Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 517 - การค้าที่คุ้มค่า
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 517 - การค้าที่คุ้มค่า
บทที่ 517 – การค้าที่คุ้มค่า
ผู้เฒ่าเผ่าหมีดําไม่ได้ทําเรื่องเหล่านี้จากความอยากของตัวเอง ตั้งแต่ที่เขาได้เป็นผู้เฒ่าของเผ่าหมีด่าเขาก็คิดหรือพิจารณาเรื่องต่างๆ อย่างรอบครอบ
เจ่าไห่ไม่ได้รู้ถึงความสําคัญของแกะมากนัก แต่ชนเผ่าเหล่านี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย สําหรับคนต่างแดนมันอาจจะไม่ได้มีค่าอะไรมากกับพวกเขา แต่สําหรับชนเผ่าอย่างพวกเขามันเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ
นอกจากนี้ยังบอกได้อีกว่าเงินและทองที่ทุกคนต้องการมันก็เหมือนกับก้อนหิน สําหรับพวกเขาแล้ว สิ่งที่มีค่ามากที่สุดก็คือแกะ
เจ่าไห่ที่เป็นเจ้าชายของเผ่าเฮคัสและก็ยังเป็นมิตรกับเผ่ามาร์ซี ด้วยความสัมพันธ์ของพวกเขา ผู้เฒ่าเผ่าหมีดําจึงให้ความสําคัญกับเจ่าไห่มากๆ
ตามธรรมชาติแล้วชนเผ่าอย่างพวกเขาจะให้ความสําคัญกับความสัมพันธ์ที่มีมากๆ และมันก็เพราะพวกเขามีความรู้สึกที่ดีและจริงจังกับเรื่องนี้มากๆ แน่นอนว่าเมื่อพวกเขาเป็นเช่นนี้ การที่ได้เป็นมิตรกันก็เพื่อที่จะคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ตอนนี้สถานการณ์ของเผ่าหมีดํามันไม่ค่อยจะดีนัก เป็นอย่างที่ผู้เฒ่าเผ่าหมีด่าได้บอกกับเจ่าไห่ไว้ หากว่าพวกเขาไม่ได้ยากจนมากนัก พวกเขาก็อาจจะซึ่งอาหารมากกว่านี้ แต่มันก็น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้มีอะไรมากนัก
มีเหตุผล 3 ประการที่ผู้เฒ่าให้ธงของเผ่ากับเจ่าไห่ ประการที่ 1 เป็นเพราะความสัมพันธ์ของเผ่าเฮคัสกับเผ่าหมีดํา ประการที่ 2 ก็เพราะเผ่ามาร์ซี และประการที่ 3 ก็เพราะเจ่าไห่เป็นพ่อค้าที่ดี ด้วยเหตุผล 3 ประการนี้ผู้เฒ่าจึงตัดสินใจที่จะให้ธงที่เปรียบเหมือนกับมิตรแก่เจ่าไห่
เจ่าไห่ไม่ได้เกรงใจ เขาเดินไปข้างหน้าและเอาธงนั้นทันที จากนั้นเจ่าไห่ก็คํานับและพูดว่า “ข้าต้องขอขอบคุณท่านมาที่ไว้ใจข้า ต่อไปนี้เป็นต้นไปข้าคนนี้จะเป็นมิตรที่ดีสําหรับเผ่าหมีดํา และข้าจะให้ผลขนมปังไว้ 50 ล้านกิโลเพื่อเป็นการขอบคุณ โปรดจงรับมันไว้ด้วย”
ผู้เฒ่าไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะมอบผลขนมปังแก่พวกเขา นี่ไม่ได้เรื่องเล็กๆ เลยโดยปกติแล้วการค้าระหว่างชนเผ่ากับคนจากต่างแดนมันจะไม่ได้มากนัก แต่นี่เจ่าไห่กับให้พวกเขาแบบฟรีๆ
ผู้เฒ่ารับสิ่งที่เจ่าไห่ได้ให้มา เขารู้สึกว่าการที่ได้เป็นมิตรกับเจ่าไห่มันเป็นเรื่องที่คุ้มค่ามากๆ
ผู้เฒ่าอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา แน่นอนอยู่แล้วว่าข้าจะต้องรับมัน แต่ข้าก็ไม่ได้รับอย่างเดียว เจ้าจะรับเงินหรือทองคําจากข้าจริงเหรอ?
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่เลย…ข้าต้องการเงินและทองคํา ถึงแม้ว่าเงินและทองมันจะไม่ได้มีประโยชน์กับพวกท่าน แต่สําหรับข้ามันเป็นของที่มีค่า”
ผู้เฒ่าหัวเราะและพูดว่า “ดีจริงๆ ข้าก็จะไม่เกรงใจเจ้าแล้ว ลีเบนเจ้าบอกให้คนเอาเงินและทองคํามาที่นี่และสั่งให้พวกเขาไปจัดงานเลี้ยงที”
เจ่าไห่พูดขึ้นทันทีว่า “ท่านผู้เฒ่า ข้าอยากจะขอให้เลื่อนงานเลี้ยงนี้ไปก่อน ข้าจําเป็นที่จะต้องไปที่เผ่ามาร์ซีในวันนี้ ข้าจะต้องนําเอาของที่พวกเขาต้องการไปให้พวกเขา โปรดให้ท่านรอก่อน
ข้าจะต้องไปส่งผลขนมปังให้ที่เหลือให้กับพวกเขา”
ผู้เฒ่าส่ายหัวและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงที่จะให้พวกเขารอเจ้า พวกเขารอได้อยู่แล้ว ว่าแต่พวกเขาใช้อะไรเพื่อแลกเปลี่ยนกับเจ้างั้นเหรอ? เงินหรือทองคํา?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “มีทั้งทองคําและเงิน และก็ยังมีสัตว์เวทย์เป็นส่วนในการแลกเปลี่ยนด้วย จริงด้วยผู้เฒ่า ข้ายังต้องการสัตว์เวทย์ที่หายาก ข้าไม่สนว่ามันจะเป็นสัตว์เวทย์ชนิดไหน ข้าต้องการแค่ว่ามันลักษณะเฉพาะที่ทุ่งหญ้าแห่งนี้มี มันจะดีมากเลยถ้าหากว่าท่านมี”
ผู้เฒ่าไม่ได้พูดอะไรไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็พยักหน้าและพูดว่า “เอาสิ ข้าจะหามาให้ในภายหลัง แต่เราจําเป็นต้องทําข้อตกลงกัน ซึ่งข้อตกลงนี้ไม่ได้ทํากับคนอื่นๆเลย และก็ห้ามให้คนจากต่างแดนคนอื่นๆรู้เรื่องนี้ด้วย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ผู้เฒ่าสบายใจได้เลยข้าจะไม่ให้พวกพวกเขารู้เรื่องนี้เลย และข้าก็จะไม่เอาไปให้ใครด้วย และข้าเองก็ไม่ได้ต้องการพวกเขามาเพื่อทําการวิจัยเลย” จากนั้นผู้เฒ่าก็พยักหน้า
เจ่าไห่ดูเวลาและหันไปหาผู้เฒ่าพร้อมกับพูดว่า “ผู้เฒ่า ข้าจะไปเอาผลขนมปังให้ท่าน 50 ล้านกิโล” ผู้เฒ่าพยักหน้าแล้วเจ่าไห่ก็ออกไป
เมื่อเจ่าไห่ออกจากเต็นท์ไป บุฟฟ่อนก็ยิ้มให้กับผู้เฒ่าและพูดว่า “ผู้เฒ่ามันจะเร็วไปไหม? ที่จะตัดสินใจเรื่องธงพันธมิตร ไม่ใช่แค่ท่านที่สามารถให้ได้เลย แต่เราจําเป็นต้องคุยกับคนอื่นๆด้วย”
ผู้เฒ่ามองบุฟฟ่อนและพูดว่า “เผ่ามาร์ซีของเจ้า ก็ต้องการให้ธงพันธมิตรกับเจ่าไห่ไม่ใช่หรือ?”
บุฟฟ่อนส่ายหัวและพูดว่า “ไม่ใช่เผ่าของข้า แต่เป็นเผ่าวู พวกเขาต้องการมอบธงให้กับเจ่าไห่ ซึ่งมันจะเป็นประโยชน์มากกับเจ่าไห่ ด้วยเหตุนี้พวกเราก็ต้องการให้ทุกเผ่ามอบธงให้กับเจ่าไห่เพื่อเป็นพันธมิตรกัน”
ผู้เฒ่าคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าเผ่าไม่ถือเป็นเผ่ามาร์ซี แต่ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของพวกเขานั้นแข็งแกร่งมากๆภายใต้เผ่าวู ความแข็งแกร่งของพวกเขาอาจะถือได้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งที่สุด บางที่เผ่าวูที่เป็นเผ่าย่อยๆ อาจจะแข็งแกร่งกว่าเผ่ามาร์ซีก็ได้
สําหรับพวกเขาที่จะให้ธงกับเจ่าไห่ แสดงว่าเจ่าไห่จะต้องเป็นคนที่สําคัญกับพวกเขามากๆ
เมื่อถึงจุดนี้เองผู้เฒ่าก็ได้ตะหนักถึงคุณค่าของการค้าในครั้งนี้
ในเวลานี้เจ่าไห่ได้เอาผลขนมปังออกมาแล้ว กองผลขนมปังดูเหมือนกับเนินเขาเล็กๆ ผู้เฒ่าส่งเสียงด้วยความตกใจเมื่อเห็นมัน จากนั้นเขาก็สั่งให้ชาวเผ่าเอาไปเก็บไว้ยังที่ปลอดภัยทันที
เมื่อเจ่าไห่กลับไปที่เต็นท์ลีเบนก็ยังไม่ได้กลับมา เขายังคงจัดการกับทองคําและเงินที่ต้องให้เจ่าไห่
หลังาจากเจ่าไห่เข้ามาในเต็นท์แล้ว เขาก็ไปหาผู้เฒ่าและพูดว่า “ผู้เฒ่าข้าจะต้องไปที่เผ่าย่อยของเผ่ามาร์ซีหรือเผ่าวู เพื่อที่จะนําอาหารไปให้กับพวกเขา และข้าจะกลับมาเมื่อจัดการทุกอย่างแล้ว”
ผู้เฒ่ามองและพูดว่า “เจ้าต้องไปจริงๆ หรือ? ขัสได้เตรียมงานเลี้ยงไว้แล้ว”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะกลับมาทันทีเมื่อจัดการเสร็จ” จากนั้นเขาก็ออกไปทันที ไม่นานนักก็มีเงาสีแดงลงมา ก่อนที่ลีเบนจะเห็นว่ามันคือนกอินทรีย์ที่สูงกว่า 3 เมตรพาเจ่าไห่ไป มันใช้เวลาไม่นานก่อนที่มันจะกลายเป็นจุดเล็กบนท้องฟ้า
เมื่อลีเบนเห็นเช่นนี้เขาก็ให้คนอื่นๆ นําทองคําและเงินไปเก็บไว้ก่อน จากนั้นเขาก็กลับไปที่เต็นท์และบอกทอย่างที่เขาเห็นกับผู้เฒ่าเผ่าหมีดํา
ผู้เฒ่าตอบกลับทันที “เจ้าแน่ใจงั้นเหรอว่านกอินทรีย์ดูแข็งแกร่งกว่าสัคว์เวทย์ของเรา ซึ่งนั่นก็หมายความว่าคนจากต่างแดนสามารถใช้พวกมันโจมตีทางอากาศได้แล้วน่ะสิ”
นี่คือความแตกต่างของพวกเราและคนจากต่างแดนอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งพวกเขามีกองทัพที่บินอยู่บนท้องฟ้าเป็นของตัวเอง ซึ่งนี่มันอาจจะเป็นสิ่งที่พวกเขาได้เปรียบพวกเรา
ดูเหมือนว่าตอนนี้เจ่าไห่จะมีสัตว์ที่สามารถบินได้และแข็งแกร่งมากๆ มันทําให้ผู้เฒ่าตกใจมาก
เขาไม่รู้ว่าคนอื่นจะมีสิ่งที่เจ่าไห่มีไหม?
หลังจากที่คิดเกี่ยวกับมัน เขาก็ไม่สามารถทําอะไรได้ แต่ก็หันไปหาบุฟฟ่อนและเม็นแดส บุฟฟ่อนที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเม็นเดสรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากเจ่าไห่ไม่ได้ ปิดบังมันกับพวกเขา แม้ว่าชนเผ่าจะมีเผ่าที่สามารถเป็นกองทัพบนท้องฟ้าได้ แต่ก็ไม่ได้มีมากนัก
ในเวลาเดียวกันเผ่าของพวกเขาก็ไม่สามารถมีความแข็งแกร่งได้เช่นนี้
เม็นเดสมองไปที่ผู้เฒ่าและรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการคําตอบ ดังนั้นเม็นเดสจึงไม่ปิดบังความจริงกับพวกเขา ในขณะที่เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “พวกเขามี แต่ไม่ใช่จักรวรรดิอาร์ซูที่มี ตอนนี้เจ่าไห่อยู่ภายใต้จักรวรรดิโรเซ่น ภรรยาของเขาก็เป็นลูกสาวของจักรพรรดิโรเซ่น การก่อตั้งกองทัพอากาศของพวกเขา มันต้องใช้เวลาก่อนที่พวกเขาจะสามารถใช้มันได้จริงๆ”
ผู้เฒ่าพยักหน้า “มันเป็นอย่างนี้นี่เอง มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าจักรวรรดิอาร์ซู มีกองทัพอากาศของตัวเองใช่มั้ย แล้วทําไมเจ่าไห่ถึงไม่ให้พวกมันกับจักรวรรดิอาร์ซู?”
เม็นเดสยิ้ม “เป็นเพราะเจ่าไห่มีปัญหากับจักรวรรดิอาร์ซูและกิลแห่งความสว่างด้วยความเป็นปฏิปักษ์เช่นนี้ เขาจะให้นกอินทรีย์ของเขาแก่อาณาจักรอาร์ซูได้อย่างไร”
เมื่อผู้เฒ่าได้ยินเม็นเดสเขายิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ มันเป็นเรื่องที่ดีแล้ว นี่หมายความว่าเราไม่จําเป็นต้องกลัวจักรวรรดิอาร์ซู”
เม็นเดสยิ้มและพูดว่า “นอกจากนี้ยังมีกิลแห่งความสว่างด้วย เมื่อเราจัดการกับจักรวรรดิอารซู เราสามารถประกาศออกไปว่าเป็นเพราะกิลแห่งความสว่างที่เอาอาหารไปจากเรา นี่จะเป็นบทเรียนของเจ่าไหที่ให้ต่อกิลแห่งความสว่าง”
ผู้เฒ่าหัวเราะ “ไม่จําเป็นต้องพูดอะไรเยอะ ข้ายังพบว่ากิลแห่งความสว่างมันน่ารังเกียจ และมันก็เป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาอยู่เบื้องหลังการขาดแคลนอาหารนี้ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถปล่อยพวกเขาไปได้ เราจะต้องประกาศออกไปและทําให้คนอื่นจัดการกับกิลแห่งความสว่างด้วยตัวเอง
มันจะทําให้เรื่องทั้งหมดสําเร็จ”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย