Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 502 - ตบแมลง
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 502 - ตบแมลง
บทที่ 502 – ตบแมลง
แรนดอล์ฟอ่านบทความอย่างช้าๆ แต่เมื่อเขาพูดสิ่งเหล่านี้เหล่าขุนนางก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
ในทวีปไม่มีคํามั่นสัญญาแต่งงาน นี่เป็นเพราะผู้ชายมีความโดดเด่นในสังคมนี้ และอนุญาตให้มีภรรยาหลายคน ด้วยเหตุนี้ขุนนางจะไม่พูดคําสาบานระหว่างการแต่งงาน
เมื่อขุนนางได้ยินแรนดอล์ฟพูด พวกเขาคิดว่าแรนดอล์ฟโกรธเจ่าไห่ที่มีภรรยาหลายคน เขาถามคําถามนี้เพื่อสร้างอุปสรรคบางอย่างในเส้นทางของเจ่าไห่ ตอนนี้ทุกคนในตอนนี้อยากเห็นค่ตอบของเจ่าไห่
เจ่าไห่มองที่ภรรยาของเขาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะพูดว่า “ข้ายอมรับ!”
เหล่าคนที่มาร่วมงานปรบมือเสียงดังสนั่น แรนดอล์ฟจัดการความสงบและหันหน้าไปทางเจ้าสาวและพูดว่า “ลอร่า เมแกน ลิซซี่ เม็ก ลิซซี่ เธอเต็มใจที่จะดูแลผู้ชายคนนี้หรือไม่ พวกเธอสาบานที่จะอยู่กับเขาตลอดไป ไม่ว่าจะเจ็บป่วยหรือสุขสบาย ไม่ว่าจะรวยหรือจน?”
เมื่อแรนดอล์ฟถามเรื่องนี้ ในที่สุดผู้คนก็รู้ว่านี่เป็นหลักฐานการแต่งงานประเภทหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นสิ่งนี้ดังนั้นพวกเขาจึงสงสัยมาก
ไม่ได้นานนัก เจ้าสาวทุกคนก็พูดขึ้นทันที “ฉันยินดี!!” เมื่อพูดจบก็มีเสียงปรบมือดังมาก
แรนดอล์ฟพยักหน้าแล้วเขาก็มองไปที่เจ่าไห่และคนอื่นๆ ด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพูดต่อว่า “จ๋าคํามั่นสัญญาของพวกเธอในนามของแขกทุกคนที่เข้าร่วมประชุม ข้าจะให้พรจากข้าแก่พวกเธอ ข้าประกาศว่าตอนนี้พวกเธอได้เป็นสามีภรรยาอย่างเป็นทางการแล้ว การแต่งงานมีขอบเขตที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการคุ้มครองโดยดินแดนของตระกูลบูดาคือเกาะทองคํา เขาพูดขณะที่มอบใบให้กับเจ่าไห่”
เจ่าไห่รับใบรับรองและชูขึ้นเหนือหัวของเขา จากนั้นก็มีเสียงปรบมือตามมา ใครจะรู้สึกว่าเสียงปรบมือครั้งนี้มันดังมากจริงๆ ผู้คนรู้ว่างานแต่งงานนั้นจัดขึ้นโดยตระกูลบูดา ดังนั้นพิธีก็น่าจะจัดขึ้นโดยตระกูลบูดาด้วยเช่นกัน ขุนนางบอกได้ว่านี่เป็นงานแต่งที่ไม่เหมือนใครเลยตั้งแต่ที่พวกเขาเคยไปมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนสุดท้ายมันดูเป็นสีสันของงานมากๆ
และในที่สุดเมื่อแรนดอล์ฟพูดว่าการแต่งงานของพวกเขาได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของเกาะทอง พวกเขารู้สึกประหลาดใจมาก แต่พวกเขาก็เข้าใจด้วยว่านี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่รับประกัน ความถูกต้องของการแต่งงานของพวกเขา
หลังจากทําสิ่งเหล่านี้แล้วแรนดอล์ฟก็ลงจากเวที จากนั้นกรีนก็กลับไปที่ด้านข้างของเจ่าไห่
ในขณะที่เขาพูดกับผู้ที่มีร่วมงานว่า “ข้าอยากจะขอขอบคุณทุกคนที่มางานแต่งงาน ตอนนี้งานได้จบลงแล้ว ข้าขอเชิญทุกคนโปรดท่าตามคําแนะนําของคนรับใช้เพื่อไปยังงานเลี้ยง”
ในตอนนี้ก็มีคนจํานวนปรากฏตัวขึ้น พวกเขายืนเข้าแถวและสวมเสื้อผ้า แต่เมื่อมองดูดีๆแล้ว พวกเขาไม่ใช่คนแต่กับเป็นซอมบี้
แต่ขุนนางเหล่านี้ไม่ได้ตื่นตกใจ พวกเขารู้ว่าเจ่าไห่เป็นนักเวทย์แห่งความมืด ทุกคนที่อยู่ที่นี่รู้เกี่ยวกับมัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เจ่าไห่จะใช้เหล่าซอมบี้เป็นคนรับใช้
ซอมบี้ที่ปรากฏออกมามีจํานวนมาก ซึ่งนับได้ประมาณ 1,000 ตัว ซึ่งซอมบี้เพียงแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะดูแลขุนนางนับ 10,000 คนได้
ขุนนางคิดว่าพวกเขาจะถูกเชิญไปที่อื่นเพื่อกินเลี้ยง พวกเขาไม่คิดว่าซอมบี้จะไปยังห้องข้างๆของห้องโถงแต่ก็ไม่ได้ออกจากคฤหาสน์ไป เมื่อพวกเขายังงงๆ กับที่ที่พวกเขาไปอยู่ๆพื้นที่พวกเขายืนอยู่ก็เคลื่อนไหวได้ ชั้นบนสุดลระดับลงอย่างกระทันหัน ซึ่งทําให้เป็นชั้นดอกไม้อีกชั้นหนึ่ง ขุนนางกําลังดูสิ่งที่เขาเห็นด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่รู้ว่าเจ่าไห่กําลังวางแผนที่จะทําอะไร
หลังจากที่ดอกไม้สองชั้นปรากฏขึ้น พวกมันก็ยังไม่หยุดขึ้นเลย ดอกไม้ขนาดใหญ่ขึ้นไปอย่างช้าๆ และหยุดเมื่อมันสูงจนสามารถเป็นโต๊ะได้ นอกจากนี้ในดอกไม้ขนาดใหญ่ก็ยังมีดอกไม้เล็กๆ ด้วยสถานที่นี้เป็นที่ที่เหมาะกับการจัดงานเลี้ยงมากๆ
ขุนนางเข้าใจว่าทําไมดอกไม่ในชั้นแรกลดระดับลง เป็นเพราะดอกไม้เหล่านี้ถูกเหยียบและมันก็สกปรก ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้เป็นโต๊ะและเก้าอี้ได้ ดังนั้นพวกมันจึงระดับเล็กลงไป และก็มีดอกใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นโต๊ะและเก้าอี้ที่สะอาด
เหล่าซอมบี้รีบนําาขุนนางไปที่โต๊ะและให้พวกเขานั่งบนเก้าอี้ เมื่อนั่งลงแล้ว ขุนนางก็สังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างสองดอกที่อยู่กับเขา เก้าอี้ทําให้พวกเขารู้สึกได้ถึงความนุ่มกว่าเก้าอี้ที่พวกเขาเคยนั่งกัน
สิ่งที่ทําให้ขุนนางสนใจคือวัสดุที่ดอกไม้เหล่านี้สร้างขึ้นและดอกไม้ที่สร้างคฤหาสน์ด้วยเช่นกัน
หลังจากที่ขุนนางนั่งลง ก็มีซอมบี้ออกมาเป็นแถวๆ ขณะที่พวกมันนําเอาจานไปวางไว้บนโต๊ะ ซอมบี้เหล่านี้สวมเสื้อผ้าที่ดูดีมากๆ ซึ่งที่สําคัญเลยก็คือถุงมือที่พวกมันได้ใส่อยู่ เมื่อได้เห็นเช่นนี้คนอื่นๆก็รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อมาถึงตอนนี้ขุนนางก็ได้ทําความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตระกูลบูดา มันจะต้องใช้เวลามากก่อนที่เครื่องแบบเหล่านี้จะถูกจัดเตรียม การที่เจ่าไห่มีทําได้ในช่วงเวลาสั้นๆ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องงานเลย
ที่สําคัญไปกว่านั้นยกเว้นเจ่าไห่และคนอื่นๆ คนจากตระกูลบูดาก็อยู่ที่นี่น้อยมากๆ นี่ก็แสดงให้เห็นว่าตระกูลบูดาไม่ใช่ตระกูลธรรมดาเลย และสิ่งนี้เองที่ทําให้คนเหล่านี้กลัวความสามารถของเจ่าไห่
มีอาหารหลายอย่างบนโต๊ะของพวกเขา อาหารที่เจ่าไห่ได้เตรียมไว้ในครั้งนี้ทําตามประเพณีของทวีปอาร์ค ด้านหน้าแขกมีชุดมีดและส้อมและจานเป็นสิ่งที่ผู้คนจากทวีปคุ้นเคย
อาหารเหล่านี้ทําจากเครื่องแปรรูป ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่ต้องพูดเกี่ยวกับมันเลย แม้ว่าอาหารอาจจะไม่ใช่อาหารระดับสูง แต่มันก็ดีกว่าที่คนทั่วไปทํา นอกจากนี้ยังมีอาหารจานที่อร่อยมากๆด้วย
ขุนนางไม่ได้เกรงใจ พวกเขาใช้มีดและส้อมทันที แต่ไม่นานนักพวกเขาก็ได้รู้ความพิเศษของโต๊ะ กลีบของดอกไม้ถูกแยกออกเป็นสองชั้นโดยชั้นที่ใหญ่กว่าจะอยู่ใต้ชั้นที่เล็กกว่า ในขณะที่เครื่องใช้วางไว้อยู่ชั้นใหญ่จานวางอยู่บนชั้นเล็ก พวกเขาสังเกตเห็นว่าชั้นเล็กๆ หมุนช้าๆ ทําให้แขกสามารถกินอาหารทุกจานได้โดยไม่ต้องลุกขึ้น
ขุนนางเหล่านี้อยากรู้อีกว่าสามารถออกแบบมันได้ยังไง แต่ในที่สุดพวกเขาก็ต้อยอมรับว่านี่เป็นความคิดที่ดีมาก หากคุณไปงานเลี้ยงของขุนนาง แม้ว่าคุณจะมีที่นั่งของตัวเอง คุณก็ยังต้องลุกเพื่อไปตักอาหาร แต่เพราะตระกูลบูดาทําให้พวกเขาไม่ต้องลุกไปตักอาหารเลย
จากนั้นซอมบี้ก็นําไวน์มา ไวน์ทั้งหมดอยู่ในขวดใส ซึ่งก็มีอยู่ 3 แบบ แบบที่หนึ่งมีสีแดง แบบที่สองมีสีใส และแบบสุดท้านเป็นสีเหลือง
โดยทั่วไปแล้วไวน์แดงจะถูกใช้ในทวีปนี้ แต่การผลิตไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ด้วยเหตุนี้การผลิตไวน์ของพวกเขาจึงทําได้ไม่ดีนัก
ไวน์ขาวและเบียร์หายากมาก แขกส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเครื่องดื่มทั้งสองคืออะไร เมื่อเครื่องดื่มเหล่านี้ถูกส่งให้พวกเขา แต่ละคนก็มีแก้วเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ยังบนขวดยังบอกด้วยว่ามันคือเครื่องดื่มอะไร เพื่อที่พวเขาจะได้ทําความรู้จักกับเครื่องดื่มเหล่านี้ด้วย
มีบางคนชอบความเข้มของไวน์ขาวบางคนชอบไวน์แดงและบางคนก็ชอบดื่มเบียร์ การให้ดื่มไวน์และเบียร์ทําให้บรรยากาศในห้องคึกคักเพิ่มมากขึ้น
ในตอนนี้รถเข็นขนาดใหญ่ก็ถูกเข็นเข้ามาในห้องโถง รถเข็นใหญ่มากและก็ยาวมากด้วย ด้านบนของรถเข้นมีปลาวาฬอยู่ มันถูกทําให้สุกอย่างสมบูรณ์
เมื่อพิจารณาถึงการย่างปลาวาฬ กลุ่มของเจ่าไห่ก็ค่อนข้างมีประสบการณ์แล้ว พวกเขาประสบความสําเร็จในการย่างในครั้งนี้ เมื่อวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งครั้งนี้มันก็ดีกว่ามากๆ
ขุนนางต่างก็มองด้วยความว่าเปล่า ราวกับว่ามันถูกดึงเข้าไปในขณะที่พวกมันกําลังดูปลาตัวใหญ่ด้วยความตะลึง ซอมบี้ที่เป็นคนรับใช้ก็มาหั่นเนื้อของวาฬ
ขุนนางสงสัยมากเกี่ยวกับรสชาติของเนื้อวาฬ ไม่ต้องพูดถึงความหอมเลย ด้วยรูปลักษณ์และกลิ่นของอาหารมีผลต่อการตัดสินใจของใคร จึงไม่น่าแปลกใจที่แขกได้รู้ว่าเนื้อของวาฬมันอร่อยมากๆ
บรรยากาศยิ่งดีขึ้น แขกกินกันอย่างมีความสุข พวกเขาไม่ได้คิดว่าตระกูลบูดาจะจัดงานเลี้ยงที่น่าประทับใจขึ้นมาได้
คนที่มีความสุขมากที่สุดก็น่าจะเป็นแรนดอล์ฟ เมื่อเจ่าไห่ไม่ยอมให้เขาช่วย เขาคิดว่าเจ่าไห่ เพิ่งจะทําเพื่อรักษาหน้า ด้วยเหตุนี้เขาจึงกลัวว่าเจ่าไห่จะไม่สามารถทําได้ แต่เขาไม่คิดว่าเจ่าไห่จะทําให้แขกพอใจ ความคิดนี้ทําให้แรนดอล์ฟยิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ในตอนนี้กมีเสียงดังขึ้น “เจ่าไห่อยู่ที่นี่หรือไม่ ลอร่ากับคาเรทออกมา! ทั้งสองคนนี้เป็นคนจากตระกูลมาร์กี้ซึ่งเป็นผู้ทรยศ! จงออกมานี่เป็นคําสั่ง!!”
ขุนนางหยุดกินและมองตามไปที่เสียงนั่น ไม่จําเป็นต้องถามมันแน่นอนว่าคือเทพผู้มีพลังระดับ 9 อย่างไรก็ตาม ขุนนางเหล่านี้ไม่ได้กลัวเทพผู้มีพลังระดับ 9 ในตอนนี้ สิ่งที่พวกเขามีอยู่ในใจของพวกเขาคือ “ผู้เฒ่าแห่งตระกูลบูดาจะต้องตบมันเหมือนกับแมลงแน่!!”
ในสายตาของขุนนางตอนนี้ผู้ชายคนนี้เป็นเพียงแมลงที่รอการตาย ตอนนี้มีขุนนางอยู่ที่นี่ มากมาย ผู้ยิ่งใหญ่เกือบทั้งหมดของจักรวรรดิโรเซ่น ปรากฏอยู่และสถานะของเจ่าไห่ตอนนี้คือ อะไร? เขาเป็นบุตรเขยของตระกูลแคลซี ลูกเขยของโรเซ่น รวมถึงการเป็นผู้เฒ่าของตระกูลบูดา เทพผู้มีพลัง
ระดับ 9 มาที่นี่และต้องการให้เขาส่งพ่อและภรรยาให้ เขามีความพิเศษอะไร หากเทพผู้มีพลังคนนี้ไม่ได้ถูกตบมันก็จะเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ
เจ่าไห่ที่กําลังคุยกับขุนนางไม่ได้ตอบสนองอะไร แต่ก็ยิ้มและพูดขอโทษขุนนางจากนั้นเขาก็มองเทพผู้มีพลังระดับ 9
ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร แต่ข้าเองคิดว่าวันนี้เป็นวันที่ดี อย่าบังคับให้ข้าต้องทําเรื่องที่ไม่ดีเลย ซึ่งที่นี่ข้ามีสิทธิ์ทุกอย่าง!!
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย