Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 521 - อาไท
บทที่ 521 – อาไท
รถม้านั้นเป็นสิ่งที่สามารถเห็นได้ทั่วไปในทุ่งหญ้า ที่ทุ่งหญ้าแห่งนี้มีรถม้าอยู่มากมายมีทั้งใหญ่และเล็กๆ แต่รถม้าที่ว่าใหญ่มันก็ยังไม่ใหญ่เท่ากับรถม้าของแรนดอล์ฟที่เขาได้ให้กับเจ่าไห่ไว้
ตอนนี้มีรถม้ามาถึงที่หน้าของเจ่าไห่ คนขี่หยุดและลงมาจากรถ เมื่อเขามาถึงเจ่าไห่ก็มองไปที่ชายคนนั้น สิ่งที่เขาเห็นเลยก็คือชายคนนั้นสูงมากๆ เขาสูงประมาณ 2 เมตรครึ่ง และเขาก็ยังมีร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้าม ซึ่งเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ
ชายคนนี้สวมเสื้อหนังที่ดูธรรมดามากๆ สีผิวของเขายังดํามากอีกด้วย เจ่าไห่คิดเลยว่าชายคนนี้เป็นเหมือนคนที่ผิวดําบนโลกที่เขาจากมา และถ้าหากว่าร่างของเขามีขน เจ่าไห่ก็จะคิดเลยว่า เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากเกาะเอพี
เมื่อชายคนนั้นมาถึงหน้าของเจ่าไห่ เขาคํานับลอร่าและพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “นายหญิง ในที่สุดท่านก็มาที่นี่ ข้ากําลังรอท่านอยู่เลย”
เมื่อมาถึงตอนนี้เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็เข้าใจว่าชายคนนี้เป็นคนที่ลอร่าส่งมาที่ทุ่งหญ้า เมื่อเห็นลักษณะของชายคนนี้ เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทําอะไรต่อ แต่พวกเขาก็มีท่าทางที่แปลกๆ ลอร่าส่งอาไทมาที่นี่เพราะหน้าตาของเขางั้นเหรอ?
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “ใช่แล้ว จริงสิอาไทฉันไม่ได้เห็นเจ้ามานานแล้ว เจ้าดูเหมือนจะด่าขึ้นมากเลย มาพบกับสามีของฉัน เจ่าไห่”
อาไทหันไปหาเจ่าไห่พร้อมกับคํานับและพูดว่า “ข้าน้อยอาไท ยินดีที่ได้พบท่านผู้เฒ่า” เจ่าไห่ ไม่เคยถูกเรียกด้วยชื่อนี้เขารู้สึกแปลกๆ จนไม่รู้จะทําอะไรต่อแต่เขาก็ยิ้มและพูดต่อว่า “เจ้าไม่ต้องเคารพข้าขนาดนั้น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามันน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ยากสําหรับเจ้า นอกจากนี้ข้าอยากให้เจ้าเรียกข้าว่านายน้อยมากกว่า”
อาไทเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “นายน้อยข้าไม่ได้พบกับความยากลําบากเลย ข้ามีอาหารและเครื่องดื่มในทุกๆ วันและมันก็ยังไม่ได้มีอะไรยากสําหรับข้าเลย”
เจ่าไห่มองที่อาไทเขาไม่เคยคิดเลยว่าลอร่าจะส่งคนที่ดูงุ่มง่ามแบบนี้มาที่ทุ่งหญ้าเลยจริงๆ ดูเหมือนว่าลอร่าจะไม่กลัวเลยว่าเขาจะไม่สามารถทําสิ่งต่างๆ ได้ที่นี่
ลอร่าแนะนําอาไทให้กับเมแกนและคนอื่นๆ ในขณะที่อาไททําความรู้จักกับภรรยาของเจ่าไห่ ตอนนี้เจ่าไห่สังเกตรอบๆตัวของเขา เขาเป็นว่ามีพ่อค้าจํานวนมากอยู่ใกล้ๆ เจ่าไห่ยังเห็นอีกว่ามี คนชี้มาที่พวกเขา
เจ่าไห่ใช้สมาธิของเขาตั้งใจฟังสิ่งที่คนเหล่านั้นพูด เขาฟังพ่อค้าคนหนึ่ง (1) ที่อยู่ข้างๆ พวกเขาเจ่าไห่ได้ยินว่า “ดูสินั่นสิเขาใช่อาไทไหม? ทําไมเข้าถึงออกมาจากร้านของเขากันหล่ะ?”
พ่อค้าอีกคน (2) ก็พูดว่า “ใครจะไปรู้ ลองดูดีๆ สิอาไทกําลังเคารพคนเหล่านั้นอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่มีอํานาจเหนือเขา ข้าได้ยินมาว่าชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นอาจจะมาจากตระกูลบูดา ถ้าหากว่าข้าจําไม่ผิดดูเหมือนชายคนนั้นจะคือเจ่าไห่ของตระกูลบูดา”
พ่อค้าอีกคน (1) ที่เป็นคนถามพูดอีกว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ อาไทก็เจอเรื่องร้ายแล้วหน่ะสิ ตอนนี้อาหารที่นี่มีราคาแพง แต่เขากล้าที่จะขายในราคาที่ถูก ข้ากลัวว่าคนโง่แบบเขาจะต้องพบกับเรื่องร้ายแน่ๆ”
พ่อค้าอีกคน (2) ก็พูดต่อว่า “เบาๆ หน่อยสิข้าได้ยินมาว่าชายที่ชื่อเจ่าไห่คนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
เขากลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงโดยความโหดเหี้ยมของเขาซึ่งเขาไม่ได้มีความปรานีต่อใครเลย ถ้าเขาได้ยินสิ่งที่เราพูดเรื่องไม่ดีต่ออาไท เขาก็อาจจะไม่ปล่อยพวกเราไปแน่ๆ”
พ่อค้าคนแรก (1) พูดต่อว่า “ทําไมเราต้องกลัว? ที่นี่คือเมืองบีสก็อดที่ไม่อนุญาตให้ใช้ความรุนแรงในรัศมี 1,000 กิโลเมตรรอบๆ เมืองหากใครกล้าที่จะแหกกฏนี้ ชาวเผ่าก็จะไม่ปล่อยพวกเขาออกไปง่ายๆแน่” แม้ว่าเขาจะพูดเช่นนั้นแต่เสียงของเขาก็เบาลงมาก
พ่อค้าอีกคน (2) พูดต่อว่า “อย่าพูดอย่างนั้น แม้ว่าเขาจะไม่สามารถก่อเรื่องร้ายในเมืองบีสก็อดได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพวกเราออกจากเมืองไป นี่คือทุ่งหญ้าถ้าหากว่าเขาฆ่าเราที่นี่ตระกูลของเราก็จะคิดว่าชาวเผ่าเหล่านี้เป็นคนทํา” จากนั้นทั้ง 2 ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เจ่าไห่ในตอนนี้มีความเข้าใจในสถานการณ์มาเล็กน้อย เขาหันกลับมามองชายผู้น่าเกลียดที่กําลังคุยกับลอร่า หากอาไทเลือกที่จะขายสินค้าในราคาเดียวกับพ่อค้าเหล่านั้นเจ่าไห่จะผิดหวังอย่างมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ทําเช่นนั้น
หลังจากที่อาไทพูดคุยกับลอร่าและคนอื่นๆ จากนั้นเขาก็เชิญทุกคนไปที่รถของเขา เมื่อเจ่าไห่กับคนอื่นๆ อยู่บนรถอาไทก็ขี่ไปที่เมืองบีสก็อดทันที
ภายในรถเจ่าไห่ได้มองไปที่ลอร่าและพูดว่า “ทําไมพวกเขาไม่ได้บอกว่านอกเมืองบีสก็อดถึงมีคนมากมายเช่นนี้? พวกเขาบอกว่าที่นี่ไม่มีคนมากมายไม่ใช่เหรอ?”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “มันเคยเป็นเช่นนั้น แต่ตอนนี้มีคนจากต่างแดนจํานวนมากมาที่นี่เพื่อซื้อขายกับชาวเผ่า ด้วยเหตุนี้เมืองบีสก็อดจึงอนุญาตให้พวกเขาตั้งร้านค้านอกเมืองได้ ด้วยเหตุนี้อาไทจึงมีที่อยู่นอกเมืองด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเราได้จัดการกับตระกูลมาร์กี้ อาไทเลยได้เข้ามาดูแลที่นี่ต่อ”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วเขาก็ถามอีกครั้งว่า “ความแตกต่างของในเมืองและนอกเมืองมันต่างกันอย่างไร?”
ลอร่าตอบกลับทันที “มันมีความแตกต่างกันไม่มากนัก จํานวนอาคารในเมืองนั้นเล็กเกินไป เพราะมีบ้านอยู่มาก ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องจากดินในเมืองนั้นเกิดขึ้นจากหินที่หายากชาวเผ่าและถูกควบคุมอย่างเข้มจากชาวเผ่า จึงมีเพียงตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของทวีปเท่านั้นที่สามารถมีบ้านหรือคฤหาสน์ที่นี่ได้ แต่พ่อค้าที่ธรรมดาก็สามารถออกไปอยู่ข้างนอกเมืองได๋” เจ่าไห่พยักหน้าและใน
ตอนนี้รถของพวกเขาก็เข้ามาในเมืองแล้ว
เจ่าไห่มองออกไปนอกหน้าต่างของรถม้า ด้านในของเมืองบีสก็อดนั้นแตกต่างอย่างมากจาก
ภายนอก ภายในมีสิ่งก่อสร้างจากหินที่หายากที่ด้านหน้าของบ้านเหล่านั้นมีทหารเฝ้าอยู่ ดูเหมือนว่าบ้านเหล่านี้มีความสําคัญมากและไม่ได้ใช้สําหรับชั่วคราว ในที่อื่นๆ จะเห็นว่าบ้านนั้นมีขนาดใหญ่มาก อย่างไรก็ตามบ้านเหล่านี้ก็อยู่ติดกันมากๆ ภายในก็เหมือนกับบ้านทั่วๆ ไป
แต่ละบ้านมีค่าเขียนอยู่ทุกบ้าน บางหลังเป็นชื่อร้านค้าดูเหมือนว่าร้านค้าเหล่านี้ขายสินค้าทุกชนิด เจ่าไห่ไม่เห็นเลยว่าจะมีร้านที่ขายสินค้าที่เป็นเฉพาะทาง
ไม่นานนักรถม้าก็หยุดจอดที่หน้าบ้าน บ้านนี้ใหญ่มากและบนประตูจะเห็นว่ามีคําเขียนไว้ว่า
“ร้านลิลลี่”
เมื่อเจ่าไห่เห็นเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทําอะไร แต่เขาก็รู้สึกอบอุ่นมาก ร้านลิลลี่แห่งนี้เป็น เครื่องหมายการค้าของตระกูลมาร์กี้ แต่ใครจะคิดว่าร้านนี้ถูกสร้างขึ้นโดยลอร่า
มีคน 2 คนอยู่ข้างนอกบ้านนี้ 2 คนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ตัวใหญ่มาก แต่ก็ยังดูแข็งแกร่งมาก รูปร่างและหน้าตาของเขาคล้ายกับอาไทมาก
อาไทกระโดดลงจากรถม้าแล้วก็พูดว่า “อาด้าไปเอาของออกจากรถ อาอีไปเตรียมอาหารและเครื่องดื่มให้กับนายหญิง” ทั้ง 2 ทําตามคําสั่งทันที พวกเขาไม่ได้คํานับเจ่าไห่และคนอื่นๆ
อาไทรู้สึกอึดอัดใจมากๆ เขาดุทั้ง 2 คนและพูดว่า “แสดงมารยาทของเจ้าให้ดีหน่อย!!” จากนั้นเขาก็หันไปหาลอร่ากับเจ่าไห่ก่อนที่จะพูดว่า “ต้องขออภัยด้วยที่พวกเขาไม่มีมารยาท ช่างน่าอับอายจริงๆ”
เจ่าไห่โบกมือแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร นี่มันเป็นแค่เรื่องเล็ก” อาไทรู้สึกโล่งใจจากนั้นเขาก็พาเจ่าไห่และคนอื่นๆ เข้าไปในบ้าน
เมื่อเข้ามาแล้วเจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะมอง นี่เป็นเพราะเฟอร์นิเจอร์ที่นี่ดีมากๆ มันเป็นร้านค้าที่ดี
สําหรับที่แห่งนี้ ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีแค่ผลไม้ไม่เยอะเท่าไหร่
อาไทมองลอร่าและพูดว่า “นายหญิงยกโทษให้ข้าด้วย ข้าวและผักต่างๆ ขายไปหมดแล้ว”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “นั่นมันไม่ใช้ปัญหา เจ้าไปพักก่อนก็ได้ ฉันต้องการสํารวจสถานที่นี้ ฉันยังจําได้ว่าบาร์บรคิวที่นี่มีกลิ่นที่หอมมาก ฉันอยากจะรู้จังว่ามันเป็นยังไง”
อาไทยิ้มและพูดว่า “แน่นอน เนื่องจากข้ารู้ว่านายหญิงจะมาข้าก็ได้ให้ภรรยาเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว” จากนั้นเขาก็พาทุกคนไปที่ลานด้านหลังของบ้าน
เมื่อพวกเขามาถึงลานพวกเขาก็เห็นว่ามีการสร้างกระท่อมเล็กๆ อยู่หลายหลัง ตอนนี้พวกเขายังเห็นลูกชายของอาไทที่กําลังขนของที่เจ่าไห่เอามาอยู่
อาไทพาทุกคนไปที่บ้านหลังตรงกลาง ขณะที่เขากําลังจะเปิดประตูบ้าน ประตูก็เปิดออกทันทีจากนั้นก็หญิงร่างสูงออกมา
ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะอายุประมาณ 40 ปี แม้ว่าเธอจะแก่แล้วแต่เธอก็ยังเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจ เธอน่าจะสวยมากตอนที่เธอยังเป็นสาว
เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นลอร่าสีหน้าของเธอก็ไม่อาจซ่อนความตื่นเต้นได้เลย เธอเดินมาตรงหน้าของลอร่าทันที และพูดว่า “นายหญิงโตขึ้นมากเลย ยิ่งโตก็ยิ่งสวยเวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ตอนนี้กับแต่งงานแล้ว น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้ไปร่วมงานแต่ง”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “แล้วพี่เป็นยังไงบ้าง? อาไทแกล้งอะไรพี่หรือเปล่า?”
ภรรยาของอาไทตอบกลับทันที “ไม่มีทางเลย จริงสินายหญิงมาเร็วฉันได้เตรียมอาหารอร่อยๆไว้มากมาย” จากนั้นภรรยาของอาไทก็หันมามองเจ่าไห่ในขณะที่เจ่าไห่ก็มองเธอด้วยเช่นกัน
เจ่าไห่เห็นว่าความสัมพันธ์ของลอร่ากับภรรยาของอาไทนั้นเป็นอะไรที่พิเศษมาก เมื่อเธอพูดกับลอร่าเธอไม่ได้สุภาพมากนัก แต่ก็ไม่ได้ละเลยมากนัก ในทางกลับกันดูเหมือนว่าลอร่าจะพูดกับภรรยาของอาไทด้วยความเคารพ
จากนั้นภรรยาของอาไทก็คํานับเจ่าไห่ว่า “ผู้เฒ่าบูดา ฉันชื่อว่าเคซี่ แต่คนอื่นๆ มักจะเรียกฉันว่าภรรยาของอาไท”
เจ่าไห่ยิ้มดูเหมือนว่าเขาจะถูกเรียกว่าผู้เฒ่า มันเป็นเรื่องธรรมดามากที่นี่ เขาตอบกลับทันที
“ยินดีที่ได้รู้จักเคซี่ แต่ข้าอยากให้ท่านเรียกข้าว่าเจ่าไห่เลยก็ได้
ภรรยาของอาไทยิ้มและพูดว่า “ฉันไม่สามารถเรียกท่านเช่นนั้นได้ ข้าขอเรียกว่านายน้อยจะดีกว่า” จากนั้นเธอก็พาเจ่าไห่และคนอื่นๆ เข้ามาในบ้าน
บ้านนั้นคล้ายกับบ้านหรือเต็นท์ของชาวเผ่า มีเพียงสิ่งเดียวที่แตกต่างกันก็คือเครื่องหรือของใช้ภายในบ้านเป็นของคนจากต่างแดน นอกจากนี้ยังมีเตาเผาภายในซึ่งมีชิ้นเนื้อหลายชิ้นถูกย่าง
หลังจากภรรยาของอาไทก็ได้ทําความรู้จักกับเมแกนและคนอื่นๆ เธอก็ได้เชิญทุกคนให้นั่งลงบนพรมทันที เธอยังเสิร์ฟชาให้กับทุกคนก่อนที่เธอจะพูดกับลอร่าว่า “นายหญิงท่านมานั่งที่นี่ก่อน ผักยังไม่เสร็จ เมื่อเสร็จแล้วพวกเราก็สามารถกินกันได้” ลอร่าพยักหน้าจากนั้นภรรยาของอาไทก็ไปทําอาหารต่อ และก็ยังมีอาไทคอยช่วยอยู่ข้างๆ
เจ่าไห่ดื่มชาแล้วหันไปหาลอร่าและพูดว่า “ลอร่า เธอสนิทกับเคซี่มากไหม?”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “ไม่ใช้แค่พี่เคซี่ ฉันยังสนิทกับลูกๆ ของพี่เขาด้วย อาไทนั้นเป็นผู้พิทักษ์แม่ของฉัน ในขณะที่ภรรยาของอาไทเป็นแม่บ้าน พวกเขาอยู่ที่นั่นในขณะที่ฉันยังเด็กอยู่ พวกเขาคอยดูแลฉันมา”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย