Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 529 - 2 ทางเลือก
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 529 - 2 ทางเลือก
บทที่ 529 – 2 ทางเลือก
เจ่าไห่มองไปที่เทพผู้มีพลังระดับ 9 อย่างใจเย็น ขณะที่แก่ขึ้นรวดเร็วมาก อย่างแรกเลยที่จะต้องรู้เลยก็คืออายุของเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้ยากมากๆ ยิ่งไปกว่านั้นจากสิ่งที่เจ่าไห่เห็นตรงหน้าของเขา เทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้น่าจะอยู่ได้อย่างน้อย 3,500 ปี
ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขากําลังขี่ม้าข้ามกาลเวลาไป และก็ดูเหมือนว่าพวกเขาในตอนนี้แก่รวดกว่าคนทั่วๆไปเป็น 100 หรือ 1,000 เท่าเลยก็ได้
ท่าทางของเจ่าไห่ก็ยังคงไม่ได้ตกใจ ตอนนี้ผิวของเจ่าไห่ได้กลายเป็นผลึกแล้ว เขาเชื่อมั่นในความสามารถของมิติมากๆ และเนื่องจากมิติได้บอกกับเขาว่าร่างกายของเขาจะไม่สลายหรือถูกทําลายถ้าหากว่าเขาอยู่ในร่างที่ตกผลึกแล้ว เจ่าไห่เลือกที่จะเผชิญหน้ากับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ทั้ง 4 คนตรงๆ เลย
ตั้งแต่แรกที่เจ่าไห่จําได้เขาต่อสู้กับศัตรูของเขาโดยใช้แผนอ้อมๆ ไม่ได้เข้าปะทะตรงๆ และเมื่อตอนที่เจ่าไห่จัดการกับเทอร์รี่เจ่าไห่ใช้ซอมบี้เพื่อจัดการกับพวกเขา โดยที่ไม่ได้ออกมาสู้เอง สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับลักษณะของเขาเอง เขาไม่ต้องการเข้าปะทะกันตรงๆ เขาคิดว่าวิธีการต่อสู้ของนักเวทย์นั้นปลอดภัยที่สุด
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทําเช่นนั้น ถ้าเขาเข้าไปในมิติในตอนนี้คนอื่นๆ ก็จะรู้ความลับที่สําคัญของเขา นอกจากนี้เขายังอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลอากิสะ หากว่าเขาเข้าไปในมิติ เจ่าไห่จะทําให้ตระกูลอากิสะตกอยู่ในอันตราย
แม้ว่ามิตินั้นจะมีความสามารถที่ยอดมากๆ แต่ก็ไม่สามารถบังคับคนที่มีสติได้ ดังนั้นเจ่าไห่ ทําให้แค่ยืนอยู่ตรงนี้และรอให้เฟอร์นันต์พาคนในตระกูลของเขามาที่เจ่าไห่ จากนั้นเจ่าไห่จะส่งพวกเขาเข้าไปในมิติ
ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ก็จะสามารถตกผลึกได้ จิดใจของเขาก็จะเปลี่ยนไปเล็กน้อยๆ เขาอยากลองว่าร่างกายของเขาแข็งแรงมากแค่ไหน แม้ว่าเขาจะไม่สามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้ แต่เขาก็ยังมีเจ่าฉินอี้และมิติอยู่ ตราบใดที่ตระกูลของเฟอร์นันต์อยู่ในมิติ เขาก็พร้อมที่จะรับการโจมตีนี้แล้ว
ซึ่งปกติแล้วการโจมตีครั้งใหญ่นี้ เทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้จะต้องใช้เวลาเพื่อเตรียมความพร้อมค่อนข้างนาน แต่เฟอร์นันต์ก็ไม่ได้โง่เขารู้ว่าทุกวินาทีมีค่าคนอื่นๆ ในตระกูลอากิสะก็ไม่ได้โง่เช่นกัน เมื่อพวกเขาเห็นสิ่งที่เทพผู้มีพลังระดับ 9 กําลังทําพวกเขาก็รู้แล้วว่ามันเป็นการโจมตีแบบไหน
พวกเขามั่นใจมากเกี่ยวกับความสามารถของเทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่แข็งแกร่ง หลังจากที่เฟอร์นันต์ตะโกนพวกเขาทั้งหมดก็รีบวิ่งไปยังจุดที่เจ่าไห่ยืนอยู่
เจ่าไห่ไม่มีเวลาที่จะทําอะไร เขาพูดขึ้นทันทีว่า “ในครั้งนี้ข้าจะส่งพวกเจ้าไปยังสถานที่แปลกๆ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะจะมีคนรอรับพวกเจ้าอยู่ที่นั่น ดังนั้นข้าแค่อยากจะบอกว่าทุกคนไม่ต้องตกใจ” จากนั้นเฟอร์นันต์และคนอื่นๆ ก็พยักหน้าด้วยความสับสน
อิทธิพลของโรเบิร์ตในตระกูลอากิสะนั้นสูงมาก ดังนั้นเมื่อเขาตะโกนทุกคนก็เงียบลงทันที เราจะต้องรู้ก่อนว่าตระกูลอากิสะมีคนอยู่จํานวนมาก มันเป็นเรื่องยากมากที่จะทําให้พวกเขาเงียบในเวลาแค่แปปเดียว
เจ่าไห่มองเทพผู้มีพลังระดับ 9 ทั้ง 4 คนด้วยความระวัง ชีวิตของทั้ง 4 กําลังจะหมดลงในไม่ช้า รอยเหี่ยวบนหน้าของพวกเขาเริ่มเยอะมากขึ้น ตอนนี้ร่างของพวกเขาดูแก่มากๆ และฟันของ
พวกเขาก็เริ่งหลุดออกมาแล้ว
อย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่หยุดในพลังเวทย์ของพวกเขา ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้คิดเรื่องอะไรแล้วเกี่ยวกับร่างกายของพวกเขา
จากนั้นเจ่าไห่ก็ให้ความสนใจไปที่ตระกูลอากิสะเมื่อเห็นว่าพวกเขาพร้อมแล้ว เจ่าไห่ก็พาพวกเขาทั้งหมดเข้าสู่มิติทันที
หลังจากที่เจ่าไห่ส่งตระกูลอากิสะไปยังมิติ เทพผู้มีพลังระดับ 9 ทั้ง 4 คนก็พูดออกมา 1 ค่าเป็นค่าพูดสุดท้ายของพวกเขา จากนั้นทั้ง 4 คนก็สั่นอย่างรุนแรงก่อนที่ร่างกายจะหายไป หลังจากนั้นมีบางอย่างปรากฏบนท้องฟ้าราวกับว่ามีดวงอาทิตย์อีกดวง แสงมันสว่างมากและก็น่ากลัวมากๆ ด้วย
ดูเหมือนว่าแสงนั่นจะเป็นเหมือนลูกพลังงานจากนวนิยายเล่มหนึ่งที่เจ่าไห่อ่านตอนที่ยังอยู่บนโลก ลูกบอลแสงชนเข้ากับคฤหาสน์ ลูกบอลแสงนั่นมันจะแรงขนาดไหนกัน? เจ่าไห่มีมีเวลา แม้แต่จะคิดเช่นนี้ ในขณะที่ลูกบอลแสงนั่นชนที่หัวของเขา
โชคดีที่ร่างกายของเจ่าไห่ได้ตกผลึกแล้ว เจ่าไห่รู้สึกว่าแสงนั่นโดนหัวของเขา จากนั้นเสื้อผ้าของเขาก็หายไปหมด มันไม่เพียงแต่เสื้อผ้าของเจ่าไห่เท่านั้น ทุกอย่างถูกทําลายไปจนหมด พื้นดินหินหายไปหมด ไม่จําเป็นต้องพูดถึงพืชเลย ทุกอย่างรอบๆ มันหายไปจนหมดจริงๆ
เจ่าไห่ยืนอยู่ที่นั่นโดยไม่ต้องเข้ามิติ นี่เป็นเพราะลูกบอลแสงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับร่างกายของเจ่าไห่ได้เลย
และเจ่าไห่เองก็ไม่กล้าที่จะเปิดประตูมิติ แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับผลกระทบเลย แต่เจ่าไห่ก็รู้สึกว่าการโจมตีครั้งนี้มันน่ากลัวมากขนาดไหน หากลูกบอลแสงเข้าไปในมิติเจ่าไห่เองก็ไม่รู้เลยว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่อยู่ข้างใน และเขาไม่กล้าเสี่ยงกับเรื่องนี้
เนื่องจากลูกบอลแสงนี้ไม่สามารถทําอะไรเจ่าไห่ได้ มันก็เป็นการดีที่เขาจะอยู่ข้างนอก แต่เจ่าไห่ก็ไม่รู้ว่าในตอนนี้ที่เขาอยู่ข้างนอก ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็เป็นห่วงเขามากๆ แม้ว่าจะอยู่ในมิติ เจ่าไห่บอกให้ลอร่าและคนอื่นๆ รอรับตระกูลอากิสะดูเหมือนว่าพวกเขาสามารถพึ่งพาตระกูลบูดาได้แล้ว เพื่อความอยู่รอดของพวกเขา ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงไม่กลัวว่าตระกูลอากิสะที่จะทรยศเขา ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากเขาวางแผนที่จะส่งตระกูลอากิสะไปยังป้อมปราการเหล็ก ตอนนี้พวกเขาจะรู้ความลับของเจ่าไห่แล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เจ่าไห่จะปล่อยให้พวกเขากลับไป
เมื่อตระกูลอากิสะเข้ามาในมิติพวกเขาทุกคนก็ตกใจมากๆ แต่เมื่อพวกเขาเห็นลอร่าและคนอื่นๆ พวกเขาก็สงบลง แต่ถึงแม้ว่าเมืองของมิติจะมีขนาดใหญ่มาก แต่ก็ไม่สามารถรองรับคนได้มากมายนัก ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลอากิสะทั้งตระกูลจะได้อยู่ที่นี่ ลอร่าบอกให้พวกเขาไปพักผ่อนก่อน ก่อนที่พวกเขาจะถูกพาไปยังป้อมภูเขาเหล็ก
ในตอนนี้สิ่งที่ลอร่ากับคนอื่นๆ เป็นห่วงคือสถานการณ์ข้างนอก ดังนั้นหลังจากพวกเขาเชิญโรเบิร์ตเข้ามาในบ้าน พวกเขาก็นั่งดูจอเพื่อดูสถานการณ์ภายนอก
แต่ก็โชคร้ายสําหรับพวกเขาที่หน้าจอเป็นสีขาวทั้งหมดพวกเขาไม่เป็นอะไรเลย หลังจากแสงหายไปสิ่งที่ทําให้ลอร่าและคนอื่นๆ ถอนหายใจพร้อมกัน
คฤหาสน์ที่อยู่ตรงนั่นถูกทําลายจนไม่เหลืออะไรเลย ที่พวกเขาเห็นตอนนี้คือหลุมขนาดใหญ่เหมือนกับหลุมอุกกาบาตที่ใหญ่มาก
สิ่งที่ทําให้ลอร่ากับคนอื่นๆ ไม่สบายใตคือพวกเขาไม่เห็นเจ่าไห่ในหลุมขนาดใหญ่นั้น เมื่อลอร่ากับคนอื่นๆ ตกใจกับสิ่งที่เห็นจู่ๆ เจ่าไห่ก็เดินเข้ามาจากข้างนอก แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว สิ่งที่เขาใส่ตอนนี้คือเสื้อคลุมของนักเวทย์
เมื่อเห็นเจ่าไห่ลอร่าและคนอื่นๆ ก็รู้สึกโล่งอกมาก อันที่จริงเจ่าไห่ไม่ได้ตั้งใจจะหายไป แต่เนื่องจากเสื้อผ้าของเขาหายไปหมด เขาไม่เพียงแต่จะปรากฏตัวในแบบเปลือยกายเท่านั้น แต่ตัวเขาเองไม่ชอบที่จะแสดงอะไรสักอย่างให้คนอื่นๆ ดูดังนั้นเขาจึงเข้ามาในมิติ เพื่อมาใส่เสื้อผ้าที่เมือง
เมื่อเจ่าไห่เข้าไปในบ้าน เขาได้รับการต้อนรับจากลอร่าและคนอื่นๆทันที พวกเขามองไปตัวของเจ่าไห่เพื่อดูว่าเจ่าไห่เป็นอะไรหรือเปล่า?
เมื่อเห็นท่าทางของพวกเขา เจ่าไห่ก็ยิ้มและพูดว่า “พี่สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงแต่ลอร่า พี่ขอโทษที่ทําให้เสื้อผ้าที่เธอซื้อให้หายไปกับการโจมตี”
หลังจากที่เจ่าไห่พูดเช่นนั้น ลอร่าก็ไม่รู้ว่าจะร้องไห่หรือหัวเราะดี แต่ก็พูดว่า “ใครจะไปสนเสื้อผ้ากันหล่ะ แค่พี่ไม่เป็นไรฉันก็สบายใจแล้ว ไปดูลุงโรเบิร์ตก่อนเถอะ ฉันไม่คิดว่าเขาจะมีอารมณ์ดีได้”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็เข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้าน โรเบิร์ตกับเฟอร์นันต์กําลังรอเขาอยู่ที่นั่น เมื่อพวกเขาเห็นเขาพวกเขาก็ยืนขึ้นทันที
เจ่าไห่ก็ทักทายพวกเขาจากนั้นก็บอกให้พวกเขานั่งลง และพูดว่า “ลุงโรเบิร์ตจากสิ่งที่ข้าเห็นในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ข้าคิดว่าไม่มีทางที่ตระกูลอากิสะจะกลับไปที่จักรวรรดิอาร์ซูได้” โรเบิร์ตพยักหน้าและพูดว่า “ข้าคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว นับตั้งแต่ผู้เฒ่าของเราถูกฆ่าตายข้าก็รู้ว่าตระกูลอากิสะของเราต้องจบลงแล้ว ถ้าหากเจ้าไม่มาที่นี่ตระกูลอากิสะของเราอาจจะจบลงไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าต้องขอขอบคุณเจ้ามากๆ นายน้อยเจ่าไห่”
เจ่าไห่โบกมือแล้วพูดว่า “ลุงโรเบิร์ตท่านไม่ต้องเกรงใจ หากไม่ใช่เพราะข้าตระกูลอากิสะของท่านก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตั้งแต่ท่านมาที่นี่ข้าจะบอกกับท่านให้เข้าใจ สถานที่นี้เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลบูดาของเรา คนอื่นนอกจากคนในตระกูลของข้าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ แม้แต่พ่อตาของข้าก็ไม่รู้เรื่องนี้ ตอนนี้ตระกูลอากิสะนรู้เรื่องนี้แล้วข้าจะบอกท่านว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะปล่อยให้ตระกูลอากิสะออก”
โรเบิร์ตพยักหน้าทันทีที่เขาเข้ามิติ เขารู้สึกถึงความแตกต่างภายใน เขายังเป็นนักเวทย์ด้วย ดังนั้นเขาจึงไวต่อพลังที่มีอยู่ เขาสามารถรู้สึกได้ว่าพลังภายในนั้นไหลเวียนเร็วมากและที่นี่ก็อุดมสมบูรณ์กว่าข้างนอกมาก
เจ่าไห่มองไปที่โรเบิร์ตและพูดว่า “ลุงโรเบิร์ต ข้าให้เลือก 2 ทางเท่านั้น ก่อนอื่นท่านจะไปที่แดนทมิฬ ข้าจะบอกท่านว่าข้ามีหมอกพิษในแดนทมิฬ แดนทมิฬเป็นที่ก่อตั้งตระกูลของข้า ไวน์นมที่เราดื่มก่อนหน้านี้ก็มาจากโรงงานผลิตที่นั่น ในนั้นท่านจะมีความปลอดภัยแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นข้าพร้อมที่จะซื้อทาสจํานวนหนึ่งด้วย หากท่านตั้งหลังแหล่งในแดนทมิฬ ข้าสามารถให้คนของข้าช่วยจัดการทุกอย่างให้ได้”
โรเบิร์ตพยักหน้าเขาคิดว่าตัวเลือกนี้ดีมากๆ แต่เขาก็สงสัยว่าตัวเลือกที่ 2 ของเจ่าไห่คืออะไร ดังนั้นเขาจึงถามว่า “แล้วตัวเลือกที่ 2 คืออะไรกัน?”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย