Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 553 - ได้พบกับราชา
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 553 - ได้พบกับราชา
บทที่ 553 – ได้พบกับราชา
ชิวรู้ว่าสิ่งที่ซูกะพูดนั้นมันก็ถูก แต่เขาก็ยังขมวดคิ้วและพูดว่า “นายน้อยข้าคิดว่ามีสถานที่ที่ดีกว่าที่จะทําให้ระดับของมิติเพิ่มขึ้น”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าจะบอกว่าที่นั่นคือแอลเวน ข้าเคยได้ยินมาว่าที่นั่นมีพืชแปลกๆมากมาย แน่นอนว่ามันก็เป็นสถานที่ที่ดีมากที่เราจะสามารถอัพเกรดมิติของเราได้ แต่เจ้าก็น่าจะรู้เกี่ยวกับความรู้สึกและอารมณ์ของพวกแอลฟ์ พวกเขาเกลียดคนอย่างพวกเรามากถ้าเรา เข้าไปในอาณาเขตของพวกเขาโดยที่ไม่ได้เตรียมการให้ดีก่อน พวกเขาอาจจะเห็นว่าสิ่งที่พวกเราท่าเป็นการรุนรานพวกเขา ข้าก็เลยคิดว่าจะไปพบกับเหล่าคนแคระก่อน ข้าได้ยินมาว่าคนแคระได้มีการติดต่อกับแอลฟ์อยู่บ้าง ข้าต้องการที่จะดูว่าพวกเราสามารถรู้อะไรเกี่ยวกับพวกแอลฟ์จากคนแคระได้บ้างหรือไม่?”
ชิวพยักหน้าและพูดว่า “เป็นอย่างนั้นนี่เอง แต่มันก็เป็นจริงอย่างที่ท่านบอก แต่ข้าก็ยังเคยได้ยินมาว่าคนแคระก็มีอารมณ์ที่ร้อนเช่นกัน แต่ความคิดของพวกเขาก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าพวกชาวเผ่า พวกเขาชอบอยู่กับเหล็กและก็ชอบดื่มไวน์ด้วย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะดูน่ากลัวในเรื่องของนิสัยแต่พวกเขาก็มีความสามารถในเรื่องงานต่างๆ แต่ข้าเองก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถเป็นมิตรกับพวกเราได้
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “ใครจะไปรู้ ข้าได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับพวกเขาเพียงแค่ในบันทึกย่อเท่านั้น ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่เรื่องที่แอลฟ์ไม่ได้ชอบคนมันเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้กันเป็นอย่างดีมันจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าถ้าพวกเราไปยังภูเขาของคนแคระก่อน
ชิวพยักหน้าจากนั้นก็มองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยท่าคิดว่าราชาของเหล่าชนเผ่าต้องการจะคุยกับนายน้อยเรื่องอะไรงั้นเหรอ?”
ชิวยิ้มและก็ยังพูดต่ออีกว่า “มันน่าจะเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน นายน้อยช่วยพวกเขามามากมาย
พวกเขาจะต้องให้การตอบแทนกับนายน้อยอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูกะก็ส่ายหัวและพูดว่า “ไม่จําเป็นหรอก การที่ราชาของชนเผ่าต้องการที่จะพบกับนายน้อยมันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีก็ได้ นายน้อยอย่าเพิ่งคิดว่ามันจะเหมือนกับเผ่าเฮคัส
ก่อนที่เรื่องจะยังมาไม่ถึง อย่าเพิ่งคิดอะไรง่ายกับราชาของพวกเขา พวกเขาจะต้องมีความคิดมากกว่าสิ่งที่เราคิดแน่นอน พวกเขาจะต้องไม่เชื่อในตัวนายน้อยอย่างแน่นอน แม้ว่านายน้อยจะช่วย พวกเขาในครั้งนี้ ข้าคิดว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีถ้าเรายังระวังตัวอยู่กับการที่เราจะไปพบกับพวกเขา” เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “สิ่งที่ซูกะพูดนั้นมีเหตุผลมาก ถึงแม้ว่าราชาของชนเผ่าจะเป็นเหมือนกับชาวเผ่าทั่วไปแต่ก็ยังเป็นราชา และอยู่มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ตําแหน่งของเขามั่นคง นั่นก็หมายความว่าเขามีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจเราอาจจะต้องระวังตัวมากขึ้นเมื่อไปพบกับเขา”
จากนั้นทั้งสามคนก็พูดคุยกันพักหนึ่งก่อนที่อาไทจะมาและนําอาหารมาให้กับเจ่าไห่ หลังจากที่กินอาหารแล้วอาไทก็เริ่มยุ่งกับการเตรียมร้านเพื่อค้าขาย แต่ถึงอย่างนั้นเจ่าไห่ก็ไม่ได้ออกไปให้คนอื่นๆเห็นเขา
เช้าวันต่อมาหลังจากที่เจ่าไห่กินอาหารเช้าเขาก็นั่งรถม้าและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ของราชา ที่นี่อาจจะมีสิ่งก่อสร้างเพื่อไม่กี่แห่งในเมือง แต่สิ่งที่โด่งดังที่สุดก็คือคฤหาสน์ของราชา
แม้ว่าคฤหาสน์ของพวกเขานั้นจะชื่อเสียงแต่ขนาดของคฤหาสน์ก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก มันไม่สามารถเปรียบเทียบกับคฤหาสน์ของคนได้เลย ไม่มีทางที่ชาวเผ่าจะสร้างที่อยู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ หากชาวเผ่าต้องการสร้างบ้านพวกเขาจะต้องฆ่าสัตว์เวทย์และสิ่งที่ต้องรู้ก็คือสัตว์เวทย์นั้นมีค่ามากสําหรับพวกเขา พวกเขาไม่สามารถทําเช่นนั้นด้วยที่จะต้องมาฆ่าเหล่าสัตว์เวทย์ไปเป็นจํานวนมาก
ด้วยเหตุนี้แม้ว่ากําแพงเมืองจะไม่ได้ดูดีนัก แต่ถภายในที่อยู่ส่วนใหญ่เป็นเหมือนกับกระท่อม มีกระท่อมไม่กี่หลังอยู่ในเมืองของพระเจ้า ดูเหมือนว่ากําแพงของเมืองของพระเจ้านั้นมีโครงสร้างที่หรูหราที่สุดเท่าที่พวกเขาจะสร้างขึ้นได้
ไม่มีใครที่จะได้อยู่ที่คฤหาสน์ของราชา เมื่อชาราอยู่ที่นั่นแต่ถ้าหากยังไม่มีพวกเขาก็จะเข้าไปอยู่ แต่ถ้าเมื่อใดมีราชาองค์ใหม่ขึ้นมาพวกเขาก็จะย้ายออกไปกันเองเลย อาจบอกได้ว่าคฤหาสน์ของราชาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในหัวใจของชาวเผ่าทั้งหมด ดังนั้นจึง เป็นที่รู้กันดีว่าทหารของพวกเขาเข้มงวดมากๆ เมื่อเจ่าไห่มาถึงด้านนอกของคฤหาสน์ เจ่าไห่ก็รีบออกจากรถของเขาทันทีและมองไปที่คฤหาสน์ กําแพงของคฤหาสน์สูงประมาณ 30 เมตรเท่านั้น ทหารที่อยู่ต้องทางเข้าในมือของพวกเขามีหอกเหล็กยาว ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ใส่ชุดเกราะที่แข็งแกร่งมากๆ เมื่อเจ่าไห่ก้าวไปข้างหน้าเขาก็เห็นความนิ่งเฉยของทหารเหล่านั้น
เจ่าไห่ได้จัดระเบียบเสื้อผ้าของเขาใหม่และจากนั้นก็มาถึงด้านหน้าของทหารและเขาก็ทักทายว่า “พี่ชาย ข้าขอให้ท่านไปแจ้งกับราชาให้ทราบว่าข้ามาถึงแล้วได้หรือไม่?”
เจ่าไห่บอกกับทหารไปว่าเชาได้รับคนเชิญจากราชาให้เขาไปพบ ด้วยวิธีนี้ทหารก็จะไม่สงสัยในตัวของเจ่าไห และยอมให้เขาเข้าไป
แน่นอนเมื่อทหารได้ยินเจ่าไห่พูดชื่อของเขา ท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไป แต่เขาก็ยังไม่ได้ขยับตัว และเขาก็เดินไปที่กระท่อมใหญ่ข้างคฤหาสน์ในขณะที่เขาพูดว่า “ท่านไปที่กระท่อมตรงนั้น จะมีคนรอช่วเหลือท่านเมื่องท่านเข้าไป” หลังจากเจ่าไห่ขอบคุณแล้วเขาก็เดินไปที่กระท่อมนั้นทันที
การตกแต่งภายในกระท่อมดูธรรมดามากๆ ภายในมีโต๊ะเล็กๆ หลายโต๊ะแต่ก็มีคนนั่งอยู่ไม่กี่คน ดูเหมือนว่าคนเหล่านั้นจะมาจากคนละเผ่ากัน
เจ่าไห่ไม่กล้าที่จะอยู่เฉยๆ ได้ดังนั้นเขาจึงเข้าหาโต๊ะของทหารทันทีและพูดว่า “พี่ชาย ข้ามา ที่นี่เพราะค่าเชิญของราชา โปรดแจ้งให้ราชาทราบให้ข้าที”
ทหารคนนี้ดูไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนคนอื่นๆ แม้ว่ารูปร่างของเขาจะสูงมากๆ แต่เขาก็ดูผอมมาก เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในเผ่าของเขา แต่ถ้าเขาเปรียบเทียบกับเจ่าไห่ตัวของเขาก็ใหญ่กว่ามากๆ ทหารมองไปที่เจ่าไห่และยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ท่านคือนายน้อยเจ่าไห่ ราชาของเรารอท่านอยู่แล้วโปรดรอสักครู่ข้าจะให้คนพาท่านไป
หลังจากที่คนนั้นออกไปคนที่เหลืออีก 5 คนก็มองไปที่เจ่าไห่ เจ่าไห่ก็ทักทายคนเหล่านั้นและพูดว่า “ทุกคนนี่เป็นการมาครั้งแรกของข้า ข้ายังไม่ได้เตรียมของขวัญที่ดีให้กับราชาเลย ข้าหวังว่าขวดไวน์เหล่านี้จะเพียงพอ” จากนั้นเจ่าไห่ก็เอาไวน์นมให้กับพวกเขาแต่ละคน
คนที่อยู่ในกระท่อมทุกคนยิ้ม มันเป็นเรื่องปกติที่การพบกันครั้งแรกพวกเขาจะให้ของขวัญกัน
ดังนั้นเมื่อเจ่าไห่ให้ไวน์นมกับพวกเขามันก็ทําให้พวกเขารู้สึกสนิทกับเจ่าไห่ขึ้นมาทันที
หนึ่งในพวกเขายิ้มและมองไปที่เจ่าไห่พร้อมกับพูดว่า “เราเคยได้ยินชื่อของท่านมาแล้วนายน้อยเจ่าไห่ ดูเหมือนว่าท่านจะเป็นเจ้าชายที่มาจากที่อื่นของเผ่าเฮคัส รวมทั้งยังได้เพื่อนอีกตั้ง
หลายเผ่ามันก็แปลได้ว่านายน้อยเป็นชาวเผ่าแล้ว ข้าคิดว่าเผ่าของเราอาจจะต้องการทําธุรกิจกับท่านในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน”
เผ่าของข้ามีหัวการค้าที่น่ากลัวที่สุดเมื่อเทียบกับเผ่าอื่นๆ แล้วแต่พวกเขาก็มีชื่อเสียงที่โด่งดัง และพ่อค้าจํานวนมากที่จะไม่คิดจะทําธุรกิจกับพวกเขา นี่เป็นเพราะการค้าของพวกเขาฉลาดเกินไปและมีหลายครั้งที่กลอุบายของพ่อค้าล้มเหลวเพราะความฉลาดของพวกเขา
เจ่าไห่ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับสิ่งนั้นในขณะที่เขายิ้มและพูดว่า “ข้ายินดีที่จะทําธุรกิจกับเผ่าฟอส
ไม่ต้องเป็นห่วงข้ายินดีที่จะทําธุรกิจกับทุกคนถ้าไม่คิดร้ายต่อข้า”
ชายคนนั้นยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ เราจะฆ่าแกะเพื่อต้อนรับท่าน”
ในตอนนี้ก็ได้ยินเสียงเดินของใครบ้างคน และไม่นานนักก็มีชายคนนึ่งเดินมาจากข้างนอก เขามอบพูดกับเจ่าไห่ทันทีว่า “ข้าขอเชิญนายน้อยเจ่าไห่ ตอนนี้ราชาของเรากําลังรอท่านอยู่”
เจ่าไห่ยิ้มแล้ววางขวดไวน์นมลงบนโต๊ะและพูดว่า “ขอบคุณพี่ชาย โปรดรับของขวัญเล็กๆนี้ไว้ด้วยเถิด”
ชายคนนั้นไม่ได้ปฏิเสธ ตากธรรมเนียมของชาวเผ่าแล้วถ้ามีคนมอบของขวัญให้และไม่ยอมรับมันก็หมายความว่าท่านไม่ถือว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อน นี่มันก็จะแตกต่างจากคนทั่วไปมาก ย้อนกลับไปที่อื่นหากมีของขวัญให้คุณ คุณก็สามารถที่จะไม่รับมันก็ได้
จากนั้นทั้งสองก็ออกจากกระท่อมและมุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์ของราชา ตอนนี้ทหารไม่ได้ขังตัวพวกเขาไว้ พวกเขาทั้งสองได้รับอนุญาตให้เข้าไปทันที โดยไม่ต้องตรวจสอบอะไร
เมื่อเข้ามาในคฤหาสน์แล้ว เจ่าไห่ก็ไม่อาจจะหยุดตาของตัวเองไม่ให้มองคฤหาสน์ได้ ดูเหมือนว่าทหารที่อยู่ด้านในจะมาจากเผ่าฟอส ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ข้างในนั้นจะยุ่งอยู่ตลอดเวลา คฤหาสน์ไม่ใช่สถานที่ที่ใหญ่อะไรมากนัก แต่สถานที่ทั้งหมดดูเหมือนเครื่องจักรที่กําลังทํางานอยู่ตลอดเวลา พวกเขาทํางานกันอย่างต่อเนื่องจากอีกคนไปสู่อีกคน
เมื่อเจ่าไห่เห็นเช่นนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เมื่อเทียบกับคฤหาสน์ของราชาในจักรวรรดิโรเซ่น ถึงแม้จะมีสไตล์มากแต่ก็ขาดความสําคัญอย่างยิ่ง มันน่าเสียดายอย่างมาก
เจ่าไห่ได้มองสํารวจคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว และตรงกลางมันก็มีกระท่อมเล็กๆ ที่ด้านหน้าของกระท่อมนี้มีทหารของเผ่าไทด์อยู่สองคน พวกเขาสวมชุดเกราะในขณะที่มีเส้เหล็กอยู่ในตัวของพวกเขา
เจ่าไห่และทหารที่พาเขามา เดินไปถึงหน้าของทหารที่อยู่ตรงทางเข้าและพูดว่า “นี่คือนายน้อยเจ่าไห่ โปรดให้เขาเข้าไป
ทหารที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาพยักหน้าแล้วก็เดินหลบให้พวกเขาเดินเข้าไป
ทหารมองเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่มากับข้า เจ่าไห่ทักทายกลับและเดินตามทหารเพื่อเข้าไปในคฤหาสน์”
เจ่าไห่มองเมื่อเขาได้เข้าไปในคฤหาสน์แล้ว เขาคิดว่าจะมีห้องนั่งเล่นและห้องอื่นๆ อยู่ข้างใน แต่ในความเป็นจริงสถานที่แห่งนี้กับเป็นห้องทํางานของราชาโดยที่เจ่าไห่ไม่ได้คิดเลย ข้างในมีชั้นหนังสืออยู่มากมาย ตรงกลางของห้องนั้นมีเตาที่มีขนาดใหญ่อยู่มีไฟที่กําลังร้อนอยู่ด้วย (เตา ที่ว่าคือ เตาอั้งโล่) ไม่ได้ไกลมากนักมีโต๊ะตัวใหญ่อยู่ด้านหลังของโต๊ะนั้นมีเก้าอี้ซึ่งราชากําลังนั่ง อยู่พร้อมมีทหารอยู่ข้างๆ เข้ามากมาย
ทหารโค้งคํานับต่อราชาและพูดว่า “ท่านผู้นี้คือเจ่าไห่”
ราชาเงยหน้าขึ้นมอง เจ่าไหคํานับและพูดว่า “ข้าเจ่าไห่ได้มาตามคําเชิญของท่านแล้ว ข้าขอโทษที่ข้าเองมาสาย
ราชามองไปที่เจ่าไห่ด้วยเสียงหัวเราะและพูดว่า “ดีๆ เอาล่ะมานี่เถอะและจงนั่งลง” เขายืนขึ้นแล้วเดินไปทางเตาดั่งโล่
เจ่าไห่นั่งข้างๆ ราชาและคนรับใช้ของราชาก็ได้นําเอาไวน์นมของเจ่าไห่มาเสริฟ์ให้แก่ราชาและเจ่าไห่ก่อนที่เขาจะถอยออกไป
ราชาจับถ้วยไวน์ขึ้นและบอกกับเจ่าไห่ให้ดื่มพร้อมกันก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะดื่มไวน์นมที่อยู่ในมือของตัวเอง
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย