Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 554 - การค้า
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 554 - การค้า
บทที่ 554 – การค้า
เมื่อเจ่าไห่เห็นท่าทางของราชา เขาก็ไม่กล้าที่จะกล้าที่จะไม่ดื่มไวน์ เจ่าไห่ดื่มไวน์จากถ้วยของเขาทันที
ทุกวันนี้เจ่าไห่มักจะดื่มไวน์นมของเขาบ่อยมากๆ แม้ว่ามันจะมีกลิ่นที่หอมมากมันทําให้เจ่าไห่ยอมรับว่ากลิ่นของมันมีผลต่อรสชาติของไวน์มาก
ราชายิ้มเมื่อเขาได้เห็นเจ่าไห่ดื่มไวน์ไปพร้อมกับเขา ราชาก็ยังรู้อีกว่ามีคนไม่กี่คนที่จะได้ดื่มไวน์นมของเจ่าไห่ มีพ่อค้าที่ทําธุรกิจมานานแต่เขาก็ยังไม่สามารถดื่มไวน์ของเจ่าไห่ได้
ราชาวางถ้วยของเขาลงและให้คนรับใช้เทไวน์ให้เขาอีก จากนั้นราชาก็มองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “ข้าอยากจะบอบคุณเจ้ามากๆ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากนเจ้า ข้าคิดว่าเหล่าชนเผ่า ทุกเผ่าจะต้องเจอกับความสูญเสียครั้งใหญ่แน่นอน”
เจ่าไห่วางถ้วยของเขาลงเพื่อให้คนรับใช้เติมไวน์อีกครั้ง เขายิ้มและมองไปที่ราชาพร้อมกับพูดว่า “ท่านสง่างามมาก ข้ามองว่าชาวเผ่าทุกคนเป็นเพื่อนและกิลแห่งความสว่างเป็นศัตรูของข้า
มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะไม่ช่วยเหลือเพื่อนของข้า”
ราชายิ้มและพูดว่า “ข้าสั่งให้คนไปถามข่าวของเจ้าและข้าก็ได้เห็นว่าข้าวที่เจ้าขายให้กับชนเผ่ามีราคาที่น้อยกว่าพ่อค้าคนอื่นๆ ทําไมเจ้าถึงขายเช่นนั้น?”
เจ่าไห่ตอบกลับทันทีว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย พ่อค้าคนอื่นๆ จําเป็นต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง แต่ในทางกลับกันข้ามีกระเป๋ามิติเป็นของตัวเอง ข้าก็เลยใช้กระเป๋ามิติในการขนส่งข้าวไปยังทุ่งหญ้าได้อย่างสะดวกมากๆ เพราะมันมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก
ราชาพยักหน้าแล้วเขาก็หัวเราะและพูดว่า “ข้ากลัวว่าวิธีนี้จะเป็นเรื่องยากมากสําหรับคนอื่นๆที่จะเรียนรู้ไม่มีใครที่จะใช้อุปกรณ์ที่ได้จากมิติในการขนส่งสินค้า”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เขารู้ว่าสิ่งที่ราชาพูดนั้นเป็นเรื่องจริง แต่เหตุผลที่แท้จริงว่าทําไมพ่อค้าคนอื่นๆ ไม่สามารถใช้วิธีของเจ่าไห่ได้ก็เพราะว่าพวกเขาไม่ได้มีมิติเหมือนกับที่เจ่าไห่มี
ราชามองไปที่เจ่าไห่จากนั้นเขาก็พูดว่า “ไม่มีพ่อค้าคนไหนที่กล้าเข้ามาในทุ่งหญ้าในตอนนี้ ข้าคิดว่าสถานการณ์นี้จะต้องเป็นไปอีกหลายเดือนแน่ๆ ข้าแน่ใจว่าสิ่วเหล่านี้จะหมดไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในเวลาเดียวกันพ่อค้าคนอื่นๆ จะไม่ทําการค้าในทุ่งหญ้าอีกแล้ว เพราะข้อตกลง ราคายุติธรรมในอนาคต ข้ากลัวว่าปัญหาการขาดแคลนอาหารจะใหญ่กว่าครั้งที่ผ่านๆ มาและเมื่อเวลานั้นมาถึงเราจะได้รับธัญพืชที่มีราคาแพง เจ้ามีวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้หรือไม่?”
เจ่าไห่ยิ้มและตอบว่า “ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ตราบใดที่ทุ่งหญ้าต้องการอาหารข้าเองก็สามารถขายอาหารให้ได้ และมันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย”
ราชามองเจ่าไห่ จากนั้นดวงตาทั้งสองของเขาก็สว่างขึ้น เมื่อเขามองเข้าไปในดวงตาของเจ่าไห่และพูดว่า “เจ้ากําลังจะหมายถึงว่าเจ้ามีข้าวและอาหารเยอะงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้ามีขนมปัง ผลไม้มากมาย ข้าวไม้ไผ่ก็มากมายด้วยเช่นกัน ดังนั้น ท่านไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย”
ราชามองไปที่เจ่าไห่ ดูเหมือนว่าเขาจะคิดว่าเขาเข้าใจผิดในสิ่งที่เจ่าไห่เพิ่มพูดไป เหตุผลที่เขาเชิญเจ่าไห่มาก็คือเพราะอยากรู้ว่าเจ่าไห่เป็นเพื่อนกับเหล่าชนเผ่าจริงไหม? หากเจ่าไห่เป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาก็จะตอบแทนบางสิ่งให้กับเจ่าไห่ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นเขาก็ยังไล่เจ่าไห่ออกไปทันที แต่เขาก็ไม่คิดว่าคําตอบของเจ่าไห่จะเป็นแบบนี้ เขาชัดเจนมากเกี่ยวกับอาหารที่ทุ่งหญ้าที่กําลังต้องการ
เมื่อเจ่าไห่เห็นท่าทางของราชา เขาก็รู้ว่าอะไรอยู่ในความคิดของราชา เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ราชา ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเลยจริงๆ ที่ทีข้าอยู่มีอาหารและสิ่งต่างๆ มากมายข้าต้องการขายอาหารเหล่านั้นที่นี่ด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่าขายในที่อื่นๆ มันก็จะทําให้ข้าได้กําไรน้อยลง และมันก็จะส่งผลกระทบต่อการค้าของข้าด้วย
ราชาพยักหน้าแม้ว่าเขาเป็นเป็นแค่ชาวเผ่าแต่หลังจากที่ได้เป็นราชามานานหลายปีเขาก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของที่อื่นๆ เขารู้ว่าในบรรดาพ่อค้าที่มาถึงทุ่งหญ้ามีเพียงพ่อค้าที่มีชื่อเสียงเท่านั้นที่สามารถหาไรได้ พ่อค้าทั่วไปจะไม่สามารถทําเงินได้มากนัก
เขารู้ราคาของธัญพืชในที่เมืองใหญ่ๆ แต่เขาก็รู้ว่ามันมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ สําหรับคนที่จะส่งธัญพืชไปยังทุ่งหญ้า นอกจากเหตุผลเทียมค่าใช้จ่ายค่านี้เป็นเหตุผลที่ราคาข้าวในทุ่งหญ้ามันสูงมาก
ด้วยเหตุนี้ข้อตกลงราคายุติธรรมระหว่างพ่อค้าและชาวเผ่า จึงไม่ได้มีราคาเดียวกันกับเมืองใหญ่ นี่เป็นเพราะมันเป็นสถานการณ์ที่ไม่คุ้มกับราคาและจะไม่มีพ่อค้าที่จะขายอาหารให้กับชาวเผ่าอีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้นราชายังรู้อีกว่าในเมืองใหญ่ๆ อิทธิพลของขุนนางแต่ละตระกูลนั้นยิ่งใหญ่มากๆ
และด้วยวิธีที่การค้าข้าวของพวกเขาจะต้องผ่านกองทัพอย่างใกล้ชิดผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้จะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาราคาให้คงที่ของราคา ซึ่งมันจะมีผลกระทบต่อพวกเขามากๆ
ไม่ใช่แค่ตระกูลบูดาเท่านั้นที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ พวกเขาก็สามารถขึ้นเป็นเผ่าที่อยู่ในระดับต้นๆ ได้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในเผ่าที่ทรงพลังที่สุด การข้ามขั้น เช่นนี้สามารถเจอได้แต่ในหนังสือเท่านั้น
ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากขุนนางที่พวกเขาได้ต่อสู้ด้วย อันที่จริงแล้วเขาคิดว่าเจ่าไห่จะเป็นคนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมาก แต่หลังจากที่ได้รู้เรื่องนี้เขาก็รู้ว่าเจ่าไห่เป็นที่รู้จักของหลายๆคนด้วย สิ่งที่เจ่าไห่ได้ทําไปก่อนหน้านี้ ในที่สุดราชาก็เชื่อว่าเจ่าไห่นั้นไม่ได้ถูกกันกับกิลแห่งความสว่าง เมื่อเห็นราชาเรื่มเชื่อเขา เจ่าไห่ก็พูดว่า “ข้ามองว่าพวกชาวเผ่าเป็นเพื่อนของข้าจริงๆ และข้าเองก็ไม่ได้ชอบคนอื่นๆ ไปมากกว่าชนเผ่าเลย” ราชามองไปที่เจ่าไห่ก่อนที่เขาจะหัวเราะ หลังจากเวลาผ่านไปราชาก็หยุด เขาก็พูดด้วยน้ําเสียงที่จริงจังว่า “ดีจริงๆ ตั้งแต่วันนี้เจ้าเป็น เพื่อนของข้าเหมือนกับที่เจ้าเป็นเพื่อนกับเผ่าอื่นๆแล้ว”
ราชาไม่เพียงแต่เริ่มที่จะสร้างสัมพันธ์กับชาวเผ่าเท่านั้น ในเวลาเดียวกันเขาก็เป็นผู้นําของเผ่า
อีกด้วย อิทธิพลของเขาในเผ่าเขานั้นใหญ่มากจนเขาสามารถพูดหรือทําอะไรก็ได้
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินราชาหัวใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขมากๆ เขารู้ว่าคําพูดของราชานั้นจริงจังแค่ไหน ด้วยคําพูดเหล่านั้นเขาสามารถเดินในทุ่งหญ้าได้อย่างอิสระมากขึ้น แม้แต่เผ่าที่มีชื่อเสียงของทุ่งหญ้าก็ไม่กล้าที่จะทําอะไรพวกเขา
เจ่าไห่ลุกขึ้นยืนทันทีและพูดว่า “ข้าเจ่าไห่ขอบคุณราชามากๆ
ราชาโบกมือของเขาและบอกให้เจ่าไห่นั่งลงจากนั้นเขาก็พูดว่า “ปัญหาเรื่องอาหารที่กําลังจะเกิดขึ้นเจ้าจะช่วยเหลือพวกเราใช่ไหม? แต่ทําไมเจ้าคิดว่าชนเผ่าของเราจะต่อสู้กับเรื่องนี้ได้ เพื่อความอยู่รอดชนเผ่าใหญ่จะต้องการแย่งชิงจากเผ่าเล็กๆ ในระหว่างการต่อสู้เหล่านี้จะต้องมีคนตายจํานวนมากแน่ๆ ทั้งหมดเป็นเพราะไม่มีอาหารที่เพียงพอสําหรับพวกเขา”
เจ่าไห่ไม่สามารถนึกถึงเรื่องเหล่านี้ได้ ในขณะที่เขาฟังราชาสิ่งที่ราชาพูดนั้นจริงๆ แล้วชาวเผ่าต้องการที่จะต้องสู้จริงๆไหม? มันเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนเลยไม่มีเผ่าใดที่เกิดมาเพื่อฆ่าและตายพวกเขาทั้งหมดถูกบังคับให้ทําเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น
ราชาถอนหายใจแล้วหันหน้าของเขาไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “หลายปีที่ผ่านมาเราต้องการ
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนจากที่อื่น แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจที่จะมีความสัมพันธ์กับพวกเราเลย
พวกเขาถือว่าเราเป็นคนป่าเถื่อนบางคนก็มองว่าเราเป็นเหมือนกับสัตว์ป่า สิ่งเดียวที่พวกเขา
ต้องการจากเราก็คือกําไรที่ พวกเขาจะทําการค้ากับผู้ที่พวกเขาถูกใจเท่านั้น แต่เจ่าไห่..คําพูดไม่กี่คําของเจ้าทําให้ข้าอยากที่จะพบเจ้ามากขึ้น คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาด แต่ข้าก็คิดว่าคนที่ข้าสามารถทําการค้าได้ก็มีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น”
เจ่าไห่มองไปที่ราชาเขาไม่ได้พูดอะไรเลย เขารู้ว่าคําพูดของราชานั้นพูดด้วยความจริงใจมาก นี่คือสิ่งที่อยู่ภายในใจของราชาอย่างแท้จริง
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเจ่าไห่ก็พูดว่า “ราชาข้าจะอยู่ข้างท่าน สิ่งที่ข้าพูดไปข้าจะทําเพียงแค่ชาวเผ่าเท่านั้น ราชาท่านไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงที่จะมีทําธุรกิจกับข้า”
ราชาพยักหน้าแล้วก็ตบไปที่ไหล่ของเจ่าไห่และพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะเชื่อเจ้าข้าหวังว่าเจ่าไห่จะทําได้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าจะไม่ทําให้ท่านผิดหวัง” จากนั้นเจ่าไห่ก็จับขวดไวน์นมขึ้นมา
ราชามองขวดที่เจ่าไห่หยิบมาเขาเคยเห็นไวน์นี้มาก่อนที่เผ่าเฮคัสที่เจ่าไห่เคยมอบให้กับพวกเขา และราชาก็เคยได้ดื่มแล้วเหมือนกัน พูดตามตรงเลยเขาชอบไวน์นี้มากจริงๆ เห็นได้ชัดว่าไวน์นี้เป็นไวน์นม แต่มันก็แตกต่างจากที่เขาเคยดื่มมากๆ
ราชาไม่ได้ปฏิเสธไวน์นมจากเจ่าไห่ เมื่อรับแล้วเขาก็ให้คนรับใช้เทไวน์นมให้กับเขาทั้งสองทันที หลังจากที่เขาจิบไวน์นมของเจ่าไห่ เขาก็พยักหน้า นี่เป็นไวน์นมแบบเดียวกับที่เผ่าเฮคัสให้เขาดื่ม
หลังจากมองไปที่ราชาแล้วเจ่าไห่ก็ยิ้มและพูดว่า “ราชาบางทีเราอาจจะร่วมการค้าไวน์นมได้ ท่านคิดเช่นไร?”
ราชาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจ่าไห่ด้วยความสับสน เขารู้ว่าไวน์นี้เป็นตัวแทนของอะไร มันเป็นผลกําไรที่มากอย่างไม่มีใครเทียบ
เมื่อเขาไปที่จักรวรรดิอื่นๆ คนทั่วไปจะถามถึงไวน์นี้ด้วย ไวน์นมเป็นที่นิยมมากสําหรับทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นมันขายในราคาที่สูงมาก ถ้าเจ่าไห่ทําการค้ากับพวกเขาแล้วมันจะนําประโยชน์มากมายให้แก่พวกเขา
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย