Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 535 - ผลขนมปังยอดนิยม
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 535 - ผลขนมปังยอดนิยม
บทที่ 535 – ผลขนมปังยอดนิยม
เจ่าไห่และแมริออทเข้าไปบริเวณส่วนบุคคลของแมริออท แม้ว่าโรงแรมนี้เพิ่งจะก่อสร้างเสร็จ พื้นที่นี้ก็ยังคงตกแต่งอย่างหรูหรามันดูดีกว่าในโรงแรมที่เมืองสกาย
หลังจากพวกเขานั่งลงแล้ว แมริออทมองไปที่เจ่าไห่ด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “เจ่าไห่ทําไมท่าน
ถึงมีเวลามาพบข้า วันนี้ท่านต้องการอะไรงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าต้องการความช่วยเหลือจากตระกูลเซรี่เรื่องหนึ่ง”
แมริออท ม “ไม่ต้องเกรงใจ ขอแค่บอกกับข้า”
เจ่าไห่หัวเราะแล้วพูดว่า “ฮ่า ฮ่า เอาล่ะลองดูอันนี้ก่อนนะ” จากนั้นเขาก็ส่งกระดาษให้แมริ ออท ในนั้นมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตระกูลอากิสะทุกรายละเอียดถูกเขียนอย่างระมัดระวังใน
กระดาษนี่คือสิ่งที่เจ่าไห่ได้เตรียมมาก่อนแล้ว
แมริออทได้รับกระดาษแล้วอ่านอย่างละเอียดทันที แมริออทเป็นคนที่สงบและฉลาดมาก เขา เติบโตมาในตระกูลเซรี่ตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เขามีความเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับการต่อสู้ที่แตก
ต่างกันในทวีป อย่างไรก็ตามสิ่งที่กิลแห่งความสว่างท่านั้นค่อนข้างเกินจริงๆ สําหรับเขา
แม้ว่าจะมีเพียงเรื่องของตระกูลอากิสะเท่านั้นที่ถูกเขียนลงในกระดาษ แต่แมริออทก็คิดว่ามัน ยังเป็นปัญหากับจักรวรรดิอาร์ซู ด้วยไม่งั้นสถานการณ์แบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น หากว่ามันเป็นเช่นนี้
จริงๆ มันก็จะเป็นเรื่องที่เกินความคิดของเขาไปมาก
หลังจากนั้นครู่หนึ่งแมริออทวางกระดาษลงแล้วมองไปที่เจ่าไห่ พร้อมกับพูดว่า “นี่เป็นเรื่อง จริงงั้นเหรอ? แล้วจักรวรรดิอาร์ซูทํายังไงกัน?”
เจ่าไห่ถอนหายใจและพูดว่า “แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องจริง ตระกูลอากิสะอยู่กับข้าในตอนนี้ และ อยู่ในที่ที่ปลอดภัยมาก จักรวรรดิอาร์ซูไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่พวกเขา ไม่ตอบสนองพวกเขายังคงไปมันผ่านไป และพวกเขายังได้จัดการกับตระกูลเพอร์เซลล์ ตอนนี้ผู้ เฒ่าขอตระกูลเพอร์เซลล์ถูกควบคุมไปหมดแล้ว ตระกูลเพอร์เซลล์ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับตระกู
ลบูดาของขข้า เพราะเหตุนี้ข้าจึงสงสัยว่าจักรวรรดิอาร์ซูได้เข้าร่วมกับกิลแห่งความสว่างแล้ว”
สิ่งที่เจ่าไห่พูดออกมาก็คือสรุปเรื่องทั้งหมด มันตรงกับที่แมริออทเข้าใจ ดังนั้นแมริออทก็เลย พยักหน้าเขาเห็นด้วยกับสิ่งที่เจ่าไห่พูด
จากนั้นแมริออทมองไปที่เจ่าไห่แล้วพูดว่า “ท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้”
เจ่าไห่พูดว่า “กิลแห่งความสว่าวอาละวาดมากเกินไปแล้ว พวกเขากล้าที่จะควบคุมอาณาจักร
อันยิ่งใหญ่ได้ต่อไปก็อาจจะน่ากลัวกว่านั้น ตอนนี้ข้าพร้อมที่จะส่งข่าวนี้ให้กับพ่อตาไปกระจายไป ทั้งทวีป ตระกูลมาร์กี้ก็จะช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วย ดังนั้นข้าก็หวังว่าตระกูลเซรี่จะสามารถช่วยข้าใน
การกระจายข่าวนี้ออกไปได้ เราต้องบอกให้ทวีปรู้ว่ากิลแห่งความสว่างแท้จริงแล้วเป็นยังไงกันแน่”
เมื่อแมริออทได้ยินเจ่าไห่พูด ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นและมองเข้าไปในดวงตาของเจ่าไห่ พร้อมกับพูดว่า “เอาล่ะ นายน้อยเจ่าไห่พวกเราจะช่วยท่านเอง”
เหตุผลที่แมริออทเห็นด้วยทันทีก็เพราะกิลแห่งความสว่างยังได้ก่อกวนตระกูลเซรี่มาตลอด และก็เมื่อไม่นานมานี้ด้วย แม้ว่าตระกูลเซรี่จะยืนหยัดและไม่กลัวกิลแห่งความสว่าง พวกเขาก็ไม่
สามารถจัดการกับกิลแห่งความสว่างได้เหมือนกับที่พวกเขาจัดการกับลิออน
เจ่าไห่หัวเราะแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ถ้างั้นเรื่องนั้นก็จะถูกตัดสินอย่างไรก็ตามอย่ากระจายข่าว ทันที เมื่อถึงเวลาแล้วข้าจะบอกให้ปู่คุนบอกให้เจ้ารู้”
แมริออทพยักหน้า “แล้วข้าจะจัดการให้เรียบร้อย แล้วท่านต้องการที่จะอยู่และดื่มสัก 2- 3 แก้วไหม?”
เจ่าไหส่ายหัวและพูดว่า “ข้าทําไม่ได้ ข้ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทําในวันนี้ข้าต้องกลับไป จัดการกับสิ่งเหล่านั้นก่อน นอกจากนี้ข้าจะออกจากเกาะทองคําตอนนี้เลย”
แมริออทพยักหน้า “ไม่เป็นไร ข้าก็จะไม่ห้ามท่าน แต่ในครั้งต่อไปที่ท่านมาที่นี่ท่านต้องดื่มกับ ข้าสัก 2- 3 แก้ว” เจ่าไห่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มแล้วหันไป เพื่อออกจากห้อง แมริออทพาเจ่าไห่ไป ที่รถของเขาก่อนจะกลับไปที่โรงแรม
หลังจากเข้ามาในโรงแรมและทักทายแขกคนอื่น แมริออทกลับไปที่ห้องของตัวเองและเขียน จดหมายเกี่ยวกับตระกูลอากิสะรวมถึงคําขอของเจ่าไห่ จากนั้นเขาก็ส่งไปยังสาขาใหญ่ของ ตระกูลเซรี่ เขาต้องการรู้ความคิดของตระกูลเกี่ยวกับเรื่องนี้
แมริออทสัญญากับเจ่าไห่ว่าเขาต้องช่วยเหลือ ดังนั้นเขาจะไม่แปรเปลี่ยนคําพูดของเขา นอกจากนี้เขายังมีอํานาจในการตัดสินใจด้วย แต่เขายังคงต้องแจ้งให้ตระกูลทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะว่ายังต้องมีการประชุมหรือพูดคุยกันด้วย
ตระกูลเซรี่เป็นพันธมิตรของตระกูลบูดา ไม่มีปัญหาหากพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามมีหลายวิธีที่จะให้ยืมมือช่วย เพราะปัญหาเหล่านี้ก็สามารถทําได้หลายวิธี
เมื่อเจ่าไห่กลับไปที่ท่าเรือเขาก็ไปที่มิติทันทีเพื่อพักผ่อน ไม่มีอะไรใหม่เกิดขึ้นในตระกูลเพอร์ เซลล์, ลูหยางและคนอื่นๆก็ยังไม่พร้อม
เจ่าไห่ไม่ต้องการพูดกับลูหยาง มันเป็นเพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขารู้สึกไม่ค่อยชอบเธอมากๆ ถ้าพวกเขาได้พบกันอีกเจ่าไห่ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะเขากลัวว่ามันจะมีปัญหาตามมาอีก
ในวันถัดไป เจ่าไห่ได้ให้ความสนใจกับตระกูลเพอร์เซลล์อย่างเงียบๆ ในเวลาเดียวกันเขาก็สังเกตเห็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุ่งหญ้า
ณ ทุ่งหญ้าตอนนี้ ชาวเผ่าพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว พวกเขาจําเป็นต้องโจมตีไม่ว่าพวกเขาจะเตรียมมามากแค่ไหน เนื่องจากการขาดแคลนอาหาร พวกเขาจําเป็นต้องดําเนินการต่อไป ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีเวลาเก็บอาหาร สิ่งเดียวที่พวกเขาทําได้คือนําแกะไปด้วย ขณะที่เดินทางไปแกะไม่สามารถเดินได้เร็วมันเลยทําให้พวกเขาเดินทางได้ช้า ยิ่งไปกว่านั้นแกะจะป่วยเมื่อพวกเขาเข้าสู่ดินแดนที่เจ่าไห่อยู่ พวกเขาจําเป็นต้องทิ้งแกะที่ป่วยไป มันก็จะทําให้อาหารที่พวกเขามีลดลง
ในการต่อสู้ครั้งนี้แต่ละเผ่าได้เตรียมอาหารและอาวุธของตนเองไว้แล้ว จากนั้นทุกคนก็มาถึงที่แห่งหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทางเพื่อปล้นและโจมตี
มันเป็นเพราะความสมัคคีของชาวเผ่า ซึ่งพวกเขาไม่กลัวที่จะต่อสู้ โดยธรรมชาติหากความสูญเสียของพวกเขามากเกินไปพวกเขาก็จะหนีไปเอง
เมื่อเห็นว่าการเตรียมของชาวเผ่าเป็นอย่างไร เจ่าไห่ก็คิดว่าจะใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนที่พวกเขาจะมาถึงชายแดนของเพอร์เซลล์ในเวลานั้นสงครามจะเริ่มต้นอย่างแท้จริง
เขายังดูอาไทและคนอื่นๆ สถานการณ์ปัจจุบันของอาไทนั้นดีมาก ชาวเผ่ารู้ว่าร้านค้ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเผ่าวูและเผ่าหมีดําดังนั้นก็เลยไม่มีใครกล้าที่จะสร้างปัญหาให้กับร้านค้า
และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทําให้อาไตนิยมมากนั่นคือผลไม้ขนมปัง ในสงครามครั้งนี้อาหารของเผ่าอื่นจะเป็นอาร์คาลีเท่านั้น มันเป็นเพราะมันเป็นสิ่งที่สะดวกที่สุดที่พวกเขาสามารถนํามาในเวลาปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามเผ่าวู เผ่าหมีดํานั้นมีผลขนมปัง ผลขนมปังเป็นผลที่กินได้สะดวกมาก ผลของมันสามารถกินได้ทันทีเมื่อเปิด ไม่จําเป็นต้องปรุงก่อนเลย
มันเป็นครั้งที่พวกเขาได้เห็นอาหารแบบนี้ ทําให้พวกเขาอิจฉา และเมื่อพวกเขาได้ยินว่าผลนี้มีอยู่ที่ร้านลิชลี่พวกเขาทั้งหมดไม่ได้เกรงใจเผ่าวู พวกเขาไปซื้อจากอาไททันที
พวกเขาคือเผ่าเสือที่อาไทต้องการที่จะติดต่อ นอกจากนี้ยังมีชนเผ่าจํานวนมากที่อาไตต้องการติดต่อก็คือเผ่าบาหลี
สําหรับพวกเขาผลขนมปังนี้มีความสําคัญมากในสงครามนี้ ผลนี้ทั้งสะดวกและสามารถอยู่ได้นาน พวกเขายังมองอีกว่าแกะเป็นอาหารที่วุ่นวายเมื่อออกไปรบ
ในขณะที่ผลไม้ขนมปังสามารถรับประทานได้ทันทีหลังจากที่เปิด มันขยายออกได้ ผลเพียงหนึ่งผลเพียงพอสําหรับพวกเขาหนึ่งคน สําหรับพวกเขาแล้วผลขนมปังมันเป็นสิ่งที่จําเป็นมาก
อาไทไม่ได้เกรงใจแต่อย่างใด เจ่าไห่ได้สั่งให้เขาใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างชื่อเสียงของเขา แต่เขาไม่ได้เตรียมที่จะขายมากเกินไป หากพวกชาวเผ่าเข้าหาเขา เขาจะบอกพวกเขาว่าเจ่าไห่ให้เขาไว้ 3,000 ลูก
3,000 ลูกอาจฟังดูเยอะแต่สําหรับพวกเขาทั้งหมดมันก็เหมือนกับการเทน้ําหนึ่งถ้วยลงไปในแคร่ที่ถูกไฟไหม้มันไม่เพียงพออย่างกับพวกเขาเลย
อาไทฉลาดมากเขาขอให้เผ่าหมีดําออกมาข้างหน้าและเป็นคนแจ้งให้ชาวเผ่าทุกคนรู้ว่าเขาขาดแคลนผลขนมปัง เขามีแค่ 3,000 ลูกเท่านั้น หากพวกเขาต้องการซื้อพวกเขาจะต้องแบ่งๆกัน
พวกเขาไม่ค่อยพอใจกับอาไท ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าพวกเขาจะไม่เห็นด้วย แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือก ดังนั้นพวกเผ่าใหญ่ๆ ยอมรับและแบ่งผลขนมปังกันเอง
ต่อมาพวกเขาพบว่าเผ่าวูมีผลขนมปังมากที่สุด นี่เองที่ทําให้พวกเขาบังคับให้เผ่าวูขายผลขนมปังและแลกเปลี่ยนกับแกะ
เผ่าวูเห็นด้วยกับข้อตกลงนี้พวกเขาซื้อผลขนมปังเป็นทองคํา แต่ตอนนี้ได้แกะเพื่อแลกกับมัน
สําหรับเผ่าวการค้านี้คุ้มค่ามาก ในช่วงเวลาปกติถ้าพวกเขานําทองคําไปให้กับคนคนอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนกับแกะพวกเขาก็จะถูกมองว่าเป็นคนงี่เง่า ดังนั้นเผ่าวูจึงไม่ลังเลและตกลงทันที พวกเขาให้แบ่งผลขนมปังไว้เพื่อขาย
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย