Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 546 - ต่อรอง
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 546 - ต่อรอง
บทที่ 546 – ต่อรอง
สถานการณ์ที่พวกเขาอยากให้เป็นมันคือเรื่องดีๆ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้มันแตกต่างจากที่พวกเขาคิดเลย นี่เป็นสิ่งที่กิลแห่งความสว่างได้สร้างขึ้น พวกเขาต้องการที่จะจัดการกับชาวเผ่า
เพื่อที่พวกเขาจะสร้างชื่อเสียงของตัวเอง กิลปฏิเสธความช่วยเหลือจากทุกคน พวกเขาต้องการที่จะแสดงความแข็งแกร่งของพวกเขา
แต่เรื่องที่ต้องรู้เลยก็คือถ้าหากว่าเจ่าไห่ไม่ได้ช่วยชาวเผ่าพวกเขาจะต้องได้รับความสูญเสียครั้งใหญ่แน่ๆ แต่มันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
คนจากกิลคิดตลอดเวลาว่าพิษของพวกเขาจะจัดการกับชาวเผ่าโดยที่พวกเขาไม่ต้องทําอะไรมากเลย พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าชาวเผ่าเหล่านั้นรู้เรื่องทั้งหมดนี้และดื่มยาแก้พิษแล้ว
ในเมื่อชาวเผ่าได้รู้แผนการของกิลแล้ว พวกเขาก็ต้องการที่จะทําตามแผนของกิลไปก่อน
ด้วยวิธีนี้มันจะทําให้พวกเขาสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะได้ และเมื่อถึงเวลานั้น จักรวรรดิอาร์ซูก็จะไม่มีผู้คุ้มครองอีกต่อไป และที่นี่พวกเขาจะสามารถทําอะไรก็ได้
ข่าวมันเป็นเรื่องที่สําคัญมากจริงๆ หากไม่ได้รับข่าวจากเจ่าไห่พวกเขาก็อาจจะไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ ดูเหมือนว่าครั้งนี้กิลจะต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่มากจริงๆ
หลังจากที่ชาวเผ่าได่เข้าไปในเพอร์เซลล์ พวกเขาไม่ได้ทําลายอะไรและเริ่มหยิบเอาทุกอย่างที่พวกเขาคิดว่ามันเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา
นี่เป็นเป้าหมายของชาวเผ่าในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามครั้งนี้พวกเขาตั้งใจมาก แต่พวกเขาเองก็ต้องการที่จะไม่ให้เกิดความเสียหายมากนัก และให้โอกาสกิลเพื่อที่พวกเขาจะหนีไป
ชาวเผ่าใหโอกาสกิลก็เพราะพวกเขาต้องการให้กิลคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของพวกเขา ซึ่งแผนนี้มันจะทําให้กิลไม่ได้ระวังตัว จากนั้นชาวเผ่าก็จะใช้โอกาสที่เพื่อจัดการกับกิลได้อย่างง่ายดาย
ถึงแม้ว่าแผนการนี้จะใช้เวลานาน แต่อันที่จริงมันก็ไม่ได้ใช้เวลานั้นขนาดนั้น เมื่อเข้ามาในเพอร์เซลล์แล้ว ชาวเผ่าก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ของกองทัพจากกิลทันที แต่ชาวเผ่าก็ไม่ได้เข้าไปโจมตีทันที พวกเขาต้องการที่จะยึดเพอร์เซลล์ก่อน ถึงแม้ว่าคนในเพอร์เซลล์จะหนีไปแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ได้เอาทุกอย่างที่มีไป และพวกเขาเองก็ไม่ได้ทําลายอาหารที่พวกเขามี จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวเผ่าจะต้องการเข้ามาในเพอร์เซลล์ก่อน
กิลแห่งความสว่างก็ต้องการให้ชาวเผ่าทําเช่นนี้ เพราะถ้าหากว่าพวกเขาเข้าโจมตีกิลทันที มันจะลำบากมากสําหรับพวกเขา แต่เมื่อเห็นว่าชาวเผ่าหยุดที่จะโจมตีพวกเขา มันก็ทําให้พวกเขา คิดว่าโอกาสที่พวกเขาจะซุ่มโจมตีมีเพิ่มขึ้น
แม้ว่ากิลจะได้เตรียมยาพิษเพื่อที่จัดการกับชาวเผ่า แต่พิษมันจะต้องเข้าไปอยู่ในอาหารและน้ํา แต่มันก็ยากที่จะทําเช่นนั้น เพราะเนื่องจากที่อาหารอยู่ในการควบคุมของตระกูลเพอร์เซลล์
มันไม่ง่ายเลยที่พวกเขาจะเอายาพิษเข้าไปใส่ได้ ทางเลือกที่พวกเขามีตอนนี้ก็คือทางน้ําเท่านั้น แต่ก็ไม่น่าลืมไปว่าน้ําในแม้น้ํามันจะต้องไหลอยู่ตลอด ถ้าหากว่ายาพิษลงไปจริงมันก็จะกระจายจนกลายเป็นน้ําที่บริสุทธิ์ในที่สุด ดังนั้นพวกเขาจ่าเป็นต้องหาเวลาที่ดีที่สุดเพื่อที่จะจัดการกับพิษ
หากชาวเผ่ายังคงโจมตีกองกําลังของกิล พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสที่จะทําเช่นนั้น แต่เมื่อชาวเผ่าหยุดโจมตีพวกเขา โอกาสที่พวกเขารอก็มาถึงแล้ว
กิลไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่พวกเขาก็รู้สึกขอบคุณชาวเผ่าอยู่ภายในใจ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คิดเลยก็คือพวกเขาถูกสอดแนมโดยเผ่าเสือด่า
เผ่าเสือดําเป็นชาวเผ่าที่น่ากลัว พวกเขาเป็นชาวเผ่าที่แข็งแกร่ง พวกเขาจึงได้รับหน้าที่เผชิญหน้าโดยตรงกับคนจากต่างแดน หลังจากที่ราชาแห่งชาวเผ่าได่รู้แผนการของกิลแห่งความสว่าง
เขาได้สั่งให้เผ่าเสือดําที่แข็งแกร่งไปดูตามแหล่งน้ําที่อยู่ใกล้ค่ายของพวกเขา เมื่อเผ่าเสือดําพบกับคนจากต่างแดนพวกเขาจะไม่สังหารคนเหล่านั้นทันที แต่พวกเขาจะนําเรื่องนี้ไปบอกแก่ราชาแห่งชาวเผ่า
วันที่ 3 หลังจากที่ชาวเผ่าเข้ามายังเพอร์เซลล์ ทหารของเผ่าเสือด่าเห็นคนจากกิลแห่งความสว่างเอาพิษเทลงไปในแม่น้ํา ที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักของพวกเขา ข่าวนี้ไปถึงหูของราชาแห่งชาวเผ่าทันที เขารู้ทันทีว่ามันใกล้เวลาที่พวกเขาจะลงมือแล้ว เขาได้สั่งนักอินทรีย์ไปที่คฤหาสน์ของตระกูลอากิสะทันที เพื่อที่จะนําข่าวไปให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่น
ตอนนี้คนจากตระกูลเพอร์เซลล์ได้ไปถึงที่ภูเขาหินแล้ว เมื่อพวกเขามาถึงพวกเขาก็เห็นว่าเจ่าไห่มารอพวกเขาอยู่แล้ว
เมื่ออีวานเห็นเจ่าไห่ ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดง และอีวานก็พูดขึ้นว่า “เจ่าไห่ข้าต้องขอบคุณเจ้ามาก หากว่านี่ไม่ใช่เพราะเจ้าข้าก็อาจจะตายไปแล้ว”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ลุงก็ไม่ต้องพูดขนาดนั้น ข้าเองก็ไม่ได้ทําอะไรมากมายเลย ไปเถอะไปที่ลานว่างกัน จากนั้นพวกเราก็จะไปที่เกาะทองคํา” อีวานและคนอื่นๆ เข้าใจในสิ่งที่เจ่าไห่พูดทั้งหมด พวกเขาก็ไม่ได้พูออะไรต่อและพยักหน้าพร้อมกับทําตามสิ่งที่เจ่าไห่บอก
หลังจากที่มาถึง เจ่าไห่ไม่ได้พาพวกเขาไปที่เกาะทองคําโดยใช้มิติ เจ่าไห่จะให้พวกเขาไปพร้อมกับนกอินทรีย์ เพื่อที่จะไปขึ้นเรือและให้พวกเขานั่งเรือไปที่เกาะทองคํา
ในตอนนี้คนส่วนมากที่มาพร้อมกับอีวาน พวกเขาไม่ใช่คนจากตระกูลเพอร์เซลล์ แต่พวกเขาก็ภักดีต่อตระกูลเพอร์เซลล์มาก เจ่าไห่ยังไม่อาจให้ความลับที่เกี่ยวกับมิติแพร่กระจายออกไปมากกว่านี้
เหตุผลที่เจ่าไห่บอกเรื่องมิติให้ผู้เฒ่าเซนต์รู้เรื่องมิติก็เพราะว่ามิตินั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากต่อเทพผู้มีพลังระดับ 9
ภายในมิติมีพลังที่สามารถทําให้พวกเขาฝึกได้ดีกว่า มันจึงเป็นสถานที่ที่พวกเขาต้องการเข้าไปเพื่อฝึกฝนร่างกาย และมันจะทําให้พวกเขามีพลังเพิ่มมากขึ้น สําหรับเทพผู้มีพลังระดับ 9 แล้วมันเป็นเรื่องใหญ่มาก เจ่าไห่ก็เลยไม่กลัวว่าผู้เฒ่าเซนต์จะนําเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคนอื่นๆ
หลังจากที่พักอยู่ที่ภูเขาหินสักพัก เจ่าไห่ก็ให้พวกเขาขึ้นนกอินทรีย์เพื่อไปที่เรือและเดินทางไปยังเกาะทองค่า แต่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้ไปกับพวกเขาด้วย เพราะเขายังต้องดูเรื่องที่นี่อยู่ หลังจากที่กิลแห่งความสว่างเทยาพิษลงน้ํา พวกเขาก็รออยู่ที่แม่น้ําเพื่อดูว่าชาวเผ่าจะดื่มมันและลงมาอาบน้ํา
แต่สิ่งที่กิลเป็นห่วงก็คือพวกชาวเผ่ามีน้ําที่ได้เตรียมมาอยู่แล้ว และปล่อยให้พืษที่พวกเขาเทลงไป จางหายไป
แต่สิ่งที่พวกเขาคิดก็เกิดขึ้น ชาวเผ่าเหล่านั้นลงไปอาบและดื่มน้ําที่เติมไปด้วยพิษที่พวกเขาเทลงไปด้วยความตั้งใจ
หลังจากที่เห็นด้วยดื่มและอาบกันจนเสร็จ พวกกิลก็มาเพื่อดูว่าพิษของพวกเขามีผลต่อชาวเผ่า และเมื่อพวกเขามาถึงพวกเขาก็เป็นว่าชาวเผ่าทั้งหมดดูเหมือนจะไม่สามารถลุกได้
ในขณะที่พวกเขาจะเข้าไปสังหารชาวเผ่าเหล่านั้น จู่ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงนกอินทรีย์ดังขึ้น มันทําให้พวกเขาตกใจและออกจากที่นั่นทันที
เมื่อเห็นว่าพวกเขาออกไปแล้ว ชาวเผ่าทั้งหมดก็ลุกขึ้นทันที ดูเหมือนว่าครั้งนี้พวกเขาจะเตรียมรับการโจมตีของกิลแห่งความสว่าง
พวกเขารู้ดีว่าถ้าหากว่ากิลแห่งความสว่างรู้ว่าพิษของพวกเขาสําเร็จแล้ว พวกเขาก็จะเข้าโจมตีชาวเผ่าอย่างแน่นอน เมื่อพวกเขามาเพื่อที่จะฆ่าชาวเผ่าเหล่านั้น พวกเขาจะจัดการกับคนของกิลทันที
เมื่อลินเดอร์ได้ยินเช่นนั้น เขาก็สั่งให้โจมตีชาวเผ่าทันที แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ชาวเผ่าได้ล้อมรอบพวกเขา และรอให้พวกเขาออกมาอยู่
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ไปอาจจะรู้ได้เลยว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป เมื่อกิลแห่งความสว่างเข้าไปในวงของชาวเผ่าพวกเขาทั้งหมดจะถูกกําจัดทันที เมื่อจัดการเรื่องนี้จบชาวเผ่าจะเข้าลึก
ไปในจักรวรรดิอาร์ซูอีก ซึ่งก็มีกลุ่มที่เข้าไปก่อนแล้ว
ดูเมื่อว่ากลุ่มนักรบชาวเผ่าเหล่านี้จะไม่สามารถหยุดได้อีกแล้ว ในขณะที่พวกเขาเข้าไปในจักรวรรดิอาร์ซู พวกเขาไม่ได้พบกับการต่อต้านเลย นี่มันอาจจะเป็นเพราะทหารส่วนใหญ่ของกิลถูกจัดการไปหมดแล้ว
ตอนนี้ทั้งทวีปตกใจกับเรื่องที่เกิดกับกิลแห่งความสว่างมาก และดูเหมือนว่าตอนนี้ทั้งกิลและจักรวรรดิอาร์ซูได้สูญเสียกําลังรบของพวกเขาไปหมดแล้ว
นักรบของชาวเผ่าได้จัดการทหารของจักรวรรดิอาร์ซูไปแล้วประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งมันก็เกือบจะเท่ากับทหารทั้งหมดของจักรวรรดิอาร์ซู ที่จริงแล้วจะต้องรู้ด้วยว่าจักรวรรดิอาร์ซูได้เอาคนไปตายที่เกาะทองคําของเจ่าไห่เป็นจํานวนมาก ซึ่งตอนนี้กําลังพลของพวกเขาก็อ่อนแอมาก
ชาวเผ่าเหล่านั้นไม่ได้ทําลายอะไรมากมาย พวกเขาต้องการเพียงแค่จะปล้นเอาอาหารและสิ่งของเท่านั้น และพวกเขาเองก็ไม่ได้ทําร้ายใครด้วยนอกจากคนของที่มีความสัมพันธ์กับกิลแห่งความสว่าง
นอกจากนี้ในขณะที่พวกเขาเข้าไปปล้นอาหารและสิ่งของต่างๆ ภายในเมือง พวกเขาก็ได้ตะโกนไปด้วยว่าจักรวรรดิอาร์ซูและกิลแห่งความสว่างร่วมมือกันทําให้เกิดการขาดแคลนอาหารในทุ่งหญ้า
ที่จริงแล้วข่าวนี้มันก็ถูกกระจายไปทั่วทวีปแล้ว แต่มันก็ยังเป็นเพียงแค่ข่าวลือและไม่ได้มีการยืนยันอะไรมากนัก แต่ตอนนี้ชาวเผ่าเหล่านั้นก็พูดออกมาจากปากของพวกเขา ซึ่งมันก็จะเป็นเรื่องที่ไม่จริงได้เช่นไร? สิ่งนี้ทําให้กิลแห่งความสว่างเป็นคนที่นําเอาโชคร้ายมาสู่จักรวรรดิอาร์ซู
การโจมตีในครั้งนี้มันแปลกมากพวกเขาไม่ได้ทําร้ายหรือพาใครไปเป็นทาสของพวกเขาเลย
พวกเขามาเพื่อแค่อาหารและของที่จําเป็นเท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเข้ามาปล้นเอาอาหาร แต่พวกเขาก็ไม่ได้ปล้นคนที่ไม่ค่อยจะมีอะไร เพราะพวกเขาเองก็มีจิตใจที่ดีมากกว่าคนของกิลแห่งความสว่าง
จักรวรรดิอาร์ซูไม่สามารถทําอะไรได้อีกต่อไปแล้ว พวกเขาจึงต้องขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิโรเซ่น จักรวรรดิโรเซ่นก็เข้ามาช่วยเหลือจักรวรรดิอาร์ซู และช่วยต่อรองกับชาวเผ่า
ซึ่งมันก็เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าจักรวรรดิโรเซ่นไม่ต้องการเข้าไปยุ่งกับกิลแห่งความสว่าง พวกเขาก็เลยไม่ได้จัดการกับชาวเผ่า แต่เข้าไปเจรจาต่อรองเท่านั้น
แม้ว่าชาวเผ่าจะไม่ได้ทําลายจักรวรรดิอาร์ซูทั้งหมด แต่คนอื่นๆ ก็คิดว่าพวกเขาทํา แต่เมื่อจักรวรรดิโรเซ่นส่งคนมาต่อรองกับพวกเขา พวกเขาก็ยอมหยุดทุกอย่างทันที เพราะความแข็งแกร่งของจักรวรรดิโรเซ่นมันเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องคิดถึงมัน หากว่าพวกเขายังเข้าโจมตีต่อไป
มันอาจจะไม่ได้เป็นผลดีต่อพวกเขาก็ได้
ราชาชาวเผ่าเป็นคนที่ฉลาด เขารู้เรื่องนี้ดี การที่จะทําเช่นนั้นมันจะไม่เป็นการดีอย่างแน่นอน ตอนนี้พวกเขาแค่ต้องการได้อาหารในราคาที่ดีพวกเขาก็จะออกไปทันที
อย่างที่เจ่าไห่คิดไว้เลยว่าชาวเผ่าไม่ได้ต้องการที่จะเข้ามายึดครองดินแดนแห่งนี้ ในมุมมองของพวกเขาทุ่งหญ้าเป็นบ้านที่ดีที่สุดแล้ว และถ้าพวกเขามายึดครองที่นี่มันก็แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องเริ่มจากศูนย์
จุดประสงค์ของการเจรจาต่อรองของจักรวรรดิโรเซ่นก็เพื่อให้พวกชาวเผ่ากลับไป นอกจากนี้ จักรพรรดิโรเซ่นก็ยังเชื่อในคําพูดของเจ่าไห่และลดราคาอาหารทั้งหมด เพื่อที่ทุกอย่างจะจบลง
และไม่เกิดสงครามต่อไป
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย