Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 511 - เผ่าวูฟู
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 511 - เผ่าวูฟู
บทที่ 511 – เผ่าวูฟู
จะลงภายในกลุ่มเป็นจํานวน 3-4 บทต่อวัน และในเว็บทางเราจะลงเพียง 2 วันต่อ 1 ตอนเท่านั้น***
บูลเซอร์เตือนเวลส์เพราะเขากลัวว่าเวลส์จะเข้าไปมีส่วนร่วมในสงคราม หากสิ่งนั้นเกิดขึ้นการ
สูญเสียของเผ่าเฮคัสจะทําให้เผ่าแย่ลง ถ้าพลังของเผ่าเฮคัสลดลงไปอีกมันจะไม่ดีสําหรับเผ่ามาร์แน่นอน
บูลเซอร์ไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะเตือนเวลส์แล้ว ด้วยความซื่อสัตย์ บูลเซอร์ยังคงไม่ไว้ใจเจ่าไห่ นี่เป็นเพราะการมาของเจ่าไห่นั้นเป็นเรื่องบังเอิญเกินไป เขาปรากฏตัวขึ้นเมื่อเผ่าเฮคัสประสบกับ
ปัญหาครั้งใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น เวลส์ ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาได้กลายเป็นผู้นําและทําให้เจ่าไห่กลายเป็นเจ้าชายต่างแดน อาจจะบอกได้ว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากปัญหาในครั้งนั้นของเผ่าเฮคัส ก็คือเจ่าไห่สิ่งนี่ทําให้บูลเซอร์สงสัยในตัวของเจ่าไห่
อย่างไรก็ตามทั้งสองเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทําให้บูลเซอร์ขจัดข้อสงสัยของเขา ก่อนอื่นเลย เขาได้บอกพวกเขาเกี่ยวกับความเป็ฯไปได้ที่กิลแห่งความสว่างอาจเป็นหนึ่งในผู้ที่ทําให้เกิดการขาดแคลนอาหาร แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้รู้อย่างแน่ชัด แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณเจ่าไห่
อย่างที่สอง เจ่าไห่ย้ําเตือนให้เวลส์ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในสงคราม จากเรื่องนี้บูลเซอร์จะเห็นว่าเจ่าไห่สนใจในเผ่าเฮคัสมากๆ ไม่งั้นเขาก็จะไม่เดือยเวลส์ในเรื่องนี้
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ บูลเซฮร์มองไปที่เวลส์และพูดว่า “เวลส์ในอีกสองวันข้าให้บุฟฟ่อนพาเจ่าไห่ไปพบกับเผ่าฮานะ เจ้าจะไปกับพวกเขาไหม?”
เวลส์ส่ายหัวและพูดว่า “ข้าไปกับพวกเขาไม่ได้ข้ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องดูแลที่ฐาน ข้าอยากจะกลับไปจัดการกับพวกมันก่อนแต่ข้าก็จะให้คนตามเจ่าไห่ไปด้วย”
บูลเซอร์ผู้คุ้นเคยกับเผ่าเฮคัส เขาเข้าใจในสิ่งที่เวลส์กําลังพูดถึง ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ เจ้าชายสองคนที่จะไปพร้อมกันจะเพียงพอที่จะแสดงความจริงใจของเจ้าใช่ไหม? เพราะเจ้ามีหลายอย่างที่ต้องทํา เจ้าสามารถย้อนกลับไปได้ในวันพรุ่งนี้ ข้าจะให้บุฟฟ่อนแนะนํา เจ่าไห่และเจ้าชายที่ 6 แก่เผ่าฮานะ”
เวลส์พยักหน้าและพูดว่า “ถ้างั้นข้าจะต้องรบกวนลุงด้วย”
บูลเซอร์ยิ้มและพูดว่า “นี่มันเป็นเรื่องเล็กๆ มันไม่ใช่ปัญหาเลย จริงสิไหนๆ เจ้าก็มาที่นี่ในวันนี้ แล้วเรามาดื่มกันเถอะ!!” เวลส์พยักหน้าจากนั้นก็ตามบูลเซอร์ไป ขณะที่พวกเขาเดินออกไป
ก็มีคนในเผ่าไม่ได้ออกมาด้วย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะว่าเขาจะต้องอยู่ที่นั่น พวกเขาจัดผ้าและโต๊ะข้างนอกเพื่อดื่มและพูดคุยกัน
นอกจากนี้ยังมีคนที่กําลังย่างแกะอยู่ด้วย นี่เป็นงานเลี้ยงที่หรูมากสําหรับชาวเผ่า
เมื่อคนเหล่านี้เห็นบูลเซอร์ออกมาพวกเขาก็ทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม บูลเซอร์ก็ทักทายพวกเขาและนั่งข้างโต๊ะพร้อมกับเจ่าไห่และเวลส์
ในตอนนี้แกะได้ถูกย่างสุกแล้ว บูลเซอร์ยกแก้วของเขาขึ้นและพูดว่า “มีการขาดแคลนอาหารอย่างมาก สําหรับชาวเผ่าทั้งหมดและเผ่ามาร์ซีของเราก็ไม่ได้เผ่าที่ถูกยกเว้นเลย โชคดีสําหรับเจ่าไห่ที่มีอาหารและยินดีที่จะขาย และก็ยังให้ราคาที่ต่ํานี่เป็นความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่สําหรับเรา นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าชายของเผ่าเฮคัส ซึ่งเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเผ่าเฮคัสมาหลายชั่วอายุ ดังนั้นเราไม่ควรถือว่าเจ่าไห่เป็นคนนอก แต่ให้มองว่าเจ่าไห้เป็นคนของเราและทุกคนควรดูแลเจ่าไห่”
ผู้นําเผ่าเหล่านี้ส่งเสียงด้วยความยินดี ที่จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ต้องการคําพูดของบูลเซอร์ เพราะพวกเขายอมรับเจ่าไห่แล้ว เนื่องจากเจ่าไห่มีอาหารถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องการให้เขาเป็นเจ้าชายต่างแดนของเผ่าของพวกเขา
จากนั้นก็ถึงเวลาที่จะดื่มๆ เมื่ออยู่ท่ามกลางชาวเผ่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะไม่ดื่มๆ หากคุณไม่ดื่ม คุณจะไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขา ดังนั้นไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่คุณก็จะต้องดื่ม
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่เจ่าไห่จะต้องเมาอีกครั้ง แต่แม้ว่าเขาจะเมาเขาก็จะมีสติเมืองดื่มน้ําจากมิติทันที หลังจากดื่มเข้าไปแล้วเขาก็จะสามารถกลับมาทํางานได้อีกครั้ง
ในตอนนี้ทุกคนกําลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เจ่าไห่มองไปที่พวกเขาด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “เราจะได้พบกับเผ่าฮานะในอีกไม่กี่วันข้างหน้าข้าอยากรู้ว่าเผ่าฮานะเหล่านี้น่ากลัวแค่ไหน?”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “เผ่าของพวกเขามีชื่อเสียงมากในทวีปนี้ ฉันได้ยินสิ่งที่พี่ไห่พูดถึงในวันนี้ แม้ว่าเผ่าฮานะจะสูญเสียไปในช่วงเวลาอันมีค่าพลังการต่อสู้ของพวกเขายังคงอยู่เหมือนเดิม
พวกเขาฟื้นตัวได้ในหลายปีที่ผ่านมาก ในเวลาเดียวกันพวกเขาเป็นเผ่าที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์ที่สุด มันจะดีมากถ้าเราได้ทําข้อตกลงที่ดีกับพวกเขา”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีข้าได้พบกับชาวเผ่าสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ขาดในทุ่งหญ้าเลยคือสัตว์เวทย์ตอนนี้เรามีโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ของเราเอง สัตว์เวทย์เหล่านั้นจะมีประโยชน์มากสําหรับเรา”
พวกเธอพยักหน้า แล้วลิซซี่ก็พูดว่า “พี่ไห่จากประสบการณ์ของฉันกับสัตว์เวทย์ 2-3 วันที่ผ่านมา ฉันเห็นว่าการเข้ากับพวกเขานั้นง่ายกว่าสัตว์เวทย์ทั่วไปมาก ฉันคิดว่าเราควรมุ่งเน้นการทํางานของเราที่นี่”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่ก็คิดเช่นนั้น แต่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นถ้าเราครอบครองธุรกิจของชาว
เผ่า ผู้คนมากมายจะไปโจมตีเรานี่เป็นเพราะเราได้รับพวกเขามีเป็นของเราแล้ว”
ลิซซี่ยิ้มและพูดว่า “ฉันรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ถ้าทุ่งหญ้าทั้งหมดมีขนาดใหญ่เราไม่สามารถเอา ธุรกิจทั้งหมดที่นี่ได้ แต่เราก็ยังสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ได้ ฉันคิดว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงเราจะสามารถยึดการค้าขายเป็นจํานวนมากในทุ่งหญ้าได้ ตราบใดที่เราอนุญาตให้ผู้อื่นมีส่วนแบ่งในการทําธุรกิจ ขุนนางก็ไม่มีเหตุผลที่จะโจมตีพวกเรา”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “นั่นคือสิ่งที่ดี แต่ฉันคิดว่าเราควรรอและดูว่าเผ่าฮานะเห็นเราเป็นยังไง เผ่าที่ยิ่งใหญ่เรื่องที่สําคัญสําหรับพวกเขาคือความไว้ใจ”
ลอร่ากับคนอื่นๆ พยักหน้าแล้วเจ่าไห่ก็มองไปที่สภาพอากาศและพูดว่า “มันค่อนข้างจะดึกแล้ว พวกเธออยากเข้านอนหรือยัง?”
สีหน้าของเหล่าผู้หญิงเปลี่ยนเป็นสีแดง พวกเธอทนไม่ได้กับสิ่งที่เจ่าไห่พูด เมื่อพวกเธอหันหลังกลับและกลับไปที่ห้องของพวกเธอเจ่าไห่ก็ยิ้มและมุ่งหน้าไปยังห้องของลิซซี่
เช้าวันต่อมาเจ่าไห่ออกจากมิติไปเร็วมาก ลิซซี่ตื่นสายมากเพราะเจ่าไห่…กับเธอเมื่อคืนนี้ เมื่อเจ่าไห่ท่าภาระกิจเสร็จเขาก็กลับไปที่ห้องของเขาเองและหลับสนิท
หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว เวลส์ก็ลาเจ่าไห่ เนื่องจากเขาต้องมุ่งหน้ากลับไปที่ฐานของเผ่า เขาสามารถทิ้งเจ่าไห่และเม็นเดสไว้ที่นี่ได้
บูลเซอร์ได้สั่งบุฟฟอนทันที เพราะเขายังมีเรื่องอีกมากมายที่จะต้องดูแลเกี่ยวกับเผ่ามาร์ซี
เขาจึงจําเป็นต้องให้ผู้อื่นเป็ฯผู้ดูแลแทนเขา
ในขณะที่เจ่าไห่พักอยู่ในฐานของเผ่ามาร์ซีอีกวัน เขาทิ้งอาหารไว้ตามที่พวกเขาต้องการ นอกจากนี้เขายังทิ้งสิ่งจําเป็นในชีวิตประจําวันไว้ด้วย เพื่อที่จะได้รับความพอใจของเผ่ามาร์ซี
สิ่งที่เขาทิ้งไว้นั้นค่อนข้างเยอะมาก ทําให้เผ่ามาร์ซีเหล่านี้มีความสุขมาก ผู้นําเผ่าได้บอกแล้วว่าเขาจะทําการค้ากับเจ่าไห่เป็นคนแรก
โดยธรรมชาติเจ่าไห่ไม่ได้เกรงใจคนเหล่านี้ เขาเพียงแค่พูดคุยกับพวกเขาอย่างสุภาพและจดบันทึกตําาแหน่งของฐานของพวกเขา
วันต่อมาเจ่าไห่และบุฟฟอนออกจากฐาน คนที่มากับพวกเขาไม่ใช่คนจํานวนมากเลย พวกเขา มีแค่ 1,000 คนเท่านั้น 500 คนจากเผ่าเฮคัสและอีก 500 คนมาจากเผ่ามาร์ซี
เส้นทางระหว่างเผ่ามาร์ซีไปยังเผ่าฮานะนั้นไม่ไกลจากฐานของเผ่ามากนัก
เผ่าวูฟูเป็นเผ่าแยกที่ค่อนข้างใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดของเผ่าวู เนื่องจากพวกเขาสนิทกับเผ่ามาร์ซีและเผ่าฮานะทั้ง 3 เผ่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ความสัมพันธ์ของเผ่ามาร์ซีและเผ่าฮานะนั้นดีกว่ามาก
เผ่าที่ชอบสงครามไม่ชอบยุ่งกับเผ่าวูฟู นี่เป็นเพราะเผ่าวูฟูเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าที่แข็งแกร่ง
มากๆ อย่างเผ่าวู ดังนั้นทุกครั้งที่เผ่ามาร์ซีและเผ่าวูฟูพบกันพวกเขาจะให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เพราะเหตุนี้จึงทําให้เผ่ามากมายไม่พอใจกับเผ่ามาร์ซีเพราะเขามีความสัมพันธ์ที่ดีจึงทําให้พวกเขาหยิ่งผยอง
ความแข็งแกร่งของเผ่ามาร์ซีก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเผ่าวูฟู มันไม่ได้เป็นปัญหาสําหรับเผ่ามาร์ซีที่จะต้องเผชิญหน้ากับเผ่าอื่นๆ
ฐานของเผ่าวูนั้นใหญ่มากพวกเขายังเป็นชนเผ่าที่เกลียดคนจากต่างแดนมากที่สุด ด้วยเหตุนี้
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้ทําการค้ากับพวกเขา สิ่งนี้ทําให้อาหารขาดแคลนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พวกเขายากที่สุดดังนั้นนอกเหนือจากการซื้อขายที่น้อยที่สุดของพวกเขา พวกเขายังขโมยอาหารจากเหล่าพ่อค้า ในเวลาเดียวกันพวกเขายังเป็นเผ่าที่กินเนื้อได้มากที่สุดในทุ่งหญ้า
เพราะเผ่าวูมักขาดอาหารในช่วงต้นปีทุกๆ ปีพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกินแกะที่พวกเขาเลี้ยง แม้ว่าพวกเขาจะกินแกะหนึ่งต้นทุกๆปี แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทําให้เผ่าอื่นๆ อิจฉาพวกเขา แต่นี่เป็นเพราะการกระทํานี้ทําให้พวกเขาเป็นเผ่าที่ยากจนที่สุดในทุ่งหญ้า
อย่างไรก็ตามมีใครจําได้ว่าพวกเขานั้นเป็นเผ่าที่หวงมากที่สุดในชนเผ่า อาวุธที่ใช้ส่วนใหญ่ทำจากกระดูกสัตว์ เสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นเป็นหนังสัตว์ทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังเป็นเผ่าต่อสู้ที่น่ารําคาญที่สุดที่จะต่อสู้ด้วย เพราะความกล้าหาญในการต่อสู้ของพวกเขาแข็งแกร่งเกินไป เมื่อผู้นําออกคําสั่งตราบใดที่เขายังไม่ตายและไม่ได้สั่งให้ถอยทัพ กองทัพทั้งหมดของพวกเขาจะยังคงโจมตีไม่หยุดโดยไม่ได้ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ชนเผ่าทั้งหมดมองเผ่าวูเป็นเหมือนกับหมาป่าหิมะ ชนเผ่าอาศัยอยู่ใกล้กับโซนน้ําแข็งหนึ่งในไม่กี่คนที่อยู่ที่นั่น ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาสามารถอธิบายได้ว่าน่ากลัวมาก
สิ่งเดียวที่สามารถต่อสู้กับเผ่าวูไอซ์ได้ ก็น่าจะเป็นฮินและซีต้าซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือทุ่งน้ําแข็ง ทั้งสามเป็นชนเผ่าที่มีชื่อเสียงและแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มชนเผ่า
เช่นเดียวกับเผ่าวู, และอีกหลายเผ่าเป็นเผ่าที่ต่อสู้กัน แม้ว่าพวกเขาแต่ละคนจะถูกจัดกลุ่มเป็นเชื้อชาติของตนเอง แต่ดินแดนที่พวกเขาถือไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียว แต่พวกเขามีฐานจํานวนมากในพื้นที่อื่น ฐานของเผ่าเฮคัสนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบกับพวกเขาได้เลย