Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 555 - การค้า (ตอนที่ 2)
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 555 - การค้า (ตอนที่ 2)
บทที่ 555 – การค้า (ตอนที่ 2)
ราชามองไปที่เจ่าไห่ เขาไม่อยากจะเชื่อกับเรื่องที่เขาได้ยิน แต่เขาก็รู้ว่าเจ่าไห่เป็นพ่อค้าคนเดียวที่ผลิตไวน์นมนี้ออกมา แต่ถ้าเจ่าไห่สามารถบอกวิธีให้กับชนเผ่า มันก็จะทําให้พวกเขาได้รับประโยชน์จากมันเยอะมากๆ
เจ่าไห่มองท่าทางของราชาและก็ยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ข้าคิดว่าไวน์นมที่พวกชาวเผ่าผลิตนั้นมีรสชาติที่ดีมาก แต่มันไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ข้าสามารถทําให้ไวน์นมของชาวเผ่าให้มันสามารถเก็บไว้ได้นานได้ ข้าคิดว่าจะให้พวกท่านหมักไวน์แล้วก็ขายให้กับข้า หลังจากนั้นข้าจะขายไวน์ที่ทําใหม่แล้วไปยังแผ่นดินใหญ่ ท่านคิดว่ายังไง?”
ราชาขมวดคิ้ว เขาไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่เจ่าไห่เสนอ ซึ่งมันก็เป็นเพราะว่าพวกเขาจะไม่ได้รับผลประโยชน์มากมายอย่างที่เขาคิดไว้ แต่เจ่าไห่ก็อาจจะไม่ยอมรับในวิธีของเขาเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ราชาก็ยังรู้สึกดีกว่าไม่ทําอะไรเลย วิธีการเปลี่ยนไวน์นมธรรมดาเป็นไวน์นมที่มีคุณภาพมันเป็นสิ่งที่เจ่าไห่สามารถทําได้ ถ้าเจ่าไห่สอนวิธี
ทําให้แก่พวกเขามันก็จะไม่ยุติธรรมกับเจ่าไห่
แต่แม้ว่าเจ่าไห่จะไม่ได้สอนวิธีทําให้แก่พวกเขา แต่มันก็ไม่สําคัญแต่ที่สุดแล้วเจ่าไห่ก็จะซื้อไวน์นมจากพวกเขาและเอาเงินให้กับพวกเขาเป็นจํานวนมาก
ตอนนี้พวกเขามีแกะเป็นจํานวนมาก และจากนั้นพวกเขาก็จะผลิตนมออกมา แต่อย่างไรก็ตาม นมทั้งหมดนี้พวกเขาไม่สามารถที่จะดื่มมันได้ ดังนั้นพวกเขาก็จะเปลี่ยนนมให้กลายเป็นสินค้าอื่นๆ เช่นไวน์นมและสินค้าอื่นๆมากมาย
แต่สินค้าเหล่านี้ยังคงรักษาได้ยากมากๆ โดยเฉพาะในทุ่งหญ้า เพราะสภาพแวดล้อมของทุ่งหญ้ามันทําให้อาหารทุกๆ อย่างเสียเร็วขึ้น
บางครั้งพวกเขาก็จะดื่มนมเหมือนกับดื่มน้ําเลย ซึ่งมันจะไม่เป็นผลดีนัก ถ้าเจ่าไห่ซื้อนม นั่นก็จะเป็นประโยชน์กับพวกเขาเป็นอย่างมาก
ราชาพยักหน้าและพูดว่า “นี่เป็นสิ่งที่ดี แต่เจ้าวางแผนที่จะเก็บไวน์นมเหล่านี้ได้อย่างไร ถ้าพวกมันถูกทิ้งไว้เป็นเวลานานรสชาติของพวกมันก็จะเปลี่ยนไปเมื่อมันเปลี่ยนไป เจ้าจะต้องการ
ทําให้กลายเป็นไวน์นมของเจ้าหรือไม่?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการขอความช่วยเหลือจากท่าน ข้าต้องการทําการค้ากับชาวเผ่าบางเผ่า โดยเฉพาะเผ่าใหญ่ๆ ข้าจะขอให้พวกเขาเก็บไวน์นมเหล่านั้นแล้วข้าจะเข้าไปเอาทุกๆ 2-3 วันท่านคิดเช่นไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?”
ราชาคิดอยู่ครู่นึ่งก่อนที่จะพยักหน้าและพูดว่า “นี่มันไม่ใช่ปัญหาเลย แต่ในทุ่งหญ้าแห่งนี้ก็มีเผ่าใหญ่ๆ อยู่มากมายและก็ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหมดยินดีที่จะทําการค้ากับเจ้า และเจ้าก็สามารถเลือกคนที่จะทําการค้าได้ด้วยเช่นกัน แล้วเจ้าจะขนส่งได้เช่นไร?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ราชาท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้ามีนกอินทรีย์ของข้า ข้าสามารถใช้พวกมันเป็นพาหนะขนส่งที่เร็วมากๆ ข้าจะดูแลเรื่องนี้เองตราบเท่าที่ท่านสามารถหาชาวเผ่ามาทําการค้ากับข้าได้
ราชาพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ..งั้นตกลง ข้าจะช่วยเหลือเจ้าและเขียนจดหมายไปถึงชนเผ่าใหญ่ๆ เหล่านั้นเมื่อเจ้ามีเวลาเจ้าก็สามารถไปหาพวกเขาและพูดคุยเกี่ยวกับข้อตกลงของเจ้าได้เลย”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ขอบคุณมากจริงๆ ข้าจะรีบเข้าไปโดยเร็วที่สุด”
ราชายิ้มและพูดว่า “เจ้าไม่จําเป็นต้องเกรงใจอะไรเลย นี่มันเป็นสิ่งที่ดีสําหรับเราชาวเผ่า นอกจากนี้ข้าก็ยังไม่กลัวว่าเจ้าจะหลอกพวกข้าเลย แม้ว่าเจ้าจะทําเราก็จะไม่ได้สูญเสียอะไรมากเลย แต่ถ้าเจ้าท่ามันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีติดตัวเจ้าไป และพวกเราก็จะสามารถเปลี่ยนของเหล่านี้กลายเป็นเงินที่คุ้มค่ามากๆ”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินราชาพูดเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “มันจะดีกว่านี้ถ้าพวกเขาจะได้รับรายได้ ชีวิตของพวกเขาก็จะดีขึ้นนิดหน่อย ข้าสามารถจ่ายให้แก่พวกเขาได้สามวิธี วิธีแรกคือการจ่ายให้กับพวกเขาด้วยอาหาร และสิ่งจําเป็นในชีวิตประจําวันอีกวิธีคือการจ่ายด้วยทองคําและเงิน
พวกเขาสามารถใช้เพื่อค้าขายกับพ่อค้าคนอื่นๆ ได้วิธีที่สามคือสัตว์เวทย์เช่นแกะและสัตว์อื่นๆ ข้าจะไม่ซื้อในราคาแพง ข้าขอให้ราชาอธิบายให้พวกเขาข้ากลัวว่าพวกเขาจะไม่เชื่อข้า ราชามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “ไม่เพียงแต่พวกเขาแม้แต่ข้าก็อาจจะไม่เชื่อเจ้า เจ้าบอกข้าว่า เจ้าจะซื้อพวกมันด้วยทองค่าและเงินข้าก็เชื่อเจ้า แต่การซื้อขายไวน์นมด้วย ข้ากลัวว่ามันจะดีเกินไปที่จะเป็นเรื่องจริง เจ้าจะต้องรู้ว่าเมื่อเทียบกับคนทั่วไปแล้วพวกเราชาวเผ่ามองว่าแกะมีค่ามากกว่าเมล็ดข้าวเสียอีก”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้ารู้ แต่ราชาท่านไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องนี้เลย”
ราชาพยักหน้าแล้วก็ยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ..ข้าจะเชื่อเจ้าแล้วกัน ข้าจะปล่อยข่าวไปยังทุ่งหญ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเลย
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าจะทํางานให้เร็วที่สุด”
ราชาพยักหน้าจากนั้นเขาก็หันไปหาคนรับใช้และพูดว่า “ไปบอกกับทุกคนว่าข้าจะไปกินข้าวกับเจ่าไห่ ตอนเที่ยงเตรียมอาหารอร่อยๆ ให้ที”
เจ่าไห่ไม่ได้คัคคานราชา การทานอาหารกับราชาก็อาจจะเป็นประโยชน์แก่เขาด้วยเช่นกัน เขามองไปที่ราชาและพูดว่า “ราชา ตอนนี้ข้ากําลังวางแผนทําอะไรบ้างอย่าง ข้าอยากจะฝากเรื่องนี้ไปถึงเผ่าต่างๆ ถ้าท่านต้องการอะไรก็ขอให้บอกข้าได้เลย”
ดวงตาของราชานั้นโตขึ้นในขณะที่เขาพูดว่า “เจ้าต้องการหาคนแคระงั้นเหรอ? นั่นมันวิเศษมากขาได้ยินมาว่าคนแคระเหมือนกับพวกเรามาก พวกเขายังติดต่อกับพวกแอลฟ์ด้วย เจ้าช่วยให้เราได้รับเหล็กเมื่อเจ้ากลับมาใช่ไหม? มันจะไม่ใช่แค่อาวุธแต่ทุกอย่างที่ทําจากเหล็กจะดีมาก พวกชาวเผ่าต้องการเหล็กเหล่านั้นมากๆ
เจ่าไห่พยักหน้าและยิ้มพร้อมกับพูดว่า “คนแคระทําเหล็กมากมายข้าคิดว่ามันน่าจะไม่มีปัญหาอะไรที่จะเอากลับมา”
เมื่อราชาได้ยินเจ่าไห่ ท่าทางของเขาก็ดูมีความสุขมากๆ เขาพูดกับเจ่าไห่ทันทีว่า “ดีมากเลย ข้าต้องขอขอบคุณเจ้าไว้ก่อนเลย เราออกไปที่ห้องอาหารกันเถอะ” เจ่าไห่ไม่ปฏิเสธและไปที่ห้องอาหารกับราชา และเมื่อพวกเขาไปถึงเจ่าไห่ก็ไม่คิดว่าห้องอาหารจะเป็นห้องเล็กแบบนี้
สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่แปลกมากๆ ห้องแห่งนี้แตกต่างจากห้องอาหารของที่อื่นมาก
เมื่อพวกเขามาถึงที่ห้องอาหารคนรับใช้ก็เริ่มเสิร์ฟอาหารทันที โดยธรรมชาติแล้วสิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเครื่องดื่ม อาหารจานหลักก็เป็นเนื้อแน่นอนอยู่แล้วนม
ในขณะที่เจ่าไห่และราชากําลังกินอาหาร พวกเขาก็พูดคุยรายละเอียดของการทําการค้าไวน์
การพูดคุยได้ยังไม่จบแม้ว่าอาหารที่พวกเขากินจะหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าราชตั้งใจมากเกี่ยวกับการค้าเป็นอย่างมาก
หลังออกจากคฤหาสน์แล้ว เจ่าไห่ก็กลับไปที่ร้านเมจิกลิลลี่ทันที แต่หลังจากมาถึงหน้าร้านแล้วเจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะมอง สถานการณ์ของร้านแตกต่างกันมากเมื่อเทียบกับบรรยากาศของเมืองเมื่อวานนี้ ตอนนี้ร้านค้าดูมีชีวิตชีวามาก มีชาวเผ่าจํานวนมากล้อมรอบร้อยค้าและมีเสียงดังมากๆ หลังจากฟังมาระยะหนึ่งเจ่าไห่ก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาต้องกระจายความตั้งใจที่จะซื้อ
สิ่งที่ไร้ประโยชน์ให้กับพวกเขาแล้วชาวเผ่ากําลังพูดกับอาไทเกี่ยวกับราคาการค้าของพวกเขา
คนเหล่านั้นไม่ได้มาเพียงตัวเอง พวกเขาเป็นตัวแทนจากเผ่าของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาก็เลย
ไม่ได้นําเอาอะไรมาด้วย แต่ก็มีสิ่งของมากไม่น้อยเลย
เจ่าไห่ไม่ได้คิดอะไร อาไทสามารถจัดการกับสถานการณ์นี้ได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเขาจึงกลับไปที่ร้านด้านหลังพร้อมกับชิวและซูกะ หลังจากเข้าไปแล้ว เจ่าไห่ก็ไปยังมิติทันทีและพูดคุยเกี่ยวกับ
การค้าไวน์นมของพวกเขากับชาวเผ่ากับลอร่าและคนอื่นๆ
เมื่อลอร่าได้ยินเจ่าไห่เธอก็อดไม่ได้ที่ขมวดคิ้วและพูดว่า “พี่ไห่นี่เป็นความคิดที่ดีมากเลย แต่ด้วยสิ่งนี้ราคาของที่โรงแรมก็จะต้องลดลงด้วยเช่นกัน โรงงานของเราก็ยังไม่สามารถทําได้เร็วขนาดนั้น ฉันเกรงว่าพวกเราจะไม่สามารถผลิตมันได้ทันที่จะส่งออกไปขาย
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่รู้ แต่อันที่จริงมันง่ายมากที่จะผลิต ตราบใดที่เรามีเครื่องมือในการกลั่นมากขึ้นทุกอย่างจะไม่เป็นไรเราทําสิ่งต่างๆ ผิดตั้งแต่เริ่มต้นเรามีเครื่องแปรรูปเราสามารถผลิต
เครื่องกลั่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ไม่เพียงแกต่จะเพิ่มรสชาติได้ แต่ผลผลิตก็จะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน และอย่าลืมว่าชาวเผ่าสามารถผลิตนม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนมจากแกะ แม้ว่านมแกะรสชาติของมันจะไม่สามารถเทียบได้กับนมวัวที่เราใช้ ดังนั้นนมของเราจะยังคงรสชาติที่ดีขึ้นมากเมื่อเราขาย
ไวน์นมของชาวเผ่าเราก็สามารถติดฉลากเป็นไวน์ทั่วไปในขณะที่เราโฆษณาไวน์ของเรา ซึ่งความแตกต่างนี้น่าจะทําให้รายได้ของเราเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย”
ทันทีที่ลอร่ากับคนอื่นๆ ได้ยินเจ่าไห่พูดพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้น พวกเขามีประสบการณ์ว่าเครื่องจักรมีความวิเศษมากแค่ไหน ตราบใดที่พวกเขารู้ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการแล้วเครื่องแปรรูปไม่สามารถทําได้ ดังนั้นความคิดของเจ่าไห่จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุมากๆ
ในเวลาเดียวกันคนนอกไม่สามารถสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในแดนทมิฬได้ ดังนั้นเรื่องนี้น่าจะเป็นไปได้
ลอร่ามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เราล่ะ..ไม่มีปัญหาแล้วตอนนี้เรามีเครือข่ายการค้ามากมาย
การที่จะขายออกไปมันจะไม่มีปัญหาพี่ไห่เราต้องทําสิ่งนี้ให้เร็วที่สุดไม่เพียงเท่านั้น มันทําให้ชาวเผ่ารู้สึกสบายและมันยังนําประโยชน์มากมายมาสู่ตระกูลบูดาของเรา”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “พี่ไห่ฉันคิดว่าเราควรบอกให้กับเจ้าชายที่สามรู้ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลังจากที่ยอดขายส่วนใหญ่ของเราเกี่ยวข้องกับการค้าส่งเราต้องพึ่งพาผู้อื่นเกี่ยวกับการค้าปลีก”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้เราไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้อีกแล้วเราต้องสร้างเครือข่ายที่ได้รับภายในก่อนหลังจากนั้นมันจะไม่สายเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ สําหรับระบบการรับสินค้าพี่มีคนในใจแล้ว”
ลอร่ามองด้วยความสับสนขณะที่เธอถามว่า “ใครกัน? เขาคือใครเรามีนกอินทรีย์อยู่แล้วเราไม่จําเป็นต้องร่วมมือกับคนอื่นเลย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ทุ่งหญ้านั้นใหญ่เกินไปนอกจากนี้พี่ไม่ต้องการให้ความสนใจกับปริมาณของนกอินทรีย์ที่พี่มี ดังนั้นพี่ต้องการร่วมมือกับใครสักคน แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถบินได้ มันก็ไม่เป็นปัญหาพวกขาสามารถช่วยเหลือให้เรามุ่งเน้นการจัดหาจากชนเผ่าเล็กๆไปยังเผ่าใหญ่มัน
จะสะดวกกว่าสําหรับเราที่จะรวบรวมมันด้วยวิธีการนั้นและถ้าเรามือกับชาวเผ่ามันจะเท่ากับการมัด
พวกเขากับการค้าของเราสําหรับเรานี่เป็นทางเลือกที่ดี”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “ฉันเห็นด้วยกับคําพูดของพี่ไห่การใช้เผ่านกนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เรื่องนี้มันจะทําให้พวกเขาได้รับประโยชน์มากๆ”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “ตราบใดที่สิ่งนี้ผ่านไปพี่คิดว่าธงของเรากับธงของเผ่าอื่นๆ จะอยู่ในมือของเราในไม่ช้า ในทุ่งหญ้าจะเพิ่มขึ้นซึ่งจะดีมากสําหรับแผนการในอนาคตของเราในทุ่งหญ้า”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “แม้ว่าเราจะมีธุรกิจมากที่นั่นแต่เราก็ไม่มีหุ้นส่วนมากมาย ทุ่งหญ้าพี่ได้รับหุ้นส่วนมากมายพี่เป็นคนที่สําคัญกับพวกเขา”
ลอร่ามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “พี่ไห่ พี่วางแผนที่ไปหาเผ่านกตอนไหน?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่จะไปหาพวกเขาสองวันหลังจากที่ราชากระจายข่าวของเราไป เกี่ยวกับการค้าไวน์นม
เมแกนมองไปที่เาไห่และพูดว่า “พี่ไห่พี่ต้องการให้คนแคระทําอาวุธให้กับพวกชาวเผ่าด้วยงั้นเหรอ? ถ้าพวกเขาโจมตีพวกคนในจักรวรรดิอื่นหล่ะ?”
เจ่าไห่ถอนหายใจแล้วเขาก็ตอบว่า “มันก็ขึ้นอยู่กับว่าถ้าพวกเขาตั้งใจที่จะโจมตีคนพวกเขาไม่ต้องการแม้แต่อาวุธในการทําเช่นนั้น แต่ถ้าพวกเขาไม่ต้องการโจมตีแม้ว่าพวกเขาจะต้องการมีอาวุธที่ดีพวกเขาก็คงไม่ทําเช่นนั้น”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “ทุกอย่างยังคงเป็นเรื่องไร้เหตุผลเรายังไม่ทราบสถานการณ์กับคนแคระ แต่ถ้าราชาบอกว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ข้ากับพวกแอลฟ์อาจเป็นเช่นนั้น ตราบใดที่เราติดต่อกับพวกแอลฟ์เช่นกันผลประโยชน์ที่เรจะได้รับนั้นมากจริงๆ”
ทุกคนรู้ว่าตอนนี้ลอร่ากําลังจะหมายถึงอะไร พวกเขาต้องการสิ่งต่างๆ มากมายเพื่ออัพเกรดมิติและตอนนี้พวกเขาไม่มีวิธีที่จะทําเช่นนั้น ดังนั้นพวกเขาจะได้รับวัสดุจากป่าแอลฟ์เท่านั้นเพื่อความก้าวหน้า
ป่าแอลฟ์ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่ที่ลึกลับที่สุดซึ่งเป็นที่อยู่ของเผ่าที่ฉลาด มันเป็นสถานที่ลึกลับที่ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าบึงซากศพและจากการติดต่อกับแอลฟ์ก่อนหน้านี้ได้มีการกล่าวว่าป่ามีดอกไม้และพืชแปลกๆ มากมายและมันก็เป็นสิ่งเหล่านั้นที่สามารถดึงดูดความสนใจของเจ่าไหได้อย่างแน่นอน
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย