Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 498 - งานแต่งงาน
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 498 - งานแต่งงาน
บทที่ 498 – งานแต่งงาน
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าต้องการทาสหนุ่มบางคนไปช่วยงานเรื่องราคาข้าไม่ได้กังวล”
เรนพยักหน้าและพูดว่า “ข้าไม่ได้ติดเช่นนั้น ข้าต้องการรู้ว่าท่านต้องการทาสกี่คน เราก็สามารถจัดการให้ท่านได้แน่นอน”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วเขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า “เกาะทองคําต้องการทาสจํานวนมาก
ในตอนนี้ทาส 400 คนที่ข้าเหลือไว้ตอนแรกข้าจะเอาไปไว้ที่ป้อมของข้าในเมืองคาร์สันเท่านั้น ข้ายังไม่ได้ซื้อสําหรับเกาะทองคํา ข้าต้องการทาสชราที่มีประสบการณ์ ข้ามีเรื่องบ้างอย่างที่จะต้องจัดการ”
เรนไม่รู้จะพูดเช่นไร แต่ก็คํานับเจ่าไห่ ลูกค้าทั่วไปจะซื้อทาสที่อายุน้อยและแข็งแรงเท่านั้น ผู้ที่ซื้อทาสแก่ๆ นั้นหากยากมากๆ นี่เป็นเพราะทาสเหล่านั้นทํางานหนักมากไม่ได้ ทาสเหล่านี้จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2-3 ปีเท่านั้นเพราะแบบนี้จึงไม่มีใครต้องการที่จะซื้อทาสแก่อย่างพวกเขา
จากการขายทาสมาหลายปี เรนได้รู้ว่าทาสแก่ๆ เหล่านี้มีประโยชน์อยู่ในตัว แม้ว่าทาสชรา เหล่านี้จะไม่สามารถทําอะไรได้ แต่พวกเขาก็มีประสบการณ์ชีวิตอยู่ในตัวของพวกเขา พวกเขาเข้าใจสถานกาณ์ที่มีเพียงคนที่มีประสบการณ์เท่านั้นที่จะรู้เช่นโรคที่พืชบางชนิดเป็นมากในการปลูกและก็ยังมีทาสชราหรือทาสแก่ที่สามารถทํานายสภาพอากาศได้ ความสามารถเหล่านั้นไม่มีค่าอะไรกับคนอื่นๆ แต่กับเจ่าไห่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย
แต่ขุนนางจํานวนมากก็ไม่ได้รู้เรื่องเหล่านี้ เป็นไปได้ที่ผู้ที่ไม่เคยอยู่ในดินแดนของพวกเขามาตลอดชีวิตพวกเขาก็ไม่เข้าใจการทําฟาร์ม มีรายได้ที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างขุนนางที่มีทาสแก่เมื่อเทียบกับไม่มี
โชคไม่ดีที่ความแตกต่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่ขุนนางจะสนใจ สิ่งที่พวกเขาสนใจคือความแข็งแกร่งของทาส เป็นเพราะเหตุนี้พวกเขาจึงใช้ทาสทํางานหนักจนบ้างที่ทาสเหล่านั้นก็ต้องตายไป พวกเขาต้องการที่จะใช้งานทาสเหล่านี้ให้คุ้มกับค่าที่พวกเขาเสียไปมากที่สุด
ทาสแก่เหล่านี้เป็นเหมือนสมบัติจริงๆ ในสายตาของเรนทาสเหล่านี้น่าจะมีราคาแพงกว่าทาสที่ยังหนุ่ม แต่ก็น่าเสียดายที่ขุนนางไม่คิดเช่นนั้น สิ่งที่พวกเขาเหม็นอยูเสมอคือท่านที่สามารถอยู่ได้นาน ทาสแก่ๆเหล่านี้จํานวนมากตายไปอย่างน่าสงสาร
เรนยังเข้าใจด้วยว่าทําไมเจ่าไห่ต้องการที่จะซื้อทาสหนุ่ม และทาสเด็กเรนรู้ดีว่าพวกเขา
สามารถเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้ถ้าพวกเขามีความสามารถราคาของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นหลาย 10 เท่า พ่อค้าทาสจํานวนมากทําวิธีนี้ในตอนนี้ พวกเขาจะซื้อทาสเด็กไปแล้วหาทาสช่างฝีมือเพื่อสอนให้
แก่พวกเขา เมื่อเด็กเหล่านั้นโตขึ้นพวกเขาจะได้ความรู้อย่างมากมาย และจะขายในราคาทาสที่มีความสามารถ ซึ่งมันจะทําให้ราคาของพวกเขาเพิ่มมากขึ้นมากๆ
เจ่าไห่ซื้อทาสพร้อมกับคนในตระกูลของเขามาด้วย เรนเห็นทาสจํานวนมากที่เสียใจเพราะพวกเขาจะต้องแยกจากตระกูลของพวกเขา ดังนั้นคนที่จัดการก็ไม่มีทางเลือกนอกจากฆ่าพวกเขา ทาสก็เป็นคนเช่นกันเรนรู้เรื่องนี้ดังนั้นเขาจึงเห็นว่าแนวทางของเจ่าไห่นั้นน่าพอใจมาก
เจ่าไห่มองไปที่เรนแล้วพูดว่า “เรน เจ้ามีปัญหาไหม เจ้าสามารถหาทาสให้ได้ไหม?”
เรนตกใจแล้วเขาก็ส่ายหัวและพูดว่า “ไม่มีปัญหา ข้าสามารถหาทาสให้ท่านได้ ท่านต้องการทาสกี่คน?”
เจ่าไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “100,000 คนถ้ามีมากกว่านั้นข้าก็ไม่มีปัญหา แต่ขออย่าให้น้อยกว่านั้น”
เรนกลายเป็นคนที่มีความสุขทันที เขาพูดกับเจ่าไห่ “มาควิสเจ่าไห่โปรดมั่นใจได้เลยตราบใดที่ท่านให้ข้า 1 เดือนเพื่อเตรียมการทาส 100,000 เหล่านั้นจะไม่เป็นปัญหาท่านต้องการให้ส่งทาสเหล่านี้ไปยังเกาะทองค่าเลยไหม?”
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “เมื่อพวกเขาพร้อมเจ้าก็ส่งข่าวไปที่ป้อมของข้า จากนั้นรอคําสั่งของข้าก่อนส่งพวกเขาไปที่นั่น ใช่ข้าต้องใช้เงินเท่าไหร่?”
เรนพยักหน้าจากนั้นเขาก็ไปด้านข้างและทําการคํานวณก่อนจะพูดว่า “มาควิสเจ่าไห่รวมทุกอย่างคือ 213,000 เหรียญทองแต่ข้าจะขอคิดท่านเพียงแค่ 210,000 เหรียญทองเราสามารถลดได้ 3,000 เหรียญ
เจ่าไห่ยิ้มแล้วโบกมือของเขา เมื่อการ์ดคริสตัล 2 ใบปรากฏขึ้น มีเครื่องหมายบางอย่างบนการ์ดใบแรกแสดงให้เป็น 200,000 เหรียญใบที่ 2 มี 10,000 เหรียญการ์ดเหล่านี้ออกโดยธนาคารและใช้กันทั่วไปโดยเหล่าขุนนาง
ธนาคารเหล่านี้ทําการ์คที่มีราคาแตกต่างกัน พวกมันทั้งหมดมีเครื่องหมายพิเศษที่ทําโดยธนาคารของพวกเขาและสามารถเปิดเผยได้ ตราบใดที่มีการจัดหาพลังงาน โดยการหาเช่นนี้เราสามารถดูความถูกต้องของการ์ดเหล่านี้ได้
เรนจัดการกับการ์ดเหล่านี้ตลอดทั้งปีเขาสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างของปลอมและของจริงได้ แต่ก็ไม่จําเป็นตอนนี้เจ่าไห่มีชื่อเสียงมากซึ่งเป็นสิ่งที่รับรองได้ มันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ่าไห่จะใช้การ์ดปลอม
เรนยอมรับการ์ดและพูดว่า “มาควิสสามารถพักผ่อนได้ เราจะต้องจัดการทาสที่ดีให้แล้วท่านต้องการจะไปดูทาสช่างหรือไม่?”
เจ่าไห่ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ไม่จําเป็นข้าเชื่อว่าเจ้าจะไม่หลอกข้า มีคนไม่มากในทวีปที่กล้าหาเช่นนั้น”
เรนหัวใจหยุดเต้นเขามั่นใจว่าเจ่าไห่ไม่ได้ล้อเล่น สิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงมีคนไม่มากที่จะกล้าทําเช่นนั้น ผู้ที่กล้าที่จะหลอกเจ่าไห่ก็ต้องพบกับความตาย แม้แต่ผู้สนับสนุนของเขาก็ยังไม่กล้าที่จะคิดเช่นนั้นกับเจ่าไห่
เรนพูดทันที “มาควิสเจ่าไห่อย่าพูดเช่นนั้นเลย ร้านค้าเล็กๆ ของเราจะไม่สามารถทนต่อความโกรธของท่านได้ ท่านมั่นใจได้เลยท่านจะได้รับของดีๆ จากเราแน่นอนเพื่อความปลอดภัยของเราด้วย”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ดีแล้ว ข้าจะกลับไปก่อน ข้าจะไปดูทาสต่อสู้หรือทาสนักรบในครั้งต่อไป” จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นและออกไป
พวกเขาขึ้นรถม้าข้างนอกแล้วออกจากตลาดทาส ลอร่ามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “พี่ไห่ พวกเราซื้อทาสจํานวนมากในครั้งนี้ฉันคิดว่าเราน่าจะแจ้งให้คุณปู่กรีนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ไปพักผ่อนก่อนเถอะ พี่จะต้องคุยกับปู่กรีนในเรื่องอื่นๆ ด้วยไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว”
ลอร่ามองไปที่เจ่าไห่เธอก็งงและพูดว่า “ที่พี่จะบอกกับปู่กรีนคือเรื่องอะไรกัน ใช่เรื่องป้อมที่เราซื้อไหม? ตอนนี้ถ้าป้อมของเราซ่อมเสร็จเราสามารถย้ายเข้าไปได้ทันที เมื่อถึงเวลานั้นเราสามารถจัดงานเลี้ยงได้ฉันคิดว่าไม่มีเรื่องอื่นเหลือแล้ว”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เรื่องนี้ต้องได้รับการดูแลไม่อย่างนั้นปู่กรีนจะโกรธเราได้” ลอร่ายังไม่เข้าใจว่าเจ่าไห่หมายถึงอะไร แต่เมื่อเห็นว่าเจ่าไห่ไม่อยากพูดเธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงป้อมๆ ของเจ่าไห่มีชื่อว่าชป้อมมังกร ตอนนี้พวกเขากําลังเตรียมพร้อมสําหรับสถานที่ ธงที่ถูกยกขึ้นก็มีตราสัญลักษณ์มังกรป่าของตระกูลบูดา พร้อมด้วยชื่อของป้อมที่ผู้คนจะรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นของตระกูลบูดา
ในเวลานี้มีป้อมหลายแห่งที่กําลังยุ่งอยู่ พวกเขาอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการซ่อมแล้ว นี่คือเมืองคาร์สันเมืองหลวงของจักรวรรดิโรเซ่น สถานที่ที่มีศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีป ด้วยเหตุนี้มันสะดวงมากที่จะซื้อของต่างๆ ดังนั้นเจ่าไห่จึงสามารถทําการปรับปรุงป้อมได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้เขายังเตรียมที่จะให้เจ่าฉินอี้วางหนึ่งในกิ่งของเธอในป้อมมังกรป่า
เมื่อถึงเวลาเที่ยงเรนก็ส่งคนให้ส่งทาสมากกว่า 600 คนไปยังป้อมมังกรป่า เจ่าไห่นําทาสบางส่วนไปที่ป้อมภูเขาเหล็ก ให้อยู่ภายใต้การนําของร็อคและบล็อก เจ่าไห่ให้พวกเขาจัดการกับผู้มาใหม่เพื่อทํางานเฉพาะที่ป้อมมังกรป่า
เมื่อพูดถึงการจัดการทาสบล็อกและร็อคก็มีลูกเล่นเล็กน้อย พวกเขาได้รับการมอบหมายจากเจ่าไห่ ให้ทํางานด้านการจัดการบางอย่างก่อนหน้านี้ และหลังจากให้พวกเขาเรียนที่โรงเรียนทั้งสองน่าจะมีความสามารถจัดการกับทาสได้โดยไม่มีปัญหา
สิ่งสําคัญที่สุดคือพวกเขาทั้งสองใช้เวลากับเจ่าไห่นาน พวกเขาเข้าใจนิสัยของเจ่าไห่และสิ่งที่เขาชอบ ทาส 400 คนที่เหลืออยู่ในป้อมนั้นจะเป็นต้องได้รับการจัดการที่ดีไม่งั้นเจ่าไห่จะไม่รู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ที่นั่น
ทาสช่างฝีมือง่ายต่อการจัดการ เจ่าไห่ส่งพวกเขาไปที่ป้อมภูเขาเหล็กเนื่องจากป้อมต้องการ ผู้คนอย่างพวกเขาในตอนนี้ อย่างไรก็ตามนายน้อยถูกใช้เป็นชื่อเรียกของเจ่าไห่ แม่ของซูกะได้ศึกษายาและทํายาจนได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น และเจ่าไห่ก็ยังต้องการให้ทาสสอบแม่ของซูกะเพื่อให้เก่งขึ้นไปอีก
หลังจากจัดคนเหล่านี้เจ่าไห่ก็ไปที่มิติที่กรีนและคนอื่นๆ กําลังรอพวกเขาอยู่ กรีนและคนอื่นๆรู้ว่าเจ่าไห่ยุ่งกับพวกเขาทาสดังนั้นพวกเขาจึงไม่ไปและรบกวนเขา ท้ายที่สุดพวกเขาสนับสนุนวิธีของเจ่าไห่อย่างเต็มที่
หลังจากพวกเขามาถึงที่ห้องนั่งเล่นของบ้านเจ่าไห่ก็หันไปหากรีนและพูดว่า “ปู่กรีนข้ามาพบท่าน 2 เรื่องในวันนี้เรื่องแรกคือข้าจะบอกท่านว่าข้าซื้อทาสมา 100,000 คนพวกเขาไม่ได้เป็นทาสธรรมดาพวกเขาเป็นทาสที่มีความสามารถ ข้าต้องการให้พวกเขาไปช่วยงานที่ฟาร์มในแดนทมิฬ ข้ามีหลายอย่างที่ต้องทําในอนาคตดังนั้นข้าไม่มีเวลาพอที่จะทําฟาร์มเราน่าจะทําหมู่บ้านสําหรับพวกเขานอกป้อม”
กรีนพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ มันก็เป็นเรื่องที่ดีแม้ว่าเราจะมีคนถึง 200,000 คนแล้วแต่ข้าก็ยังคิดว่าพวกเขายังไม่เพียงพอที่จะทําฟาร์มในแดนทมิฬ ข้าแนะนําให้เจ้าให้พวกเขาสามารถหาอาหารกินที่ดินพวกเขาได้ ให้พวกเขาเลี้ยงสัตว์ด้วยสิ่งนี้เราอาจมีรายได้มากขึ้นจากการเลี้ยงสัตว์
หากเราไม่ทําเช่นนี้พื้นที่ขนาดใหญ่ของแดนทมิฬจะสูญเปล่า”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “นั่นเป็นความคิดที่ดี ก่อนที่จะใช้พื้นที่ทั้งหมดในการทําฟาร์มเราอาจใช้พื้นที่ส่วนที่ไม่ได้ใช้เพื่อการเลี้ยงสัตว์”
กรีนพยักหน้าแล้วก็พูดว่า “เรื่องที่สองคืออะไร?”
เจ่าไห่หายใจเข้าลึกๆ จากนั้นเขาก็มองไปที่ลอร่าและคนอื่นๆ ที่กําลังฟังอยู่ด้านข้างก่อนที่จะหันหน้าของเขาไปที่กรีนและพูดว่า “ตอนนี้ชื่อเสียงของตระกูลบูดาของเราได้จัดตั้งขึ้นแล้ว ข้า
ต้องการแต่งงานอย่างเป็นทางการกับลอร่าและคนอื่นๆ การมีพวกเธอเป็นคู่หมั้นของข้ามานานเกินไปจะทําให้ผู้อื่นนินทา”
กรีนมองเจ่าไห่ คาเรทก็ด้วยลอร่าและคนอื่นๆก็มองด้วย พวกเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เรื่องที่พวกเธอพึ่งเจอมันใหญ่เกินไป พวกเธอลืมการแต่งงานไปแล้ว ตอนนี้ที่เจ่าไห่พูดเรื่องนี้พวกเขาก็มองด้วยความว่างเปล่า
หลังจากนั้นครู่หนึ่งกรีนก็รู้สึกตัวในขณะที่เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “จริงสิ ข้าคิดว่าถึงเวลาแล้วที่งานแต่งงานของนายน้อยจะต้องผ่านไป เรายุ่งกันมากในวันนี้ข้าลืมเรื่องเหล่านี้ไปหมดแล้ว ข้าจะจัดการทันที”
คาเรทก็มีความสุขเช่นกันลอร่าได้เป็นผู้ติดตามของเจ่าไห่ทําให้ชื่อเสียงของเธอแย่ลง อย่างไรก็ตาม เจ่าไห่ยืนยันว่าพวกเขาควรรอจนกระทั่งตระกูลบูดาจัดตั้งตัวเองก่อนที่จะแต่งงาน
ในที่สุดโอกาสในการทําเช่นนั้นก็มาถึงแล้ว
ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็มีความสุขเมื่อเจ่าไห่ออกไปไหน เขาสามารถแนะนําว่าพวกเธอเป็นคู่หมั้นของเขาได้เท่านั้น ทําให้พวกเธอรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเธอจะแต่งงานแล้ว
เมอร์รีนยังอยู่ในห้องนั่งเล่นเธอเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในห้องเธอยิ้มแล้วพูดว่า “นายน้อย มันน่ามหัศจรรย์! เราจะไปและเคารพบรรพบุรุษและบอกข่าวดีกับพวกเขา”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะจากนั้นทุกอย่างก็เรียบร้อยปู่กรีน ข้าต้องขอให้ท่านช่วยข้าเตรียมคําเชิญข้าจะไปหาปูแรนดอล์ฟในวันพรุ่งนี้ และขอความช่วยเหลือจากเขาด้วย”
กรีนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เอาล่ะ แต่นายน้อย ท่านวางแผนที่จะเตรียมงานแต่งงานนี้นานแค่ไหน?”
เจ่าไห่เข้าใจในสิ่งที่กรีนพูดหลังต้องการให้วันที่ไกลออกไป ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะสามารถจัดเตรียมคําเชิญได้อย่างถูกต้องรวมถึงมีเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ยังไม่ได้มีเวลามากตอนนี้เขาหันไปหากรีนและพูดว่า “ปู่กรีนข้าต้องการให้พิธีเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเพราะข้าต้องไปทุ่งหญ้าข้าต้องดูแลธุรกิจที่นั่น”
กรีนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “เอาล่ะ ฤดูใบไม้ผลิกําลังมาถึงทุ่งหญ้ามันจะไม่ดีถ้าท่านมุ่งหน้าไปที่นั่น ข้าคิดว่ามันเกิดขึ้นเร็วไป เราควรหารือเรื่องนี้กับแรนดอล์ฟไม่ว่าในกรณีใดเราต้องเคารพความคิดเห็นของเขาในเรื่องนี้ด้วย เจ้าคิดเช่นไรคาเรท?
คาเรทพยักหน้าและยิ้ม “ไม่เป็นไร ตระกูลมาร์กี้ด้วยข้าอยากเห็นปฏิกิริยาของพวกเขาถ้าพวกเขากล้าทําอะไรพวกเขาก็ไม่รู้จักคําว่าเกรงใจแล้ว”
กรีนตะคอกและพูดว่า “ถ้าพวกเขากล้าพวกเขาคิดจริงๆ หรือว่าตระกูลบูดาจะเหมือนเมื่อก่อน หรือไม่ ลองมาดูกันว่าพวกเขาจะทําตัวไร้เหตุผลครั้งนี้หรือไม่ เราต้องทําให้พิธีแต่งงานนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทําได้ ประชาชนทุกคนในทวีปนี้จะได้เห็นมัน”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ข้าชอบอย่างนั้นข้าไม่สามารถปล่อยให้คู่หมั้นของข้ารู้สึกผิด ถ้าไม่ใช่เพราะความกลัวนี้งานแต่งงานอาจจะเสร็จสิ้นแล้วคราวนี้เราต้องทําให้มันใหญ่โตข้าคิดว่าเรา ควรจัดที่ป้อมมังกรป่า ปู่กรีนคิดอย่างไร?
กรีนคิดแล้วส่ายหัว “นายน้อย ข้าคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าเราจัดที่เกาะทองคํา ที่นั่นคือเมืองของเราหากผู้คนต้องการท่าตัวไม่สุภาพเราสามารถจัดการกับพวกเขาได้ทันที!”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย