา” เจ่าไห่คิดอยู่กับตัวเองเสมอมาว่าตํานานที่มาจากหุบเขาน้ําแข็งมันไม่เคยมีเรื่องจริงเลย ซึ่งมันก็เหมือนกับสิ่งที่เขาได้ยินมาตอนที่เขาเคยอยู่บนโลก
ในขณะที่เจ่าไห่กําลังคิดอยู่คนเดียวนั้น ก็มีชาวเผ่าไลเกอร์มายืนอยู่ตรงหน้าของเขา เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ่าไห่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ่าไห่ก็พูดว่า “ข้าเป็นตัวแทนจากเผ่าไลเกอร์ เพื่อมาต้อนรับท่าน เชิญเข้าไปชมข้างในก่อนเถอะ”
จากนั้นพวกของเจ่าไห่ก็ขึ้นนกอินทรีย์และตามชาวเผ่าไลเกอร์ไปยังหุบเขา ขณะที่นกอินทรีย์บินขึ้นไปเจ่าไห่เองก็ไม่รอช้าเขารีบเข้าไปในมิติทันที เพราะถ้าหากว่าเขาอยู่ข้างนอกถึงจะเป็นเจ่าไห่ก็เถอะเขาจะต้องแข็งตายก่อนแน่ๆ พวกเขาบินขึ้นไปสูงมากๆ
ในขณะที่พวกเขาอยู่สูงจากพื้นดินข้างล่างมากๆ ตอนนี้พวกเขาอยู่หน้าปากถ้ําแห่งเดียวที่มีทางเข้ามีความสูงประมาณ 10 เมตร และก็ยังมีหินยื่นออกมาเยอะมากๆ ซึ่งดูๆ แล้วความกว้างของถ้ําก็น่าจะอยู่ราวๆ 30 เมตร ซึ่งก็เห็นได้เลยว่ามันมีขนาดที่ใหญ่มากๆ เมื่อเข้าในถ้ําแล้วพวกของเจ่าไห่ก็ลงจากนกอินทรีย์
ดูเหมือนว่าการเดินทางในครั้งนี้ พวกเขาของเจ่าไห่จะมีแค่ 3 คนเท่านั้นที่ได้มา เมื่อพวกเขาลงจากหลังนกกันครบแล้ว หลังจากนั้นฮอว์ก็พาพวกของเจ่าไห่เข้าไปข้าในเมืองที่อยู่ในถ้ํา
หลังจากที่ได้เข้ามาแล้วเจ่าไห่เองก็อดไม่ได้ที่จะต้องมองไปรอบๆ ดูเหมือนว่าข้างในถ้ําจะมีเตาไฟเป็นจํานวนมาก ซึ่งมันก็ทําให้ภายในถ้ํามีความสว่างมากๆ
เมื่อเข้ามาแล้วเจ่าไห่ก็เห็นชายคนนึงที่นั่งอยู่ในจุดที่สูงที่สุด ซึ่งจุดที่เขาอยู่ก็เป็นที่น่าสนใจมากๆ ดูเหมือนว่าชายคนนั้นกําลังนั่งอ่านม้วนอะไรสักอย่างที่ท่ามาจากหนังแกะ ซึ่งภาพที่เห็นก็คือมีม้วนหนังแกะอยู่รอบๆ ตัวของเขาเยอะมาก
ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็เถอะเจ่าไห่ก็มองว่ามันก็ไม่ได้ต่างจากเผ่าอื่นๆ เลยแต่เมื่อเจ่าไห่คิดเช่นนั้น ชายคนนั้นก็มองมาที่เจ่าไห่ ซึ่งมันก็ทําให้เจ่าไห่รู้สึกว่าอากาศรอบๆ ตัวของเขามันได้หายไปหมด
เจ่าไห่ไม่รู้เลยว่ามันกําลังเกิดอะไรขึ้นกับเขา แต่ดูเหมือนว่านี่จะเป็นความสามารถของเผ่าไลเกอร์ และถ้าหากว่าพวกเขาใช้พลังนี้อย่างจริงจังมันจะทําให้พลังทําลายล้างมีความรุนแรงมากๆ ซึ่งมันก็พอๆกับการโจมตีโดยใช้พลังเวทย์ระดับ 5 ซึ่งก็แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะจัดการกับมัน
เมื่อฮอว์เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเขา เขาก็พูดขึ้นทันทีว่า “นี่คือเจ่าไห่ เขาต้องการที่จะร่วมทําการค้ากับเราในการค้าไวน์นม ข้าก็เลยจําเป็นต้องพาเขามาพบกับท่านในวันนี้”
ชายที่อยู่บนจุดสูงสุดพยักหน้าและพูดว่า “จริงสิ ข้าเองก็เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเจ่าไห่มาหลายเรื่องแล้ว แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบกับเจ้า เจ้าจงไปนั่งก่อนเถอะ” แม้ว่าเขาจะดูเย็นชา
แต่ท่าทางที่เขาแสดงออกมันก็ชั่งดูอบอุ่นมากๆ
เจ่าไห่ตอบกลับด้วยความแกรงใจทันที “ข้าขอขอบคุณท่านราชาเผ่ามาก” จากนั้นเจ่าไห่ก็นั่งลง
หลังจากที่เจ่าไห่นั่งลงแล้ว ราชาเผ่าไลเกอร์ก็พูดเกี่ยวกับการค้าไวน์นมของเจ่าไห่ “แล้งเจ้าจะให้ความไว้วางใจกับข้าได้งั้นหรือ?”
เจ่าไห่ก็ตอบกลับทันทีว่า “ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่การค้าของค้าก็ทําให้ข้ามีเงินและครั้งนี้ที่ข้ามาก็เพื่อคุยเกี่ยวกับการค้าของข้า”
ราชาเผ่าไลเกอร์มองไปที่เจ่าไห่ด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าจงบอกสิ่งที่เจ้าต้องการมาเถอะ ตราบใดที่ข้าสามารถช่วยเหลือเจ้าได้ข้าก็จะทําให้ทันที เพื่อประโยชน์ต่อเผ่าของข้า” เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าขอขอบคุณท่านไว้ก่อนเลย” จากนั้นเจ่าไห่ก็บอกราชาเผ่าไลเกอร์เกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ของการค้าด้วยความตั้งใจ
ราชาเผ่าไลเกอร์ได้ฟังสิ่งที่เจ่าไห่ได้บอกแก่เขาด้วยความตั้งใจ หลังจากที่ฟังเจ่าไห่พูดจบแล้ว ราชาเผ่าไลเกอร์ก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “เจ่าไห่นี่มันเหมือนเป็นการมอบเงินให้กับเผ่าขอข้าเลยนะ ดังนั้นเราจะไม่รับโอกาสดีๆ แบบนี้ได้ยังไงซึ่งแน่นอนว่าไวน์นมของเจ้าจะถูกส่ง
ออกไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นการที่เจ้าในความไว้ใจกับข้ามันก็เป็นสิ่งที่ดีมากๆ แล้วข้าเห็นด้วยกับความขอของเจ้า ข้าจะเขียนจดหมายบอกชาวเผ่าของข้าทุกเผ่าให้ เจ้าจงไปพักผ่อนเถอะ” เจ่าไห่ไม่คิดว่าการเจรจาในครั้งนี้จะเป็นไปได้อย่างราบรื่น เขามองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนและโค้งคํานับต่อราชาเผ่าไลเกอร์และพูดว่า “ข้าน้อยคนนี้ขอขอบคุณราชาเผ่าไลเกอร์ แต่ข้าก็อยากจะถามว่าท่านต้องการที่จะเก็บไวน์นมของข้าไว้ด้วยหรือไม่?”
เจ่าไห่รู้ว่าราชาที่หยิ่ง พวกเขาจะไม่เก็บไวน์นมไว้อย่างแน่นอน หากราชาเผ่าไม่เต็มใจที่จะร่วมการค้าเจ่าไห่ก็อาจจะมีปัญหาในการขนส่งมากๆ
ราชาเผ่าไลเกอร์มองเจ่าไห่ด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนเลย เจ้าไม่ต้องถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ข้าจะรับมันอย่างแน่นอน”
เจ่าไห่เริ่มมีความสุขจากนั้นเขาก็พูดทันทีว่า “ดีจริงๆ ข้าจะให้ไวน์นมกับท่าน โดยให้ท่านส่ง โดย 1 ถุงมิติ ต่อค่าส่งที่ข้าจะให้ก็คืออาหาร 5 กิโลกรัม” ราชาเผ่ามองว่านี่เป็นเรื่องที่คุ้มค่ากับสิ่งที่เขาจะได้รับมากๆ
เจ่าไห่ก็ยิ้มและพูดว่า “นี่เป็นสิ่งที่ข้าบอกกับทุกๆ เผ่าด้วยสิ่งที่พวกท่านจะได้รับกับการขนส่งไวน์นมให้กับข้าคนนี้ ท่านคิดยังไงกับเรื่องนี้?”
ราชามองด้วยดวงตาที่โตขึ้นทั้ง 2 ข้างของเขา เขารู้ว่าสิ่งที่เขาจะได้รับในครั้งนี้ไม่ใช่น้อยๆเลย เมื่อรวมกันแล้วเขาจะได้รับมันเป็นจํานวนมาก
หลังจากที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ราชาก็ยังไม่เห็นด้วยทันที เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “จริงๆแล้วสิ่งที่เจ้าจะให้เรามันดูเยอะมากๆ เลยข้าไม่อยากคิดว่าถ้าหากว่าเจ้าติดหนี้เรามันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก”
เจ่าไห่ไม่รู้ว่าทําไมเขาถึงคิดเช่นนั้นได้ แต่เนื่องด้วยเจ่าไห่เองก็ไม่ได้คิดอยู่แล้วว่าเขาจะอยู่
ในสถานการณ์เช่นนั้น แต่ดูเหมือนว่าราชาเองก็ไม่ได้ไม่เห็นด้วยไปซะทีเดียว เจ่าไห่พูดขึ้นมาทันทีว่า “เอาล่ะเราจะไม่พูดอะไรมากมายนัก ข้ารู้ว่าพรุ่งนี้พวกท่านจะต้อง เหนื่อยอีกเยอะ”
ราชายิ้มและพูดว่า “นี่มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรมากนักแถมยังเป็นเรื่องที่ดีกับพวกข้าเองอีกด้วย” เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ่าไห่ก็บอกลาทันที
หลังจากที่คุยเรื่องทั้งหมดแล้วเจ่าไห่ก็กลับไปที่เมืองบีก็อดและรอข่าวจากเผ่าไลเกอร์ ซึ่งมันก็แน่นอนว่ามันต้องไม่นานเกินไป เจ่าไห่เองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเผ่าแต่ละเผ่าจะสามารถผลิตไวน์นมได้มากแค่ไหนในแต่ละเดือน
และ 5 วันหลังจากที่เจ่าไห่มาที่เมืองบีก็อดแล้ว ชาวเผ่าไลเกอร์ก็ไวน์นมให้กับเจ่าไห่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสามารถขายได้ประมาณ 10 ล้านเหรียญ จํานวนนี่น้อยกว่าที่เขาคิดไว้มากๆ แต่เจ่าไห่เองก็คิดว่าพวกเขามีประโยชน์ต่อตัวของเขามา ซึ่งเมื่อมองดูดีๆ จะรู้ได้เลยว่าจํานวนการผลิตกับความต้องการยังมีความเท่าเทียมกัน
แม้ว่าชาวเผ่าอย่างพวกเขาจะขาดแคลนเกี่ยวกับอาหาร แต่พวกเขาก็ยังสามารถผลิตไวน์นมได้เป็นจํานวนมาก พวกเขาจําเป็นต้องประหยัดอาหารเหล่านั้นเพื่อที่พวกเขาจะสามารถกินอาหารที่พวกเขาจนเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิให้ได้
และด้วยเหตุนี้เองชาวเผ่าเหล่านั้นจึงมีความรู้สึกที่อยากจะขอบคุณเจ่าไห่อยู่ตลอดเวลา ตอนนี้พวกเขามองว่าเจ่าไห่เป็นคนเดียวที่มีอาหารที่พวกเขาต้องการ และเจ่าไห่เองก็ต้องการไวน์นม เพื่อนําไปขาย และแลกอาหารให้กับชาวเผ่าเหล่านั้น และให้พวกเขาเพื่อเก็บไว้กินในขนาดที่อยู่ในฤดูหนาว
แม้ว่าเจ่าไห่จะไม่ได้แลกเปลี่ยนเป็นจํานวนมากๆ แต่นี้ก็เป็นสิ่งที่สําคัญกับพวกเขามากๆ พวกเขาก็เลยต้องการที่จะแลกไวน์นมกับอาหารที่พวกเขาต้องการเพื่อนํามากินในช่วงฤดูหนาว
ดูเหมือนว่าการใช้จ่ายในการสร้างโรงผลิตของเจ่าไห่ในครั้งนี้ มันจะเป็นจํานวนมหาศาลมากๆ
แต่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้คิดอะไร หรือไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธที่เขาจะสร้างมันขึ้นมา
ตอนนี้ทาสที่เจ่าไห่ได้ไปซื้อมา ก็มาถึงที่หมู่บ้านของเจ่าไห่แล้ว และตอนนี้ก็พร้อมแล้วที่พวกเขาจะต้องเริ่มที่จะผลิตไวน์นม
หลังจากที่เจ่าไห่จัดการเรื่องเหล่านี้แล้ว เจ่าไห่ก็บอกให้ปู่กรีนไปสร้างโรงเรียนให้กับเด็กๆ ในแดนทมิฬตอนนี้เจ่าไห่เห็นว่าที่นั่นมีเด็กอยู่มากมายเขาเลยจําเป็นที่จะต้องให้เด็กๆ เหล่านั้นได้รับการเรียนรู้
และเมื่อเจ่าไห่จัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จแล้วเขาจะต้องไปยังอาณาจักรโรเซ่น เขาต้องคุยกับคู่ค้าทางการค้าของเขาเกี่ยวกับไวน์นมที่เจ่าไห่จะส่งให้แกพวกเขา แล้วราคาที่เจ่าไห่ต้องการจะขายให้กับพวกเขาก็คือ 1 ขวดต่อ 16 เหรียญครับ