Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 547 - ความเสียหาย
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 547 - ความเสียหาย
บทที่ 547 – ความเสียหาย
ประโยชน์! ทุกอย่างก็เพื่อประโยชน์! การที่ชาวเผ่าเหล่านั้นทําสงครามก็เพื่อประโยชน์ของพวกเขา แต่กิลแห่งความสว่างตั้งใจที่จะจัดการกับพวกเขา เพื่อที่จะทําให้ตัวเองมีชื่อเสียงและทําให้คนจํานวนมากเชื่อมั่นพวกเขา
แต่ถ้าหากจะพูดถึงความเชื่อมั่นกับอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นมันเป็นสิ่งที่คนโง่เท่านั้นที่กระทําอยู่ แม้แต่ชาวเผ่าเหล่านั้นพวกเขาทําสิ่งที่พวกเขาคิดว่าจะได้รับผลประโยชน์จากมัน และถ้าพวกเขาไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรจากมันพวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทําสงครามต่อไป แต่การที่ผู้คนทั่วไปไม่ชอบทําสงครามก็เพราะพวกเขาคิดว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับพวกเขาเลย
ดูเหมือนว่าตอนนี้การเจรจาของพวกเขาจะเป็นไปได้อย่างราบรื่นมาก ราชาแห่งชาวเผ่าต่าง
การอาหารและของจําเป็นในราคาที่ไม่แพงนัก ซึ่งวิธีนี้พวกชาวเผ่าจะรู้สึกว่าได้รับผลประโยชน์มากขึ้น
ซึ่งตามจริงแล้วพวกเขารู้ว่าหากพวกเขาจัดการกับคนเหล่านั้นได้ พวกเขาก็สามารถสั่งในคน เหล่านั้นปลูกพืชต่างๆ ให้พวกเขาต่อไปได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะปกครองคนเหล่านั้น ถึงแม้ว่าครั้งนี้พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์มากมายจากสงคราม
แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเข้ามาอยู่ดินแดนแห่งนี้ เพราะวัฒนธรรมของพวกเขามันต่างกันเกินไป พวกเขาคิดว่ามันคงจะไม่เป็นการดี พวกเขาจึงต้องทําข้อตกลงที่จะซื้อขายอาหารกันอย่างยุติธรรม
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ต่อรองราคากันแล้ว ชาวเผ่าก็ยังขอให้ลงโทษกิลแห่งความสว่างอย่างหนักอีกด้วย สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นจากกิลแห่งความสว่าง
ถึงแม้ว่าจะขอไปเช่นนั้น ผู้นําแต่ละทวีป แต่ละจักรวรรดิหรือแต่ละเมืองก็มีความคิดที่แตกต่างกัน บางทีมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกิลแห่งความสว่าง แต่ก็มีบางที่หรือบางคนไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีเลย
อย่างไรก็ตามหากพวกเขาไม่ได้ทําตามสิ่งที่ชาวเผ่าขอ พวกเขาอาจจะโจมตีและยึดครองดินแดนของพวกเขาก็ได้ แม้ว่าพวกเขาจะไล่ชาวเผ่าออกไปได้ แต่เขาก็ไม่ได้รับอะไรเลย นี่เป็นผลที่หลายที่ไม่ได้ต้องการที่จะพบกับมันเลย
ในที่สุดผู้นําของแต่ละทวีปก็ตัดสินใจที่จะทําตามคําขอของชาวเผ่า ไม่ว่าจะเป็นยังไงต่อไป
หลังจากที่ชาวเผ่าเหล่านั้นออกไป การตัดสินใจก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละทวีป
หลังจากได้รับผลที่ต้องการแล้ว ชาวเผ่าก็กลับไปที่ทุ่งหญ้าพร้อมกับอาหารจํานวนมากที่ได้รับจากสงครามและการเจรจา อย่างไรก็ตามเรื่องมันก็ยังไม่จบลง
ดูเหมือนว่าจักรวรรดิอาร์ซูจะได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก แต่จักรวรรดิโรเซ่นก็ไม่ได้คิดที่จะช่วยเหลือต่อไป จักรวรรดิอาร์ซูเป็นคนสร้างปัญหาขึ้นเอง และจักรวรรดิโรเซ่นก็ยังเข้ามาช่วยเหลืออีกด้วย
จักรวรรดิโรเซ่นไม่ได้เรียกร้องเงินที่พวกเขาเข้ามาช่วยเหลือเลย พวกเขาต้องการให้จักรวรรดิอาร์ซูมอบดินแดนของตระกูลเพอร์เซลล์ให้กับตระกูลบูดา
และตระกูลบูดาก็ยังไม่ได้เป็นมิตรกับจักรวรรดิอาร์ซูด้วย แม้แต่เด็กๆ ในทวีปก็ยังรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี และหลังจากนี้จักรวรรดิอาร์ซูจะต้องไม่พูดว่าตนเป็นศัตรูกับตระกูลบูดาอีกต่อไป
และถึงเช่นนั้นตอนนี้ตระกูลบูดาก็ได้เป็นคนของจักรวรรดิอาร์ซูแล้วด้วย พวกเขามีศักดินาของพวกเขาเอง พวกเขาจะอยู่ที่จักรวรรดิอาร์ซูได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าคําขอของจักรวรรดิโรเซ่นอยู่ในการตัดสินใจที่หนักมากๆ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้จะต้องหยุดไว้ก่อน ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในช่วงที่อ่อนแอที่สุด ซึ่งมันก็เป็นไปได้ว่าจักรวรรดิโรเซ่นจะเอาหุบเขาแห่งชีวิตไปเป็นของตนได้ ซึ่งมันก็จะไม่ดีแน่สําหรับพวกเขา
แต่ถ้าพวกเขาทําตามจักรวรรดิโรเซ่น มันก็เหมือนกับว่าพวกเขาได้นําเอาหนามมาไว้ข้างๆ พวกเขาซึ่งในอนาคตมันอาจจะไม่เป็นสิ่งที่ดีต่อพวกเขา
เช่นเดียวกับจักรวรรดิโรเซ่น อีก 3 ประเทษก็ให้ข้อเสนอมาเหมือนกัน พวกเขาไม่ได้ต้องการที่ดินหรือดินแดนของพวกเขา พวกเขาต้องการเพื่อแต่เงินเท่านั้น นี่ทําให้จักรวรรดิอาร์ซูไม่รู้เลยว่าต้องทํายังไง ครั้งนี้มันเป็นเรื่องที่ยากมากสําหรับพวกเขาที่จะจัดการกับข้อตกลงทั้งหมด
สิ่งที่อยากสําหรับพวกเขาตอนนี้ก็คือการร้องขอของทั้ง 4 ทวีปพร้อมกัน จักรวรรดิอาร์ซูนั้นไม่สามารถคิดได้เลยว่าพวกเขาจะต้องทําอะไรต่อไป ที่สําคัญที่สุดเลยตอนนี้กองทัพหรือนักรบของเขาหายไปหมดแล้ว ซึ่งมันทําให้พวกเขาอ่อนแอมากๆ ไม่ว่าจะทําอะไร
เหตุผลที่จักรวรรดิโรเซ่นไม่ได้จัดการกับจักรวรรดิอาร์ซูก็เพราะพวกเขาพึ่งพ่ายแพ้ให้กับชาวเผ่า หากว่าพวกเขาโจมตีหรือจัดการกับจักรวรรดิอาร์ซูในตอนนี้ ทั้งทวีปก็มองว่าจักรวรรดิโรเซ่นเป็นจักรวรรดิที่ไม่ดีอย่างที่พวกเขาคิด
แต่แม้ว่าจักรวรรดิโรเซ่นจะไม่สามารถทําอะไรจักรวรรดิอาร์ซูได้ แต่พวกเขาก็สามารถขอเรื่องต่างๆ ได้ซึ่งมันก็เพียงพอที่จะทําลายจักรวรรดิอาร์ซูในเรื่องของเศรษฐกิจได้
หากจักรวรรดิอาร์ซูยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่เฟื่องฟูที่สุด พวกเขาก็อาจจะปฏิเสธสิ่งที่จักรวรรดิโรเซ่นต้องการ แต่โชคร้ายสําหรับพวกเขาที่พวกเขากําลังอยู่ในจุดต่ําสุดเท่าที่เคยมีมา จุดอ่อนนี้ไม่เพียงแต่ในด้านอําานาจทางนักรบเท่านั้น ตอนนี้เศรษฐกิจของพวกเขาก็อ่อนแอเหมือนกัน
แม้ว่าชาวเผ่าจะไม่ได้เอาอะไรไปจากคนธรรมดาที่ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก แต่พวกเขาก็ไม่ได้ปล่อยที่เก็บอาหารของจักรวรรดิไว้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังได้ฆ่าขุนนางจากหลายๆเมืองด้วย เหตุนี้ก็สามารถรู้ได้เลยว่าจักรวรรดิอาร์ซูจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 ปีเพื่อที่จะทําให้เศรษฐกิจของพวกเขากลับมา และก็แน่นอนว่าถ้าหากว่าเขาไม่เห็นด้วยกับทั้ง 4 จักรวรรดิมัน ก็จะไม่เป็นการดีสําหรับจักรวรรดิอาร์ซูอย่างแน่นอน
ที่สําคัญที่สุดตอนนี้ก็คือจักรวรรดิอาร์ซูจะต้องมอบพื้นที่ของเพอร์เซลล์ให้กับตระกูลบูดา ตอนนี้ตระกูลเพอร์เซลล์และตระกูลอากิสะนั้นได้ถูกทําลายไปแล้ว ทั้ง 2 ตระกูลไปที่เกาะทองคํา นี่เป็นเรื่องที่ทั่วทั้งทวีปรู้แล้ว นอกจากนี้ทั้ง 2 ตระกูลได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่มีความสามารถที่จะดูแลเมืองของพวกเขาอีกต่อไปนี่ก็เป็นสิ่งที่ว่าทําไมจักรวรรดิโรเซ่นถึงต้องการให้จักรวรรดิอาร์ซูมอบดินแดนเหล่านั้นให้กับเจ่าไห่
อย่างไรก็ตามจักรวรรดิอาร์ซูเข้าใจดีว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาไม่สามารถมอบดินแดนนี้ให้แก่เจ่าไห่ได้ แต่ถ้าหากว่าพวกเขาไม่มอบให้กับเจ่าไห่ พวกเขาก็จะต้องพบเจอกับความน่ากลัวของจักรวรรดิโรเซ่น ซึ่งมันก็ทําให้พวกเขาหนักใจมาก
ถ้าหากว่าจักรวรรดิอาร์ซูไม่พบกับเรื่องแบบนี้ พวกเขาก็จะไม่ยอมจักรวรรดิโรเซ่นอย่างแน่นอน
ที่จริงแล้วทุกคนก็เห็นแล้วว่าจักรวรรดิโรเซ่นไม่ได้ต้องการดินแดนของตระกูลเพอร์เซลล์
พวกเขาต้องการที่จะได้รับผลประโยชน์ที่มากกว่านั้น
หลังจากที่พูดคุยกันจบลงซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่น่าลําบากมาก จักรวรรดิอาร์ซูตกลงที่จะชดเชยจักรวรรดิโรเซ่นด้วยเงินเป็นจํานวนมหาศาล ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ยกเลิกภาษีทั้งหมดของจักรวรรดิโรเซ่น
แต่สิ่งที่ทําให้ผู้คนรู้สึกแปลกใจก็คือการหายตัวไปของเจ่าไห่ ดูเหมือนว่าจักรวรรดิโรเซ่นจะใช้ชื่อของเขาในการเจรจากับจักรวรรดิอาร์ซู อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็นเลย นี่มันไม่เหมือนสิ่งที่เจ่าไห่เคยทําเลย
ในความเป็นจริงเจ่าไห่ก็ยุ่งมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ปัจจุบันเขากําลังรวบรวมซามบี้จากสงคราม สงครามนั้นก่อให้เกิดศพจํานวนมาก นอกจากนั้นศพเหล่านั้นยังเป็นศพของนักรบที่แข็งแกร่ง ซึ่งมันก็มีประโยชน์อย่างมากต่อเจ่าไห่
สงครามในครั้งนี้ทําให้มีศพมากถึง 1 ล้านศพ ศพเหล่านี้บางส่วนถูกฝันโดยชาวเผ่า เจ่าไห่ก็รู้ดีว่าหากว่าศพถูกทิ้งไว้นานเกินไปโรคจะเริ่มก่อตัวขึ้นและอาจเริ่มเป็นโรคระบาด เจ่าไห่ก็เลยตัดสินใจที่จะเอาศพเหล่านี้มาเป็นซอมบี้ของเขา
ถึงกระนั้นเจ่าไห่ก็ยังคงคิดถึงการเจรจาต่อรอง แต่เขาก็ไม่ได้คิดมากเกินไป เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่จักรวรรดิอาร์ซูจะเห็นด้วย แม้ว่าจักรวรรดิอาร์ซูจะอ่อนแอในตอนนี้ แต่จักรวรรดิโรเซ่นก็ยังคงไม่สามารถทําให้พวกเขาเดือนร้อยเพิ่มได้อีก
ในทางตรงกันข้ามเจ่าไห่จัดการกับคนของกิลแห่งความสว่าง ตอนนี้ทุกคนต่างก็ตระหนักว่าบอริสได้กลายเป็นจักรพรรดิ แต่แล้วตอนนี้กิลแห่งความสว่างก็ได้ทิ้งจักรวรรดิอาร์ซูไปแล้ว
เจ่าไห่เกลียดการกระทําของกิลแห่งความสว่าง นี่ก็เพราะกิลแห่งความสว่างหนีไปโดยทิ้งคนและลูกน้องของพวกเขาไปหมดเลย เพื่อที่จะเอาตัวรอด
ปัจจุบันบอริสยังไม่มีภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดในโลก การจัดการกับตระกูลเพอร์เซลล์และตระกูลอากิสะเป็นความคิดของเขา แต่ตอนนี้พวกเขาล้มเหลวจักรวรรดิก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก หากจักรวรรดิอาร์ซูไม่มีเวลา 20 ปีก็คงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะฟื้นตัว
แม้ว่าพวกเขาจะฟื้นตัวในอีก 20 ปีต่อมาความแข็งแกร่งของพวกเขาจะไม่เหมือนเดิม ไม่เพียงแต่พวกเขาจะชดเชยพวกชาวเผ่า พวกเขาก็จะให้ค่าชดเชยบางอย่างแก่จักรวรรดิอีก 4 แห่ง สิ่งนี้ทําลายรากฐานที่สําคัญของจักรวรรดิอาร์ซูอย่างแท้จริง
หลังจากการเจรจาสงบลงจักรวรรดิอาร์ซูก็เริ่มฟื้นตัวอย่างเป็นทางการ แต่คราวนี้กิลได้กลายเป็นสิ่งที่น่าเกลียดที่สุดในจักรวรรดิอาร์ซูแล้ว ขุนนางภายในจักรวรรดิอาร์ซูที่มีความรู้สึกที่ดีต่อกิล พวกเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนั้นแล้ว หากกิลต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งมันจะยาก
ตอนนี้การฟื้นฟูจักรวรรดิอาร์ซูได้เริ่มขึ้นแล้วสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดคือไม่มีอะไรอื่น นอกจากอาหาร หลังจากการเจรจากับอาณาจักรอื่นจักรวรรดิอื่นๆ ตกลงที่จะขายอาหารจํานวนมากให้กับพวกเขาในราคาต่ํา มันก็ทําให้ปัญหาในเรื่องอาหารของพวกเขาเบาลง ดูเหมือนว่าข้าวที่มาจากเจ่าไห่มันจะเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดและมันก็มีบทบาทมากที่สุดสําหรับพวกเขา
ปัจจุบันตระกูลเพอร์เซลล์และตระกูลอากิสะมีขุนนางใหม่ ขุนนางนี้เป็นคนที่ภักดีที่สุดของบอริส พวกเขาเคยเกลียดเจ่าไห่มาก่อน แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากยินดีต้อนรับเปลี่ยนความคิดของพวกเขา นี่เป็นเพราะไม่ว่าจะเป็นตระกูลเพอร์เซลล์หรือตระกูลอากิสะ ทั้งสองต้องการธัญพืชจํานวนมากเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย
ข้าวที่จ้าวไห่นํามานั้นไม่ใช่ผลขนมปัง แต่เป็นข้าวไผ่ธรรมดา เจ่าไห่เชื่อว่าผลขนมปังเป็นที่นิยมมากในหมู่พวกชาวเผ่า
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย