Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 540 - กระดานหมากรุก
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 540 - กระดานหมากรุก
บทที่ 540 – กระดานหมากรุก
ในตอนนี้เจ่ไห่ได้ให้ความสนใจไปที่ตระกูลเพอร์เซลล์ ซึ่งมันก็แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจจักรวรรดิอาร์ซู
ไม่นานนักตอนนี้จักรวรรดิอาร์ซูนั้นเต็มไปด้วยคนจากกิลแห่งความสว่าง เจ่าไห่ยังเห็นอีกว่า จักรพรรดิของจักรวรรดิอาร์ซูนั้นตายแล้ว คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ตอนนี้ก็คือบอริส อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเขาจะมีอํานาจในจักรวรรดิอาร์ซู แต่เขาเองก็ถูกควบคุมโดยกิลแห่งความสว่าง
สิ่งเหล่านี้บ้างเรื่องก็เป็นสิ่งที่เจ่าไห่ได้คิดไว้แล้ว แต่เขาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่ากิลแห่งความสว่างจะฆ่าจักรพรรดิจริงๆ เจ่าไห่คิดว่าพวกเขาจะต้องใช้จักรพรรดิเป็นหุ่นเชิด แต่มันก็ไม่ได้เป็นเหมือนกับที่เขาคิดเลย
เป็นเวลาหลายวันเจ่าไห่มองดูสถานการณ์ในเพอร์เซลล์ ดูเหมือนกว่าวิกฤติในครั้งนี้จะเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจ จักรวรรดิอาร์ซูต้องการให้พวกชาวเผ่าเข้ามาทําลายและฆ่าเหล่าขุนนางทั้งหมด
และจากนั้นพวกเขาก็จะฆ่าชาวเผ่าเหล่านั้นทั้งหมด หลังจากที่ทุกอย่างจบลง
ดูเหมือนว่ากิลแห่งความสว่างต้องการที่จะแสดงให้ทั้งทวีปเห็นว่าพวกเขาสามารถทําสงครามและปกครองประเทศได้
นอกจากพวกเขาจะสร้างชื่อเสียงได้แล้ว พวกเขายังสามารถจัดการกับตระกูลเพอร์เซลล์ได้ด้วย เมื่อชื่อเสียงของกิลแห่งความสว่างเพิ่มมากขึ้น การที่จะส่งคนไปยังที่อื่นๆ มันก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น พวกเขาจะได้รับคนเพิ่มเป็นจํานวนมาก
ความทะเยอทะยานของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่มากๆ และซึ่งมันก็แน่นอนว่าแผนของพวกเขาคิดมาเป็นอย่างดี แต่พวกเขาก็ประเมินค่าของเจ่าไห่ต่ําเกินไป เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะรู้ว่าตอนนี้เจ่าไห่รู้แผนของพวกเขาทั้งหมดแล้ว
ในตอนนี้จักรวรรดิโรเซ่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือจักรวรรดิอาร์ซูด้วย แต่อย่างไรก็ตามจักรวรรดิอาร์ซูไม่ได้พึ่งความความช่วยเหลือที่จะได้รับ พวกเขาต้องการขับไล่ชาวเผ่าด้วยความสามารถของตัวเอง เพื่อที่พวกเขาจะมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นในทวีป
หลังจากที่เจ่าไห่รู้เรื่องนี้เขาเองก็ไม่ได้เป็นกังวลกับจักรวรรดิโรเซ่นอีกเลย แต่เจ่าไห่กับนึกถึงพวกชาวเผ่า แต่ก็ยังดีที่พวกเขากําลังเดินทางมาที่นี่ และเมื่อพวกเขามาถึงเจ่าไห่ก็จะออกไปบอกพวกเขา
กิลแห่งความสว่างยังมีอีกหลายอย่างที่พวกเขาต้องทํา และเตรียมการเพื่อจัดการกับพวกชาวเผ่า กิลแห่งความสว่างได้ส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 บางคนไปซุ่มเพื่อโจมตีที่เพอร์เซลล์ แต่ที่พวกเขาไปที่นั้นก็ไม่ได้ไปเพื่อฆ่าชาวเผ่าเหล่านั้น แต่ไปเพื่อกระจายพิษและถึงแม้ว่าพิษนั้นจะไม่ทําให้ถึงตาย แต่ก็ทําให้คนที่โดนอ่อนแอลง และสูญเสียความสามารถไป นี่เป็นแผนที่พวกเขาวางไว้เพื่อจัดการกับชาวเผ่า
สิ่งที่เจ่าไห่ได้ยิน เจ่าไห่รู้ว่าแผนการที่พวกเขาพูดกันไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่ ตอนนี้จักรพรรดิคนเก่ายังอยู่แผนการนี้มันจะต้องเกิดขึ้นแล้ว และการกําจัดตระกูลบูดาก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนนี้
ของพวกเขาด้วยเช่นกัน เมื่อก่อนพวกเขาไม่ต้องการทําลายตระกูลเพอร์เซลล์ แต่เนื่องจากเจ่าไห่เป็นภัยที่ใหญ่มากๆกับพวกเขา พวกเขาจึงเปลี่ยนแผนและตัดสินใจที่จะทําลายตระกูลเพอร์เซลล์
ดูเหมือนว่าพิษที่พวกเขาพูดถึงมันจะมาจากการค้นคว้าของกิลแห่งความสว่าง พิษนี้เกิดจากการสังเกตของพ่อค้าที่เข้าไปยังทุ่งหญ้า ในขณะที่พวกเขาทําการค้าภายในทุ่งหญ้ามานาน
เจ่าไห่ยังรู้อีกว่าพิษนั่นถ้าถูกเพียงนิดเดียวมันก็จะไม่มีผลอะไรเลย มันจะต้องมีการใช้พร้อมกับสารตัวอื่นๆ ด้วยเพื่อการเตรียมพร้อมในวันนี้ กิลแห่งความสว่างได้ใช้ยาในอาหารที่พวกเขา
ขายให้ทุ่งหญ้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยานี้เป็นสิ่งที่ทําปฏิกิริยากับพิษ หลังจากนั้นมันก็จะทําให้คนที่กินเข้าไปอ่อนแอลง สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อยาและพิษอยู่ด้วยกัน
กิลแห่งความสว่างท่าเช่นนี้ เพราะพวกเขารู้ว่าชาวเผ่าเหล่านี้จะพาเอาแม่มดหรือหมอผีของพวกเขามาด้วยในตอนที่พวกเขาเดินทัพเพื่อทําสงคราม ที่ชาวเผ่าทําเช่นนี้ก็เพื่อให้แม่มดที่พวก
เขาพามาดูแลน้ําของพวกเขา ในขณะที่พวกเขากําลังต่อสู้อยู่
แม้ว่ากิลแห่งความสว่างจะไม่สามารถทําเช่นนั้นได้ แต่ก็อย่าลืมว่าพวกเขาก็ได้รับยาพิษมาหลายปีแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปพวกชาวเผ่าก็จะได้รับผลกับยานั้นด้วยเช่นกัน แม้ว่ามันจะไม่สามารถฆ่าพวกเขาได้เลย แต่มันก็ทําให้พวกเขาอ่อนแอลง หลังจากนั้นกิลแห่งความสว่างก็จะจัดการกับพวกเขาเท่าที่ต้องการได้เลย
แผนของการวางยาพิษชาวเผ่าและการควบคุมจักรวรรดิ เป็นแผนการของกิลแห่งความสว่าง การทํางานเพื่อกิลแห่งความสว่างมันเป็นเรื่องที่น่ากลัวจริงๆ
ดูเหมือนแผนการในครั้งนี้ของพวกเขา จักรวรรดิอาร์ซู จักรวรรดิโรเซ่น และคนจากทุ่งหญ้าจะกลายเป็นหมากของกิลแห่งความสว่างไปแล้ว หากว่าเจ่าไหไม่เข้ามายุ่งกิลแห่งความสว่างก็จะไปไกลได้มากกว่านี้
ที่จริงแล้วแม้ว่าพวกเขาจะเป็นศัตรู แต่เจ่าไห่ก็ชื่นชมกิลแห่งความสว่างมากๆ หากว่าพวกเขาไม่ได้มีเรื่องต่อกันเจ่าไห่อาจจะเข้าร่วมกับกิลแห่งความสว่างก็ได้
แต่นี่คือองค์กรที่ทําทุกอย่างได้เพื่อความต้องการของตัวเอง ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาได้กลายเป็นหนึ่งในอิทธิพลที่ทรงพลังที่สุดในเวลาไม่นาน พวกเขาทําทุกอย่างเพื่อความต้องการของตัวเอง
จากมุมมองของเจ่าไห่ กิลแห่งความสว่างนั้นชั่วร้าย แต่ในสายตาของกิลแห่งความสว่างพวกเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น ในใจของพวกเขาก็ต้องการจัดการกับภัยคุกคามเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของพวกเขาในอนาคต
แต่ก็น่าเสียดายที่เจ่าไห่เป็นศัตรูกับพวกเขา แม้ว่าเจ่าไห่จะชื่มชมกิลแห่งความสว่างแต่เขาเองก็ต้องทําลายแผนการเหล่านั้นทั้งหมด ไม่งั้นเขาอาจจะเป็นคนที่ถูกกระทําแทน หลังจากที่รู้เรื่องเหล่านี้เจ่าไห่ได้แอบเอาพิษทั้ง 2 ไปยังป้อมภูเขาเหล็กทันที เจ่าไห่ได้มอบให้กับแม่ของซูกะช่วยดูว่ามันเป็นยาพิษชนิดไหน
ซูจูแม่ของซูกะเป็นคนที่มีความรู้เรื่องพิษ ในขณะที่เธออยู่ที่ป้อมภูเขาเหล็กเธอได้ทําการวิจัยของเธอต่อไป ตอนนี้ความสามารถของเธอเพิ่มขึ้นมากจริงๆ
ผ่านไปเพียง 2-3 นาทีก็รู้ผลของพิษนี้แล้ว มันเป็นเรื่องจริงที่การกินมันเข้าไปมันจะไม่มีผลอะไร แต่เมื่อพวกเขากินมันพร้อมกันพิษนี้จะแสดงผลออกมาทันที
หลังจากนั้นซูจูได๋ใช้น้ํามิติ และก็รู้แล้วว่ามันเป็นยาแก้พิษได้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นมันก็ยังต้องใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งมันก็คุ้มค่าที่จะรอ แต่ในสนามรบเวลาเป็นสิ่งที่สําคัญ
เจ่าไห่ตัดสินใจที่จะเอาพิษเข้าไปในมิติ มิติสามารถวิเคาะห์พิษได้ และยังผลิดยาแก้พิษออกมา เจ่าไห่หวังว่ามิติจะไม่ทําให้เขาผิดหวัง
และมิติก็ได้ทําสิ่งที่เจ่าไห่ได้คิดไว้ มิติดูพิษและทําให้มันกลายเป็นยาฆ่าแมลงของมิติและก็ยังมีน้ําที่สามารถรักษาพิษได้ทันทีอีกด้วย จากนั้นเจ่าไห่ก็เอาน้ําที่มิติทําขึ้นไปให้ซูจูเพื่อศึกษา
ไม่นานซูจูก็บอกกับเจ่าไห่ว่าน้ํานี้สามารถแก้พิษได้ในทันที
แต่ก็น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขาไม่มีกล้องจุลทรรศน์ หากว่ามีพวกเขาก็อาจจะศึกษาได้มากกว่านี้ ในตอนนี้พวกเขาไม่สามารถทํายาแก้พิษได้ด้วยตัวเอง
แม้ว่าเจ่าไห่จะผิดหวัง แต่เขาก็ต้องยอมรับมันให้ได้ หลังจากที่พิษทั้งหมดถูกกําจัด นี่ก็หมายความว่าแผนของกิลแห่งความสว่างมันจะไร้ประโยชน์ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องพบกับความผิดพลาดแล้ว
แน่นอนว่ากิลแห่งความสว่างไม่ได้พึ่งพาพิษเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาก็ยังมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 จํานวนมากอยู่ รวมไปถึงกองทัพทั้งหมดของจักรวรรดิอาร์ซู พวกเขาสามารถจัดการกับชาวเผ่าทุกคนได้
กิลแห่งความสว่างรู้ดีว่าถ้าหากจักรวรรดิโรเซ่นใช้โอกาสนี้เพื่อรุกรานจักรวรรดิอาร์ซูพวกเขาจะกลายเป็นศัตรูของทุกคน ดังนั้นกิลแห่งความสว่างจึงตัดสินใจที่จะถอนกําลังออกจากหุบเขา และให้พวกเขามาต่อสู้กับชาวเผ่า
เพื่อการชนะในครั้งนี้พวกเขาได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว ทั้งทหารทั้งอาวุธ รวมไปถึงรถเพื่อขนย้าย และเมื่อพวกเขาทําสําเร็จพวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ชนะทันที
ในการต่อสู้ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เลือกใช้เทพผู้มีพลังระดับ 9 แต่พวกเขาเลือกที่จะใช้เทพผู้มีพลังระดับ 8 หรือต่ํากว่านั้น นี่ก็เป็นเพราะว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 จะไม่เพียงกําจัดชาวเผ่าเท่านั้น พวกเขาจะทําลายทุกอย่างซึ่งมันก็จะเป็นหายนะที่น่ากลัวเกินไป ซึ่งมันอาจก่อสงครามโลกเลยก็ได้
แต่เจ่าไห่เองก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเช่นนั้น จากสิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ตราบใดที่ใครใช้เทพผู้มีพลังระดับ 9 มันจะต้องมีเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถแก้ไขได้
กิลแห่งความสว่างได้เตรียมพร้อมแล้วสําหรับสงครามในครั้งนี้ เพราะพวกเขาได้วางแผนนี้มานานแล้ว
ในทางกลับกันชาวเผ่าเหล่านั้นไม่ได้มีการเตรียมตัวที่ดีเลย เพราะพวกเขาต้องเดินทางให้เร็ว
ที่สุด ใครๆก็รู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบในสงครามครั้งนี้
พวกชาวเผ่าก็รู้เรื่องนี้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงต้องการทําสงคราม หากท่าสงคราม พวกเขาก็จะได้อาหารเพื่อการอยู่รอดต่อไป
แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้ว่าสงครามในครั้งนี้เป็นแผนการของกิลแห่งความสว่างตั้งแต่แรกแล้ว ทุกอย่างถูกคิดไว้โดยกิลแห่งความสว่างไว้เป็นอย่างดีแล้ว
ถ้าเจ่าไห่ไม่ช่วยพวกชาวเผ่าก็คงจะเสียเวลามาก พวกเขาจะสูญเสียนักรบจํานวนมากรวมถึงปัญหาการขาดแคลนอาหาร ในเวลาเดียวกันกิลแห่งความสว่างก็จุดไฟในทุ่งหญ้าด้วย นี่จะทําให้พวกชาวเผ่าสูญเสียคนจํานวนมากไป
กิลแห่งความสว่างกําลังเล่นหมากรุกบนกระดานขนาดใหญ่ พวกเขาคํานึงถึงทุกอย่างนอกเหนือจากการมีอยู่ของเจ่าไห่ เจ่าไห่จะทําให้แผนการณ์ของพวกเขาผิดพลาด เจ่าไห่ได้กลายเป็นส่วนที่น่ารําคาญบนกระดาน ด้วยวิธีที่เจ่าไห่เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของกิลแห่งความสว่าง เขาก็กลายเป็นหนามบนเส้นทางของพวกเขาแล้ว
ด้วยการตรวจสอบกิลแห่งความสว่างในจักรวรรดิอาร์ซู ทําให้เจ่าไห่รู้แผนของกิลแห่งความสว่างได้ คนที่เข้ามาในจักรวรรดิอาร์ซูในครั้งนี้คืออาร์ค ซึ่งเป็นตําแหน่งที่อยู่ใต้ผู้นําของกิลแห่งความสว่างโดยตรง คนนี้คุ้นเคยกับเจ่าไห่มาก เขาเป็นพ่อของลินด์เซเบเกอร์ ซึ่งเป็นอาร์คหรือมือขาวของผู้นํากิล ที่ทรงอิทธิพลและทรงพลังที่สุดของเลนด์เบเกอร์!
ในอดีตลินด์เซ เบกเกอร์ไปโจมตีเจ่าไห่ จนกลายเป็นซอมบี้ เจ่าไห่ยังถามข้อมูลมากมายจากเขาด้วย ซึ่งในตอนนี้เลนดิก็มองว่าเจ่าไห่เป็นคนที่ฆ่าลูกของเขา
แต่เจ่าไห่ก็รู้ว่าพลังของเลนดิเป็นอย่างไร เขาเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนสําคัญกับกิลแห่งความสว่าง
ในการกําาหนดแผนนี้ ภายใต้อิทธิพลของเขาแผนออกมาเป็นแผนอย่างช้าๆ จนกระทั่งมาถึงจุดนี้
ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่าชายคนนี้น่ากลัวแต่ไหน
กิลแห่งความสว่างให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับแผนนี้ มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่ได้ส่งอาร์คไปยังจักรวรรดิอาร์ซู เพื่อไปออกคําสั่ง เหตุผลเดียวที่พวกเขาส่งเลนด์ไปก็เพียงอย่างเดียวก็คือคําสั่งนั้นจะดําเนินต่อไปอย่างราบรื่น หัวหน้ากิลรู้ดีว่าการส่งไปเพียงคนเดียวมันเป็นเรื่องที่ดีกว่าส่งไป
เป็นจํานวนมากเพราะว่าพวกเขาจะต้องตีกันแน่นอน ดังนั้นการมอบทุกสิ่งให้เลนดิจึงเพียงพอแล้ว สิ่งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงสถานะของเลนด์ภายในกิลอีกด้วย
โดยปกติหากทุกอย่างล้มเหลวความรับผิดชอบจะตกไปอยู่ในมือของเลนดิ
กําลังรอโอกาสที่จะทําลายแผนการทั้งหมดของกิลแห่งความสว่างและโอกาสนี้อยู่ไม่ไกล!
เจ่าไห่ตามการเคลื่อนไหวของกิลอย่างใจเย็น ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ชมในเกมหมากรุกนี้ เขา