Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 533 - การตัดสินใจครั้งสุดท้าย
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 533 - การตัดสินใจครั้งสุดท้าย
บทที่ 533 – การตัดสินใจครั้งสุดท้าย
ลอร่ารู้สึกประหลาดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนกัน เธอก็พูดขึ้นว่า “ฉันไม่คิดว่าลูหยางจะมีอีกมุมของเธอ ตั้งแต่ที่ฉันเคยเห็นเธอ เธอเหมือนจะเป็นผู้หญิงที่นิสัยไม่ค่อยดีนัก”
เจ่าไห่ไม่ได้พูดอะไรและก็มองไปที่หน้าจออย่างเงียบๆ หลังจากคําพูดของลูหยาง พวกผู้เฒ่า
ก็ปฏิเสธทันที ไม่ว่าจะยังไงพวกผู้เฒ่าก็ต้องการเพียงอย่างเดียวก็คือการกลับไปคืนดีกับกิลแห่งความสว่างและไม่ได้เข้าร่วมกับตระกูลบูดา
เมื่อเห็นสถานการณ์นี้เจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและพูดว่า “ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลที่ดี ดูเหมือนว่าในที่สุดตระกูลเพอร์เซลล์ก็จะจบลงแล้ว”
อย่างที่เจ่าไห่คิดเอาไว้ อีวานไม่สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจของผู้เฒ่าเหล่านั้นได้ เมื่อผู้เฒ่า และคนอื่นๆออกไป หยางก็ยังคงอยู่และมองพ่อที่ดูเหนื่อยมาก เธอพูดขึ้นว่า “พ่อ ท่านน่าจะรู้ว่าการเข้าร่วมกับกิลแห่งความสว่างมันก็หมายถึงจุดจบของตระกูลเพอร์เซลล์ของเรา กิลแห่งความสว่างสามารถทําอะไรก็ได้ ตอนนี้พวกเขายังมีจักรวรรดิอาร์ซูอยู่ในมือของพวกเขา ซึ่งก็แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้มีความคิดที่ดีแน่ๆ”
อีวานถอนหายใจและพูดว่า “พ่อรู้เรื่องนี้ดี แต่มันก็ไร้ประโยชน์ถ้ามีการกําหนดของผู้เฒ่าในตระกูลแล้ว แม้แต่เซนต์ก็ไม่สามารถทําอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เลย ไม่จําเป็นต้องพูดถึงพ่อเลย พ่อจะไปคุยกับท่านเซนต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ่อจะให้เขาไปกับลูกและคนอื่นๆ ไปยังเกาะทองคํา เธอจะต้องสร้างสาขาของตระกูลเพอร์เซลล์ที่นั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่นี่ อย่างน้อยตระกูลเพอร์เซลล์
ของเราก็จะยังคงอยู่รอดต่อไปได้”
ลูหยางมองอีวานและพูดว่า “พ่อนี่มันจะดีเหรอ? เรายังเด็กอยู่แม้ว่าผู้เฒ่าเซนต์จะอยู่กับเรา มันก็คงเป็นเรื่องยากสําหรับตระกูลเราที่จะมีชื่อเสียงกลับมาอีกครั้ง”
อีวานส่ายหัวและพูดว่า “นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เราทําได้ ไม่จําเป็นต้องพูดถึงเรื่องนี้ต่อไป ลูกรีบไปเตรียมตัวเถอะ”
ลูหยางทนไม่ได้ที่จะหันมองพ่อของตัวเอง เธอจึงหันหลังกลับไปมองอีวานที่กําลังนั่งคนเดียวในห้อง จากนั้นเธอก็ถอนหายใจ และออกจากห้องไป และพักหนึ่งอีวานก็ออกไป
ในขณะที่เจ่าไห่มองจออยู่ เจ่าไห่ก็รู้ว่าอีวานจะไปหาผู้เฒ่าเซนต์ ตระกูลเพอร์เซลล์ใกล้จะถึงจุดจบแล้ว จากการตัดสินใจของผู้เฒ่าดูเหมือนว่าพวกเขาจะเชื่อใจกิลแห่งความสว่างมากกว่า เหตุผลที่กิลแห่งความสว่างไม่สามารถแทรกเข้าตระกูลเพอร์เซลล์ได้อย่างเต็มที่ก็เพราะผู้เฒ่าเซนต์ พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะทําอะไรบ้างอย่างไป
กิลแห่งความสว่างสูญเสียเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปมากแล้ว หากพวกเขาสูญเสียไปมากกว่านี้ เพราะตระกูลเพอร์เซลล์มันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะสามารถทําอะไรก็ได้ในตระกูลดังนั้นพวก
เขาจึงเลือกที่จะจ่ายเพื่อซื้อผู้เฒ่าของตระกูลเพอร์เซลล์
เจ่าไห่หันหน้าไปหาลอร่าและคนอื่นๆ พร้อมกับพูดว่า “ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นเช่นนี้ เจ้าฉินอี้ คอยดูพวกเขาไว้ก่อน เมื่อพวกเขาพร้อมเธอก็ไปรับพวกเขามา ฉันจะต้องไปดูลุงโรเบิร์ตก่อน” ลอร่ากับคนอื่นๆ พยักหน้าจากนั้นพวกเขาก็กลับไปที่ป้อมภูเขาเหล็กพร้อมกับเจ่าไห่
ตอนนี้ท้องฟ้าก็มืดแล้ว แต่ป้อมภูเขาเหล็กก็ยังคงสว่างอยู่ มันเป็นเพราะเจ่าฉินอี้ปล่อยแสงออกมา เพื่อส่องสว่างไปทั่ว ดังนั้นแม้ว่าจะมืดแล้วผู้คนก็ยังสามารถเดินไปรอบๆ ปราสาทได้ เจ่าไห่และคนอื่นๆ เข้าไปในส่วนที่ตระกูลอากิสะอยู่ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นประสาทเก่ามีลานภายในไม่มากนัก เจ่าไห่สามารถแบ่งพื้นที่เพื่อตระกูลอากิสะได้
เจ่าไห่และคนอื่นๆ มาถึงส่วนหนึ่งของประสาทไม่นาน เมื่อพวกเขาเห็นคนจากตระกูลอากิสะ พวกเขาถูกพาไปที่ห้องของโรเบิร์ตทันที
ในขณะที่อยู่ในห้องของเขา โรเบิร์ตได้ยินว่าเจ่าไห่กําลังรออยู่ข้างนอก ทั้งสองพูดสั้นๆ ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปในห้องนั่งเล่น
หลังจากนั่งลงเจ่าไห่ก็มองโรเบิร์ตแล้วพูดว่า “ลุงโรเบิร์ต ท่านคุ้นเคยกับการอยู่ที่นี่ยัง ท่านมีอะไรที่ต้องการอีกไหม ถ้าหากว่ามีก็บอกปู่กรีนได้เลย”
โรเบิร์ตยิ้มและพูดว่า “ข้าคุ้นเคยกับสถานที่แล้วสถานที่นี้ดีจริงๆ แล้วมันจะดีมากถ้าข้าบอกคนอื่นๆ เกี่ยวกับที่นี่แต่ข้าก็คิดว่าคงไม่มีใครเชื่อข้า
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มันเป็นสิ่งที่ดี ข้าอาจยุ่งในวันต่อๆ ไปข้าได้เตรียมที่จะปลดปล่อยข่าวการตายของตระกูลอากิสะไปทั่วทั้งทวีปเพื่อให้ผู้คนได้รู้เกี่ยวกับความโหดเหี้ยมของกิลแห่งความสว่าง ท่านคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง เห็นด้วยกับข้าไหม?”
โรเบิร์ตส่ายหัวแล้วพูดว่า “ทําไมข้าถึงไม่เห็นด้วยกับเรื่องข่าวที่เจ้าจะปล่อยออกไปด้วย ข้าอยากให้ทุกคนรู้ว่ากิลแห่งความสว่างแท้จริงแล้วเป็นยังไง”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “โปรดมั่นใจได้ ข้าจะไม่ทําให้กิลแห่งความสว่างมีวันที่ดีกว่านี้อีก ท่านน่าจะพักที่นี่ในป้อมภูเขาเหล็กและทําความคุ้นเคยกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ หากท่านต้องการไปที่เกาะทองคําก็บอก แต่เราก็ต้องรอให้สถานการณ์ภายนอกจบลงก่อน และเราจะส่งท่านไปที่เกาะทองคํา”
โรเบิร์ตส่ายหัวแล้วพูดว่า “มันไม่จําเป็นเลย ตระกูลของเราได้ตกลงกันแล้วตั้งแต่วันนี้ตระกูลอากิสะจะเป็นคนของตระกูลบูดา เรายินดีช่วยเหลือตระกูลบูดาทุกอย่างเพื่อพัฒนาแดนทมิฬ” เจ่าไห่ประหลาดใจเมื่อเขาได้ยินเขาพูดว่า “นั่นมันวิเศษมากขอบคุณลุงโรเบิร์ตขอบคุณมากๆ
แต่ข้าก็ยังหวังว่าจะมีคนในตระกูลของท่านไปที่เกาะทองค่าและทําธุรกิจ เพื่อคตระกูลของท่าน และก็ช่วยเราจัดการธุรกิจบ้างอย่างในเกาะทองคําด้วยได้ไหม?”
โรเบิร์ตมองเจ่าไห่และยิ้มพร้อมกับพูดว่า “เจ้าไม่จําเป็นต้องถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เราจะส่งสมาชิกบางคนของเราไปทําธุรกิจรวมทั้งช่วยเจ้าจัดการเกาะทองคํา ไม่ว่าในกรณีใดเกาะทองคําจะต้องเป็นเกาะที่เป็นเหมือนดังไข่ทอง”
เจ่าไห่หัวเราะแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ถ้างั้นก็ตัดสินใจเรื่องนั้นจบแล้วสินะ แต่ท่านยังต้องพักที่นี่ 2- 3 วันข้าได้จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วท่านไม่ต้องกังวลอะไรเลยเมื่อได้มาอยู่ในป้อมภูเขาเหล็ก ท่านจะต้องทําความคุ้นเคยกับสถานที่นี้ ข้าจะบอกปู่กรีนในวันพรุ่งนี้และให้เขาพาท่านไปเดินเล่นรอบๆ ป้อมเพื่อที่ท่านจะได้รู้เกี่ยวกับสถานที่นั้น ‘”1
โรเบิร์ตพยักหน้า “เอาล่ะ ข้าจะให้คนไปทําความสะอาดบ้านกรีน” เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มันไม่ได้เป็นปัญหาเลย ลุงโรเบิร์ตข้าจะต้องไปก่อนข้ามีเรื่องคุยกับปู่กรีน” โรเบิร์ตพยักหน้าจากนั้นก็ออกไปส่งเจ่าไห่
หลังจากเจ่าไห่ออกไปข้างนอกเขากลับไปที่มิติทันทีและไปที่เกาะทองคํา เขาต้องไปหาคุนและถามถึงจดหมายที่ส่งมาให้เขา
เกาะทองคําตอนนี้รุ่งเรืองมาก มีพ่อค้ามากมายพากันออกไปจากท่าเรือ ด้วยจํานวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่เกาะพวกเขาถูกบังคับให้สร้างท่าเรือใหม่
อัตราภาษีของเกาะทองคํานั้นต่ํามากและโจรสลัดก็มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนซึ่งทําให้พ่อค้าเข้ามาที่นี่เรื่อยๆ สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์เริ่มต้นของเจ่าไห่ถูกต้องแล้ว กลยุทธ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมาก
คุนกําลังตรวจสอบเอกสารในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลมาร์กี้ แต่เขาก็ยังยุ่งมาก ด้วยจํานวนของสิ่งที่ต้องทําในเกาะทองคําเห็นได้ชัดว่าพวกเขายังขาดกําลังคน
เจ่าไห่ไม่ได้เกรงใจเขาเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา เมื่อคุนเห็นเจ่าไห่เดินเข้ามา เขาก็วางปากกาลงแล้วหัวเราะทันที “เจ่าไห่ ท่านกลับมาแล้ว การที่ท่านกลับมามันทําให้ชายเฒ่าคนนี้ยิ้มได้ ท่านมาที่นี่เพื่อบอกให้ข้าพักผ่อนใช่ไหม?”
เจ่าไห่หัวเราะแล้วพูดว่า “มันจะมีใครที่สามารถทํางานหนักกว่าเจ้าได้อีกไหม? ด้วยวิธีการทํางานของเจ้าไม่มีใครจะเชื่อว่าเป็นการทํางานของคนเฒ่าเช่นเจ้า แม้แต่ลอร่าก็อาจจะทําไม่ได้ขนาดนี้”
คุนตะโกนว่า “ท่านไม่ได้หลอกข้าใช่ไหม? พวกท่านกําลังทําอะไรก็อย่าลืมบอกข้าด้วย ข้าคิดว่าท่านน่าจะรู้ว่าตอนนี้ที่เกาะทองคําของเราขาดกําลังคนมาก ท่านจะต้องแก้ไขมันให้เร็วที่สุด” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วงจะมีคนมาเร็วๆ นี้ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้เรื่องตระกูลอากิสะแล้ว พวกเขาบางคนจะมาที่เกาะเร็วๆ นี้เจ้าจะสามารถพักผ่อนได้แล้ว”
คุนถอนลมหายใจและพูดว่า “มันดีมากจริง ข้าเหนื่อยมากในวันนี้ท่านอาจไม่รู้ แต่ตอนนี้เกาะทองคํามีร้านค้ามากกว่า 5,000 ร้านแล้วมันค่อนข้างจะจัดการกับร้านค้าเหล่านี้ยากมาก และก็ยังมีร้านใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ถนนก็จําเป็นต้องสร้างเพิ่มและสร้างท่าเรือใหม่ด้วยสิ่งเหล่านี้ทําให้ข้าเหนื่อยจริงๆ”
เจ่าไห่ยิ้มเขาไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาสามารถดําเนินการต่อได้ “คุนเจ้าส่งจดหมายถึงตระกูลแคลซีแล้วหรือยัง เรื่องนี้ต้องไปยังทวีปโดยเร็วที่สุด”
คุนพยักหน้าแล้วพูดว่า “ข้าได้ส่งมันให้กับตระกูลแคลซีแล้ว ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสิ่งนี้กิลแห่งความสว่างได้ทําลายตัวเองอย่างสมบูรณ์ในครั้งนี้ข่าวนี้เพียงพอที่จะทําให้ราชวงศ์และขุนนางผู้ยิ่งใหญ่เกลียดพวกเขาทั้งหมด ไม่นานนักก่อนที่พวกเขาจะถล่ม
เจ่าไห่ตะโกนพูดว่า “ไม่จําเป็นแม้ว่าทุกสิ่งจะเกิดขึ้น แต่กิลแห่งความสว่างยังคงมีจักรวรรดิอาร์ซูอยู่ในการควบคุมของพวกเขาในท้ายที่สุดพวกเขายังคงอยู่ที่นี่ได้ และในอนาคตพวกเขา อาจจะทําให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่โกหกหากผู้คนเข้าร่วมกับพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ”
คุนพยักหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่ได้คิดว่าจักรวรรดิอาร์ซูจะอยู่ภายใต้การควบคุมของกิลแห่งความสว่าง กิลแห่งนี้มีวิธีการที่ดีมากมายจากสิ่งที่ข้าเห็นกับตระกูลมาร์กี้ ถ้าเราไม่ทําลายพวกเขา ในที่สุดพวกเขาก็จะตกอยู่ในมือของกิลแห่งความสว่าง”
เจ่าไห่ถอนหายใจและพูดว่า “กิลแห่งความสว่างใช้พระเจ้าเป็นเครื่องมือในการควบคุมผู้คนทีละเล็กละน้อย ผู้คนจะคิดว่ามันไม่เป็นอันตรายในตอนแรก แต่เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นในที่สุดมันก็สายเกินไปแล้ว”
คุนพยักหน้าแล้วพูดว่า “แล้วตระกูลเพอร์เซลล์เป็นอย่างไรบ้าง? พวกชาวเผ่ามาถึงแล้ว? พวกเขาจะโจมตีเมื่อไร?”
เจ่าไห่ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าผู้เฒ่าตระกูลเพอร์เซลล์ถูกซื้อไปแล้ว พวกเขาต่อต้านแนวคิดที่จะเข้าร่วมกับตระกูลบูดา เพื่อขอความช่วยเหลือในการจัดการกับชาวเผ่า ข้าไม่มีข่าวจริงๆ แต่ข้าก็คิดว่าคงใช้เวลาไม่นานหลังจากนั้นสงครามจากทุ่งหญ้าก็จะจบลง”
คุนพยักหน้าแล้วเขาพูดว่า “จริงสิ มีวิธีใดบ้างที่จะดึงบางคนจากตระกูลเพอร์เซลล์”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย