Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 504 - ตระกูลมาร์กี้เปลี่ยนผู้นํา
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 504 - ตระกูลมาร์กี้เปลี่ยนผู้นํา
บทที่ 504 – ตระกูลมาร์กี้เปลี่ยนผู้นํา
งานแต่งงานของเจ่าไห่จบลง แต่ความวุ่นวายรอบข้างยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีสิ่งใหม่มากมายในชีวิตแต่งงานของเจ่าไห่ เจ่าไห่จะต้องได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยก่อนที่ผู้คนจะแยกกันกลับไป
นอกจากนี้หลังจากการแต่งงานของเจ่าไห่ จักรวรรดิโรเซ่นก็ประกาศออกมาทันที ว่ากิลแห่งความสว่างเป็นองค์กรที่ผิดกฎหมาย ผู้คนที่สามารถแจ้งการเคลื่อนไหวให้กับจักรวรรดิโรเซ่นได้ พวกเขาจะได้รับรางวัลจํานวนมาก และเนื่องจากจักรวรรดิอาร์ซูต้องการที่จะทําลายขุนนางระดับสูงของจักรวรรดิโรเซ่น ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองจักรวรรดิถูกตัดขาดทันที และเรื่องจากการร่วมมือของตระกูลมาร์กี้ ตอนนี้พวกเขาจึงเป็นตระกูลที่ได้รับเป็นอาชญากรในจักรวรรดิโรเซ่น
สิ่งที่จักรวรรดิโรเซ่นประกาศออกไปทําให้เจ่าไห่ประหลาดใจมากๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเขายังอยู่ในช่วงเวลาที่มีความสุขจากการแต่งงานของเขา เขาจึงไม่ได้สนใจอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในทวีป
1 สัปดาห์หลังจากที่อยู่ในคฤหาสน์ เจ่าไห่ต้องการให้เจ้าฉินอี้เอาเมืองดอกไม้นี้ออก อย่างไรก็ตาม ลอร่ากับคนอื่นๆ ไม่เป็นด้วยพวกเธอต้องการให้เมืองซึ่งเป็นคฤหาสย์ของพวกเขาอยู่ต่อ
ในตอนนี้เจ่าไห่และคนอื่นๆ กําลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ลอร่ากับคนอื่นๆ ทําตัวเหมือนผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเป็นอย่างมาก ขณะที่พวกเธอนั่งข้างๆเจ่าไห่ กรีน เมอร์ริน และคาเรทก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน
เจ่าไห่มองไปที่ลอร่าและคาเรทแล้วก็พูดว่า “ลอร่า พ่อตาตระกูลมาร์กี้เข้ามารบกวนการแต่งงานของข้า ซึ่งมันทําให้ตระกูลบูดาต้องเสียหน้า ข้าต้องการที่จะจัดการกับพวกเขา”
กรีนและเมอร์รินไม่ได้พูดอะไร การตัดสินใจในเรื่องนี้อยู่ในมือของลอร่าและคาเรท ยังไงก็เถอะ พวกเขาก็เป็นคนที่มาจากตระกูลมาร์กี้ หากพวกเขาตกลงที่จะจัดการกับตระกูลมาร์กี้ เจ่าไห่ก็จะไม่ต้องเกรงใจพวกเขาอีกต่อไป แต่ถ้าพวกเขาไม่ต้องการให้เจ่าไห่เข้าไปยุ่ง เจ่าไห่ก็จะไม่ทําอะไรพวกเขา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับลอร่าและคาเรท
คาเรทพูดด้วยความเย็นชาว่า “ทําไมเจ้าถึงลังเลที่จะจัดการกับพวกเขา เจ้ายังคิดว่าเรามาจากตระกูลมาร์กี้อยู่งั้นเหรอ? ตั้งแต่วินาทีที่เราเข้าสู่เพอร์เซลล์เราก็หยุดบอกว่าตัวเองเป็นพวกกับพวกเขาแล้ว ก็เพราะเป็นงานแต่งงานของลอร่าข้าจึงไว้ชีวิตพวกเขา”
สีหน้าของลอร่าจริงจังมาก เธอพูดว่า “พี่ไห่ไม่จําเป็นต้องเกรงใจ ไม่ต้องเป็นกังวลกับเราและไปจัดการพวกเขา ถ้าเราไม่ทําอะไรเลยคนในทวีปจะคิดว่าตระกูลบูดาของเรา ยอมที่จะถูกก่อกวน”
เจ่าไห่มองลอร่าและคาเรทจากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “ถ้าพูดกันแบบนี้ข้าเองก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ!!”
คาเรทพูดด้วยเสียงที่เย็นชา “จัดการมัน ถ้าข้ามีพลังข้าก็จะจัดการกับพวกมันด้วยมือของข้าเอง แต่ข้าก็ไม่อาจจะทําเช่นนั้นได้ ข้าขอฝากมือของเจ้าด้วยเจ้าลูกเขย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าก็มีแผน พ่อตาเราจะทําให้ลอร่าได้เป็นผู้นําของตระกูลมาร์กี้ได้ยังไง?”
คาเรทมองด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ดี! วิธีการของเจ้ามันวิเศษมาก เหตุผลที่ตระกูลมาร์กี้อยู่ได้ในทุกวันนี้ก็เป็นเพราะแม่ของข้า ถ้าตระกูลมาร์กี้เป็นของลอร่ามันจะเป็นเรื่องที่ดีมาก เอาล่ะ เริ่มแผนการกันเลยดีกว่า”
เจ่าไห่หัวเราะแล้วเขาก็หันไปหาลอร่าและพูดว่า “ลอร่า ภรรยาของพี่ พี่จะต้องเอาตระกูลมาร์กี้มาให้เธอ ในอนาคตธุรกิจของตระกูลมาร์กี้จะครอบคลุมไปครึ่งทวีป วิธีจัดการกับพวกเขามันจะขึ้นอยู่กับเธอ”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “อะไรนะ พี่ไม่ไว้ใจผู้บริหารของฉันเหรอ? ด้วยการที่ตระกูลบูดาเป็นผู้สนับสนุนฉันไม่คิดว่าใครในทวีปนี้จะเข้ามาก่อกวน”
เจ่าไห่ไม่รู้จะทํายังไง แต่ก็หัวเราะเมื่อได้ยินลอร่าพูด จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปในมิติ เมื่อเจ่าไห่มีคาเรทและลอร่าบอกตําแหน่งของตระกูลมาร์กี้บนแผนที่
อย่างไรก็คามแผนที่ของมิติยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นเจ่าไห่จึงปล่อยนกอินทรีย์และนําเอาไม้เท้าภูติไป เพื่อสํารวจแผนที่ทั้งทวีป
เมื่อมาถึงตอนนี้ ลิซซี่ก็ได้เห็นมิติแล้ว ในตอนเย็นก่อนงานแต่งงาน เจ่าไห่พาลิซซี่มาที่มิติ และพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กับเธอก่อนที่ทั้งสองจะแต่งงานกัน นี่ก็เป็นเรื่องที่บอกได้ว่าทําไมลิซซี่ถึงไม่ได้ตกใจกับความสามารถของมิติ
นกอินทรีย์ใช้เวลา 1 วันเพื่อสํารวจแผนที่ทวีป ตามปกติแล้วทวีปหมายถึงส่วนต่างๆ ที่ผู้คนอาศัยอยู่เท่านั้น สถานที่ที่คนแคระและพวกชนเผ่าที่อยู่ พวกเขาไม่มีเวลาพอที่จะสํารวจทั้งหมด
หลังจากทําแผนที่ในส่วนของทวีปที่มีผู้คนอาศัยอยู่แล้ว เจ่าไห่ให้ลอร่ากับคาเรทบอกตําแหน่งของร้านค้าของตระกูลมาร์กี้ทันที เมื่อพวกเขาท่าเครื่องหมายร้านค้าเสร็จแล้ว แผนของพวกเขาก็เริ่มขึ้นแล้ว
ในตอนนี้เจ่าไห่ได้แนะนําให้รู้จักกับความสามารถอื่นๆ ของมิติ ตราบใดที่ลอร่ากับคาเรทบอกเจ่าฉินอี้เกี่ยวกับสัญลักษณ์ของตระกูลมาร์กี้เหมือนกับขุนนางในตระกูล ร้านค้าของพวกเขาจะถูกทําเครื่องหมายในแผนที่ทันที นี่คือความสามารถที่เจ่าฉินอี้ได้มาเมื่อเธออัพเกรด เจ่าไม่มีความสุขมากเกี่ยวกับความสามารถนี้มันสามารถช่วยพวกเขาได้มากในอนาคต
คาเรทยังพูดกับเจ่าไห่ด้วยว่าตั้งแต่ตระกูลมาร์กี้สร้างศัตรูมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมาคฤหาสน์ใหญ่ของตระกูลก็เปลี่ยนไป มีคฤหาสน์ที่เหมือนจะเป็นสํานักงานใหญ่ของตระกูลปลอมอยู่ทั่วทั้งทวีป มีเพียงหนึ่งในนั้นเท่านั้นที่เป็นสํานักงานใหญ่หรือคฤหาสน์ที่เป็นหัวของตระกูลมาร์กี้จริงๆ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ และโชคไม่ดีสําหรับตระกูลมาร์กี้ คาเรทเป็นหนึ่งในคนที่รู้เรื่องนี้
เหตุผลที่คาเรทรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องบังเอิญ เขาเคยได้ยินพ่อของเขาบอกแม่เลี้ยงของเขาว่าสํานักงานใหญ่ที่แท้จริงของตระกูลมาร์กี้ ไม่มีที่ไหนเลยนอกจากที่ที่แม่ของคาเรทเป็นผู้ก่อตั้ง หลังจากที่ตระกูลมาร์กี้เข้ามาเอาตระกูลแม่ของคาเรทไป ตระกูลมาร์กี้ได้ดําเนินการตามแผนลับ เพื่อย้ายสํานักงานใหญ่คฤหาสน์หลักของพวกเขาไปยังที่อยู่ของแม่คาเรท
คฤหาสน์นั้นถูกสร้างเป็นความลับและมีน้อยคนที่จะรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ผู้คนคงไม่คิดว่าคฤหาสน์ที่เป็นของตระกูลขุนนางที่ไม่ได้อยู่ในระดับสูงมาจะเป็นที่อยู่ของตระกูลมาร์กี้ได้
เมื่อคาเรทบอกเรื่องนี้ เจ้าฉินอี้ก็ท่าเครื่องหมายสถานที่ไว้บนแผนที่ทันที และมันก็แสดงบนหน้าจอให้เห็นแล้ว สํานักงานใหญ่ของตระกูลมาร์กี้ไม่ได้เป็นเพียงโตรงสร้างที่ธรรมดา แต่จริงแล้วมันทํามาจากทองคํา!!
คฤหาสน์ที่ทําด้วยทองคําซึ่งทุกอย่างเช่นกระเบื้องไปจนถึงผนังทําจากโลหะมีค่าและถูกปกคลุมด้วยอิฐเพื่อซ่อยมันจากด้านนอก นี่ก็เพื่อให้แน่ใจว่าถ้าวันหนึ่งตระกูลถูกทําลายลง ลูกหลานก็สามารถใช้ทองคําในคฤหาสน์เพื่อเริ่มต้นใหม่ได้ แต่น่าเสียดายสําหรับพวกเขาสิ่งนี้ไม่สามารถหลบจากจอภาพของมิติได้
เจ่าไห่เอาแผนของเขาออกมาอย่างรวดเร็วๆ เช่นเดียวกับที่เขาทํากับตระกูลโรเบิร์ต เขาจะทําการโจมตีร้านค้าทั้งหมดของตระกูลมาร์กี้ แต่ครั้งนี้เจ่าไห่จะไม่ฆ่าคนเขาต้องการควบคุมและหยุดพวกเขาจนกระทั่งลอร่าเข้าควบคุมทั้งตระกูลมาร์กี้ หากผู้จัดการเหล่านั้นยอมจํานนพวกเขาจะรอดชีวิต แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นพวกเขาจะถูกฆ่าทันที!!
วันที่สามหลังจากที่เจ่าไห่ทําแผนสําเร็จ พวกเขาจะเคลื่อนไหว ครั้งนี้เจ่าไห่ไม่ได้เกรงใจ ตระกูลมาร์กี้ไม่ลังเลที่จะจัดการกับเขา นอกจากนี้คาเรทและลอร่าก็ไม่รู้สึกอะไรกับตระกูลนี้อีกต่อไปแล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เจ่าไห่จะเกรงใจพวกเขาทําไม?
ในคืนหนึ่งคนทั้งหมดของตระกูลมาร์กี้หายตัวไปจากทวีปทายาทเพียงคนเดียวในตระกูลที่เหลืออยู่คือคาเรท
การโจมตีที่ดุเดือดของตระกูลบูดา ทําให้กองทัพอันยิ่งใหญ่ของทวีปตื่นตกใจ ในขณะที่เจ่าไห่จัดการตระกูลมาร์กี้คาเรทก็เคลื่อนไหวและจะเอาตําแหน่งผู้เฒ่าของตระกูล จากนั้นเขาก็ประกาศว่าตอนนี้ธุรกิจของตระกูลมาร์กี้ทั้งหมดเป็นของเขาแล้ว
และอย่างที่เจ่าไห่เคยคิดมาก่อนมีผู้จัดการบางคนที่ยอมจํานนทันที แต่ก็ยังมีคนที่ไม่ยอมเหมือนกัน เจ่าไห่ไม่ได้เกรงใจและจัดการคนที่ไม่ยอมรับทันที เมื่อเรื่องทั้งหมดจบลงคาเรทก็ประกาศลาออกทันที และยกตําาแหน่งให้กับลูกสาวของเขาลอร่า
ผู้คนในทวีปนี้คิดมานานแล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วแบบนี้ พวกเขาไม่คิดว่าตระกูลมาร์จะตกอยู่ในมือของตระกูลบูดาได้เร็วเช่นนี้
แต่ขุนนางในทวีปก็ไม่ได้พูดอะไรมาก อย่างแรกที่พูดก็เรื่องลอร่ากับคาเรทเป็นผู้สืบทอดที่ถูกต้องของตระกูลมาร์กี้ และเรื่องที่สองคือพวกเขารู้ถึงความแข็งแกร่งของตระกูลบูดา
ตอนนี้ไม่มีคนที่กล้าประมาทตระกูลบูดา นี่เป็นเพราะความแข็งแกร่งที่พวกเขาแสดงออกมา มันเป็นความแข็งแกร่งที่น่ากลัวมาก
หลังจากลอร่าเข้ารับตําแหน่งผู้เฒ่าของตระกูลมาร์กี้ เธอก็ประกาศทันทีว่าตระกูลจะปล่อยร้านค้า 20% และร้านค้าเหล่านี้ล้วนตั้งอยู่ในจักรวรรดิอาร์ซู สิ่งนี้มีผลอย่างมากต่อเศรษฐกิจของจักรวรรดิอาร์ซู
ในเวลเดียวกันลอร่าก็ปล่อยอีก 10% ของร้านค้าของพวกเขา ซึ่งอยู่ในหลายๆ ที่นอกเหนือจากจักรวรรดิโรเซ่น สิ่งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจักรวรรดิเหล่านั้นด้วย
แม้ว่าตระกูลมาร์กี้จะยอมปล่อยไป 30% ของร้านค้าของพวกเขาแต่อีก 70% เติบโตอย่างรวดเร็ว ลอร่ายังใช้โอกาสนี้ในการนําผู้จัดการร้านค้าเหล่านั้นมาหาเธอ ทําให้เธอสามารถควบคุม ตระกูลได้อย่างเต็มที่
หลังจากเจ่าไห่จัดการกับตระกูลมาร์กี้แล้วจักรวรรดิโรเซ่นก็กลับมาลงร้านค้าของพวกเขาทันที อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ทําแบบเดียวกันกับจักรวรรดิอาร์ซู
ตอนนี้จักวรรดิโรเซ่นที่รากฐานที่มั่นคงและมีช่องทางทั้งหมดในการจัดการกับจักรวรรดิอาร์ซู ไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือทางน้ําไม่ว่าจะถูกกฏหมายหรือผิดกฎหมายพวกเขาก็แพ้อยู่ดี
ขุนนางของจักรวรรดิโรเซ่นเป็นหนึ่งเดียวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะทุกคนรู้ว่าตระกูลมาร์กี้และจักรวรรดิอาร์ซูได้สมคบคิดกัน 80% ด้วยเหตุนี้ขุนนางเหล่านั้นจึงไม่สามารถปล่อยให้จักรวรรดิอาร์ซูหลุดลอยไปได้
ตอนนี้จักรวรรดิโรเซ่นเป็นจักรวรรดิที่ทรงอํานาจที่สุดของทวีปนั้นไม่ใช่เรื่องตลกอีกต่อไป เมื่อพวกเขาจริงจังและรวมพลังของพวกเขาเข้ากับเป้าหมายเดียวความแข็งแกร่งที่พวกเขาแสดงนั้น
น่ากลัวมาก แม้ว่าเรื่องนี้จะทําให้เกิดความเสียหายกับจักรวรรดิโรเซ่นพวกเขาก็เต็มใจที่จะยอมรับมัน พวกเขาต้องการจักรวรรดิอาร์ซู เพื่อให้บทเรียนที่พวกเขาไม่มีวันลืม
ในการเปรียบเทียบธุรกิจในเกาะทองคํานั้นท่าได้ดีมาก มีโจรสลัดจํานวนมากที่ใช้โอกาสนี้ทําลายล้างน่านนําของจักรวรรดิอาร์ซู จากนั้นพวกเขาจะขายของ ของพวกเขาในเกาะทองคําน่ากําไรมหาศาลมาให้กับเจ่าไห่
อันที่จริงเจ่าไห่เข้าใจว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จักรวรรดิอาร์ซูจะไม่สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งใดได้ มีโจรสลัดที่ปล้นจักรวรรดิอาร์ซูที่ร่วมมือกับพ่อค้าจากจักรวรรดิ เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าของพวกเขาบนเกาะทองคํ
แต่เจ่าไห่เพียงแค่มองเท่านั้น ตราบในที่พวกเขาไม่ใช่ระบบนี้ในทางที่ผิดเจ่าไห่ก็แค่ปล่อยมันไป อย่างไรก็ตามถ้ามีคนทําธุรกรรมกับจักรวรรดิอาร์ซูจริงๆ เจ่าไห่จะส่งกองทัพเรือของเขาตาม
ไปและจมเรือของพวกเขาทันที หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสามครั้งในที่สุดพ่อค้าก็ไม่กล้าทําเช่นนั้นอีกเลย
ในตอนนี้ไม่มีอะไรมากมายในน่านน้ําของจักรวรรดิอาร์ซูที่สามารถหลบจากเจ่าไห่ได้ เขาปล่อยสัตว์ทะเลจํานวนมากออกสู่ทะเลและให้พวกมันคอยดูเรือ เจ่าไห่สามารถจัดการกับผู้ที่ใช้ระบบในทางที่ผิดได้เพราะแบบนี้
จักรวรรดิอาร์ซูรู้สึกเสียใจ พวกเขาเสียใจกับการรักษาของตระกูลบูดาในอดีต พวกเขารู้สึกเสียใจที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกิลแห่งความสว่าง และพวกเขารู้สึกเสียใจที่พวกเขามีส่วมร่วมในการจัดการกับตระกูลบูดา
ตั้งแต่ที่บอริสเป็นส่วนใหญ่ในการทําเรื่องเหล่านี้ผู้คนมากมายที่อยู่ข้างเขาจึงตัดสินใจทิ้งเข้าไว้ ในสายตาของพวกเขาสิ้นหวังกับบอริสมาก เขาได้รุกรานตระกูลที่มีอํานาจมากที่สุดนั่นก็คือ ตระกูลบูดา การที่จะทําเช่นนั้นมันก็เหมือนกับว่าพวกเขาได้เตรียมตัวที่จะตายแล้ว
ความแข็งแกร่งของตระกูลบูดาตอนนี้เป็นที่รู้จักกันดีดังนั้นจึงมีคนไม่มากที่กล้ารุกรานพวกเขา
ตระกูลบูดานั้นแข็งแกร่งมากจนพวกเขาสามารถจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 จํานวน 9 คน
พร้อมกันได้ เมื่อมาถึงตอนนี้คนที่คิดความแข็งแกร่งของพวกเขาผิดนั่นก็หมายความว่าพวกเขาได้ตายไปแล้ว
ตอนนี้มีผู้คนจํานวนมากที่มาที่เกาะทองคํา ทําให้ธุรกิจของสถานที่นี้ดีขึ้นและดีขึ้น ขุนนางที่อยู่ที่นี่พวกเขารู้ดีว่าพวกเขาต้องทําอะไรเพื่อไม่ให้เป็นที่เดือดร้อนให้กับตัวเอง
ใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนก่อนที่ทั้งตระกูลมาร์กี้ และเกาะทองคําจะกลับมาสู่เส้นทางอีกครั้ง ถึงเวลาแล้วที่เจ่าไห่จะดูแลเรื่องของเขาที่ทุ่งหญ้า
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย