Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 551 - การแต่งงาน
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 551 - การแต่งงาน
บทที่ 551 – การแต่งงาน
ไม่มีใครคิดว่าลูหยางจะกลับไปที่เพอร์เซลล์ ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอไม่เหมือนกับคนเดิมที่คนอื่นได้เห็น เจ่าไห่ได้ส่งเธอไปหาเหล่าขุนนางเพราะเธอคุ้นเคยกับพวกเขา และมันก็ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของตระกูลด้วย
ดูเหมือนว่าตอนนี้เพอร์เซลล์จะไม่ได้ชื่อเพอร์เซลล์อีกแล้ว มันถูกเปลี่ยนชื่อเป็นชายแดนภาคเหนือ มีเพียงคนธรรมดาเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ไม่ได้มีผู้ปกครองคนใด
อย่างไรก็ตามตอนนี้บอริสไม่ได้ไว้ใจใครมากนัก ตอนนี้เขามีความคิดที่ดีที่เขาจะอยู่ในอาณาเขตของเขา ตอนนี้หนึ่งในคนที่เขาเกลียดก็คือกิลแห่งความสว่าง เนื่องจากตอนนี้กิลแห่งความสว่างไม่พอใจในตัวของเขา ก็เลยทําให้ตอนนี้แม้ว่าเขาจะได้ครองบัลลังก์ของจักรวรรดิอาร์ซู แต่เขาก็เป็นหนี้เยอะมากๆ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก
แต่นี่ก็ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้เท่านั้น แต่มันก็เป็นเพราะความผิดของเขาทําให้จักรวรรดิอาร์ซูเจอกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทําให้ชื่อเสียงของเขาใรอาณาจักรถูกทําลายไปแล้ว
ตอนนี้ก็มีคนจํานวนมากที่ไม่เชื่อฟังเขาอีกแล้ว
เหตุผลเดียวที่ทําให้เขายังคงครองบัลลังก์ได้ก็เพราะตระกูลอิมพีเรียลยังคงมีอิทธิพลมาใน
จักรวรรดิอยู่ และแม้ว่าคนในตระกูลอิมพีเรียลจะไม่พอใจในตัวของเขา พวกเขาก็รู้ว่าถ้าเขาจะถูกปลดออกจากบัลลังก์ ก็ไม่มีใครที่มีคุณสมบัติที่จะทําให้ประชาชนพอใจ ถ้าหากไม่สามารถที่จะครบคุมประชาชนมันก็จะทําให้เหล่าขุนนางถูครบคุมมากขึ้นด้วย ดังนี้เพื่อเห็นแก่ตระกูลอิมพีเรียล คนในตระกูลก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสนับสนุนบอริส
บอริสรู้ดีเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงพยายามอย่างมากในการจัดคนที่ไว้ใจได้ให้ดํารงตําแหน่งสําคัญต่างๆ เมื่อคนอื่นต้องการที่จะจัดการกับเขามันก็คือไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทําเช่นนั้น
สถานการณ์ตอนนี้ของจักรวรรดิอาร์ซูนั้นแย่มากๆ หากว่ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป มันอาจจะทําให้จักรวรรดิอาร์ซูจะต้องเปลี่ยนชื่อไปแน่ๆ
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สภาวะที่ไม่อาจจะทําอะไรได้ของจักรวรรดิอาร์ซูนั้นเกิดจากสัตว์ ใครก็ตามที่ต้องการที่เข้าไปยุ่งกับพวกเขาก็อาจจะต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นด้วย
เมื่อพูดถึงเรื่องของคนที่จะเข้ามายึกครองจักรวรรดิอาร์ซู ก็คงจะมีเพียงแค่จักรวรรดิโรเซ่นเท่านั้น แต่ถ้าเป็นคนอื่นก็ชคงจะไม่มีความสามารถที่จะทําเช่นนั้นได้
โดยปกติแล้วเจ่าไห่ไม่ได้คิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ และแม้ว่าเจ่าไห่จะปรากฏตัวที่จักรวรรดิอาร์ซู
แต่บอริสก็ไม่กล้าที่จะดูถูกเขา การที่พวกเขามีปัญหากันมันก็เป็นเพราะความผิดที่บอริสได้ทําลงไปทั้งหมด และตอนนี้สถานของเจ่าไห่ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเขามากนักซึ่งเป็นจักรพรรดิ เมื่อมาถึงตอนนี้บอริสก็อยากเลือกที่จะทําดีกับเจ่าไห่
เจ่าไห่ก็ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ เขาแค่ต้องการส่งลูหยางไปที่เพอร์เซลล์ นอกจากนี้เจ่าไห่ยังทําสิ่งที่ได้รับการยินยอมจากปู่กรีนและยายเมอร์รินแล้วด้วย
ปู่กรีนและยายเมอร์รินเห็นด้วยกับมันหลังจากที่ได้คุยกับอีวานแล้ว หลังจากปู่กรีนเห็นด้วยเจ่าไห่ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับลูหยาง เรื่องนี้ได้ถูกคุยกันแล้ว ลูหยางอาจจะได้แต่งงานกับเขาในอนาคต
แต่เมื่อเทียบกับลอร่ากับคนอื่นๆ สถานะตอนนี้ของลูหยางก็ยังไม่ดีพอสําหรับเจ่าไห่ หากเธอต้องการแต่งงานกับเจ่าไห่ เธอก็ต้องทําให้สําเร็จ การจัดการร้านค้าในเพอร์เซลล์ซึ่งตอนนี้มีชื่อว่าชายแดนภาคเหนือ นี่เป็นวิธีการทดสอบของปู่กรีน
ถ้าลูหยางทําได้ดี เธอก็จะได้แต่งงานกับเจ่าไห่ แต่ถ้าเธอไม่สามารถทําได้ มันก็เป็นเรื่องยากที่เธอจะได้เป็นภรรยาของเจ่าไห
เจ่าไห่คิดว่าความหยิ่งของลูหยางจะทําให้เธอไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงนี้ แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะยอมรับมันโดยที่ไม่ได้ลังเลอะไรเลย เจ่าไห่รู้ว่าลูหยางอาจจะมีความรู้สึกบางอย่างกับเขา แต่ไม่มากเท่าที่ลอร่าและคนอื่นๆ มีเหตุผลที่เธเห็นด้วยมีแนวโน้มมากที่สุดก็น่าจะเป็นเพราะเพอร์เซลล์
ตระกูลเพอร์เซลล์จะต้องพึ่งพาตระกูลบูดา เพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้า สําหรับตระกูลเพอร์เซลล์แล้ว ลูหยางตกลงที่จะแต่งงานกับเจ่าไห่
หลังจากเจ่าไห่ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็ถอนหายใจแต่เขาก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เขารู้ว่าข้อตกลงนี้จะเกิดขึ้นแต่เขาก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับลูหยาง
ในความเป็นจริงแม้ว่าลูหยางจะไม่สามารถทําได้ แต่เจ่าไห่ก็ยังคงจะแต่งงานกับเธออยู่ดี การแต่งงานครั้งนี้มีข้อได้เปรียมมากมายใครๆ ก็เรียกมันว่าเป็นการแต่งงานทางการเมือง ถ้าลูหยางแต่งงานกับเจ่าไห่แล้วตระกูลเพอร์เซลล์ก็จะได้รับการปกป้องจากตระกูลบูดา แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเจ่าไห่แต่งงานกับลูหนางตระกูลเพอร์เซลล์ก็ยินดีที่จะติดตามตระกูลบูดาไป
แม้ว่าเจ่าไห่จะมีภรรยาหลายคน แต่ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่ดีที่สุดสําหรับเจ่าไห่ตอนนี้ก็คือลอร่า
แม้ว่าสถานะของลอร่าจะไม่สามารถเอาไปเปรียบกับคนอื่นๆ ได้แต่ก็ไม่ควรลืมว่าตอนนี้ตระกูลมาร์กี้เกือบจะรวมเข้ากับตระกูลบูดาแล้ว สิ่งนี้ทําให้ตระกูลบูดามีคนที่มีความสามารถจํานวนมาก แม้ว่าสถานะของเมแกนและลูหยางจะสูง แต่พวกเธอก็ไม่อาจจะทําสิ่งที่ลอร่าสามารถทําได้ ตระกูลของพวกเขายิ่งใหญ่มากๆ และพวกเขาทั้งหมดก็มีที่อยู่ที่เป็นประโยชน์ของตระกูลของ
พวกเขาเอง มันเป็นไปไม่ได้สําหรับพวกเขาที่จะช่วยเหลือตระกูลบูดาพร้อมกับเสียสละผลประโยชน์ของตัวเอง ดังนั้นแม้ว่าพวกเขาจะสนับสนุนเจ่าไห่ แต่มันก็อาจจะไม่ได้มีความสําคัญอะไรเลยต่อเขา
อย่างไรก็ตามการสนับสนุนของลอร่านั้นดีมากๆ ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของตระกูลบูดา พวกเขาไม่ต้องการการสนับสนุนจากคนอื่นๆ พวกเขาต้องการคนที่สามารถสนับสนุนเขาได้เหมือนกับลอร่า และนี่ก็คือสิ่งที่เมแกนและลูหยางไม่สามารถทําได้
เจ่าไห่รู้เรื่องนี้ดีดังนั้นเขาจึงอยากแต่งงานกับลุหยางเพื่อที่เขาจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตระกูลเพอร์เซลล์ แม้ว่าตอนนคตระกูลเพอร์เซลล์จะอยู่ในช่วงที่ไม่มีอะไรแล้ว พวกเขาก็ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อตระกูลบูดาที่จะให้ผลประโยชน์กับพวกเขาได้
การจัดตั้งตระกูลนั้นยากกว่าสิ่งที่จะคิดได้เสียอีก เงิน ความสัมพันธ์ ความแข็งแกร่ง อาณาเขตทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แม้ว่าตระกูลบูดาจะทําได้ดีมากในด้านความแข็งแกร่งของเขา
แต่ด้านอื่นๆ ก็ยังไม่ดีนักดังนั้นเจ่าไห่จึงต้องการที่จะทําข้อบกพร่องเหล่านั้นให้สําเร็จเพื่อที่จะทําให้ตระกูลบูดาก้าวขึ้นไปอีกขั้น
เราต้องรู้ว่าเจ่าไห่เป็นคนที่มีสติปัญญามาก เพราะเหตุนี้เขาจึงระมัดระวังในทุกสิ่งที่เขาต้องทํา แต่เขาไม่ได้คัดค้านการแต่งงานครั้งนี้ นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าลอร่ากับคนอื่นๆจะไม่คัดค้าน พวกเธอมอบหัวใจให้แก่เจ่าไห่และตระกูลบูดา พวกเธอจะไม่ต่อต้านสิ่งใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อตระกูลบูดา
ยิ่งเขาคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้มากขึ้น เจ่าไห่ก็รู้สึกว่าเขาเป็นหนี้พวกเธอมากๆ เจ่าไห่คิดว่าพวกเธอจะตั้งครรภ์ในเร็วๆนี้ แต่มันก็น่าเสียดายที่แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมาลอร่ากับคนอื่นๆก็ยังไม่ท้อง
และเมื่อมิติตรวจร่างกายเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรเลย ลอร่าและคนอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกับเขาทุกคนปกติดี ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเพียงแค่โชคร้ายเท่านั้น
เมื่อดูสถานการณ์ที่ชายแดนทางเหนือ (เพอร์เซลล์) เจ่าไห่รู้สึกโล่งอก จากนั้นเขาก็พร้อมที่จะออกเดินทางไปยังทุ่งหญ้า สถานที่แรกที่เขาจะไปหาก็คือชนเผ่าเฮคัส แม้ว่ามันจะเหมาะสม สําหรับเขาที่จะไปที่เมืองของพระเจ้า แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกเขาก็เลยเลือกที่จะไปหาเผ่าเฮคัส และตอนนี้เผ่านี้ก็เป็นเหมือนเผ่าของเขา เจ่าไห่ก็ยังได้เป็นเจ้าชายของเผ่านี้อีกด้วย
เจ่าไห่ไม่ได้ขี่ม้า หลังจากที่เขาออกจากมิติเขาปล่อยนกอินทรีย์แล้วจึงนั่งลงในขณะที่มันออกจากมิติ ครั้งนี้คนที่มากับเขาก็มีชิวและซูกะ เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้ทําอะไร ลอร่ากับคนอื่นๆไม่ได้มาด้วยกับพวกเขา เพราะพวกเขามีเรื่องอื่นที่ต้องดูแล หากพวกเขาออกมาพร้อมกับเจ่าไห่สิ่งต่างๆที่ต้องท่ามันก็จะไม่ได้ทํา
การที่ได้เห็นนกอินทรีย์ที่บินอยู่บนท้องฟ้า พวกเขาคนของเผ่าเฮคัสก็รู้ทันทีว่านั่นมันคือนกของเจ่าไห
หลังจากที่เจ่าไห่ไปถึงที่ตั้งของเผ่าเฮคัสเขาก็ได้รับการต้อนรับทันที เจ่าไห่ดีใจที่ได้เห็นพวกเขาในขณะที่เขากลับมาที่นี่ เขาได้พูดคุยกับพวกเขาสักพักหนึ่งแล้วให้ไวน์นมแก่เขา
การส่งออกไวน์นมของเจ่าไห่นั้นเยอะมากๆ และเพื่อรับประกันราคาของมันเจ่าไห่ไม่ได้ขายพวกมันจํานวนมากไปยังจักรวรรดิ ดังนั้นเขาเก็บไวน์นมเหล่านี้ไว้มากมายในมิติและเนื่องจากชนเผ่าชอบดื่มเหล้าจึงเป็นความคิดที่ดีที่จะให้ของขวัญแก่พวกเขาบ้าง
ชาวเผ่าเหล่านี้ชอบเจ่าไห่เป็นอย่างมากดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่เหมือนกับมนุษย์คนอื่นๆ ที่พวกเขาเคยพบมาก่อน และทุกครั้งที่พวกเขาทักทายเขา เขามีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาจะให้พวกเขาทําให้พวกเขาดูใจดีมากๆ
ในตอนนี้ก็ได้ยินเสียงของแมนเดสว่า “พวกแกออกไปให้พ้นทาง” เมื่อคนอื่นๆ ได้ยินเม็นเดส พวกเขาก็กลัวเล็กน้อยก่อนที่พวกเขาจะหนีไป
แมนเดสใช้โอกาสนี้เพื่อเข้าหาเจ่าไห่ จากนั้นเขามองไปที่เจ่าไห่ขณะที่ส่ายหัวและยิ้มออกมาพร้อมกับพูด “นายน้อยเจ่าไห่ เจ้าไม่ควรให้ของกับคนเหล่านี้ทุกครั้งที่เจอกัน”
เจ่าไห่หัวเราะแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรนั่นคือของขวัญเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้แพงเท่าไหร่ มันดีที่ทําให้พวกเขามีความสุข ใช่แล้ว..ไปกันเถอะ” จากนั้นเขาก็เดินไปที่เต็นท์ใหญ่พร้อมกับแมนเดส
เวลส์และฟาโรม่าอยู่ในเต็นท์แล้ว เมื่อเจ่าไห่เข้ามาเวลส์ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “น้องไห่ทําไมเจ้าถึงมาที่นี่ในตอนนี้?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าเพิ่งจะหาเวลามาได้ พี่ทําให้จักรวรรดิอาร์ซูน่าสมเพชอย่างมาก ข้าได้ขายเมล็ดข้าวที่นั่นและสร้างความมั่งคั่ง”
เวลส์ตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “เจ้าขายอะไรให้กับจักรวรรดิอาร์ซู? ผลขนมปังงั้นเหรอ?” เจ่าไห่ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ไม่..ข้าขายข้าวไผ่ให้กับพวกเขา เกิดอะไรขึ้น ทําไมพี่ไม่ได้รับอาหารมากมายในตอนนี้”
โคนีพูดโดยที่ไม่รอเวลส์ เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “เจ้าคงเข้าใจผิดแล้วเจ่าไห่ ตอนนี้เรามีสิ่งดีๆมากมายและมันก็เป็นเพราะเจ้า”
เจ่าไห่เริ่มสับสนเมื่อมองไปที่เวลส์และคนอื่นๆ เวลส์ไม่สามารถอธิบายอะไรได้ แต่ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เนื่องจากข้อมูลที่เจ้าให้เราจัดการเพื่อเอาชนะจักรวรรดิอาร์ซูและกิลแห่งความสว่าง และเนื่องจากเจ้าเป็นเจ้าชายของเผ่าเฮคัสของเรา ทุกคนจึงตัดสินใจที่จะมอบชื่อของเจ้าให้กับชนเผ่าของเรา ดังนั้นเราจึงได้รับหลายสิ่งหลายอย่างในเวลานี้”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินเวลส์ เขายิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ..นั่นมันก็หมายความว่าชนเผ่าไม่จําเป็นต้องซื้ออาหารเป็นเวลานานใช่มั้ยข้านําสิ่งจําเป็นมาให้ มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้ประจําวัน ข้าไม่รู้ว่าท่านพี่ยังต้องการมันอยู่หรือไม่?”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย