Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 541 - กําแพงเหล็ก
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 541 - กําแพงเหล็ก
บทที่ 541 – กําแพงเหล็ก
แม้ว่าเจ่าไห่จะรู้เรื่องเหล่านี้ เขาก็ไม่อาจจะบอกเรื่องนี้กับใครได้ นี่ก็เป็นเพราะเขาไม่อาจจะบอกได้ว่าเขาเอาข้อมูลนี้มาจากไหน และเอามาได้ยังไง
แต่เจ่าไห่ก็ให้ความสนใจไปที่ชาวเผ่าที่กําลังเตรียมตัวอยู่ เพราะว่านี่เป็นโอกาสที่ดี แม้ว่ากิลแห่งความสว่างจะมีแผนการที่ไม่อาจจะป้องกันได้ แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าเจ่าไห่จะรู้แผนการของพวกเขาทั้งหมดแล้ว
หากว่าชาวเผ่าไม่ได้โจมตีเพราะพวกเขาต้องการอาหาร เจ่าไห่ก็อาจจะช่วยเหลือผู้นําของตระกูลเพอร์เซลล์ได้ แต่…มันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเจ่าไห่ทําได้เพียงแต่ดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ห่างๆ
ชาวเผ่ามาถึงตรงเวลามาก พวกเขามาถึงนอกกําแพงเหล็กแล้ว ไม่นานนักชาวเผ่าเหล่านี้ก็ล้อมรอบก่าแพงเต็มไปหมด
ถึงจะเป็นเช่นนั้นตระกูลเพอร์เซลล์ก็ไม่ได้ยอมแพ้ พวกเขาได้รวมกองกําลังทหารในป้อมของพวกเขา และเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชาวเผ่าเหล่านี้
ตอนนี้ตระกูลเพอร์เซลล์ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย พวกเขาคิดอย่างเดียวคือพวกเขาจะไม่หนีหรือยอมแพ้ เพราะพวกเขามีเกียรติที่สูงมาก พวกเขาเป็นตระกูลที่พิเศษมาก พวกเขาเกิดอยู่ในสถานะที่สูงและพวกเขาก็ไม่อาจจะทําจามสิ่งต่างๆที่เหล่าไพร่ทําได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็มีหน้าที่ที่ต้องดูแลคนธรรมดาทั่วๆไป
ในครั้งนี้ตระกูลเพอร์เซลล์รู้แล้วว่าพวกเขาไม่มีโอกาสที่จะรอดไปได้ แม้แต่ผู้เฒ่าที่ไม่เห็นด้วยกับเจ่าไห่ พวกเขาก็มีทางเลือกเดียวที่พวกเขาจะทําก็คือสู้เพื่อเกียรติของตระกูลเพอร์เซลล์มาก
การต่อสู้เพื่อเกียรติยศมันอาจจะฟังแล้วดูน่าตลก พวกเขาให้ความสําคัญกับเกียรติที่พวกเขามี
หากพวกเขาหันหน้าเข้าหาศัตรูและตายไปพวกเขาก็จะไม่ได้เพียงแค่ความเคารพ แต่พวกเขา
จะได้รับชื่อเสียงที่ดีด้วย แต่ถ้าหากพวกเขาหนีไปโดยที่ไม่ต่อสู้พวกเขาก็จะถูกดูถูกจากคนอื่นๆ
ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเขาจะไม่หนีเพื่อเกียรติที่พวกเขามี และตอนนี้ตระกูลเพอร์เซลล์ก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับชาวเผ่าและต่อสู้จนแพ้ไป พวกเขาจําเป็นต้องต่อสู้เพื่อดินแดนของพวกเขา แม้ว่ามันจะเป็นวินาทีสุดท้ายของพวกเขาก็ตาม
สําหรับกรต่อสู้ในครั้งนี้ตระกูลเพอร์เซลล์ได้เตรียมทุกอย่างเท่าที่จะทําได้แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะให้เงินส่วนมากไปกับลูหยาง แต่พวกเขาก็ยังคงมีเงินเหลืออยู่เป็นจํานวนมาก
ตอนนี้ทุกคนได้ให้ความสนใจไปที่กําแพงเหล็ก ผู้คนในทวีปนี้ไม่ใช่ไม่เคยทําสงคราม อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นสงครามครั้งแรกระหว่างพวกเขา มันทําให้คนทุกคนให้ความสนใจมากๆ
เหตุผลหลักๆ ที่พวกเขาให้ความสนใจในครั้งนี้ก็เพราะตระกูลเพอร์เซลล์ จากที่พวกเขามองเห็นดูเหมือนว่าตอนนี้จักรวรรดิอาร์ซูได้ทิ้งตระกูลเพอร์เซลล์ไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นข่าวจากจักรวรรดิโรเซ่นและตระกูลแคลซีก็ได้แพร่กระจายไปแล้วเช่นกัน ด้วยความช่วยเหลือของตระกูลบูดาและตระกูลเซรี่ ผู้คนก็เข้าใจทันทีว่าทําไมจักรวรรดิอาร์ซูถึงเลือกท่าเช่นนั้น
ผู้คนในทวีปไม่ใช่คนโง่ หลังจากที่ได้เห็นว่ากิลแห่งความสว่างทําอะไรในจักรวรรดิอาร์ซู พวกเขาก็เชื่อข่าวที่ได้ยินมาทันที เพียงไม่นานทุกคนได้มองกิลแห่งความสว่างใหม่ทันที
ขุนนางในทวีปอื่นๆ ไม่ได้ให้ความสําคัญกับกิลแห่งความสว่าง สําหรับพวกเขาแล้วมันเป็นเพียงกิล แต่ทันทีที่ได้ยินข่าวพวกเขาก็คิดใหม่ทันที พวกเขาคิดว่ากิลแห่งความสว่างท่าเช่นนั้น ทําไม?
มันก็เลยทําให้ผู้คนสนใจกับสงครามในครั้งนี้ ไม่เพียงเพราะมันเป็นสงครามระหว่าง 2 เผ่าพวกเขาคต้องการดูว่ากิลแห่งความสว่างจะทํายังไง
และในความเป็นจริงเลยสิ่งที่กิลแห่งความสว่างได้ทําไปนั้น มันก่อให้เกิดความผิดหวัง สงครามครั้งนี้ไม่ได้อยู่ระหว่าง 2 ตระกูล แต่มันเป็นสงครามระหว่าง 2 เผ่า ไม่ว่ากิลจะคิดยังไง พวกเขาก็ควรให้ความช่วยเหลือตระกูลเพอร์เซลล์ เพราะตระกูลเพอร์เซลล์ก็เป็นคนเหมือนกับพวกเขา
ที่จริงแล้วกิลแห่งความสว่างได้เลือกที่จะเสียสละเพื่อตระกูลเพอร์เซลล์ แต่พวกขุนนางก็ไม่ได้มองเช่นนั้น พวกเขาคิดว่าทําไมกิลถึงทําเช่นนี้ พวกเขารู้ว่ากิลแห่งความสว่างไม่ได้ให้ความช่วยเหลือกับตระกูลเพอร์เซลล์
ในขณะที่ความสนใจของทุกคนอยู่ที่เพอร์เซลล์ เจ่าไห่ก็ได้ไปที่ฐานของเผ่าเฮคัส ในสงครามนี้ เผ่าเฮคัสพวกเขาไม่ได้อยู่แถวหน้า แต่พวกเขาเลือกที่จะอยู่ข้างหลังกองทัพแทนพวกเขา มีหน้าที่รับผิดชอบอาหารและแกะทั้งหมด
แม้ว่าเผ่าเฮคัสจะไม่ใช่เผ่าที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ความแข็งแกร่งที่พวกเขามีก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน อย่างไรก็ตามชาวเผ่าอื่นๆ ก็รู้ว่าทําไม่ถึงต้องป็นเผ่าเฮคัส พวกเขาเข้าใจในการตัดสินใจในครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่กิลแห่งความสว่างทํา พวกเขาได้ล้างสมองของเด็กๆ ภายในทุ่งหญ้าและ
ให้พวกเขากลับมายังทุ่งหญ้า และพวกเขาก็คิดที่จะให้เด็กๆ เหล่านั้นทําลายทุกอย่างจากภายใน ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าคงไม่ใช่แค่เผ่าเฮคัสเท่านั้นที่จะไม่พอใจกับสิ่งเหล่านี้ เผ่าอื่นๆก็ไม่พอใจกับการกระทําของกิลเหมือนกัน การมีการติดต่อกับเผ่าวู ทําให้มีข้อดีมายังเผ่าเฮคัส ตอนนี้เวลส์มีช่วงเวลาที่สบายมาก ตอนนี้เขาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพที่อยู่ด้านหลังและมีหน้าที่เพียงดูแลอาหาร พวกเขาไม่มีหน้าที่ต่อสู้ ซึ่งพวกเขามีอาหารที่กินดีที่สุดและสบายที่สุด นี่เป็นเพียงความคิดเห็นของเขา สําหรับเผ่าอื่นๆ การอยู่ในกองทัพที่ด้านหลังไม่ใช่ความคิดที่ดี ถึงแม้ว่ากองทัพด้านหลังจะสบายสุดในการต่อสู้ แต่พวกเขาก็เป็นคนที่ได้รับส่วนแบ่งน้อยที่สุด หลังสงคราม
แต่เวลส์ก็ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ เขามีเจ่าไห่ดังนั้นเขาจึงมีชีวิตอยู่ที่ดีมาก สิ่งที่สําคัญที่สุดสําหรับเผ่า ในตอนนี้คือการฟื้นฟูและเพิ่มความแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตามเผ่าเฮคัสรู้จักเจ่าไห่ ดังนั้นเมื่อชนเผ่าอื่นๆ ได้รู้จักกับเขาพวกเขาก็มีอัธยาศัยดีมากในทันที เพียงไม่นานหลังจากที่เจ่าไห่มาถึง เขาก็ถูกเชิญไปที่ที่พักของเวลส์ทันที
แม้ว่าพวกเขาจะชอบดื่ม แต่ก็ดื่มเพียงเล็กน้อยเมื่อเข้าสู่สงคราม เพื่อสงครามสิ่งที่เจ่าไห่ขายให้เวลส์คือชานม
เวลส์มองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร ในเวลานี้ มันเป็นอันตรายเกินไปสําหรับเจ้า หากมีคนจากต่างแดนคนใดอยู่เจ้าจะไม่สามารถกลับมาสู่เมืองของเจ้าได้อีกเลย”
แม้ว่าเวลส์จะไม่เคยติดต่อกับคนจากต่างแดนมาก่อน แต่เขาก็เข้าใจมากเกี่ยวกับความคิดของคนจากต่างแดน หากพวกเขารู้ว่าเจ้าไห่มาหาเขาแล้ว เจ่าไห่จะถูกเกลียดจากทุกคน เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่ไม่ต้องกังวล ข้าสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครเห็นข้าในเวลานี้ นอกจากนี้ข้ามาที่นี่ในครั้งนี้ก็เพื่อบอกพี่บางอย่างเกี่ยวกับสงครามครั้งนี้
เวลส์พยักหน้าเขาวางใจต่อเจ่าไห่มากๆ เขาเชื่อว่าเจ่าไห่จะไม่หลอกลวงเขา ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าแล้วรอสิ่งที่เจ่าไห่จะพูด
เจ่าไห่บอกกับเวลส์เกี่ยวกับสิ่งที่เขารู้สารพิษ แผนของกิลเป็นต้น จากนั้นเจ่าไห่ก็พูดว่า “พี่ชายสงครามครั้งนี้เป็นสิ่งที่คิดไว้แล้วอย่างสมบูรณ์โดยกิลจุดประสงค์ของพวกเขาคือการผลักพวกชาวเผ่าเข้าสู่สงคราม เพื่อที่พวกเขาจะสามารถขับไล่พวกชาวเผ่าได้ด้วยความแข็งแกร่ง
และในเวลาเดียวกันพวกเขาก็จะทําร้ายชาวเผ่าทุกคน
เวลส์ไม่เชื่อกับสิ่งที่เขาได้ยิน “เจ้าบอกข้าว่าสละตระกูลเพอร์เซลล์เพื่อที่จะจัดการกับพวกเรางั้นเหรอ?”
จากนั้นเจ่าไห่ก็หยิบถุงน้ําแล้วส่งให้เวลส์ “พี่ชายให้แม่มดตรวจสอบน้ําในกระเป๋าใบนี้ จากนั้นให้ใครซักคนดื่มแล้ว ท่านจะเข้าใจแผนของกิลแห่งความสว่าง”
เจ่าไห่รู้ว่าการที่ได้เห็นด้วยตัวเองมันน่าเชื่อมากกว่า ก่อนที่เขาจะมาหาเวลส์เขาได้เตรียมถุงน้ํานี้ไว้เรียบร้อยแล้ว น้ําในกระเป๋าใบนี้บรรจุพิษของกิลแห่งความสว่าง ท้ายที่สุดแล้วเผ่าเฮคัสก็เป็น 1 ในการวิจัยของกิลแห่งความสว่าง