Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 526 - ไล่
บทที่ 526 – ไล่
ตระกูลบูดาได้สร้างความแข็งแกร่งในทวีปนี้แล้ว โดยความพยายามของเจ่าไห่และมิติของเขา อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ส่วนตัว มันก็ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับตระกูลที่มีระดับต่ําได้ ตอนนี้ดูเหมือนว่าตระกูลบูดาจะมีผู้สนับสนุนที่ดีอยู่บ้าง
ตอนนี้ความสัมพันธ์ของตระกูลบูดาก็จะมี ตระกูลแคลซี ตระกูลครูน ตระกูลโรเซ่น ตระกูลเซรี่ ตระกูลเพอร์เซลล์และตระกูลอากิสะ
และก็ต้องรู้ว่าตระกูลเหล่านี้มีอิทธิพลมากอยู่ แม้แต่ตระกูลอากิสะพวกเขามีขุนนางจํานวนมากเป็นของตัวเอง และพวกเขาก็ยังเป็นขุนนางที่อยู่มานานในจักรวรรดิอาร์ซูแล้วด้วย ถึงแม้ว่าเจ่าไห่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขามากนัก
ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงต้องการสร้างอิทธิพลของเขาเพิ่มขึ้นอีก และตอนนี้มิลตันและคนอื่นๆ ก็ได้ให้โอกาสเจ่าไหแล้ว
พวกผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหมดในทวีปนี้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีอิทธิพลมาก การสร้างความสัมพันธ์หรือหาพันธมิตรพวกเขาทํามันมานานหลายปี และเนื่องจากตระกูลบูดาไม่ได้มีพันธมิตรเช่นนั้น เจ่าไห่จึงเริ่มที่จะสร้างมันขึ้นมาในตอนนี้
ดังนั้นเจ่าไห่จึงให้ความสําคัญกับมิลตันและคนอื่นๆอย่างมาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเขาเหล่านี้เป็นคนที่สมัครใจเข้าร่วมกับตระกูลบูดา ดังนั้นเจ่าไห่จึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือพวกเขาให้มากที่สุด
ในวันต่อมาพ่อค้าทุกคนที่มางานที่เจ่าไห่จัดพวกเขาได้ส่งสินค้าไปยังร้านลิลลี่ ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ก็หยิบการ์ดคริสตัสให้กับพ่อค้าเหล่านั้น
พ่อค้าเหล่านี้เข้าใจว่าหากพวกเขากลับไปยังเมืองของพวกเขา ในขณะที่นําเอาสัตว์เวทย์หรือเหรียญไป พวกเขาจะต้องนําไปใช้ระหว่างการเดินทางแน่นอน เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าผ่านทาง แต่ถ้าพวกเขามีการ์ดคริสตัลพวกเขาก็สามารถเก็บไว้ในกระเป๋าของพวกเขาได้ และเมื่อพวกเขาเจอจุดตรวจพวกเขาก็สามารถเลือกที่จะไม่บอกได้ว่าพวกเขามีการ์คริสตัลอยู่กับตัว
ด้วยเหตุนี้พ่อค้าจึงขอบคุณเจ่าไห่มากๆ หากไม่ใช่เพราะเจ่าไห่พวกเขาจะต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อมาถึงตอนนี้สถานการณ์ในเมืองบีสก็อดพวกเขาก็ต้องออกจากเมืองแล้ว
หลังจากที่พวกเขาส่งของให้เจ่าไห่เสร็จพวกเขาก็ออกจากเมืองบีสก็อดทันที
เมื่อพ่อค้าเหล่านี้ออกจากเมืองบีสก็อดที่นี่ก็เหมือนกับเมืองร้างทันที เรื่องที่กําลังจะเกิดขึ้น
พวกเขาก็เลยตัดสินใจที่จะออกไปทันที
พ่อค้าที่เจ่าไห่เชิญมางานเลี้ยงของเขาได้ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ่าไห่แล้ว พ่อค้าเหล่านี้มาจากตระกูลระกับกลางที่มีความลับในตระกูลไม่มากนัก พวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ และไม่มีความสัมพันธ์กับขุนนางที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิลแห่งความสว่าง
ผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติดังนี้พวกเขาก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้าร่วมงานของเจ่าไห่
เมื่อกิลแห่งความสว่างเริ่มแผนของพวกเขา พวกเขาไม่ได้บอกแก่ชนเผ่าผู้ยิ่งใหญ่ล่วงหน้า
ดังนั้นเนื่องจากผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ไม่มีความรู้พวกเขาจึงส่งพ่อค้าไปยังทุ่งหญ้า
ในเวลาเดียวกันก็มีพ่อค้าเข้าร่วมกับกิลแห่งความสว่าง แต่ก็ยังไม่ใช่พ่อค้าจํานวนมากนัก พวกเขามาเพราะพวกเขาถูกส่งมาจากกิลแห่งความสว่าง เพื่อติดตามสถานการณ์ของชนเผ่าในทุ่งหญ้า
เมื่อเจ่าไห่ไปตรวจสอบคนที่คิดว่าเขาต้องการเชิญเขาตรวจสอบหาข้อมูลเกี่ยวกับคนเหล่านั้น
อย่างระมัดระวัง เจ่าไห่สั่งให้เจ่าฉินอี้หาข้อมูลพวกเขาโดยละเอียด เจ่าไห่ต้องการแนาใจว่าพวกเขาจะไม่สร้างความสัมพันธ์กับพ่อค้าที่มาจากกิลแห่งความสว่าง ถ้าหากเจ่าไห่รู้เช่นนั้นพ่อค้าเหล่านั้นก็จะไม่ถูกเชิญมางานเลี้ยงของเจ่าไห่ทันที
แต่ถึงกระนั้นพวกที่เป็นพันธมิตรกับเจ่าไห่ก็ไม่ได้เป็นคนกลุ่มน้อย ในเวลาเดียวกันพ่อค้าเหล่านี้ก็ยังมีร้านค้ามากมายนอกเมือง ดังนั้นเมื่องพวกเขาจากไปพวกเขาก็จะก่อความไม่สงบต่อพ่อค้าคนอื่นๆที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเวลาผ่านไปจํานวนของชาวเผ่าก็จะมาที่เมืองบีสก็อดมากขึ้นเรื่อยๆ และจํานวนของพ่อค้าก็จะลดลงเรื่อยๆจนไม่มีอยู่เลย
โดยปกติแล้วเจ่าไห่จะไม่ปล่อยโอกาสนี้ผ่านไปเด็ดขาด เจ่าไห่สั่งให้อาไทไปหาคนเหล่านี้ และบอกให้พวกเขาขายสินค้าของพวกเขาให้กับเจ่าไห่ และแน่นอนว่าราคาที่เจ่าไห่ซื้อมันก็ไม่ได้สูงมากนัก
พ่อค้าเหล่านี้รู้ว่าเจ่าไห่ใช้ความเดือดร้อนเพื่อซื้อสินค้า อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีทางเลือก
นอกจากต้องยอมรับ อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ยังสามารถคืนกําไรได้บางส่วน หากพวกเขาไม่เห็นด้วยกับเจ่าไห่พวกเขาก็จะไม่เหลือเงินเลยหรือได้รับกําไรอีกเลย
และเจ่าไห่ก็จ่ายเงินพวกเขาโดยใช้การ์ดคริสตัล การ์ดเหล่านี้ไม่ได้หายากมากในดินแดนของพวกเขา แต่ในทุ่งหญ้ามันไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายๆ เลยสําหรับพ่อค้าเหล่านั้นการ์ดคริสตัลเหล่านี้น่าสนใจมาก
พ่อค้าทุกคนที่มาที่ทุ่งหญ้าก็เพื่อทําการค้า พวกเขาไม่ใช่คนโง่ พวกเขารู้ดีว่าการเปรียบเทียบ ของการ์ดคริสตัลดีกว่าการนําเอาสัตว์เวทย์มาด้วย
ราคาสินค้าเหล่านี้ขายถูกกว่าราคาขายในดินแดนของพวกเขา เนื่องจากเจ่าไห่มีเงินจํานวนมากอยู่ในมือ จากนั้นเจ่าไห่ก็จะรับโอกาสนี้โดยที่จะไม่ปล่อยมันผ่านไปแน่นอน
หนึ่งเดือนหลังจากเจ่าไห่มาถึงเมืองบีสก็อดในที่สุดทุ่งหญ้าก็ออกค่าสั่งให้ขับไล่ พ่อค้าออกไปจากเมืองบีก็อด ภายในสามวันมิฉะนั้นพวกเขาจะไม่เกรงใจพ่อค้าเหล่านี้
ด้วยการออกคําสั่งนี้พ่อค้าเหล่านั้นก็รู้ว่ามันเป็นจุดจบ ในอดีตพวกเขาเลือกที่จะไม่ขายสินค้าให้กับเจ่าไห่ แต่ตอนนี้พวกเขากังวลมาก พวกเขาทุกคนขายสินค้าทุกชิ้นที่พวกเขามีให้กับเจ่าไห่ ทันทีในราคาที่ถูกมาก จากนั้นหลังจากได้รับเงินพวกเขาก็จากไปทันที
ชาวเมืองบีสก็อดได้เห็นสิ่งที่เจ่าไห่ได้ทํา แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเลย ในความเป็นจริง แล้วชาวเผ่าเหล่านี้ไม่ได้เกลียดพ่อค้าเหล่านี้ พวกเขาไม่ได้สังหารพ่อค้าแต่พวกเขาใช้วิธีไล่พวกเขาออกไป
ในทางตรงกันข้ามธง 3 ธงของเจ่าไห่ทําให้ชนเผ่าตกใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นคนจากต่างแดนที่มีธงของเผ่าบูล
3 วันต่อมาไม่มีพ่อค้าคนใดอยู่ในเมืองบีสก็อด นอกเหนือจากกลุ่มของเจ่าไห่ นี่ทําให้พวกชาวเผ่ามองเจ่าไห่และคนอื่นๆ ด้วยความประหลาดใจ
เจ่าไห่ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ เหตุผลที่เขาพักที่นี่ในครั้งนี้คือรอให้เวลส์และเผ่าหมีดํามาถึงเมืองบึสก็อด
เวลส์และคนอื่นๆ ไม่ปล่อยให้เจ่าไห่รอนานเกินไป 10 วันหลังจากพ่อค้าทุกคนออกจากเมืองเผ่าหมีด่ามาถึง
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินว่าชนเผ่าหมีดํามา เขาก็ไปทักทายพวกเขาที่ประตูเมืองบีสก็อดทันที ในขณะที่รออยู่ที่ประตูเจ่าไห่เห็นหน่วยทหารม้ามาในระยะไกล เมื่อเจ่าไห่มองดวงตาของเขา เขาจะเห็นว่าทหารม้ามาถึง 30,000 คนและการเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นไปตามจังหวะ
เจ่าไห่ยืนอย่างเงียบๆ ในจุดของเขาในขณะที่เขาสังเกตเห็นเผ่าหมีดําค่อยๆ เดินช้าลง ทันทีที่ผู้เฒ่ามาถึงประตูเมืองเจ่าไห่ก็ก้าวไปข้างหน้าและทักทายทันที “ข้ายินดีมากที่ได้พบพวกท่าน”
ผู้เฒ่าก็จับไหล่เจ่าไห่และพูดว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่ออกไป ฮ่า ฮ่าฮ่า ๆๆๆ เมื่อข้าท่าสิ่งที่ข้าต้องทําเสร็จ ข้าก็มาหาเจ้าทันที ไปดื่มกันเถอะ ” จากนั้นเขาก็ค่อยๆ เดินต่อไปพร้อมกับเจ่าไห่
เจ่าไห่ยิ้มแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะไปเตรียมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อต้อนรับการมาของผู้เฒ่า”
ผู้เฒ่าพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะเจ่าไห่ ข้ายังคงมีเรื่องให้ทําข้าจะต้องขอตัวก่อน ข้าจะไปหาเจ้าที่บ้านของเจ้าเมื่อเสร็จงาน” จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและขี่ม้าของเขาก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังเมือง เจ่าไห่ยังพาอาไทกลับไปที่ร้านลิลลี่
ในตอนนี้อาไทรู้สึกตกใจอย่างยิ่งที่เจ่าไห่ติดต่อกับชาวเผ่า เขาไม่เคยเห็นคนจากต่างแดนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อชนเผ่าขนาดนี้มาก่อนเลย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทําเช่นนี้
เผ่าหมีดําเป็นเผ่าที่ยิ่งใหญ่ และพวกเขาได้ติดต่อกับคนจากต่างแดนมาเป็นเวลานาน และด้วยการที่พวกเขาถูกหลอกโดยพ่อค้า มันเป็นไม่ได้เลยที่พวกเขาจะไว้ใจพ่อค้าจากต่างแดนอีกต่อไป
เมื่อถึงตอนนี้เอง อาไทก็เข้าใจว่าธงของเจ่าไห่มันพิเศษมาก ไม่น่าแปลกใจที่พวกชาวเผ่าไม่ได้ขับไล่พวกเขาออกไปในขณะที่พ่อค้าคนอื่นๆถูกขับไล่ออกไป ไม่มีใครเลยแม้แต่เข้าไปใกล้
ร้านลิลลี่ในระหว่างการขับไล่
เมื่อเจ่าไห่กับอาไทกลับไปที่ร้านเจ่าไห่สั่งลอร่ากับคนอื่นทันทีเพื่อเตรียมของกิน ในขณะเดียวกันเจ่าไห่ก็เตรียมอาหารทะเลออกมาเพื่อเตรียมความพร้อม เขาต้องการให้เผ่าหมีดําประหลาดใจกับอาหารของเขาเพื่อที่เขาจะได้รับความบันเทิง
ตระกูลของอาไทไม่คุ้นเคยกับวิธีของเจ่าไห่มากนัก พวกเขายังช่วยเจ่าไห่เตรียมทุกอย่างในขณะที่รอการมาถึงของผู้เฒ่า
ในขณะที่พวกเขากําลังเตรียมการได้ยินเสียงตะโกนมาจากข้างนอก เจ่าไห่ออกไปดูเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้เฒ่าพาชาวเผ่ามาอีก 10 คนรวมทั้งลีเบนมายังร้านค้าลิลลี่ของเจ่าไห่
เจ่าไห่เชิญผู้เฒ่าและพวกของลีเบนไปที่สนามหลังบ้านของร้านทันที หลังจากพวกเขาเข้าไปในบ้าน อาไทก็เสิร์ฟชานมให้พวกเขาทันที
หลังจากผู้เฒ่านั่งจิบชาเขายิ้มให้เจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ เจ้าเพิ่งมีช่วงเวลาที่ดี เมื่อเร็วๆ นี้ข้าได้ยินมาว่าเจ้าซื้อสินค้าทั้งหมดจากพ่อค้าคนอื่นๆ เจ้าวางแผนจะทําอะไร เจ้าจะขายสินค้าราคาเท่าเดิมเพื่อทํากําไรใช่ไหม?”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย