Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 538 - สิ่งที่ไม่เคยเห็น
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 538 - สิ่งที่ไม่เคยเห็น
บทที่ 538 – สิ่งที่ไม่เคยเห็น
ทุกคนมองไปรอบๆ ด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะถูกมาที่เรือ พวกเขาคิดว่าเมื่อพวกเขาออกมาพวกเขาจะอยู่ที่เกาะทองคํา
ผู้เฒ่าเซนต์มองไปรอบๆ แล้วเขาก็หันหน้าไปหาเจ่าไห่ด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับพูดขึ้นว่า “เจ้าเป็นคนที่มีความคิดที่รอบครอบมากจริงๆ ข้าคนนี้ขอชื่นชมเลย
เจ่าไห่ก็ยิ้มและพูดว่า “ท่านก็พูดเกินไป ข้าคิดว่าท่านควรจะไปพักที่ห้องพักก่อน แล้วอีก 1 วัน เราจะไปถึงที่เกาะทองคํา” จากนั้นผู้เฒ่าก็ไม่ได้เกรงใจเจ่าไห่ เขาพนักหน้าให้เจ่าไห่จากนั้นก็เข้าไปภายในเรือ และเจ่าไห่ก็ให้ซอมบี้ของเขาพาผู้เฒ่าไปที่ห้องของเขา
เมื่อเห็นผู้เฒ่าเซนต์เข้าไปทุกคนก็เงียบลง เจ่าไห่มองพวกเขาแล้วก็หันหน้าไปหาลูหยาง
“ซอมบี้พวกนี้จะพาเธอไปและจัดห้องให้กับเธอก่อนที่เราจะไปถึงที่เกาะทองคําในวันพรุ่งนี้ ข้าจ่าเป็นต้องทําเช่นนี้เพื่อไม่ให้คนอื่นๆ สงสัยแต่ก็จงมั่นใจว่าที่แถวนี้เป็นพื้นที่ของตระกูลบูดา เมื่ออยู่ที่นี่แล้วทุกคนจะต้องปลอดภัย”
ลูหยางมีสีหน้าที่สงสัยมากๆ เมื่อเธอมองไปที่เจ่าไห่ก่อนที่เธอจะพูดว่า “มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยตอนนี้แล้วฉันก็จะทําตามข้อตกลงที่เรามีทุกอย่างเลย ท่านมาร์ควิส”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ลูหยางเธอไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก ไม่ว่าจะยังไง ตระกูลของเราก็เป็นมิตรกันมาหลายชั่วอายุคน และเราก็ยังมีอายุใกล้ๆ กันด้วยต่อจากนี้เรียนพี่ว่าพี่ไร่ก็ได้ พี่เห็นว่าเรียกในตําแหน่งเช่นนั้นมันรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก”
เมื่อลูหยางได้ยินเจ่าไห่พูด เธอก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจ่าไห่ หลังจากที่เธอมองเจ่าไห่ เธอก็พูดขึ้นว่า “ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะพี่ไห่”
เจ่าไห่ยิ้มออกมาเล็กน้อยและพูดว่า “พี่ยินดีต้อนรับ” จากนั้นเจ่าไห่ก็โบกมือแล้วก็มีซอมบี้เดินมา เจ่าไห่หันหน้าของเขาไปหาคนอื่นๆ และพูดว่า “ทุกคน ซอมบี้เหล่านี้จะพาเจ้าไปที่ห้องของพวกเจ้า จงจําไว้ว่าห้อง 1 ห้องอยู่ได้ 4 คน”
คนหนุ่มสาวจากตระกูลเพอร์เซลล์ตั้งใจฟังมากๆ พวกเขารู้จักชื่อของเจ่าไห่ แม้ว่าเขาจะยังเด็กแต่อีวานก็ให้ความสําคัญกับเขามากๆ พวกเขายังรู้ด้วยว่าแม้ว่าอีวานจะมีตําแหน่งที่สูงกว่าเจ่าไห่ แต่เมื่อเทียบกับอิทธิพลที่เจ่าไห่มีในทวีปแล้วเจ่าไห่นั้นก็อยู่สูงกว่ามาก
ถึงแม้ว่าคนจากตระกูลเพอร์เซลล์เหล่านี้จะถูกมองว่าเป็นชนชั้นสูง แต่พวกเขาก็ไม่อาจจะเทียบกับเจ่าไห่ได้ในตอนนี้ ดังนั้นพวกเขาจะต้องทําตามและเชื่อฟังเจ่าไห่เหมือนกับเด็กที่ฟังผู้ใหญ่
เรือที่เจ่าไห่มีนั้นเป็นเรือที่ใหญ่มากๆ และซอมบี้ของเจ่าไห่ไม่จําเป็นต้องพักผ่อน จึงทําให้มีห้องเพียงพอที่จะให้พวกเขาทุกคนเข้าไปพัก ซึ่งจํานวนของพวกเขาก็ไม่ใช้ปัญหาเลย จากนั้นเจ่าไห่ก็ให้ซอมบี้พาลูหยางไปที่ห้องพัก และเขาเองก็รู้ดีว่าลูหยางต้องการที่จะอยู่ในห้องคนเดียว หลังจากที่จัดการเรื่องห้องพักแล้ว เจ่าไห่ก็ไม่ได้เข้าไปในมิติเลย เขาไปหาผู้เฒ่าเซนต์ก่อน ขณะที่เขากําลังเคาะประตู เขาก็ได้ยินเสียงของผู้เฒ่าเซนต์บอกว่า “เจ่าไห่เข้ามาได้เลย”
เจ่าไห่ผลักประตูเข้าไป ห้องนี้เป็นห้องที่เจ่าไห่จัดทําขึ้นเป็นพิเศษ แต่ภายในห้องก็ไม่ได้มีอะไรมากมีแค่โต๊ะและเตียงเท่านั้น ห้องนั้นไม่ได้ใหญ่มากมีแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว และห้องอื่นๆ ก็มีเป็นเตียง 2 ชั้นเท่านั้น
เจ่าไห่กล่าวทักทายและพูดว่า “ผู้เฒ่าเซนต์ ท่านโอเคหรือไม่? ถ้าท่านต้องการอะไรก็เพียงแค่บอกจะมีซอมบี้มารับใช้ท่านทันที ข้าก็แค่หวังว่าท่านจะต้องพอใจกับทุกอย่าง” เมื่อผู้เฒ่าได้ยินเสียงของเจ่าไห่ เขาก็พูดว่า “เจ้าก็เป็นห่วงข้าเกินไป ข้าชอบทุกๆอย่างเลย ตั้งแต่ที่ข้ามาที่นี่ข้ารู้สึกดีมาก ข้าอยากจะถามว่าเวทย์มิตินั่นเป็นของเจ้าใช่ไหม?”
เจ่าไห่มอง ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไม่ได้แค่แข็งแกร่งเท่านั้น พวกเขายังเป็นคนที่น่ากลัวมากๆ แต่เจ่าไห่ก็ตอบกลับทันทีว่า “ท่านก็ได้เห็นมันแล้วหนิ”
ผู้เฒ่าพยักหน้าและพูดว่า “ข้าไม่ได้เห็นเวทย์มิติเลย แต่ข้าก็แน่ใจว่ามันไม่เหมือนกับสิ่งที่เจ้าเพิ่งท่า นอกจากนี้เมื่อข้ามาถึงระดับ 9 ข้าก็สามารถใช้พลังเพื่อสังเกตสภาพแวดล้อม แต่พลังของข้าก็ไม่สามารถสังเกตมิติของเจ้าได้เลย ข้าก็เลยคิดว่ามันอาจจะไม่ใช้เวทย์มิติ แต่ข้ากับมองว่ามันคือเวทย์มิติที่ผสมกับเวทย์ที่มากกว่า 1 พลัง”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ตาของท่านทั้งดีจริงๆ ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่ท่านพูดเพราะนี่มันคือเวทย์ที่แตกต่างของมิติที่เหมือนมิติ ข้ามาที่นี่เพื่อคุยเรื่องนี้ ผู้เฒ่าโปรดมากับข้าหน่อย” ทันใดนั้น ประตูมิติก็ปรากฏข้างๆ เจ่าไห่
ผู้เฒ่าเซนต์มองไปที่ประตูมิติที่อยู่ข้างๆ เจ่าไห่เขาเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเจ่าไห่ไม่ได้ร่ายเวทย์อะไรเลย ดูเหมือนว่าเวทย์ที่เขาทําก่อนนี้ก็เพื่อบังหน้าเท่านั้น
ผู้เฒ่าเซนต์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาก้าวเข้าประตูมิติแล้วเจ่าไห่ก็ตามเข้าไป แต่เมื่อผู้เฒ่าเซนต์เข้ามิติเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ มิตินี้แตกต่างมากจากสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจ
ในตอนนี้เจ่าไห่ก็ออกมาจากประตูมิติข้างๆ เขาและพูดว่า “ผู้เฒ่าเซนต์นี่คือเมืองของข้า ความสามารถที่ข้าได้รับมานี่เป็นมิติที่มีอิสระและที่นี่ข้าเป็นพระเจ้า สิ่งที่ทําให้ตระกูลบูดาเติบโตขึ้นได้ก็เพราะที่นี่”
ผู้เฒ่าเซนต์หันหน้าของเขาไปที่เจ่าไห่ เขางงกับสิ่งที่เจ่าไห่พูดและเขาก็ถามว่า “ทําไมเจ้าถึงบอกเรื่องนี้กับข้า ในเมื่อมันเป็นความลับของตระกูล”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เพราะข้าเชื่อว่า ผู้เฒ่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเลย ข้าคิดว่าผู้เฒ่ารู้สึกได้ถึงพลังภายในสถานที่นี้ว่ามันมีมากถึง 10 เท่าที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีมาก การฝึกเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลบูดาต่างก็ฝึกฝนที่นี่”
ผู้เฒ่าถามว่า “ตระกูลบูดามีเทพผู้มีพลังระดับ 9 กี่คน พวกเขามาจากที่ไหนกัน?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ตระกูลบูดาของเราในตอนนี้มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 อยู่ 40 คน เทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้มาจากบึงซากศพ”
ผู้เฒ่ามองเจ่าไห่ เขาไม่คิดว่าตระกูลบูดาจะมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 มากขนาดนี้ และเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้ยังมาจากบึงซากศพอีกด้วย
เมื่อมองไปที่ท่าทางของผู้เฒ่าเซนต์ เจ่าไห่ก็ยิ้มและพูดว่า “มิตินี้สามารถอัพเกรดได้ทีละน้อย มันไม่ได้ทรงพลังตั้งแต่แรก แต่มันก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาและการอัพเกรดในแต่ละครั้ง และเทพผู้มีพลังระดับ 9 จากบึงซากศพเหล่านี้อยู่ที่นี่ก็เพราะว่าที่นี่มีน้ําแห่งมิติที่สามารถแก้พิศของบึงซากศพได้
ผู้เฒ่าเซนต์เข้าใจสิ่งที่เจ่าไห่พูด บึงซากศพเป็น 1 ในสถานที่ที่มียาพิษที่ร้ายแรงที่สุดในทวีปนี้ หากไม่ใช่เพราะหมอกพิษมันคงไม่เป็น 1 ใน 5 สถานที่ต้องห้ามของทวีป
เนื่องจากเจ่าไห่สามารถแก้พิษของบึงซากศพได้ มันก็เลยทําให้เทพผู้มีพลังระดับ 9 สามารถเข้าและออกจากบึงได้อย่างอิสระ ไม่แปลกเลยที่พวกเขาเข้ามาอยู่กับเจ่าไห่ จากนั้นเมื่อผู้เฒ่าคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ของแดนทมิฬ เขาก็พูดขึ้นทันทีว่า “พิษที่แดนทมิฬเป็นของเจ้าใช่ไหม?” เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าทําเช่นนั้น ข้าได้เปลี่ยนที่นั้นให้กลายเป็นของข้าเอง ดินที่นั่นสามารถเพาะปลูกได้ข้าไม่อยากเสียมันไป และข้าเองก็คิดว่าตระกูลบูดาของข้าสามารถโค่นล้ม
จักรวรรดิอาร์ซูได้ทั้งหมดโดยที่จะไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ข้าเองก็ไม่ได้ต้องการท่าเช่นนั้น” ผู้เฒ่าเชื่อคําพูดของเจ่าไห่ ด้วยเทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่เจ่าไห่มีการทําลายจักรวรรดิอาร์ซูนั้นง่ายมากๆ แต่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าท่าไมเจ่าไห่ถึงไม่ต้องการทําเช่นนั้น
เจ่าไห่มองผู้เฒ่าเซนต์และพูดว่า “ท่านก็น่าจะรู้เกี่ยวกับเรื่องของทวีป ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ไม่เพียงแต่ทรงพลังเท่านั้นพวกเขายังมีคนที่มีตําแหน่งสําคัญๆ ในประเทศนั้นๆ ด้วยแม้ว่าตระกูลบูดาของเราจะมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 จํานวนมาก แต่เราก็ยังขาดผู้นําที่ดี และเราก็ยังไม่มีคนที่มีตําแหน่งอะไรในประเทศ หากว่าเราทําเช่นนั้นแน่นอนว่ามันจะต้องไม่ใช่ผลดีต่อตระกูลแน่ๆ
ผู้เฒ่าเซนต์ยอมรับว่าเจ่าไห่เป็นคนที่มีความคิดที่รอบครอบมากๆ และเรื่องอีกมากมายที่ยังคงมีเข้าใจยากก็ยังมีอยู่ ตระกูลบูดาเป็นเพียงตระกูลเล็กๆ ที่แข็งแกร่งมาก ถ้าเจ่าไม่มีความแข็งแกร่งมากพอนั่นก็หมายความว่าเขาจะพบว่ามันง่ายที่จะเป็นราชา ไม่จําเป็นแม้ว่าเขาจะกลายเป็นราชาด้วยความพยายามของตัวเอง แต่ก็เป็นไปได้ที่เขาจะถูกทําลายโดยอํานาจของอีกคนหนึ่ง
ตําแหน่งของตระกูลบูดาในตอนนี้ไปในทางที่ดีแล้ว และการตัดสินใจของเจ่าไห่นั้นดีอยู่แล้ว ผู้เฒ่าเซนต์ไม่คิดว่าเจ่าไห่จะคิดสิ่งเหล่านี้ได้จนถึงตอนนี้ เขาไม่ได้ตาบอดด้วยความสามารถ ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากสําหรับคนในรุ่นของเจ่าไห่
เจ่าไห่หันหน้าของเขาไปที่ผู้เฒ่าและพูดว่า “ข้าให้ท่านเข้ามาในมิติก็เพื่อให้ท่านฝึกฝนที่นี่ ถ้าผู้เฒ่าแข็งแกร่งขึ้นมันจะดีมากสําหรับทั้งตระกูลเพอร์เซลล์และตระกูลบูดาของข้า สําหรับเด็กๆในตระกูลเพอร์เซลล์นั้น ผู้เฒ่าไม่จําเป็นต้องห่วงเกี่ยวกับพวกเขาเลย ข้าจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี”
เมื่อผู้เฒ่าได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด เขาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้า “เอาล่ะ จากนี้ไปข้าจะฝึกอยู่ที่นี่”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เยี่ยมมาก ข้าจะให้คนแนะนําให้ท่านรู้จักกับมิติ มันจะดีที่สุดสําหรับท่านที่จะบอกเรื่องนี้กับลูหยางในวันพรุ่งนี้ซึ่งก็แน่นอนว่าท่านไม่อาจจะบอกเรื่องมิติกับธอได้ ท่านสามารถบอกเธอได้ว่าท่านกําลังเข้าสู่การฝึกฝนเท่านั้น”
ผู้เฒ่าพยักหน้า