Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 515 - เผ่าหมีด่าผู้ฉลาด
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 515 - เผ่าหมีด่าผู้ฉลาด
บทที่ 515 – เผ่าหมีด่าผู้ฉลาด
ผู้เฒ่าเผ่าหมีด่ามองเจ่าไห่ แล้วพูดว่า “จริงด้วย แล้วผลขนมปังของเจ้าราคาเท่าไหร่กัน?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ราคาของมันงั้นเหรอ? ถูกกว่าข้าวไผ่ 4 เท่า” ราคาที่เจ่าไห่กําลังบอกนั้นก็คือราคาที่พ่อค้าทั่วไปขายกัน แต่ข้าวไผ่ที่เจ่าไห่ขายมันเป็นครึ่งราคาของพวกเขา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่แน่นอนว่าเจ่าไห่ไม่ได้ขายผลขนมปังของเขาในราคาที่น้อยกว่าข้าวไผ่ที่เขาขาย
ตอนนี้ผู้เฒ่าเผ่าหมีด่าก็ยังคงตะลึงกําลังราคาที่เจ่าไห่บอกกับเขา เขามองเจ่าไห่และพูดว่า
“เจ่าไห่พูดผิดหรือเปล่า? เจ้ากําลังจะบอกว่าเจ้าจะขายในราคาที่ถูกกว่าข้าวไผ่จริงเหรอ?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ข้าได้ทําการค้ากับเผ่าหมาป่าหรือเผ่ามาร์ซี ก่อนที่จะมาที่นี่ข้าก็ขายพวกเขาในราคานี้” หลังจากที่พูดถึงเผ่ามาร์ซีเจ่าไห่ก็นึกขึ้นได้ว่านี่ก็เป็น เวลา 6 วันแล้วที่เขาออกจากค่ายของพวกเขามา เขาต้องให้อาหาร 700 ล้านกิโลกับพวกเขาเมื่อวันก่อน
ผู้เฒ่าเผ่าหมีด่ามองเจ่าไห่จากนั้นเขาก็พูดว่า “ข้าต้องขอให้เจ้าไปพักผ่อนก่อน แล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้อีก” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วเขาก็ออกไปข้างนอกกับลีเบน อย่างไรก็ตามตอนนี้เม็นเดสยังคงอยู่ในเต็นท์ต่อ
ที่นี่มีเต็นท์ที่เตรียมไว้เพื่อเจ่าไห่แล้ว เจ่าไห่ไม่ได้เกรงใจเมื่อเขาพาลอร่าและคนอื่นๆ เข้ามาในเต๊นท์ จากนั้นเขาก็เปิดจอเพื่อดูว่าผู้คนในเต็นท์กําลังพูดอะไรกัน
ผู้เฒ่าเผ่าหมีดําาถามเม็นเดสตรงๆ เกี่ยวกับเจ่าไห่ พวกเขาต้องการถามว่าเขากลายเป็นเจ้าชายของเผ่าเฮคัสได้ยังไง
เม็นเดสไม่ได้ปิดบังอะไรเลย เขาบอกทุกอย่างกับผู้เฒ่า เขาบอกพวกเขาว่าพวกเขาพบเจ่าไห่
ยังไง รวมถึงความช่วยเหลือที่พวกเขาได้รับจนได้เอาชนะเผ่าบูลได้
ผู้เฒ่านั้นไม่ได้อะไรมาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาโง่ เมื่อได้ยินจากที่เม็นเดสบอก พวกเขาก็รู้ว่าเหตุผลที่เผ่าเฮคัสสามารถเอาชนะเผ่าบูลได้ในเวลาที่เร็วนั้นก็เพราะเจ่าไห่ ไม่แปลกใจเลยที่เจ่าไห่ได้กลายเป็นเจ้าชายต่างแดนของพวกเขา
เมื่อเม็นเดสพูดจบผู้เฒ่าก็พยักหน้าและพูดว่า “นั่นมันดูเหมือนว่าเจ่าไห่เป็นเหมือนมิตรที่ดี สําหรับพวกเรา มาเรามาดื่มกันดีกว่า ลีเบนไปเตรียมไวน์ตอนนี้เลย เราต้องเชิญเจ่าไห่ดื่มกับเรา วันนี้ ลีเบนท่าตามที่ผู้เฒ่าพูดทันทีเพื่อไปเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม”
จากนั้นผู้เฒ่าก็หันกลับมาหาเม็นเดสและพูดว่า “ข้าได้ยินจากบุฟฟอนด้วยเหตุผลอื่นที่ว่า ทําไมเจ่าไห่ถึงมาที่นี่ นอกเหนือจากขายของ บอกข้ามาได้เลย”
เม็นเดสตอบกลับทันที โดยที่เขาได้ถามเรื่องต่างๆ ที่เผ่าเฮคัสต้องการ โดยที่มีบุฟฟ่อนคอยช่วยเพื่อให้ผู้เฒ่าเห็นด้วยกับเขา ในท้ายที่สุดเจ่าไห่ก็ได้เป็นเหมือนร้านค้าที่สําคัญกับพวกเขา
เพราะเรื่องนี้เองที่ทําให้ผู้เฒ่ารู้สึกขอบคุณเจ่าไห่มากๆ
หลังจากพูดถึงเรื่องนี้เม็นเดสก็พูดขึ้นว่าเขามีความสงสัยว่ากิลแห่งความสว่างอาจจะอยู่เบื้องหลังของการขาดแคลนอาหารในครั้งนี้
เมื่อผู้เฒ่าได้ยินเช่นนั้นเขาก็โกรธทันที จากนั้นเขาก็ให้คนไปหาข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อที่จะเอาเรื่องเหล่านี้มาจัดการให้มันจบๆไป
ในตอนนี้ทุกสิ่งที่เม็นเดสพูดได้ผู้เฒ่าเผ่าหมีด่าดูแลแล้ว สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเรื่องอาหาร
ผู้เฒ่ากําลังคิดว่าเขาจะต้องเอาอะไรมาแลกกับเจ่าไห่ เขาไม่คิดถึงเรื่องนี้เลยจริงๆ สําหรับเขา มันไม่มีอะไรมากไปกว่าคําพูด ท้ายที่สุดเผ่ามาร์ซีและเผ่าเฮคัสก็เป็นมิตรกันแล้ว เช่นเดียวกับสิ่งที่เจ่าไห่พูด มิตรของมิตรก็คือมิตร เขารู้ว่าสิ่งที่เจ่าไห่ต้องการคือให้พวกเขาช่วย
สิ่งที่เผ่าของพวกเขาขาดมากที่สุดในตอนนี้คืออาหาร ตามใดที่ปัญหาอาหารของพวกเขาถูกแก้ไขทุกอย่างมันก็จะง่ายมากขึ้น หากเรื่องนี้ยังไม่ถูกแก้ไขพวกเขาก็จะสูญเสียเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตามตั้งแต่ที่พวกเขาถูกหลอกโดยพ่อค้า พวกเขาก็ไม่อาจจะกลับมาเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งเท่าเดิมได้เลย หากว่าพวกเขาต้องการแลกเปลี่ยนกับเจ่าไห่ พวกเขารู้เลยว่าพวกเขาจะไม่สามารถหาของมากมายมาแลกได้ มันก็เลยทําให้ผู้เฒ่าสงสัยว่าเขาจะสามารถแลกอาหารกับเจ่าไห่ได้มากแค่ไหน?
บุฟฟ่อนได้เชิญเม็นเดสไปพักผ่อนในเต็นท์ที่เตรียมไว้แล้ว ดังนั้นคนที่อยู่ในเต็นท์ตอนนี้ก็คือผู้เฒ่า
ผู้ติดตามผู้เฒ่าก็มองผู้เฒ่าและถามว่า “ผู้เฒ่าท่านกังวลอะไร เจ่าไห่อยู่ที่นี่แล้ว เขาจะแก้ปัญหาอาหารของเราได้แน่นอน”
ผู้เฒ่าถอนหายใจและพูดว่า “เรื่องนั้นข้าก็คิดว่าเราสามารถแก้ไขได้แน่นอน แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องซื้อมันด้วยอะไร และมากมายแค่ไหน?”
ผู้เฒ่าคิดอยู่ครู่นึ่งก่อนที่จะพูดว่า “ข้าคิดว่าเราควรซื้อให้น้อยเข้าไว้ หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจากกิลแห่งความสว่างจริงๆ สงครามจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ตราบใดที่เราเข้าร่วมสงครามเราจะสามารถปล้นอาหารจากคนต่างแดนได้แน่นอน ดังนั้นเราไม่จําเป็นต้องซื้ออาหารจํานวนมากเกินไป”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้ติดตามก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็พูดขึ้นว่า “แต่ข้าเองก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น ถึงแม้ว่าเราจะซื้อไม่เยอะ แต่มันก็อาจจะถึง 1 ล้านกิโล แต่ข้าก็คิดว่าเราควรจะดูสถานการณ์ให้ดีว่าเราควรซื้อมากน้อยแค่ไหน?”
ผู้เฒ่าทําได้เพื่อแค่พยักหน้า เจ่าไห่ผู้ที่นั่งอยู่ในเต็นท์ของเขา เขาก็ไม่อาจจะทําสิ่งใดได้ แต่ก็ยิ้มและหันหน้าของเขาไปที่ลอร่าและพูดว่า “ใครบอกว่าพวกเขาเป็นคนโง่ ข้าไม่คิดเช่นนั้นกับ
พวกเขาเลย จากสิ่งที่พี่เห็นพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้โง่เลย แต่มันตรงกันข้ามพวกเขามีความคิดที่ฉลาดมากๆ”
ลอร่ากับคนอื่นๆ ยิ้มแล้วเมแกนก็พูดว่า “ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะฉลาดแบบนี้ ดูเหมือนว่าเราไม่ควรประมาทพวกเขา พี่ไห่ดูเหมือนว่าพี่จะไม่ได้เอากําไรมากเลยในครั้งนี้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พวกเขาไม่ได้ซื้ออะไรมากมายเพราะมีข่าววงใน จริงเราควรขายของ
มากมายที่เมืองของพระเจ้าเพราะที่นั่นมีชาวเผ่าอยู่มากมาย
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “เมื่อตระกูลมารุกี้อยู่ในมือของเรา ฉันพบว่าเรามีธุรกิจบางอย่างในเมืองของพระเจ้า แต่ดูเหมือนว่าเราจะจัดการไป แต่ร้านก็ยังอยู่ที่นั่นเราสามารถเข้าไปจัดการมันต่อได้ นอกจากนี้ฉันยังให้ข้าวไผ่ที่นั่นเพื่อให้คนขายด้วย”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “นั่นเป็นเรื่องดี แต่เราอาจจะไม่เหลืออะไรเลยในตอนนี้ การขาดแคลนอาหารในทุ่งหญ้าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “เมืองของพระเจ้าไม่เหมือนที่อื่นๆ สถานที่นั้นเป็นพื้นที่ส่วนกลางของทุ่งหญ้า หากมีปัญหาการขาดแคลนอาหารโกดังของพวกเขาก็อาจจะช่วยเหลือได้แค่ระยะหนึ่ง ดังนั้นพี่ไม่ต้องเป็นห่วงมาก นอกจากนี้ฉันยังให้อาหารและเครื่องดื่มอื่นๆอีกด้วย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ การจัดการของเธอเป็นการจัดการที่ดีมาก หลังจากเราคุยกับเผ่าหมีในวันพรุ่งนี้ พี่จะกลับไปหาเผ่ามาร์ซีและให้อาหารที่เหลือกับพวกเขา ในขณะเดียวกันพี่จะไป บอกพวกเขาเกี่ยวกับกิลแห่งความสว่างในที่มีส่วนในเรื่องการขาดแคลนอาหาร แล้วทําไมเธอถึงคิดว่าพวกเขาต้องการแลกกับเราด้วยเงิน?”
ลอร่าตอบว่า “มันไม่แปลกเลย คนส่วนใหญ่จะต้องใส่ทองหรือเงินเพื่อทําการค้า การค้าจํานวนมากไม่สะดวกหากไม่มีการใช้ทองคํา นอกจากนี้เผ่ามาร์ซียังเป็นเผ่าใหญ่ อย่าลืมว่าพวกเขามีความโหดร้ายต่อคนต่างแดน ด้วยเหตุนี้จึงทําให้พวกเขามีเงินเป็นจํานวนมาก ซึ่งมันก็บอกได้แล้วว่าทําไมพวกเขาถึงจะใช้เงินเพื่อทําการค้ากับพวกเรา”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “มันก็น่าจะเป็นเรื่องนี้จริงๆ หากมีใครแลกเปลี่ยนกับสัตว์เวทย์มันอาจจะกลายเป็นปัญหา แต่มันก็ดีแล้วที่พวกเขาใช้ทองและเงิน จริงสิลอร่าเธอคิดยังไงเกี่ยวกับการมีธนาคารของเราในเกาะทองคํา?”
เมื่อลอร่าได้ยินเจ่าไห่ เธอก็งงกับสิ่งที่เจ่าไห่พูด เธอถามเจ่าไห่ทันที “พี่ไห่พี่ต้องการให้เรามีธนาคารของเราที่เกาะทองคํางั้นเหรอ? กฏที่เกี่ยวกับธนาคารมันมีเยอะมากเลย ดูเหมือนว่าตอนนี้ ธนาคารทั้งหมดจะอยู่ในมือของตระกูลรอยัล หากว่าเราสร้างธนาคารของเรา เราจะต้องเตรียม เพื่อที่จะต่อสู้กับคนบางกลุ่ม”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินลอร่าเจ่าไห่ก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็ส่ายหัวด้วยความเสียใจและพูดว่า “ลืมไปเลย หากเป็นเช่นนี้เราไม่สามารถสร้างธนาคารของเราได้เอง เราไม่อยากที่จะมีปัญหากับผู้คนทวีปนี้”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “ธนาคารสร้างรายได้มากมาย ด้วยเหตุนี้ตระกูลรอยัลจึงไม่อนุญาตให้คนอื่นๆเข้าไปยุ่งกับมัน เราควรหยุดคิดถึงเรื่องนี้”
เจ่าไห่พยักหน้า ธนาคารในทวีปต่างกันมากต่างจากโลก เจ่าไห่ต้องการที่จะลองจัดการธนาคารจริงๆ แค่เมื่อเขาได้ยินลอร่า เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน เขาไม่ต้องการที่จะสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้น
ในตอนนี้ก็มีเสียงดังจากข้างนอกมาว่า “นายน้อยเจ่าไห่อยู่ใช่ไหม? ผู้เฒ่าขอเชิญท่านมาร่วมงานเลี้ยง”
เจ่าไห่ยืนขึ้นก่อนที่จะออกไปข้างนอก ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็ตามมาด้วย เมื่อพวกเขาออกจากเต็นท์พวกเขาเห็นบุฟฟอนและเม็นเดสที่อยู่หน้าเต็นท์ ไม่ไกลจากเต็นท์ของพวกเขามีแกะถูกย่างอยู่
เมื่อมาถึงแล้วลีเบนขอให้เจ่าไห่และคนอื่นๆ นั่งลงวิธีกินของพวกเขานั้นค่อนข้างคล้ายกัน หากอากาศดีพวกเขาจะไม่กินอาหารในเต็นท์ สําหรับพวกเขาแล้วการที่ไม่มีบาร์บีคิวกลางแจ้งนั้นไม่ยุติธรรมสําหรับแขกที่มา
เจ่าไห่คุ้นเคยกับเรื่องนี้แล้ว หลังจากพวกเขานั่งลงไม่นานนักผู้เฒ่าก็ออกมา เจ่าไห่และคนอื่นๆ ยืนขึ้นและค่านับทันที
ผู้เฒ่าได้รับการต้อนรับจากเจ่าไห่ หลังจากที่เขาเชิญทุกคนให้นั่งลง เขาก็หัวหน้าของเขาไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “ข้าอยากจะแสดงความจริงใจต่อเจ้าที่เจ้าได้มาที่นี่ เจ้าช่วยเหลือเผ่าของเราได้มากจริงๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านเป็นคนที่สุภาพจริงๆ ข้าเป็นเพียงพ่อค้า ข้ามาเพื่อทําการค้า
นอกจากนี้ท่านเป็นมิตรที่ต้องการอาหาร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ข้าจะต้องให้มัน
ผู้เฒ่าหัวเราะและพูดว่า “ดีจริงๆ เนื่องจากเจ้าคิดว่าเราเป็นมิตรแล้ว เจ้าก็เป็นมิตรกับเรา ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ เจ้าเอาแก้วนี้ไป จากนี้ไปเจ้าจะเป็นมิตรกับเผ่าของเรา”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินผู้เฒ่า เขาก็ไม่อาจทําอะไรได้ แต่ก็มีความสุขมาก จากนั้นเขาก็ยกแก้วของเขาและดื่มพร้อมกับผู้เฒ่า สิ่งที่พวกเขาดื่มคือไวน์นมของชนเผ่า เนื่องจากเจ่าไห่ยังไม่คุ้นเคยกับเผ่าหมีด่า เขาจึงเลือกที่จะไม่ให้ไวน์ของเขาในครั้งนี้
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย