Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 539 - คิดมาก
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 539 - คิดมาก
บทที่ 539 – คิดมาก
เช้าวันต่อมาเรือของพวกเขาก็มาถึงที่เกาะทองค่า เรือแล่นไปยังท่าเรือทันที หลังจากที่มาถึงผู้เฒ่าเซนต์ก็ไปหาลูหยาง และบอกกับลูหยางว่าเขาจะต้องไปฝึกฝนในที่ที่ไม่อาจบอกได้ ลูหยางรู้ว่านี่มันเป็นเรื่องปกติสําหรับเทพผู้มีพลังระดับ 9 เธอก็เลยไม่ได้พูดอะไร
เหตุผลที่เจ่าไห่ให้ผู้เฒ่าเซนต์เข้ามาในมิติไม่ใช่เพราะว่าเขาใจดี เจ่าไห่คิดว่าเมื่อไม่มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 พวกเขาก็จะต้องเชื่อฟังเจ่าไห่มากขึ้น เจ่าไห่คิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีสําหรับเขา แต่นี่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ช่วยเหลือตระกูลเพอร์เซลล์ แต่เจ่าไห่จะคอยดูแลพวกคนหนุ่มสาวของตระกูลเพอร์เซลล์ที่มาที่เกาะทองคํา ซึ่งมันก็แน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องสําคัญเลยที่พวกเขาจะต้องมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 คอยดูแลพวกเขา
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่าตระกูลเพอร์เซลล์ในตอนนี้จะเจอกับสถานการณ์เดียวกับตระกูลอากิสะ แต่ตระกูลอากิสะมีสถานะที่ดีกว่าพวกเขา เพราะพวกเขาเองยังมีผู้เฒ่าและคนที่มีความสามารถอยู่บ้าง แต่ตระกูลเพอร์เซลล์พวกเขามีกําลังในการทํางานมากก็จริง แต่พวกเขาเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรมากนัก
ในตอนนี้สิ่งที่ตระกูลเพอร์เซลล์ต้องการ ไม่ใช่เทพผู้มีพลังระดับ 9 แต่คือการที่พวกเขามีความมั่นคง ซึ่งมันจะทําให้พวกเขาปลอดภัยและเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง
หลังจากที่มาถึงเกาะทองคํา เจ่าไห่ได้จัดสถานที่ให้ลูหยางและคนอื่นๆ เข้าไปพักผ่อน จากนั้นเจ่าไห่ก็ถามลูหยางว่าพวกเธอต้องการทําธุรกิจที่เกาะหรือช่วยตระกูลบูดาจัดสถานที่ไปก่อน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องแน่อยู่แล้วว่าเจ่าไห่จะไม่ได้ให้สิทธิในการสั่งการกับพวกเขา เจ่าไห่ต้องการให้พวกเขาทํางานทั่วๆไปก่อน เพื่อที่พวกเขาจะได้ประสบการณ์ต่างๆ ในการทํางานไปก่อน แต่ถ้าหากว่าลูหยางเลือกที่จะทําธุรกิจเจ่าไห่ก็จะหาสถานที่เพื่อให้พวกเขาตั้งร้านค้าของพวกเขา
ลูหยางเป็นผู้หญิงที่ฉลาด เธอรู้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้มันจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของตระกูลเพอร์เซลล์ ถึงแม้ว่าลูหยางจะไม่ได้แสดงออกมา แต่เธอก็รู้ว่าโอกาสที่ตระกูลเพอร์เซลล์จะรอดนั้นมีน้อยมากๆ ดูเหมือนว่าเกาะทองคําแห่งนี้จะเป็นทางรอดสุดท้ายที่เธอต้องการ
ลูหยางจําเป็นต้องคิดให้ดีก่อนที่เธอจะคัดสินใจ เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเธอจะต้องทําต่อไป ตอนนี้ ลูหยางรู้สึกชื่นชมเจ่าไห่มาก เมื่อก่อนตระกูลบูดาพบกับเรื่องที่แย่กว่านี้มาก แต่พวกเขาก็สามารถกลับมาคงความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ซึ่งเจ่าไห่ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้นมันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก
ลูหยางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะหันไปคุยกับคนอื่นๆ ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจได้ว่าพวกเขาจะทําธุรกิจบนเกาะเพื่อสร้างรายได้ให้กับตระกูล และคนที่ไม่ได้มีประสบการณ์ก็จะให้ไปช่วยเหลือตระกูลบูดาก่อน เพื่อหาประสบการณ์ และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆของตระกูลบูดา
เจ่าไห่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูหยาง ตอนนี้ตระกูลเพอร์เซลล์ยังมีคนที่มีประสบการณ์ในเรื่องการจัดการพวกเขาเคยช่วยตระกูลมาก่อน ดังนั้นการที่พวกเขาจะทําธุรกิจมันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สิ่งนี้มันจะทําให้พวกเขามีประสบการณ์มากขึ้น และในอีกทางก็เพื่อที่ตระกูบขอว
พวกเขาจะมีรายได้เข้าโดยตรงด้วย
สําหรับคนที่ยังเด็กอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะถูกเลือกแต่พวกเขาก็ไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก พวกเขาจําเป็นต้องหาประสบการณ์เพิ่มขึ้น ทางเลือกที่ดีที่สุดสําหรับพวกเขาคือการช่วยเหลือตระกูลบูดา
เจ่าไห่ได้จัดการเรื่องของลูหยางทันที เขายังให้ที่ดินให้กับลูหยางและคนอื่นๆ และสร้างบ้านให้พวกเขา นี่เป็นค่าขอที่ลูหยางต้องการ เธอเองไม่ต้องการอยู่ในท่าเรือของเจ่าไห่ตลอดไปไม่นานนัก การที่ลูหยางมากที่เกาะก็ทําให้ผู้คนทั่งเกาะรู้เรื่อง คนเหล่านี้รู้ดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ตระกูล และเมื่อพวกเขาเห็นคนจากตระกูลเพอร์เซลล์พวกเขาก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ขุนนางเกือบทั้งทวีปจะทําสิ่งเดียวกับที่ตระกูลเพอร์เซลล์ท่า เมื่อพวกเขาพบกับเรื่องที่พวกเขาไม่แน่ใจพวกเขาจะต้องส่งเด็กๆของพวกเขาไปที่อื่นๆ ที่ปลอดภัยวิธีการนี้จําทําให้ตระกูลของพวกเขาอยู่รอดไปได้
และไม่มีที่ใดที่จะเหมาะไปมากกว่าเกาะทองคํา เนื่องจากตระกูลเพอร์เซลล์และตระกูลบูดาเป็นเพื่อนกันมานาน มันก็เป็นเรื่องที่ปกติมากที่พวกเขาจะต้องช่วยเหลือกัน เมื่อมาอยู่ที่นี่พวกเขาจะปลอดภัยอย่างแน่นอน พวกเขามาอยู่ที่นี่เพื่อทําธุรกิจและสร้างตระกูลของพวกเขาขึ้นมาใหม่ หลังจากที่เจ่าไห่จัดการเรื่องทั้งหมดแล้ว เขาก็ไม่ได้แนะนําหรือบอกอะไรต่อไป การค้าในเกาะทองคํานั้นดีมากๆ คนที่คิดไม่ดีในเกาะนี้ก็ไม่มีเพราะว่าโทษของมันก็คือความตาย และถ้าหากว่าใครโกงพวกเขาก็จะไม่มีสิทธิเข้าเกาะทองคํานี้อีกเลย
แม้ว่าลูหยางและคนอื่นๆจะเป็นคนใหม่ แต่คนอื่นๆในเกาะก็รู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา เพราะเรื่องนี้จึงไม่มีใครกล้าที่จะทําอะไรไม่ดีต่อตระกูลเพอร์เซลล์
และเหตุที่เจ่าไห่ต้องทิ้งพวกเขาไว้ ก็เพื่อที่จะให้พวกเขาเจอกับความลําบากจริงๆ ถ้าไม่ทําอย่างนี้พวกเขาก็จะไม่มีวันที่จะได้เรียนรู้ประสบการณ์อะไรเลย ถ้าต้องให้พวกเขาทุกๆ อย่าง พวกเขาก็จะไม่สามารถโตด้วยตัวเองได้
สิ่งที่เจ่าไห่ต้องทําตอนนี้คือไปดูสถานกาณ์ที่เมืองคาซ่า ตอนนี้ตระกูลเพอร์เซลล์ถูกแบ่งออก โดยการตัดสินใจของอีวาน ลูหยางและคนอื่นๆ ถูกส่งไปยังเกาะทองคํา และอีวานก็ยังอยู่ที่เมืองคาซ่า เพื่อที่จะสั่งการทหารคนอื่นๆ
เจ่าไห่รู้สึกว่ามันไม่ได้มีประโยชน์เลยเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ แต่เขาก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ มีกองทัพจํานวนมากที่ล้อมรอบเมืองไว้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเข้าไปข้างใน สิ่งนี้เองที่ทําให้เจ่าไห่หมดความอดทน
เจ่าไห่วางแผนที่จะไปบอกคุน ตอนนี้จักรวรรดิโรเซ่นก็กําลังต้องการเจ่าไห่เพื่อที่จะขอให้เขากลับไปที่เมืองคาร์สัน
แม้ว่าเจ่าไห่จะไม่รู้เหตุผล แต่เขาก็รู้ว่าถ้าไม่สําคัญจักรวรรดิก็จะไม่จะไม่เรียกเขาไปพบ เจ่าไห่เข้าไปในมิติทันทีและเดินทางไปยังคฤหาสน์นอกเมืองคาร์สัน
แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์ตลอดเวลา แต่ที่แห่งนี้ก็ยังคงสะอาดอยู่ เพราะคนรับใช้ของเขา เจ่าไห่พักอยู่ในคฤหาสน์จากนั้นวันต่อมาเขาก็นั่งรถม้าและมุ่งหน้าสู่เมืองคาร์สัน หลังจากเจ่าไห่มาถึงที่วังเขาก็ถูกพาไปที่ห้องทํางานของจักรพรรดิทันที สถานะของเขาคือลูกเขยของจักรพรรดิ มันเลยทําให้เจ่าไห่มีสิทธิพิเศษภายในวัง
ในห้องทํางานนั้น จักรพรรดิกําลังนั่งอยู่ที่นั่นเพื่อดูกระดาษบางอย่าง เจ่าไห่ก้าวไปข้างหน้า แล้วพูดว่า “ข้ามาแล้ว” พร้อมกับคํานับ
จักรพรรดิเงยหน้าขึ้นและพูดว่า “มานั่งเถิด” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วเดินไปนั่ง จักรพรรดิ์วาง กระดาษลงและมองไปที่เจ่าไห่ “ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกชาวเผ่างั้นเหรอ?” เจ่าไห่พยักหน้า “ใช่ ข้าเป็นมิตรกับหลายๆ เผ่าและข้าก็ยังได้เป็นเจ้าชายแห่งเผ่าเฮคัสด้วย” จักรพรรดิพยักหน้าแล้วพูดว่า “เจ้ารู้ไหมว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร ทําไมพวกชาวเผ่าจึงโจมตีอาณาจักรของพวกเรา?”
เจ่าไห่มองและพูดว่า “ท่านพ่อ ไม่รู้งั้นเหรอ? พวกเขาต้องการโจมตี เพราะกิลแห่งความสว่างที่ทําให้พวกเขาขาดแคลนอาหาร”
จักรพรรดิขมวดคิ้ว “นั่นเป็นเพียงเหตุผลนี้เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านพ่อ คิดมากเกินไปพวกเขาเป็นคนที่ง่ายๆอะไรก็ได้ ถ้ากิลแห่งความสว่างไม่เข้าไปยุ่งกับพวกเขาก่อนพวกเขาก็จะไม่ทําอะไรแบบนี้แน่นอน ข้าคิดว่าท่านพ่อไม่จําเป็นต้องคิดมากเกินไป”
จักรพรรดิถอนหายใจ “ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องคิด ข้าได้ยินว่ากองทัพชาวเผ่าในครั้งนี้มีขนาดใหญ่มาก หากพวกเขาจัดการกับจักรวรรดิอาร์ซู และตัดสินใจที่จะดําเนินต่อมายังอาณาจักรโรเซ่นของเรา การสูญเสียของเราจะยิ่งใหญ่มาก”
เจ่าไห่ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ท่านพ่อ ท่านคิดมากเกินไป จักรวรรดิอาร์ซู จะไม่ถูกกําจัดไปง่ายๆ นอกจากนี้เรายังมีภูเขาที่แบ่งเขตอยู่มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเขาจะมาที่นี่ด้วย. แต่ข้าคิดว่าเรายังสามารถกักตุนอาหารได้อยู่, ชาวเผ่าโจมตีเพียงเพราะอาหาร, ถ้าพวกเขามาหาเราจริงๆ, เราก็สามารถต้านทานได้ในเวลาอันสั้นและขายอาหารบางอย่างสําหรับพวกเขา ในราคาถูกหลังจากนั้นพวกเขาก็จะกลับไปอย่างแน่นอน”
จักรพรรดิ์ขมวดคิ้วของเขาแล้วพูดว่า “ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จริงๆ พวกเขาจะยอมงั้นเหรอ?” เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “นี่เป็นเพียงแผนการตามความคิด อย่างไรก็ตามสถานการณ์อาจไม่เกิดขึ้นเรายังเก็บอาหารไว้จนกว่าจะสิ้นสุดสงครามเพราะในเวลานั้นทุ่งนาและความอุดมสมบูรณ์ของจักรวรรดิอาร์ซู น่าจะถูกทิ้งให้เสียหายราคาอาหารก็จะพุ่งสูงขึ้นถึงแม้ว่ามันจะไม่ส่งผลกระทบต่ออาณาจักรโรเซ่นของเรา แต่เราก็ยังสามารถขายอาหารที่เก็บไว้ในคลังสินค้าของพวกเราได้ จักรพรรดิมองไปที่เจ่าไห่จากนั้นเขายิ้มและพูดว่า “เจ้าเป็นคนบ้าจริงๆ เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่สิ่งที่เจ้าเสนอนั้นดีจริงๆ แม้ว่าคลังสินค้านี้จะไม่ได้ใช้ ข้ายังคงหวังว่าเจ้าจะได้รับโอกาส และติดต่อกับชาวเผ่าและถามถึงผลกําไรของพวกเขา มันจะเป็นการดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงพวกเขาให้ห่างจากอาณาเขตของเรามากที่สุด ”
เจ่าไห่พยักหน้า “ข้าเข้าใจ”
จักรพรรดิพยักหน้าแล้วมองเจ่าไห่และพูดว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับลิซซี่เป็นอย่างไร ทําไมเธอถึงไม่กลับมาเยี่ยมข้า หลังจากที่แต่งงานไป ข้าอยากให้เธอกลับมาบ้านพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ข้าต้องการจะพบกับเธอ”
เจ่าไห่ยิ้มเบาๆ แล้วโค้งคํานับ “เอาล่ะท่านพ่อสบายใจได้ ข้าจะให้ลิซซี่มาที่นี่ในวันพรุ่งนี้
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเธอยุ่งมากข้าไม่สามารถบอกเวลาที่แน่นอนได้”
จักรพรรดิตะโกนและพูดว่า “ข้าไม่สนใจเวลา เจ้าต้องพาเธอกลับบ้านในวันพรุ่งนี้”
เจ่าไห่พยักหน้า เพราะเขาไม่ได้โกหก ลิซซี่และคนอื่นๆ กําลังยุ่งมากจริงๆ พวกเขามีเรื่องที่ต้องท่ามากมาย แต่เมื่อจักรพรรดิร้องขอเขาก็ไม่กล้าปฏิเสธ
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย