Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 534 - แมริออท
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 534 - แมริออท
บทที่ 534 – แมริออท
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “มันคงเป็นเรื่องที่ยากมาก ตอนนี้จักรวรรดิอาร์ซูอยู่ภายใต้การควบคุมของกิลแห่งความสว่างแล้ว ข้าสงสัยว่าพวกเขาน่าจะมีคนจากตระกูลเพอร์เซลล์แล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็มีโอกาสมากที่เราจะได้คนจากกิลแห่งความสว่าง”
คุนขมวดคิ้วและพูดว่า “แล้วเราควรที่จะทําอย่างไรกัน ทั้งเกาะทองคําาและแดนทมิฬ ซึ่งตอนนี้ ต้องการคนจํานวนมาก ถ้าเราพลาดโอกาสนี้เราจะหาคนได้จากที่ไหน?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ปู่คุนอย่าลืมว่าสงครามใกล้เข้ามาแล้ว นอกเหนือจากจํานวนซอมบี้แล้ว จํานวนทาสก็เพิ่มขึ้นแล้ว ราคาของพวกเขานั้นถูกมากๆ เพราะพวกเขาไม่ได้ถูกฝึกมาเลย ข้าสามารถเปลี่ยนศพหรือคนที่ยังมีชีวิตอยู่ให้กลายเป็นซอมบี้ได้ และก็สามารถให้พวกเขารับใช้คน
ที่อยู่ในแดนทมิฬ นี่มันจะทําให้เราสามารถแก้ปัญหาเลยจํานวนคนที่ยังขาดอยู่ได้”
คุนถอนหายใจและพูดว่า “ดูเหมือนว่าเราจะมีทางเลือกเดียวเท่านั้น เจ่าไห่ซื้อทาสมาแล้ว 100,000 คนก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ดี ข้าคิดว่าพ่อค้าทาสจะไม่สามารถส่งพวกเขาให้เราได้ในเร็วๆนี้”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “คุนไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย หลังจากที่สงครามจบลงพี่เวลส์จะให้ทาสกับข้า 100,000 คนนอกจากนี้ข้ายังสามารถเปลี่ยนทาสจากชาวเผ่าได้อีก เมื่อทําเช่นนั้นได้ก็คงจะไม่มีปัญหาเลยจํานวนคนอีกต่อไป”
คุนพยักหน้าและพูดว่า “ข้าก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น เมื่อ 2-3 วันก่อนพ่อค้าทาสเข้ามาหาข้า เขาต้องการหาร้านค้าบนเกาะทองค่า ท่านคิดอย่างไร?”
คุนรู้ว่าเจ่าไหไม่ได้เห็นดีด้วยต่อพ่อค้าทาส ดังนั้นเขาจึงต้องถามเจ่าไห่ก่อน เพื่อฟังความคิดเห็นของเจ่าไห่ เมื่อได้ยินเจ่าไห่ก็คิดอยู่ครู่นึ่งก่อนจะพูดว่า “ข้าเห็นด้วย ไม่ว่าจะยังไงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีร้านค้าที่นี่ เราก็ยังต้องการซื้อทาสถ้าพวกเขามีร้านค้าที่นี่แล้วนั่นจะทําให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นมาก”
คุนพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะไปแจ้งเรื่องนี้ก่อน แล้วท่านวางแผนที่จะทําอะไรต่อไปหรือไม่ ท่านจะกลับบ้านก่อนไหม? หรือท่านจะไปดูตระกูลเพอร์เซลล์ก่อน?”
เจ่าไห่ตอบว่า “มีเรื่องไม่มากที่จะต้องดูแลที่บ้าน ตอนนี้ที่ข้าต้องทําก็คือคอยดูตระกูลเพอร์เซลล์ ตระกูลเพอร์เซลล์เตรียมที่จะให้เซนต์พาคนรุ่นใหม่มาที่เกาะทองคน ข้ายังต้องรับพวกเขา
ในขณะเดียวกันข้าจะต้องดูว่าตระกูลเพอร์เซลล์จะไปยังไงต่อและทํายังไงกับกิลแห่งความสว่าง
ตอนนี้กิลแห่งความสว่างคือศัตรูรายใหญ่ของเรา เราจะต้องให้ความสนใจกับพวกเขามากๆ
คุนพยักหน้าเขาคิดตามสิ่งที่เจ่าไห่พูดและเขาก็รู้ดีว่าเรื่องที่เจ่าไห่พูดมันเป็นเรื่องจริง แต่เขาก็ยังขมวดคิ้วและพูดว่า “ข้าคิดว่าการที่เฝ้าดูพวกมันในมิติมันก็เพียงพอแล้ว ท่านไม่จําเป็นต้องไปที่นั่นด้วยตัวเอง เมื่อสงครามเริ่มขึ้นมันจะเป็นความคิดที่ผิดถ้าท่านทําเช่นนั้น ท่านจะเข้าหาเหล่าชนเผ่าได้ยากขึ้น”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าจะไม่ช่วยเหลือคนในทวีปของเรา แต่ข้าจะช่วยเหลือชาวเผ่า เหล่านั้นเพราะจักรวรรดิอาร์ซูกลายเป็นพวกของกิลแห่งความสว่างไปแล้ว พวกเขาคงจะไม่ยอมให้ดินแดนของพวกเขาถูกทําลายอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็แน่นอนว่ากิลแห่งความสว่างจะต้อง
เคลื่อนไหวแน่ๆ และข้าเองก็ไม่ยอมให้ชาวเผ่าสูญเสียมากเกินไปแน่ๆ ถ้าหากว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ มันจะทําให้สงครามเช่นนี้เกิดขึ้นทุกๆ ปีซึ่งข้าจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นแน่”
คุนขมวดคิ้วและก็ถอนหายใจ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะเขาเองก็เป็นชนพื้นเมืองของทวีปอาร์ค เขาไม่ได้เห็นด้วยกับวิธีของเจ่าไห่ การช่วยชาวเผ่าจัดการกับคนในทวีปนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่เห็นด้วยเลย
อย่างไรก็ตามเขาต้องยอมรับว่ากิลแห่งความสว่างเป็นศัตรูของตระกูลบูดา ในขณะที่เจ่าไห่ เป็นมิตรกับชาวเผ่า เมื่อคิดถึงอนาคตของตระกูลบูดาแล้ว มันก็เป็นความคิดที่ดีที่เจ่าไห่จะต้อง ช่วยเหลือชาวเผ่าเหล่านั้น
เจ่าไห่ไม่รู้ความคิดของคุน อย่างไรก็ตามในสายตาของเจ่าไห่ ชาวเผ่านั้นนิสัยดีกว่าคนใน
ทวีปของเขามาก นี่ไม่ใช่โลกที่เจ่าไห่เคยอยู่ เขาไม่จําเป็นต้องเป็นกังวลเดี่ยวกับความแตกต่างนี้เลย ในใจของเจ่าไห่เผ่าที่แท้จริงของเขาก็คือชาวจีนบนโลกของเขา ในความคิดของเขาคนที่อยู่
ในทวีปนี้เป็นพวกที่ฉลาด เขาคิดว่าชาวเผ่านั้นเข้าใจได้ง่ายกว่ามาก
เจ่าไห่มองไปที่คุนและพูดว่า “ปู่คุนหลังจากที่ตระกูลแคลซีและราชวงศ์จักรวรรดิโรเซ่นรู้เรื่องของตระกูลอากิสะ ปู่จะต้องใช้ตระกูลมาร์กี้เพื่อกระจายข่าวนี้ออกไป ทั่วทั้งทวีปจะต้องรู้เรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
คุนพยักหน้าและพูดว่า “โปรดมั่นใจได้เลย ข้าได้เตรียมเรื่องนี้ไว้แล้ว นายน้อยเจ่าไห่ท่านน่าจะไปหาคนในตระกูลเซรี่ ตระกูลเซรี่เป็นตระกูลที่ทําธุรกิจโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของทวีป ที่อยู่ไปทั่วทั้งทวีปแม้ว่าพวกเขาจะถูกขัดขวางโดยกินแห่งความสว่าง แต่ธุรกิจของพวกเขาก็ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นปัญหาสําหรับพวกเขาที่จะกระจายข่าวนี้ออกไป พวกเขาจะสามารถช่วยเบาแรงพวกเราได้ครึ่งหนึ่งของทั้งหมด”
เจ่าไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะไปที่โรงแรม” ตอนนี้มีโรงแรมเซรี่อยู่ในเกาะทองคําของเรา และในตอนนี้โรงแรมแห่งนี้ก็เป็นตึกที่สูงที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา รูปทรงของตึกนั้นยอดเยี่ยมมาก และธุรกิจของพวกเขาก็สามารถทํากําไรได้มากมาย สิ่งที่สําคัญที่สุดคือเจ่าไห่ได้รู้ว่าผู้จัดการของโรงแรมนี้คือแมริออทผู้จัดการของโรงแรมเซรี่ของเมืองสกาย เมื่อเกาะทองคําเปิดเขาก็มาถึงและเป็นผู้จัดการที่เป็นสาขาในเกาะทองคํา
ธุรกิจระหว่างเจ่าไห่กับโรงแรมเซรี่มีอยู่คลอดเวลา เช่นปลาไฟ ผัก และไวน์นมมันกลายเป็นจุดขายของโรงแรมไปแล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นที่แน่นอนว่าโรงแรมเซรี่จะต้องช่วยเหลือเจ่าไห่
แม้ว่ากิลแห่งความสว่างจะเข้ามาหาลายโรงแรมของพวกเขา แต่ก็ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากนัก จากการทําธุรกิจในทวีปนี้มาหลายปี ตระกูลได้ทําข้อตกลงกับตระกูลผู้ยิ่งใหญ่และราชวงศ์ต่างๆ พวกเขาใช้เงินและผลประโยชน์ในการสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กลัวสิ่งที่กิลแห่งความสว่างที่จะทํากับพวกเขา
ในทางตรงกันข้ามพวกเขาต้องขอบคุณสินค้าจากเฮแวนของเจ่าไห่ที่ทําให้ธุรกิจโรงแรมของพวกเขาเติบโตขึ้น แต่การสิ่งที่กิลแห่งความสว่างทํามันเป็นเพียงเรื่องที่ไม่ต้องสนใจเลย
เหตุผลที่ตระกูลเซรี่สามารถจัดการกับลิออนได้ก็เป็นเพราะเขาอยู่ในจักรวรรดิโรเซ่นและได้รับการสนับสนุกจากตระกูลโรเซ่น ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขา ลิออนอาจจะหนีออกไปได้ ตระกูลเซรี่นั้นเก่งมากในการทําธุรกิจ เมื่อพิจารณาถึงความกล้าหาญทางธุรกิจ พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก เมื่อเทียบกับตระกูลมาร์กี้ เหตุผลเดียวที่ทําให้ตระกูลมาร์กี้สามารถเติบโตได้
เร็วขึ้นก็เพราะพวกเขาใช้วิธีการเข้าหา พวกเขาจะแต่งงานกับตระกูลพ่อค้าบางกลุ่ม เพื่อสร้างความผูกพันกับพวกเขาและจากนั้นผู้สืบทอดทั้งหมดของพวกเขาก็จะถูกฆ่าตาย และทรัพย์สินของพวกเขาทั้งหมดก็จะตกเป็นของตระกูลมาร์กี้ พูดก็พูดตระกูลเซรี่กับตระกูลมาร์กี้นั้น พวกเขาแตกต่างกันตระกูลมาร์กี้นั้นมีวิธีการที่สกปกเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ซึ่งมันก็แน่นอนว่าความสามารถของพวกเขาไม่อาจเปรียบกับตระกูลเซรี่ได้
เป็นเพราะเหตุผลเหล่านี้ที่ว่าทําไมเจ่าไห่จึงต้องจัดการกับตระกูลมาร์กี้ เพราะเขารู้ว่าตระกูลมาร์กี้จริงแล้วมีการทําธุกิรที่สกปก ไม่เหมือนกับตระกูลเซรี่
แต่เหตุผลที่แท้จริงว่าทําไมตระกูลเซรี่ยังสามารถอยู่รอดได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็คือทางเลือกของพวกเขาในการจัดการเรื่องของพวกเขาในลักษณะที่ต่ํามาก โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะไม่มีส่วนร่วมในการต่อสู้ พวกเขาไม่ได้หาศัตรูเพิ่มแต่กับหามิตรเพื่อป้องกันศัตรู
เจ่าไห่กําลังนั่งอยู่ในรถม้าของเขา ขณะที่กําลังมุ่งหน้าไปยังโรงแรมเซรี่ แม้ว่าตอนนี้จะเย็นมากแล้ว โรงแรมก็ยังสว่างอยู่ เกาะทองคําในตอนนี้วุ่นวานมากๆ เกาะทองค่ากลายเป็นสถานที่สําคัญได้อย่างรวดเร็ว
รถม้าที่เจ่าไห่ใช้อยู่ในตอนนี้คือรถม้าที่ใช้กันทั่วไปในเกาะทองคํา มันไม่ใช่รถที่สวยมากนัก
เมื่อเทียบกับรถของพ่อค้าที่ร่ํารวย
เจ่าไห่มาถึงประตูหน้าของโรงแรมจากนั้นก็ลงจากรถของเขาพร้อมกับชิวและซูกะ ในขณะที่ลอราและคนอื่นๆ อยู่ที่ท่าเรือพวกเธอไม่ได้มาด้วย
ทันทีที่รถม้าของเจ่าไห่มาถึง คนจากโรงแรมก็ออกมาต้อนรับและค่านับเจ่าไห่พร้อมกับพูดว่า “โรงแรมเซรี่ยินดีต้อนรับ โปรดตามข้ามา” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในโรงแรมข้างในห้องโถงของโรงแรมมีคนอยู่จํานวนมาก มีกลุ่มคนยืนอยู่ 2-3 คนพวกเขายืนคุยกัน หลังจากเข้ามาแล้วก็มีพนักงานเดินมาและพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ต้องการอาหารไหม?”
เจ่าไห่ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อพบกับผู้จัดการแมริออท เขาอยู่ที่นี่หรือเปล่า?” พนักงานมองเจ่าไห่ต้องบอกไว้ก่อนว่าแมริออทมีอิทธิพลอย่างมากในโรงแรมนี้ และ
เนื่องจากตระกูลเซรี่และตระกูลบูดาเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน โรงแรมจึงให้การดูแลอย่างดีต่อตระกูลบูดา มีคนจํานวนมากที่เข้าหาแมริออทและขอให้เขาไปคุยกับเจ่าไห่เพื่อตัวของพวกเขาเอง
อย่างไรก็ตามแมริออทเป็นคนสําคัญ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ช่วยเหลือคนเหล่านั้น และตัดสินใจที่จะอยู่ในที่ส่วนตัวของเขา โดยปกติแล้วเขาจะไม่ให้คนเข้าพบ ซึ่งก็เป็นที่แน่ชัดว่าคนธรรมดาทั่วไปไม่มีสิทธิที่จะพบกับเขาได้เลย พวกเขาจะต้องทําการนัดไว้ก่อนหากว่าต้องการจัดพบกับแมริออท
พนักงานไม่รู้จัดเจ่าไห่ ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินว่าเจ่าไห่ต้องการจะพบแมริออทเขาจึงทําเป็นไม่สนใจ นี่เป็นเพราะทุกคนที่ต้องการพบกับแมริออทจะต้องนัดไว้ก่อน การที่จะมาพบเช่นนี้มันก็เป็นวิธีที่ไม่มีประโยชน์เลย
อย่างไรก็ตามพนักงานก็ตอบเจ่าไห่ว่า “ผู้จัดการยุ่งมากๆ ถ้าท่านต้องการพบกับผู้จัดการท่านต้องขอนัด ถ้าหากว่าท่านไม่ได้นัดไว้ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้พบกับผู้จัดการ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่สําคัญว่าเขาจะยุ่งแค่ไหน บอกเขาว่าเจ่าไห่อยากจะพบเขา ข้าแน่ใจว่าเขาจะหาเวลามาพบบ้าได้”
คําพูดของเจ่าไห่ไม่เพียงแต่ทําให้พนักงานเงียบเท่านั้น ต้องบอกว่าในเกาะทองตํา มันเป็นเรื่องปกติถ้าไม่รู้ว่าใครเป็นจักรพรรดิ อย่างไรก็ตามการไม่รู้ว่าเจ่าไห่นั้นเป็นใครนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ
ทุกคนในเกาะทองคําาตอนนี้รู้ว่าเจ่าไห่เป็นใคร เมื่อพวกเขาได้ยินเจ่าไห่พูดชื่อของเขา พวกเขาทุกคนมองเจ่าไหด้วยความกลัว พนักงานรู้สึกตื่นเต้นมาก เขาตอบกลับทันที “เอาล่ะข้าจะไป เรียกผู้จัดการมาให้ตอนนี้” จากนั้นเขาก็วิ่งไปที่ห้องทํางาน
หลังจากพนักงานวิ่งออกไปเสียงที่ดังกึกก้องก็ได้ยินเมื่อผู้คนในห้องโถงกําลังพูดคุยกัน บางคนต้องการที่จะเข้าหาเจ่าไห่ แต่พวกเขากลัวที่จะดูถูกมองด้วยสายตาที่ไม่สนใจ ดังนั้นคนเหล่านี้
จึงอยู่ที่ที่พวกเขาอยู่และมองเจ่าไห่อยู่ห่างๆ
เมื่อเห็นการกระทําของคนเหล่านี้ เจ่าไห่ก็รีบคํานับและพูดทันทีว่า “ทุกคนเนื่องจากข้ามีเรื่องที่ต้องหารือกับผู้จัดการแมริออทวันนี้ข้าไม่สามารถพูดคุยกับพวกท่านได้ แต่ในอนาคตข้าหวังว่าเราจะได้ทานอาหารด้วยกัน”
ทุกคนแสดงสีหน้าที่ยินดีกลับมาทันที ในเวลานี้แมริออทก็เดินออกจากห้องทํางานมาแล้ว เขาไปหาเจ่าไห่และโค้งคํานับเจ่าไห่พร้อมกับพูดว่า “นายน้อยเจ้ามาถึงที่นี่เลย ข้าขอโทษที่ไม่สามารถมาต้อนรับท่านได้
เจ่าไห่หัวเราะแล้วพูดว่า “ข้าต้องบอกว่าทําไมเจ้าถึงพูดเช่นนี้เรามีความสัมพันธ์ที่ห่างกันงั้นเหรอ?
ทําไมถึงพูดเช่นนี้มันทําให้ข้ารู้สึกแปลกๆ”
แมริออทหัวเราะแล้วพูดว่า “เอาล่ะเข้าไปแล้วเถอะ” จากนั้นเขาก็พาเจ่าไห่เข้ามาในห้องทํางานของเขา
หลังจากเจ่าไห่เข้ามาในห้องแล้ว ขุนนางที่อยู่ใกล้ๆ ก็หันไปหาเขาทันทีและพูดว่า “นั่นคือเจ่าไห่ตระกูลบูดาใช่ไหม? เขาเป็นเทพแห่งการสังหาร เขาเป็นมิตรกับเราไหม?”
ขุนนางอีกคนยิ้มและพูดว่า “เจ้าไม่รู้หรอก แต่ข้าได้ยินมาว่าเจ่าไห่พิเศษมาก เขาโหดมากกับต่อศัตรูในขณะที่เขาใจดีกับมิตรของเขามาก เจ้าสามารถเห็นได้จากแมริออทเขาเป็นเพียงผู้จัดการของโรงแรม แต่เนื่องจากเจ่าไห่เคยรู้จักเขามานานแล้ว จึงทําตัวเป็นมิตรมากเมื่อพวกเขาคุยกัน ”
ขุนนางพยักหน้าจากนั้นสีหน้าของเขาก็ไม่ค่อยดีนัก “ทําไมข้าไม่รู้จักเขาก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่งั้นข้าก็คงเป็นคนที่มีชื่อเสียงแล้ว”
ขุนนางอีกคนหัวเราะและพูดว่า “ฝันต่อไปเถอะ…..”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย