Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 520 - มาถึงเมืองบีสก็อด
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 520 - มาถึงเมืองบีสก็อด
บทที่ 520 – มาถึงเมืองบีสก็อด
เมื่อจ้าวไห่ได้ยินผู้เฒ่าของเผ่าหมีดําพูด เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “ก่อนหน้า ก่อนที่ข้าจะมาที่นี่พวกเขาบอกว่าพวกเขาต้องการอาหารของข้า แต่เมื่อข้าได้บอกพวกเขาเกี่ยวกับสงคราม พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ซื้ออาหารที่เหลืออยู่จากข้า”
ผู้เฒ่าเผ่าหมีดํามองเจ่าไห่อยู่ครู่นึ่งก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไป เขามองเจ่าไห่และพูดว่า
“พวกเขาได้ทําข้อตกลงไว้หรือไม่ แต่ก็ช่างเถอะพรุ่งนี้ข้าจะไปหาพวกเขาให้เอง”
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก ข้าคิดไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้ ท่านน่าจะรู้ไว้ว่า สถานการณ์ของพวกเขาตอนนี้เลวร้ายมากกว่าเผ่าหมีดําเยอะมาก ข้าก็เลยบอกกับพวกเขาให้เข้าร่วมสงครามและรับอาหารที่นั่นได้ พวกเขาก็เลยไม่ซื้ออาหารอื่นๆที่ข้ามีอยู่เลย”
ผู้เฒ่าเผ่าหมีด่ามองไปเจ่าไห่ด้วยความสงสัยก่อนที่จะพูดว่า “เจ่าไห่ ทําไมเจ้าถึงท่าเช่นนั้น? เจ้าเป็นพ่อค้า มันจะดีกว่าไหมที่พวกเขาจะซื้ออาหารจากเจ้า”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่เลย ข้าจะบอกความจริงกับท่าน ข้าไม่ได้วางแผนที่จะขายผลขนมปังเหล่านี้ในทุ่งหญ้า เพราะข้าเองสามารถขายมันในที่อื่นๆ ที่สามารถได้กําไรที่ดีกว่าที่นี่ได้ แต่เนื่องจากเผ่ามาร์ซีเป็นมิตรกับท่าน และเขาก็เป็นมิตรกับข้าด้วยเช่นกัน ข้าก็เลยไม่ได้ต้องการกําไรมากนัก สิ่งที่ข้าต้องการเลยก็คือมิตรที่ยาวนาน เพื่อให้บรรลุสิ่งที่ข้าต้องการข้าไม่สามารถก่อเรื่องไม่ดีกับพวกเขาได้”
ผู้เฒ่ามองเจ่าไห่ ก่อนที่จะหัวเราะและตบไปที่ไหล่ของเจ่าไห่ หากว่าเป็นแบบนี้ในอดีต เจ่าไห่อาจจะไม่สามารถทนกับเรื่องแบบนี้ได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาเป็นเทพผู้มีพลังระดับ 8 เขามีร่างกายที่แข็งแกร่งมากขึ้นจากมิติ ในตอนนี้เขาไม่รู้สึกอะไรเลยจากการตบเบาๆของผู้เฒ่า แต่ตอนนี้เจ่าไห่รู้สึกได้ว่าเขามีความสนิทกันมากขึ้น
งานเลี้ยงเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะผู้เฒ่าเผ่าหมีดํา แม้ว่าพวกเขาจะได้ยินเรื่องที่ไม่ดีของเผ่าวู แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นมิตรที่ดีต่อกัน
ท่าทางของเจ่าไห่ที่มีกับเผ่าวูก็ทําให้ผู้เฒ่าเผ่าหมีดํามีความสุขด้วยเช่นกัน เนื่องจากสิ่งที่เจ่าไห่ท่าในครั้งนี้ ผู้เฒ่าเผ่าหมีด่าเห็นว่าเจ่าไห่ท่าเพื่อพวกเขาจริงๆ อย่างน้อยเลยเจ่าไห่ก็ไม่ได้
ดูถูกพวกเขาเหมือนที่พ่อค้าคนอื่นๆ ท่าหรือคนจากต่างแดนดูถูกพวกเขา
หลังจากงานเลี่ยงเจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ค่อยข้างว่างมากๆ เนื่องจากพวกเขาไม่มีอะไรเหลือให้ท่าอีกแล้ว เจ่าไห่และคนอื่นๆกลับไปที่เต็นท์ของพวกเขาและดื่มน้ําจากมิติทันที ในเวลาเดียวกัน เจ่าไห่ยังบอกลอร่าและคนอื่นๆ เกี่ยวกับการพัฒนาของมิติอีกด้วย
แม้ว่ามิติจะไม่ได้อัพเกรด แต่การพัฒนานั้นก็น่าตื่นเด้นมากๆ เมื่อเทียมกับเมื่อก่อนที่สิ่งเดียวที่พวกเขารู้สึกได้คือความอบอุ่น แต่ตอนนี้ในมิติมันอุ่นขึ้น และสบายขึ้นมากๆ
สิ่งที่สําคัญที่สุดคือการเปลี่ยนพื้นที่การทําฟาร์ม แม้ว่าการเจริญเติบโตของพืชบนพื้นที่เพาะ
ปลูกไม่ได้ช้าเลย ด้วยการเพิ่มของดวงอาทิตย์มันก็ช่วยให้พืชเติบโตเร็วขึ้น ดูเหมือนว่าพืชจะดูมี คุณภาพที่ดีกว่าเมื่อก่อนมาก
จ้าวไห่และคนอื่นๆ มีความสุขกับการพัฒนาใรครั้งนี้ ด้วยการพัฒนาของมิติ พวกเขารู้สึกได้ว่า พลังงานภายในนั้นเพิ่มมากกว่าเดิม ในเวลาเดียวกันพลังงานก็มีการเคลื่อนไหวมากขึ้นเช่นกัน
เจ่าไห่พอใจกับการพัฒนาของมิติมาก เขานอนหลับสนิทในคืนนั้น เช้าวันรุ่งขึ้นเจ่าไห่ก็บอกลากับผู้เฒ่าเผ่าหมีดํา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเขาจําเป็นต้องมุ่งหน้าไปยังเมืองบีสก็อด พวกเขามีคนรอพวกเขาอยู่ที่นั่น
เม็นเดสและบุฟฟ่อนไม่ได้ตามพวกเขาและกลับไปยังเผ่าของตัวเอง ตอนนี้แผนการของพวกเขาประสบความสําเร็จอย่างมาก เผ่าเฮคัสได้รับพันธมิตรที่ทรงพลังอย่างเผ่าหมีดําแล้ว สําหรับเผ่าเฮคัสการพัฒนาครั้งนี้เป็นอะไรที่ดีมากๆ
หน้าที่หลักของบุฟฟ่อนคือเพื่อปกป้องเจ่าไห่และช่วยให้ เม็นเดสได้รับความสัมพันธ์ที่ดีกับเผ่าหมีดํา อย่างไรก็ตามการเดินทางในครั้งนี้ทําให้พวกเขาทําได้หลายอย่าง อย่างน้อยที่สุดเขา
ก็ได้เห็นแล้วว่าเจ่าไห่ได้รับธงพันมิตรจากเผ่าหมีด่า
ระหว่างการเดินทางเจ่าไห่อยู่ในร่างของซอมบี้ อย่างไรก็ตามมีคนเห็นว่ามีธงอยู่บนร่างของซอมบี้ มีธงของเผ่าเฮคัส, เผ่าหมี และยังมีธงอื่นๆอีกด้วย แม้ว่าจ้าวไห่จะมีธงของเผ่าวู มันก็ยังคงเป็นเพียงธงทั่วไป ดังนั้นมันจึงไม่ได้มีประโยชน์อะไร
หากผู้คนกล้าที่จะทําอะไรเจ่าไห่ มันก็หมายความว่าพวกเขาละเมิดเผ่าเฮคัสด้วย สิ่งนี้จะรวมเผ่าย่อยของเผ่าเฮคัสทั้งหมดซึ่งความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยถ้าหากจะมีปัญหากับพวกเขา
เป้าหมายของเจ่าไห่ตอนนี้คือเมืองบีสก็อด หรือเมืองของพระเจ้า ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ไปและจงใจติดต่อกับทุกเผ่าที่เขาเจอ แน่นอนว่าการติดต่อที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งจําเป็นเช่นกัน
ระยะทางระหว่างเมืองของเผ่าหมีดํากับเมืองบีสก็อดนั้นไม่ไกลนัก มันสามารถเดินทางเป็นเวลา 10 วันก่อนถึงเมือง สําหรับเมืองบีสก็อด หรือเมืองของพระเจ้านั้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ซื้อขายที่ดีมากสําหรับพวกเขา
เนื่องจากธงของเขา การเดินทางของเจ่าไห่จึงไม่มีอะไรน่าห่วงเลย เผ่าทั้งหมดที่เขาเห็นเจ้าไห่พวกเขาท่าตัวดีมาก
โดยปกติแล้วจ้าวไห่จะไม่ปล่อยให้พวกเขาขาดทุน ดังนั้นเขาจึงทิ้งเมล็ดข้าวไว้เป็นของขวัญให้กับชนเผ่าเหล่านั้น การกระทํานี้ทําให้พวกเขาเหล่านี้มีความสุขมาก
จ้าวไห่และคนอื่นๆก็ฟังข่าวไปพร้อมกัน ข่าวเหล่านี้เกี่ยวกับวิธีที่กิลแห่งความสว่างตัดการขนส่งอาหารทั้งหมดที่มุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้า ดูเหมือนว่าการขาดแคลนอาหารจะเกิดมาจากกิลแห่งความสว่างจริงๆ
ข่าวนี้เป็นสิ่งที่เผ่าที่เจ่าไห่ไปหาปล่อยออกมาพร้อมกัน พวกเขาปล่อยข่าวนี้เพื่อเตรียมความ
พร้อมเพื่อดูเผ่าอื่นๆ และเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสงคราม
ข่าวนี้เป็นเหมือนการทิ้งระเบิดให้กับพวกชนเผ่า ไม่นานชนเผ่าในทุ่งหญ้าก็ระเบิดออกมาดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขากําลังเดือดมากๆ แม้แต่เจ่าไห่ก็ยังสามารถเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของพวกเขาได้
เจ่าไห่รู้ว่าถ้าเขาไม่มีธงทั้งหมดนี้ ชนเผ่าเหล่านั้นก็อาจมาหาเขาแล้วขับไล่เขาออกจากทุ่งหญ้า
แม้ว่าชนเผ่าเหล่านี้มีความคิดเป็นของตัวเอง แต่พวกเขาก็ยังได้รับกลุ่มของเจ่าไห่อย่างอบอุ่น
นี่ทําให้หัวใจของเจ่าไห่รู้สึกแปลกๆ
เจ่าไห่ไม่กล้าปล่อยนกอินทรีย์ไปยังเมืองบีสก็อดในตอนนี้ ที่นั่นมักมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 อยู่ตลอดเวลาอย่างน้อย 10 คน แม้ว่านกอินทรีย์จะแข็งแกร่งมาก แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะเทพผู้มีพลังระดับ 9 ได้ หากเทพผู้มีพลังระดับ 9 เข้าใจผิดปัญหาของเจ่าไห่ มันจะใหญ่มากกว่าที่เขาจะจัดการ
เผ่าอื่นน่าจะรู้เรื่องนกอินทรีย์ของเขาอยู่แล้ว แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นเจ้าชายแห่งเผ่าเฮคัส แต่เทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่ปกป้องเมืองจะไม่ยอมปล่อยเขาหากเขากล้าปล่อยนกอินทรีย์ตอนนี้
หลังจากเดินทางมา 10 วันแล้ว เจ่าไห่ก็มาถึงเมืองบีสก็อดในที่สุด สิ่งที่ทําให้เจ่าไห่ ประหลาดใจที่สุดคือความจริงที่ว่า ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้เมืองมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับกิลแห่งความสว่างน้อยลง เมื่อเขามาถึงเมืองก็มีขุนนางกําลังพูดถึงสิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่สับสน
อย่างไรก็ตามความคิดของเจ่าไห่ถูกขัดจังหวะในที่สุดเมื่อเขาเห็นเมืองที่มีชื่อเสียง เมืองนี้มีทั้งสีเขียวและสีแดง เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในเมือง ดูเหมือนว่าเมืองนี้พร้อมมากที่จะโจมตีคนที่ท่าเรื่องไม่ดีกับพวกเขา
เมื่อเขาเข้ามาใกล้และใกล้กับกําแพงเมืองเจ่าไห่สังเกตว่าแรงมันมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าเมืองบีสก็อด หรือเมืองของพระเจ้า ก็เหมือนกับเมืองอื่นๆ แต่สีแดงเข้มทําให้ผู้คนรู้สึกกดดันอย่างมาก
กําแพงเมืองไม่สูงเท่ากับเมืองคาร์สัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเมืองถูกสร้างไว้บนที่ราบมันดูค่อนข้างสูง
เมืองบีสก็อด หรือเมืองของพระเจ้า ดูมีชีวิตชีวามาก ในขณะที่เขายังไม่มาถึงเมือง เจ่าไห่ก็สามารถมองเห็นผู้คนรอบเต็นท์ได้แล้ว
เจ่าไห่มองดูเต็นท์และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆ อย่างไรก็ตามเขาก็รู้ว่าการสร้างบ้านในทุ่งหญ้านั้นยากกว่าการสร้างบ้านในดินแดนที่เขาอยู่
ไม่นานนักเจ่าไห่ก็มาถึงเต็นท์ใกล้ๆ เขาเห็นพ่อค้าจากต่างแดนเข้ามาและออกจากเต็นท์ที่นี่
เจ่าไห่หยุดพ่อค้าคนนั้น ก่อนที่เขาจะเดินออกจากร่างของซอมบี้ เขาไม่กลัวที่จะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่คนอื่นๆ แต่เขาไม่ต้องการให้ชาวเผ่าคนอื่นๆ ในเมืองต่อว่าเขา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทําให้พวกเขากลายเป็นซอมบี้ในสถานที่แห่งนี้
เมื่อเจ่าไห่ออกจากซอมบี้เขาได้รับซอมบี้ทันที จากนั้นเขาก็เดินไปยังเมืองด้วยรถม้า ในเวลานี้ รถม้ากําลังเข้าใกล้เมืองอย่างรวดเร็ว สายรถม้านี้ถูกดึงไปพร้อมกับม้าที่มีพลังมากถึงระดับ 4 มันเป็นสัตว์เวทย์ที่มีพลังสูง
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย