Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 519 - ดวงอาทิตย์?
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 519 - ดวงอาทิตย์?
บทที่ 519 – ดวงอาทิตย์?
การจัดการทองคําระหว่างคนต่างแดนและชนเผ่ามันมีความแตกต่างกัน เนื่องจากคนจากต่างแดนใช้โลหะมีค่าเหล่านี้เป็นสกุลเงินหมุนเวียนพวกเขาจึงปั้นเป็นเหรียญ อย่างไรก็ตามชนเผ่าในทุ่งหญ้าไม่ได้ใช้ทองคําในการซื้อขายกัน เนื่องจากพวกเขามีสัตว์เวทย์เพื่อแลกเปลี่ยนกัน ก็เพราะเหตุนี้มันเลยทําให้ทองคําของพวกเขาไม่ได้มีค่าอะไร
เต็นท์ที่เป็นที่ฝังศพนั้นมันไม่ได้ถูกใช้เพื่อฝั่งศพเท่านั้นมันยังเป็นที่เก็บทองคําอีกด้วย ภายในเต็นท์มีทองคํามากมาย ถ้าหากว่าลองคํานวณดูจริงๆ มันก็เท่ากับความมั่งคั่งที่มหาศาลมากๆ ฮันส์มองหน้าของเจ่าไห่ เขาต้องการเห็นสีหน้าของเจ่าไห่เมื่อได้เห็นทองคําที่ไร้ค่าสําหรับพวกเขาเหล่านี้
ในอดีตเมื่อเผ่าวูทําการค้ากับคนต่างแดน ฮันส์จะพาพวกเขามาที่เต็นท์นี้ เมื่อคนต่างแดนมา เห็นสิ่งเหล่านี้น้ําลายของพวกเขาก็จะไหลออกมาและจะลืมว่าฮันส์อยู่กับพวกเขาด้วย เมื่อเห็นทองคําเหล่านี้พวกเขาก็ตะลึงจนพวกเขาแทบจะเข้าไปจูบและเลียก้อนทองคําเหล่านี้ ฮันส์เคยมองพวกเขาและรู้สึกเบื่อกับสิ่งที่เขาได้เห็นมากๆ
ฮันส์อยากเห็นว่าเจ่าไห่จะแสดงออกยังไง เมื่อเขาเห็นทองค่าเหล่านี้ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาหันไปมองเจ่าไห่ เขาก็ไม่อยากจะเชื่อเลยกับสิ่งที่เขาได้เห็น นั่นเป็นเพราะเจ่าไห่มองไปที่ทองคําเหล่านั้นก่อนที่จะมองไปที่อื่น ดูเหมือนว่าสําหรับเจ่าไห่แล้ว ทองคําเหล่านั้นไม่ได้มีค่าอะไรเลย
สิ่งที่เจ่าไห่แสดงออกมามันทําให้ฮันส์ประหลาดใจมากๆ แม้ว่าฮันส์จะไม่เคยไปเมืองต่างแดนมาก่อน เขาก็รู้ว่าพวกเขาใช้ทองคําและเงินเพื่อการค้า เขารู้ว่าทองคําเหล่านี้มีราคาที่แพงมากขนาดไหน เหตุผลที่เขาพาเจ่าไห่มาที่นี่ก็เพื่อดูว่าเขาจะเป็นคนโลภมากแค่ไหน
เหตุผลที่เผ่าวูมีความสัมพันธ์กับพ่อค้าต่างแดนน้อยมากก็เพราะพวกเขาไม่ได้ไว้ใจคนต่างแดน พวกเขาคิดว่าคนเหล่านั้นเป็นคนที่โลภมากเกินไป ดังนั้นหากพวกเขาต้องการมีความร่วมมือไปนานๆ กับพ่อค้าพวกเขาต้องการดูว่าพ่อค้าเหล่านั้นโลภมากแค่ไหนที่เก็บทองค่านี้ก็เหมือน
กับบททดสอบของพวกเขา
พ่อค้าที่มาที่นี่ในอดีตถูกฆ่าและถูกเอาไปทิ้ง ในครั้งนี้พวกเขาต้องการที่จะดูท่าทางของเจ่าไห่และดูว่าเขาดีพอที่จะทําการค้ากันนานๆหรือไม่ หากว่าเจ่าไห่เป็นคนที่โลภมากเหมือนกับคนอื่นๆ ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ มันก็ยากมากที่พวกเขาจะยอมทําการค้ากับเจ่าไห่อีกครั้งในอนาคต
แม้ว่าท่าทางของเจ่าไห่จะทําให้ฮันส์ตกใจ แต่มันก็ทําให้ฮันส์พอใจกับสิ่งนี้มากๆ ในเวลาเดียวกัน เจ่าไห่ก็แปลกใจเช่นกัน นี่เป็นเพราะที่นี่ไม่ได้เป็นที่เก็บธรรมดาๆ แต่มันเป็นขุมทรัพท์ขนาดใหญ่!!
เมื่อเห็นว่าเจ่าไห่มองไปรอบๆ ฮันส์ก็พูดว่า “ท่านสามารถเอาทองคําเหล่านี้ไปได้เลย เอาไปตามจํานวนเท่ากับราคาที่ท่านได้ตกลงไว้
เจ่าไห่มองไปที่ฮันส์ด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่ได้อะไรนะ แต่ข้าคิดว่าข้าไม่ได้ต้องการทองคําเหล่านี้ ข้าต้องการเลือกอย่างอื่นในห้องนี้ ถ้ามันมีค่าเกินกว่าอาหารที่ข้าให้ ข้าจะเพิ่มผลขนมปังให้ เจ้าคิดว่ายังไง?
ฮันส์มองเจ่าไห่ด้วยท่าทางแปลกๆ เหตุผลที่ท่าทางของฮันส์คือความเข้าใจผิดของเจ่าไห่ นี่ไม่ใช่ขุมทรัพย์ของเผ่าวู นี่เป็นเพียงเต็นท์เก็บของ ในเต็นท์นี้นอกเหนือจากทองคําแล้วยังมีของแปลกๆที่เผ่าวูได้รับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ไร้ประโยชน์กับเผ่าวู พวกมันไม่ได้มีค่าอะไรกับพวกเขาเลย เหมือนกับทองคําที่พวกเขามี
เป็นเพราะเหตุนี้เมื่อเจ่าไห่บอกกับฮันส์ว่าเขาต้องการแลกเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ เพื่อเปลี่ยนเป็นอาหาร เขาก็ไม่สามารถทําอะไรได้ แต่ก็มองด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นสีหน้าของฮันส์เจ่าไห่ก็สับสนแล้วเขาถามว่า “มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ? ข้าทําเช่นนั้นไม่ได้เหรอ?”
ฮันส์ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ข้าไม่สามารถจัดการกับเรื่องเหล่านี้ได้ ข้าจําเป็นจะต้องถามผู้เฒ่า
ก่อน ข้าจะต้องขอให้ท่านออกไปกับข้าก่อน” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วออกมาจากเต็นท์กับฮันส์ ในขณะที่ฮันส์ไปหาผู้เฒ่าเผ่าวู,เจ่าไห่ก็รออยู่หน้าเต็นท์
เหตุผลที่เจ่าไห่เสนอการค้านี้เป็นเพราะเขาเห็นสิ่งแปลกประหลาดในเต็นท์ มันเป็นโลหะชิ้นหนึ่งในขวดคริสตัล สิ่งที่เป็นโลหะนี้ดูแปลกมากมันกําลังเดือดเหมือนจะมีเปลวไฟสีฟ้าจางๆอยู่รอบๆ หากไม่มีใครสนใจมันก็จะไม่สังเกตเห็นเปลวไฟนี้
เมื่อดวงตาของเจ่าไห่มองเห็นสิ่งนั้น เขารู้สึกถึงบางสิ่งในใจของเขามันบอกกับเขาว่าเขาต้องได้มันมา!! ด้วยความรู้สึกนี้เจ่าไห่จึงขอจากฮันส์
ไม่นานนักฮันส์ก็กลับมองไปเจ่าไห่และพูด “นายน้อยเจ่าไห่ผู้เฒ่าอนุญาตแล้ว เนื่องจากเจ่าไห่เป็นมิตรของเผ่าเรา ดังนั้นเราจะไม่ทํากับเจ้าเหมือนคนอื่น ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งของทุกอย่างในเต็นท์นี้ไม่มีค่าสําหรับเผ่าของเรา ถ้านายน้อยชอบสิ่งใด ท่านก็สามารถเอามันไปได้ท่านก็สามารถเอาทองคําไปได้ตามที่เราได้ตกลงกันแล้ว”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินฮันส์เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดว่า “ผู้เฒ่าของเผ่าวูเป็นคนที่ดีจริงๆ แต่ข้าไม่ต้องการเอาเปรียบเผ่าวูเหมือนกัน สิ่งที่อยู่ภายในเต็นท์นี้อาจไร้ประโยชน์สําหรับเจ้า แต่สําหรับข้ามันมีประโยชน์มาก ข้าต้องการเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นทองค่าที่อยู่ที่นี่ข้าเอาไว้ที่หลังดีกว่า”
จากนั้นเขาก็หันกลับไปที่เต็นท์เขาหยิบโลหะแปลกๆแล้วบอกฮันส์ว่า “ฮันส์ข้าต้องการสิ่งนี้ เนื่องจากข้ามีเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องจัดการข้าจะไม่บอกลากับผู้เฒ่า หากข้ามีโอกาสในภายหลัง
ข้าจะเคารพท่านอย่างแน่นอน”
ฮันส์มองไปที่เจ่าไห่และพยักหน้า จริงๆแล้วเขาคิดว่าเจ่าไห่เป็นมิตร ท้ายที่สุดแล้วท่าทางของเจ่าไหในวันนี้ทําให้ฮันส์ประทับใจเขามาก
หลังจากบอกลากับฮันส์เจ่าไห่ก็ขึ้นหลังนกอินทรีย์ขณะที่มันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อเจ่าไห่คิดว่าจะมีขุนนางหรือคนอื่นๆ เห็นเขาเขาก็เข้าสู่มิติทันที
หลังจากที่เขาเข้าไปในมิติ เขาก็เห็นว่ามีเสียงแจ้งว่า “แหล่งพลังงานบริสุทธิ์ที่ตรวจพบการรวมกันของ 3 คุณสมบัติ; โลหะไฟและน้ํา การปรับพลังงานบริสุทธิ์ลงในมิติการเจริญเติบโตของพืชดีขึ้น ร่างกายของเจ้าของมิติดีขึ้น พลังเพิ่มขึ้นมาอีก 2 นั่นก็หมายความว่าเจ่าไห่มีพลัง ไม้ ไฟ น้าและโลหะ”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินเสียงนี้เขาก็ตกใจมาก มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินบางสิ่งที่มีองค์ประกอบ 3 อย่างในนั้น นอกจากโลหะแล้วยังมีไฟและน้ําเขาไม่ได้คิดว่าทั้งสองจะอยู่ร่วมกันได้จริง สิ่งนี้แปลกเกินไปจริงๆ
อย่างไรก็ตามนี่เป็นสิ่งที่ดีสําหรับเขา ในอดีตเจ่าไห่สามารถควบคุมโลหะและพืชได้เท่านั้น แต่ตอนนี้เขาสามารถควบคุมไฟและน้ําได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีกับเจ่าไห่มาก
ถึงแม้ว่าเวทย์จะมีธาตุไฟและน้ํา แต่ตอนนี้เจ่าไห่ก็ถือได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถที่แตกต่างจากไฟและน้ํา มีความแตกต่างอย่างมากระหว่างพลังเวทย์ไฟและน้ํา และผู้ใช้ที่มีความสามารถต่างกันระหว่างไฟและน้ํา
เมื่อนักเวทย์ใช้เวทย์พวกเขาจะใช้มันผ่านคาถา นอกจากนี้พวกเขายังใช้เวทย์มนตร์ในร่างกายของพวกเขาเพื่อสะท้อนกับองค์ประกอบที่มีเวทย์มนตร์ จากนั้นพวกเขาก็สามารถร่ายคาถาของพวกเขาได้
อย่างไรก็ตามเมื่อทําการร่ายเวทย์แล้ว จะไม่มีทางเปลี่ยนรูปแบบได้ หากคุณร่ายเวทย์บอลไฟ มันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะกลายเป็นมังกรไฟ นักเวทย์สามารถใช่มังกรไฟได้ถ้าเขาต้องการ
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเจ่าไห่จะได้รับความสามารถในที่แตกต่างอีก 2 อย่างเขาก็ยังจําเป็นต้องฝึกฝนด้วยเช่นเดียวกับที่เขาทํากับความสามารถองค์ประกอบของโลหะและไม้ ความสามารถเหล่านี้จําเป็นต้องมีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
เจ่าไห่มีความสุขมากกับการพัฒนาในครั้งนี้ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในขวดมันคืออะไรมันก็ยังให้เขา 2 ความสามารถใหม่รวมทั้งปรับปรุงการเจริญเติบโตของพืชในมิติสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีมาก
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้เจ่าไห่ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็ให้ความสนใจของเขาไปที่ขวดคริสตัลแล้วเปิดขวดออก เมื่อเปิดขวดเจ่าไห่ก็ไม่ได้คิดว่าโลหะภายในจะบินออกจากขวดทันที และพุ่งขึ้นเร็วขึ้น และเร็วขึ้น ถึงจุดที่เจ่าไห่มองไม่เห็นอีกต่อไป แต่เขารู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยมเกิดขึ้นในมิติ
ในอดีตแม้ว่ามิติจะมีอุณหภูมิที่เหมาะสมและมีความอบอุ่นที่พวกเขารู้สึกว่าไม่มีชีวิต เมื่ออยู่กลางแจ้งมิติรู้สึกเหมือนกับอยู่ในห้องอื่นๆ มันรู้สึกแปลกมาก
อย่างไรก็ตามมันแตกต่างกันในเวลานี้ แม้ว่าอุณหภูมิภายในมิติ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่เจ่าไห่ก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แท้จริงในร่างกายของเขา มันรู้สึกสบายมาก
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เจ่าไห่ก็ยืนนิ่งทันทีจากนั้นเขาก็ตบหัวตัวเอง นี่ไม่ใช่ความรู้สึกเหมือน พระอาทิตย์ใช่ไหม? สิ่งที่อยู่ในขวดไม่ใช่โลหะ แต่เป็นดวงอาทิตย์ขนาดเล็กงั้นเหรอ?
ในตอนนี้ก็มีเสียงจากมิติว่า “ตรวจพบวัสดุที่ไม่รู้จัก คุณสมบัติผลึกรูปขวด ไม่ทราบที่มาของวัสดุ คุณสมบัติของวัสดุมีความพิเศษสามารถเก็บได้ทุกอย่างโดยไม่ทําลาย การดูดซับสมบัติของวัสดุ พลังของเจ้าของมิติแข็งแกร่งขึ้น ตอนนี้ร่างกายสามารถป้องกันการโจมตีต่างๆได้”
สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่ตกตะลึงอย่างมากเขาไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ เขาได้รับความสามารถที่แตกต่างอย่างไม่คาดคิด แล้วเขาก็ยังสามารถเปลี่ยนร่างของเขาเป็นคริสตัลอีกงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้น เขาจะไม่กลายเป็นมนุษย์คริสตัลเหรอ? หลังจากนั้นเขาจะมีชีวิตอยู่หรือไม่?
เมื่อเขาคิดถึงคําถามเหล่านี้ก็ได้ยินเสียงว่า “เจ้าของไม่ต้องกังวลอะไรเลย การตกผลึกของร่างกายเกิดขึ้นในระดับเซลล์ ท่านสามารถใช้ได้ตามปกติ หลังจากความสามารถเพิ่มขึ้นถึงระดับสูงแล้ว ท่านสามารถเปลี่ยนสิ่งอื่นๆ ให้กลายเป็นคริสตัลได้ ท่านสามารถใช้หรือหยุดความสามารถได้ตลอดเวลา”
หลังจากเจ่าไห่ได้ยินเสียงนี้เขาก็ไม่อาจทําอะรได้ แต่ก็หัวเราะ ความสามารถนี้มีพลังที่ดีจริงๆ
หากความสามารถนี้แข็งแกร่งขึ้นในอนาคตถ้าเขาเอาชิ้นส่วนของแก้ว และเปลี่ยนเป็นผลึกมันจะสามารถเป็นอาวุธอื่นได้
ในขณะที่เก็บขวดอย่างระมัดระวัง ร่างกายของเจ่าไห่เปล่งประกายออกมาจากมิติขวดนี้มีประโยชน์มากสําหรับเขา เนื่องจากเขายังไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้กลายเป็นคริสตัลได้ หากเขามาถึงสิ่งที่เขาไม่สามารถเก็บได้ มันก็จะสามารถช่วยเขาได้
หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วเขาก็ออกจากมิติ ตอนนี้เจ่าไห่อยู่บนหลังของนกอินทรีย์ เขาอยู่บนท้องฟ้าของค่ายของเผ่าหมีดําแล้วเจ่าไห่สั่งให้นกอินทรีย์บินลงทันที
ผู้คนในเผ่าหมีด่าได้เห็นนกอินทรีย์แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาเห็นนกอินทรีย์บินดิ่งลงมา
พวกเขาไม่สามารถทําอะไรได้ แต่ก็มองด้วยความสงสัย
เจ่าไห่ไม่ได้ควบคุมนกอินทรีย์และเพิ่งปล่อยให้มันไป ไม่นานเขาก็อยู่ต่อหน้าค่ายของเผ่าหมีดำ ซึ่งงานเลี้ยงกําลังดําเนินอยู่
ตอนนี้เผ่าหมีดํามีความเกรงใจต่อเจ่าไห่มาก แม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่รู้เกี่ยวกับเจ่าไห่ พวกเขายังคงเคารพกับคนที่ให้อาหารพวกเขา
เจ่าไห่ยังเคารพเผ่าหมีด่าทุกคนก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปยังเต็นท์ทองคํา งานเลี้ยงที่นั่นได้เริ่มขึ้นแล้ว ผู้เฒ่าเป็นเจ้าภาพจัดงานในขณะที่ผู้เฒ่าที่อยู่กับบุฟฟ่อน เม็นเดส ลอร่าและคนอื่นๆ ก็นั่งข้างๆ พร้อมกับผู้หญิงในเผ่าหมีด่าคนอื่นๆ พวกเขาก็พูดคุยและหัวเราะกันอย่างมีความสุข
เมื่อผู้เฒ่าหมีดําเห็นว่าเจ่าไห่กลับมาแล้ว เขาก็เชิญเจ่าไห่มานั่งข้างๆเขาทันที ที่นั่นเจ่าไห่สามารถมองเห็นเก้าอี้ที่ว่างอยู่โดยเจตนาเพื่อเจ่าไห่ สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่ประหลาดใจมาก ที่ทางด้านซ้ายของผู้เฒ่าเป็นตําแหน่งที่สําคัญและน่านับถือมาก
อย่างไรก็ตามเขาก็รู้ว่าการเป็นคนเกรงใจนั้นไร้ประโยชน์ ในเวลานี้ คนที่เกรงมากเกินไปเป็นคนที่พวกเขาไม่ชอบมากๆ ดังนั้นเขาจึงค่านับทันทีก่อนมาถึงเก้าอี้ว่างแล้วนั่งลง
เมื่อเห็นเจ่าไห่นั่งลงผู้เฒ่าก็ถือแก้วไวน์ของเขาแล้วพูดว่า “วันนี้เป็นวันที่มีความสุข เผ่าหมีด่าของเราได้มิตรที่น่าเชื่อถือคือเจ่าไห่ ทุกคนมาร่วมที่ข้าเพื่อยินดีกับมิตรใหม่ของเรา!” ทุกคน ยกแก้วของพวกเขาพร้อมกันแล้วพูดว่า “ไชโย!” จากนั้นพวกเขาก็ดื่มไวน์ในแก้ว
หลังจากเติมไวน์ลงในแก้วของเขาแล้วผู้เฒ่าก็ถือมันขึ้นมาอีกครั้งและกล่าวว่า“พี่น้องของพวกเราคือเผ่ามาร์ซี เผ่าของพวกเราส่งข่าวเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนอาหาร พวกเขาบอกว่า นี่อาจเป็นสาเหตุของกิลแห่งความสว่าง หากเรื่องนี้เกิดจากกิลแห่งความสว่างจริงๆ แน่นอนว่าเราต้องไปยังดินแดนของพวกเขาเพื่อปล้นสะดมอาหาร ทุกคนเตรียมตัว!”
เผ่าหมีด่าทุกคนยกแก้วของพวกเขาอีกครั้งและให้ตะโกนว่า “ใช่! ใช่! ใช่!” จากนั้นพวกเขาก็ดื่มไวน์ในแก้วที่สองของพวกเขา
จากนั้นผู้เฒ่าก็ยกแก้วของเขาเป็นครั้งที่สามและพูดว่า “แต่เจ้าทุกคนควรจําไว้ไม่ว่าเราจะเกลียดคนต่างแดนมากแค่ไหน เจ่าไห่จะเป็นมิตรของเราเสมอ!” จากนั้นผู้คนพูดเป็นเสียงเดียวกัน “ใช่!” ก่อนที่พวกเขาจะดื่มไวน์ในแก้วที่ 3 จากนั้นก็กินตามสิ่งที่เขาอยากกิน
หลังจากดื่ม 3 แก้วอย่างต่อเนื่องผู้เฒ่าก็วางแก้วของเขาลงแล้วหันหน้าของเขาไปที่เจ่าไห่ และพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าทําการค้าอะไรกับเผ่า?”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย