Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 507 - งานเลี้ยงที่สนุกที่สุด
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 507 - งานเลี้ยงที่สนุกที่สุด
บทที่ 507 – งานเลี้ยงที่สนุกที่สุด
หลังจากที่เวลส์ออกมา เขาก็มองลอร่าและคนอื่นๆ ด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ดีจริงๆ ในที่สุดน้องชายข้าก็ได้แต่งงาน ข้าเคยคิดว่าพวกเจ้าควรจะแต่งงานได้แล้ว แต่ข้าเองก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเร็วเช่นนี้”
เจ่าไห่หัวเราะและพูดว่า “ข้าไม่อาจจะทําให้เรื่องนี้ช้าได้ ไม่งั้นพวกเธอก็อาจจะถูกผู้อื่นๆ เอาตัดหน้าข้าไปก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เวลส์ก็หัวเราะและพูดว่า “ถ้ามีใครกล้าเช่นนั้นกับน้องชายของข้า ข้าจะจัดกองทัพเพื่อไปจัดการกับพวกมัน จริงสิน้องชายทําไมเจ้าถึงมาที่นี่ในครั้งนี้?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ได้มีสิ่งใดเลย นอกจากข้าแค่ใช้เวลาในวันขอบคุณพระเจ้ากับทุกคน ข้าอยากให้พี่ไปที่เกาะของข้าที่ข้าพึ่งได้มามันเป็นสถานที่ที่ดี จริงสินี่ลิซซี่เป็นเจ้าหญิงแห่งจักรวรรดิโรเซ่น และนี่เมแกนเธอเป็นเหมือนเจ้าหญิงของตระกูลแคลซี หลังจากที่มีพวกเธอ พวกเราก็ได้จัดงานแต่งงานกัน และจากนั้นตระกูลมาร์กี้ของลอร่าก็มาที่งานแต่งเพื่อตามตัวเธอ ข้าก็เลยกําจัดตระกูลของลอร่าไป และให้ลอร่าเป็นผู้นําแทน”
เวลส์มองแล้วเขาก็หัวเราะและพูดว่า “ดูเหมือนว่าสถานะของน้องชายข้าในตอนนี้จะเป็นอะไรที่วิเศษมาก เจ้าได้รับความมั่งคั่งที่สมบูรณ์และก็ยังได้ทุกอย่างๆที่ดีสําหรับเจ้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เจ่าไห่หัวเราะและพูดว่า “ใช่เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
วิธีการพูดแบบนี้เป็นสิ่งที่ชาวเผ่าชอบพูด พวกเขาจะพูดในสิ่งที่พวกเขาคิดซึ่งไม่ใช่คนที่จะพูดเรื่องโกหก ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงชอบวิธีการพูดของเจ่าไห่
หลังจากพูดเล่นกันอยู่พักหนึ่ง เจ่าไห่ก็หัวไปหาเวลส์และพูดว่า “พี่ชาย ตอนนี้เผ่าของเราเป็นเช่นไรบ้าง ตอนนี้พี่ต้องการอะไรหรือไม่? น้องชายคนนี้จะได้หาทางช่วยท่าน”
เวลส์พยักหน้าและพูดว่า “ข้าหวังว่าเจ้าจะมีเหล็กมาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คืออาวุธ เจ้าน่าจะรู้ว่าเหตุการณ์ที่เราจัดการกับเผ่าบูลเผ่าบูลเป็นที่รู้กันเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เพราะว่ามันอยู่ในช่วงฤดูหนาวพอดี แต่จากนี้ไปถ้าหากว่าเผ่าของเรามีปัญหาพวกเราจะได้สามารถจัดการกับเรื่อง หรือปัญหาเหล่านั้นได้ทัน
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “นี่ไม่ใช่ปัญหาเลย แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ท่านจะส่งทาส 200,000 คนให้กับข้าได้เช่นไร ถ้าเป็นเช่นนี้ข้าคิดว่าท่านพี่ควรให้พวกเขาอยู่ช่วยทางนี้ก่อนจนกับการต่อสู้จะจบลง
แล้วท่านก็ส่งพวกเขาไปให้ข้าและเพื่อช่วยให้ข้าได้ศพจากการต่อสู้ด้วย ข้าจะทําให้พวกมันกลายเป็นซอมบี้”
เวลส์หัวเราะและพูดว่า “ข้าเองก็จะไม่เกรงใจแล้ว ข้าจะรอจนกว่าทุกอย่างจะสงบลงก่อนที่จะส่งพวกท่านไปหาเจ้า จริงสิพวกเราก็ยังต้องการธัญพืชด้วย ข้าไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาการขาดแคลนอาหารในทุ่งหญ้า การแย่งชิงทําให้อาหารหมดไปอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะนั่นไม่ใช่ปัญหาข้ามีต้นไผ่จํานวนมากและต้นขนมปัง ท่านสามารถมีได้มากเท่าที่ท่านต้องการ”
เวลส์ยิ้มและพูดว่า “ข้ารู้ว่าข้าขอจากน้องชายมากเกินไป แต่น้องสามารถมั่นใจได้ว่าข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเราได้รวบรวมสัตว์เวทย์จํานวนมาก เพื่อแลกเปลี่ยนกับเจ้าในราคาที่เหมาะสม
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไรจริงๆ ข้าสามารถหาซื้อได้พี่ไม่ต้องเป็นห่วงข้ายังสามารถขอให้ความช่วยเหลือกับเผ่าอื่นๆ ได้ด้วย ถ้าเราไม่แก้ปัญหาในเรื่องนี้มันอาจจะนํามาสู่สงครามก็ได้”
เวลส์มองเจ่าไห่ เขาไม่ได้คิดถึงความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เขาพยักหน้าทันทีและพูดว่า “จริงด้วย ดูเหมือนว่าข้าจะต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ เผ่าเฮคัสในตอนนี้ของเรายังคงอ่อนแอ เราต้องใช้เวลา 2-3 ปีก่อนที่เราจะฟื้นกลับมา แต่น้องชายถ้าทุ่งหญ้าทั้งหมดขาดแคลนอาหารเราจะหาอย่างไรดี”
เจ่าไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าทุ่งหญ้าทั้งหมดขาดเมล็ดข้าวข้าจะหาวิธีที่อื่นที่จะเอามาแทน แต่เมื่อพูดถึงข้าวไม้ไผ่ข้ามั่นใจว่ามันจะพอ”
ตอนนี้เวลส์เชื่อมั่นใจเจ่าไห่มาก เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด เขาก็พยักหน้าทันทีและพูดว่า “เอาล่ะ น้องชายไม่ต้องห่วงเรื่องอื่น
ข้าจะดูแลเอง ถ้าเจ้ามีธัญพืชจากนั้นพวกเขาจะซื้อในราคาที่สูงแน่นอน”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าไม่ได้สนใจเรื่องราคาเลย ถ้าหากว่ามันจะไม่ทําให้สงครามเกิดขึ้น แต่พี่ชายถ้าพี่มีสงครามกับจักรวรรดิอาร์ซู ข้าจะไม่ห้ามเลยข้าจะบอกให้พี่รู้ว่าวันนี้จักรวรรดิ อาร์ซูทําให้ข้าเดือนร้อนพวกเขาทําให้ข้ารู้สึกอึกอัดมาก”
เมื่อเจ่าไห่บอกกับเวลส์เกี่ยวกับสถานการณ์กับจักรวรรดิอาร์ซูเวลส์ก็โกรธมากๆ จากนั้นเขาก็พูดทันทีว่า “อาร์ซูพวกเขากล้าทํากับเจ้าจริงๆ งั้นเหรอ? ข้าจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขค้นแน่น้องชายสามารถพักผ่อนได้ ถ้าข้าหาโอกาสได้ข้าจะแก้แค้นให้กับเจ้าแน่นอน”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “แต่ข้าก็คิดว่านี่ไม่ใช่ความคิดที่ดีข้าสามารถล้างแค้นได้ด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากหาข้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพอร์เซลล์ ถ้าท่านโจมตีจักรวรรดิอาร์ซู ตระกูลเพอร์เซลล์จะเป็นคนแรกที่โชคร้านและข้าไม่ต้องการที่จะเห็นมันเป็นเช่นนั้น”
เวลส์พนักหน้าและพูดว่า “น้องชายสบายใจได้ ข้าจะไม่ทําตัวไร้เหตุผล จริงสิเราไม่พูดถึงเรื่องนี้จะดีกว่าดูเหมือนว่าอาหารจะพร้อมแล้ว เราไปกินแล้วดื่มกันเถอะ!”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็ตามเวลส์ไป ข้างนอกแกะและวัวได้ถูกจัดทําเป็นอาหารพร้อมแล้ว นอกจากนี้ยังมีอาหารของทุ่งหญ้างที่เตรียมไว้ด้วย อาหารทะเลที่เจ่าไห่เอามาด้วยก็พร้อมกินแล้ว
เมื่ออยู่ต่อเผ่าเฮคัสที่เต็มไปด้วยอาหารรอบๆ มันทําให้เมแกนและลิซซี่รู้สึกราวกับว่าพวกเธอไม่มีตาพอที่จะมองทุกอย่าง
ในขณะที่มองดูความเร่งรีบและความวุ่นวายของผู้คนเวลส์ก็ยกมือขึ้น พวกเราชาวเผ่าสามารถทำเช่นนี้ได้ทันที สิ่งที่ลิซซี่ประหลาดใจอย่างมากแม้แต่จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรเซ่นก็ไม่สามารถหาสิ่งนี้ได้
เมื่อเห็นว่าผู้คนเงียบลงเวลส์ก็พูดต่อว่า “วันนี้เจ่าไห่ เจ้าชายแห่งเผ่าเฮคัสของเรากลับมาที่ทุ่งหญ้า ข้าจะขอให้วันนี้เป็นวันพิเศษสําหรับเผ่าของพวกเรา พวกเราจะต้องฉลองกันอย่างดี เราได้เตรียมอาหารจานอร่อยไว้แล้วสําหรับน้องชายที่ดีของพวกเราเจ่าไห่” ผู้คนตะโกนด้วยความดีใจ
เมื่อมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เจ่าไห่ก็อดยิ้มไม่ได้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเลย เขารู้ว่าชาวเผ่านี้ไม่ได้ต้องคําพูดจากเขา หากพูดออกมาจริงๆ พวกเขาทั้งหมดก็จะเงียบเพื่อฟังสิ่งที่ผู้พูดจะพูดไม่นานนัก โต๊ะเล็กๆ ที่อยู่ข้างหน้าพวกเขา ก็เต็มไปด้วยอาหารที่มีแต่ความอร่อย การทําเช่นนี้ได้ ไม่ใช่คนทั่วไปเลยที่จะสามารถทําได้ แต่มันมีที่นี่เท่านั้น
หลังจากเจ่าไห่และคนอื่นๆ นั่งลงพวกชาวเผ่าทั้งหมดก็ไปนั่งด้วยเช่นกัน พวกเขามีโต๊ะของตัวเองอยู่ข้างหน้าและเหนือสิ่งอื่นใดคืออาหารทะเลที่เจ่าไห่เอามา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ชาวเผ่าเหล่านี้ไม่เคยกินมาเลยทั้งชีวิตของพวกเขา
เวลส์ไม่ได้เกรงใจเขายกแก้วไวน์ของเขาและพูดว่า “วันนี้เราจะต้อนรับน้องชายเจ่าไห่ พวกเรามาดื่มจากแก้วนี้กัน ไชโย!!” จากนั้นผู้คนก็ตะโกนว่า “ไชโย!!”
เจ่าไห่ยังยกแก้วของเขาขึ้นจากนั้นเขาก็ดื่มไวน์ ไวน์ที่เจ่าไห่เอามานั้นอร่อยมาก แต่ก็แรงมาก เวลส์ชอบมันมากๆ
หลังจากวางแก้วไวน์ลงแล้วร่างกายของเขาก็อุ่นขึ้นทันที เมื่อวัวถูกเอามาที่โต๊ะของพวกเขา
เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ยังคงสนุกกับการกินและดื่มต่อไป
เมแกนและลิซซี่ไม่รู้ว่าจะปล่อยทิ้งอย่างไร ตั้งแต่วันเด็กพวกเธอทั้งสองได้รับการสอนเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติอย่างเหมาะสมเสมอ พวกเธอจะต้องตามการเคลื่อนไหวในสิ่งที่พวกเขาท่า ดังนั้นพวกเธอจึงเห็นว่ามันยากที่จะกินสิ่งนี้อย่างอิสระ
วิธีการกินของชาวเผ่าเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถปรับตัวได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อพวกเขามองไปที่เจ่าไห่และคนอื่นๆ พวกเขาดูเหมือนจะทําได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
เมื่อมองไปที่ทั้งสองลอร่าก็รู้ว่าพวกเธอต้องการคําอธิบาย เธอมองไปที่ทั้งสองคนและพูดว่า
“ที่ทุ่งหญ้านี่มันไม่ดีเลยที่จะแสดงความเกรงใจ ถ้าเธอเกรงใจเกินไปพวกเขาจะโกรธเพราะเรื่องนี้ เราควรทิ้งมารยาทของพวกเราออกไป เมื่ออยู่ในช่วงเวลากินและดื่ม”
เมแกนและลิซซี่มองเนียร์ที่ยัดอาหารเข้าปากของเธอ ในปากเต็มไปด้วยเนื้อ ทั้งสองคนมองโดยที่ไม่อาจทําอะไรได้ แต่ก็ต้องลอง พวกเธออ้าปากและกัดเนื้อค่าใหญ่มากๆ พวกเธอสองคนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการกัดเนื้อชิ้นใหญ่ๆ จะเผยให้เห็นถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
งานเลี้ยงที่อบอุ่นอย่างนี้เป็นสิ่งที่เมแกนและลิซซี่ไม่เคยเข้าร่วมมาก่อน เหตุการณ์ที่อบอุ่นที่สุดที่พวกเขาได้เข้าร่วมเมื่อเร็วๆนี้ คืองานแต่งงานของพวกเธอเองและกําลังพิจารณางานเลี้ยงอื่นๆ ทั้งหมดที่พวกเธอเคยเข้าร่วมมาก่อน แต่พวกเธอต้องยอมรับว่าบรรยากาศนี้ไม่ได้อบอุ่นเท่านี้
ไม่นานนักเหล่าผู้หญิงในเผ่าก็เริ่มเต้นรํา ทหารของเผ่าเฮคัสบางคนก็เริ่มเต้นรําาด้วยเช่นกัน
บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้นทันที
เจ่าไห่ค่อนข้างคุ้นเคยกับบรรยากาศนี้แล้ว บรรยากาศนี้ทําให้ดื่มไวน์มากกว่าหนึ่งแก้ว
แน่นอนว่าเจ่าไห่ดื่มไวน์มากกว่าปกตอ ตอนนี้ทุกคนเมามากแล้ว
ในเวลาเที่ยงคืน เจ่าไห่ตื่นขึ้นมาตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมากท้ายที่สุดแล้วไวน์ข้าวก็ไม่ใช่ไวน์ที่
แรงที่สุดที่เขาดื่ม ลอร่าดื่มน้ําจากมิติ เธอก็เลยดูเป็นปกติเหมือนกับไม่ได้เมา
เจ่าไห่ลุกขึ้นจากเตียงและรู้สึกว่าเขานอนหลับสนิท เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาลอยๆ เขายืนขึ้นแล้วก็ไปที่ห้องนั่งเล่น คืนนี้มันเป็นหน้าที่ของซูกะที่จะต้องดูหน้าจอ ตอนนี้ซูกะได้ดูที่ที่พักของเวลส์ และบอกกับเจ่าไห่ว่าเวลส์นอนไปแล้วนี่”
เจ่าไห่เข้ามาในมิติและพูดว่า “วันนี้ข้าดื่มมากไปหน่อย ข้านอนไม่หลับ วันนี้ข้าจะนั่งกับเจ้าที่ซูกะยิ้มและพูดว่า “ท่านไปนั่งก่อนดีกว่านายน้อย ข้าจะเตรียมชาให้ท่าน” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วนั่งลง
ไม่นานนักเจ่าไห่ก็ยิ้มให้ซูกะและพูดว่า “ข้ามักจะมีความรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ข้าอยู่ในทุ่งหญ้า อาจเป็นเพราะมันไม่จําเป็นต้องคิดมากเกินไปเมื่อเข้ากับชาวเผ่า”
ซูกะยิ้มและพูดว่า “ชาวเผ่าเหล่านี้น่ารักจริงๆ ข้าเห็นได้จากสิ่งที่ปรากฏว่าพวกเขาไม่ต้องการโจมตีคนในเมืองอื่นๆ แต่พวกเขาถูกบังคับให้ทําเช่นนั้นเพราะปราบปรามพวกเขา”
เจ่าไห่ฝืนยิ้มและพูดว่า “ในสงครามระหว่างชนเผ่านี้ไม่มีใครถูกหรือผิดจากมุมมองของคนที่อื่น สิ่งที่พวกเขาทําถูกต้องพวกเขาต้องคุมราคาที่มีต่อพวกเขาเพราะพวกเขาไม่ต้องการพวกชาวเผ่า ชาวเผ่าคิดว่าคนทั่วไปรังแกพวกเขา พวกเขาคิดว่าตราบใดที่พวกเขาสามารถอยู่นอดได้ พวกเขาจะไม่โจมตีคนอย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะพบกับความตาย แต่ถ้าพวกเขาไม่หยุด
ชาวเผ่าเหล่านี้ก็จะไม่ไว้หน้าของพวกเขาอีกต่อไป”
ซูกะพยักหน้าและพูดว่า “นายน้อย ท่านจะทําอะไรท่านจะช่วยเหล่าชนเผ่าเหรอ? ถ้าเรารู้จักเผ่าทั้งหมดแล้วเราจะสามารถจัดการกับความต้องการได้แน่นอน เราสามารถปล่อยให้เจ่าฉินอี้
ปลูกต้นไม้ขนมปังได้ด้วย เราสามารถเก็บผลขนมปังได้มากมายเท่าที่ชาวเผ่าต้องการได้”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้ารู้เรื่องนี้ดี แต่ข้าอยากเห็นว่าสถานการณ์มันจะเป็นยังไงถ้าทุ่งหญ้าทั้งหมดขาดอาหารอย่างที่พี่เวลส์พูดแล้วก็มีปัญหาใครบางคนต้องอยู่ในนั้นควบคุมสิ่งนี้ ข้าไม่ต้องการทําอะไรก่อนที่คนเหล่านั้นจะเคลื่อนไหว”
ซูกะพยักหน้า เขาก็เห็นด้วยกับวิธีของเจ่าไห่ เจ่าไห่ไม่ได้เป็นนักบุญและเขาไม่จําเป็นต้องช่วยชาวเผ่ากับสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นกับทุ่งหญ้าจําเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ หากพวกเขาไม่ทําเช่นนั้น ก็จะเป็นการผิดที่ของตระกูลบูดา และเจ่าไห่ไม่ต้องการมัน
หลังจากคุยกับซูกะซักพักเจ่าไห่ก็กลับไปที่ห้องของเขาแล้วพักผ่อน เช้าวันต่อมาหลังจากที่พวกเขาอาบน้ํา พวกเขาออกจากมิติและออกจากเต๊นท์ ในตอนนี้พวกชาวเผ่ากําลังยุ่งอยู่ข้างนอก เมื่อเห็นชาวเผ่าที่กําลังยุ่งอยู่ เมแกนและลิซซี่ก็อดไม่ได้ที่จะชอบพวกเขา
เมื่อวานนอกเหนือจากการพบปะผู้คนระดับสูงของเผ่าพวกเขายังได้พบกับทาส ในความเห็นของพวกเขาไม่ว่าพวกเขาจะเป็นชาวเผ่าหรือคนระดับสูงทั้งคู่ก็น่ารักมาก พวกเขาทุกคนขยันมากกว่าคนที่ขยันที่สุดเสียอีก ตอนนี้พวกเธอสองคนสามารถเข้าใจว่าทําไมเจ่าและคนอื่นๆ จึงสามารถเข้ากับคนเหล่านี้ได้ หากคุณไม่สามารถเข้ากับคนประเภทนี้ได้ คุณก็จะมีบางอย่างผิดปกติกับธรรมชาติแน่นอน
เมื่อพวกชาวเผ่าเห็นพวกเธอ พวกเขาต่างก็ทักทายกันอย่างกระตือรือร้น เมแกนและลิซซี่ได้เห็นความแตกต่างของชาวเผ่าและคนทั่วไปต่างกันยังไง
ในตอนนี้เวลส์ได้เชิญเจ่าไห่ เพื่อมาทานอาหารเช้าเจ่าไห่ไม่ปฏิเสธเขาพาลอร่ากับคนอื่นๆมา กินอาหารเช้ากับพี่เวลส์ หลังจากกินเสร็จแล้ว เวลส์ก็ขอให้เจ่าไห่อยู่ก่อน เวลส์หยิบแล้วจิบชา แล้วมองที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ข้าคิดว่าเราน่าจะไปที่เผ่ามาเซอ ไปดูก่อนว่าที่นั่นพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเราหรือไม่ พวกเขาเคยช่วยเหลือเรามากมายในอดีต”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เราน่าจะไป เมื่อเผ่าเฮคัสของเรามีปัญหาในอดีตพวกเขาให้ความช่วยเหลือกับเรา และเมื่อพวกเขาพบกับความลําบากเราก็ควรที่จะช่วยเหลือพวกเขาเช่นกัน”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย