Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 495 - ความแตกต่างของเกาะทองคํา
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 495 - ความแตกต่างของเกาะทองคํา
บทที่ 495 – ความแตกต่างของเกาะทองคํา
หลังจาก 10 ชั่วโมงหญ้าไหมเหล่านี้ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ไม่ต้องการที่จะทําอะไรกับหญ้าในตอนนี้ เขาตัดสินใจที่จะปล่อยให้พวกมันไว้ก่อน แม้ว่าหญ้าไหมสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว แต่มันก็ยังสั้นอยู่ หากว่าเก็บไปตอนนี้เกาะทองคําก็จะไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงตัดสินใจปล่อยให้พวกมันเติบโตไปก่อนแล้วจึงจะเก็บมัน
ตอนนี้เจ่าไห่ ลอร่าและคนอื่นๆ ก็อยู่กันที่เกาะทองคํา เกาะทองทั้งหมดเป็นสีเขียวและเต็มไปด้วยความงดงาม ลอร่ายิ้มแล้วพูดว่า “พี่ไท่ฉันกลัวว่าเราต้องบังคับใช้กฏห้ามไม่ให้ใครทําลายหญ้าไหมด้วย ไม่งั้นเราอาจจะต้องสูญเสียเงินจํานวนมากเพื่อปลูกมันใหม่”
เจ่าไห่ยิ้มแล้วพูดว่า “ยังไงก็ตามการก่อสร้างที่พวกเราต้องทํามันจะต้องทําความเสียหายกับหญ้าเหล่านั้นอยู่แล้ว แต่เราก็สามารถควบคุมมันได้สิ่งเหล่านี้สามารถทําให้เราได้กําไรมากมายมาก”
เมแกนมองไปที่เจ่าไห่แล้วพูดว่า “พี่ไห่ได้สนใจเรื่องเงินอยู่ไหม? หญ้าเหล่านี้มีราคาที่สูง
เจ่าไห่ยิ้มและพูว่า “แน่นอน พี่ไม่ได้สนใจเรื่องเงิน แต่สิ่งเหล่านี้มีความจําเป็นเกาะทองค่า เอาล่ะ เราไม่จําเป็นต้องคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้ทุกอย่างก็เรียบร้อยหมดแล้วสิ่งเดียวที่เราต้องทำตอนนี้คือการรอคนเข้ามา”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “พี่ไร่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายไหม
มันเกือบจะเป็นเดือนแล้วที่ไม่มีใครมาเกาะนี้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพราะพี่ยังไม่ได้ให้พวกเขามาที่เกาะนี้ เราสามารถทําให้พวกเขามาที่นี่ได้ พี่จะต้องส่งจดหมายไปให้ปู่แรนดอล์ฟก่อน และก็รอจนกว่าจดหมายจะกลับมา”
เมแกนงงมาก เจ่าไห่ไม่ได้บอกพวกเธอว่าเขาวางแผนจะทําอะไรในเกาะนี้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เมแกนและคนอื่นๆจะงง
หลังจากกลับไปที่ฐาน เจ่าไห่ได้ส่งจดหมายไปยังตระกูลแคลซี, เจ้าชายชาลี, ตระกูลครูก และตระกูลเซรี่ทันที เขาเขียนแผนของเขาและขอให้พวกเขาร่วมมือด้วย
อันที่จริงแรนดอล์ฟและคนอื่นๆ ต้องการส่งคนไปยังเกาะทองคํา
แต่เจ่าไห่ยังไม่ต้องการให้พวกเขา เจ่าไห่ขอให้พวกเขารอจดหมายของเขาก่อน ก่อนที่จะให้พวกเขามาที่เกาะทองคํา
ในไม่ช้าแรนดอล์ฟกับคนอื่นๆ ก็จะได้รับจดหมายจากเจ่าไห่ พวกเขาไม่สามารถทําอะไรได้ แต่ก็พูดถึงเจ่าไห่ พวกเขาคิดว่าแผนของเจ่าไห่นั้นวิเศษมาก หากโจรสลัดไม่มาที่เกาะทองคําเพื่อทําการค้าขายก็จะไม่เป็นผลดีต่อหลายฝ่ายก่อน
อย่างไรก็ตามโจรสลัดยังคงไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานการณ์
บนเกาะทองคํา ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะรอจนกว่าจะมีการยืนยันที่แน่นอนจากผู้ที่เข้ามา
แรนดอล์ฟและคนอื่นๆรู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นเมื่อพวกเขาได้รับจดหมายของเจ่าไห่ตระกูลแคลซีก็ส่งคนไปยังเกาะทองคําทันที เนื่องจากเมืองสกายอยู่ใกล้กับเกาะทองคําพวกเขาสามารถส่งคนไปได้ทันที
ตระกูลที่ 2 ที่ส่งคนไปเพื่อเข้าสู่เกาะทองคําแล้วก็คือตระกูลเซรี่ ธุรกิจของตระกูลเซรี่เมื่อเร็วๆนี้ในทวีปนี้ถูกปราบปรามอย่างรุนแรงจากกิลแห่งความสว่าง แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ดูแลแต่ธุรกิจก็ไม่ได้เหมือนก่อน สําหรับตระกูลแล้วการสูญเสียครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย ผู้เฒ่าแห่งตระกูลเซรี่
ตอนนี้พอใจมากกับผงค์จักรพรรดิที่ให้สนับสนุนเจ่าไห่ การมาถึงที่เกาะทองคําในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าไปแก้ปัญหาที่พวกเขากําลังพบอยู่ตอนนี้
กลุ่มที่ 3 ที่ส่งคนไปที่เกาะทองคํานั้นมาจากเจ้าชายชาร์ลี บ้านของเขาคือเมืองน้ําหยก แม้ว่ามันจะไกลกว่าเมืองสกาย แต่ระยะทางไปยังเกาะก็ไม่ไกลนัก เพราะเหตุนี้เองที่ทําให้พวกเขามาช้ากว่าตระกูลแคลซี
ตระกูลครูกเป็นตระกูลสุดท้ายที่เข้ามาในเกาะเพราะตระกูลของพวกเขาไม่มีเมืองท่า หากพวกเขาต้องการเดินทางไปที่เกาะทองคําพวกเขาจําเป็นต้องเตรียมการมากกว่าตระกูลอื่น ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วที่พวกเขาจะต้องช้ากว่าตระกูลอื่นๆ
ทั้ง 4 กลุ่มเหล่านี้ที่มาเกาะทองคําพวกเขาทุกคนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขากับเจ่าไห่ ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงไม่แปลกใจกับมัน
อย่างไรก็ตามกลุ่มโจรสลัด 2 กลุ่มก็เข้ามาในเกาะทองคําเพื่อทําธุรกิจแล้ว โดยปกติแล้วพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นั่นเพื่อทําร้านค้า พวกเขาต้องการขานสินค้าเท่านั้น พวกเขาไปที่เกาะเพื่อขายของที่ขโมยมาและได้รับทองคําหรือสิ่งของอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนการค้าขายเป็นไปอย่างราบรื่นมาก
ไม่เพียงแต่พวกเขาจะซื้อสิ่งที่พวกเขาต้องการพวกเขายังซื้อของได้ในราคาที่ถูกกว่าปกติที่พวกเขาเคยซื้อด้วย สิ่งที่พวกเขาขายถูกซื้อในราคาที่สูงกว่าสิ่งที่พวกเขามักจะซื้อ ครั้งนี้พวกเขาได้รับผลกําไร 3 เท่าเมื่อเทียบกับที่เคยมีมา
กลุ่มโจรสลัด 2 กลุ่มที่เข้ามาในเกาะนั้นมีความกล้าหาญมาก พวกเขาเข้าไปในเกาะตรงๆเลย ในท้ายที่สุดความกล้าหาญของพวกเขาก็ได้รับผลตอบแทนที่ดีมากจริงๆ พวกเขาได้รับสิ่งมากมายซึ่งมันทําให้พวกเขาพอใจมากๆ
ความสําเร็จของพวกเขากระตุ้นกลุ่มโจรสลัดอื่นๆ เข้ามาโจรสลัดไม่มีที่ที่พวกเขาสามารถแลกเปลี่ยนได้ แต่ตอนนี้พวกเขามีที่เกาะทองคําที่ทําให้พวกเขามีความสุขมาก
การมาของโจรสลัดเหล่านี้นําโชคมาสู่ตระกูลแคลซีและอีก 3 ตระกูล แน่นอนว่าผลกําไรเหล่านี้ไม่ได้ถูกซ่อนไว้จากคนอื่นๆในทวีป เมื่อคนอื่นๆ เห็นเช่นนี้พวกเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที
สิ่งแรกที่พวกเขาทําคือการตั้งร้านบนเกาะทองคํา ในตอนนี้คนของลอร่าก็มาถึงเกาะและทํางานเพื่อเป็นผู้จัดการ
อีกไม่นานเกาะทองค่าก็จะคึกคักมาก เกาะทองคําไม่เพียงแต่มีราคาของที่ถูกเท่านั้น แต่มันก็ยังมีภาษีที่ไม่แพงมากนัก ธุรกิจทั้งหมดของพวกเขาไม่ได้ถูกจํากัดมากนัก ตราบใดที่พวกเขาไม่ละเมิดกฏของเกาะทองคํา ก็จะไม่มีใครเข้าไปรบกวนพวกเขาเลย
โจรสลัดยินดีเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่เคยมีเงินเยอะมากเท่านี้มาก่อน พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขมาก ในอดีตพวกเขาไม่สามารถเดินบนถนนได้เนื่องจากกลัวที่จะถูกจับ
ตอนนี้มันไม่ได้เหมือนตอนนั้นแล้ว ตราบใดที่มีใครมาถึงเกาะทองคําและทําตามกฎของมัน ผู้ที่ดูแลที่นี่ก็จะไม่สนใจคุณเลยแม้แต่จะมอง
ในตอนแรกพวกเขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับการลาดตระเวนโดยซอมบี้ อย่างไรก็ตามในเวลาที่พวกเขาค่อยๆยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติ พวกซอมบี้นั้นดีมากตราบใดที่คุณไม่ได้ละเมิดกฏของเกาะทองคําพวกเขาก็จะไม่สนใจคุณเลย แต่เมื่อมีคนทําผิดก็จะต้องพบกับเรื่องที่พวกเขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่
พวกโจรสลัดได้เห็นมันด้วยตาของพวกเขาเอง โจรสลัดไปขายสิ่งของแต่ไม่ได้รับเงิน แม้กระทั่งเจ้าของต่อสู้กับเขาก่อนที่เจ้าของจะถูกพาตัวไปโดยเหล่าซอมบี้
หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่ได้อะไที่แปลก แต่ก็น่าสนใจคนนั้นมาจากตระกูลแคลซี เมื่อเขาถูกเอาตัวไปเขาก็ยังคงหยิ่งมากเขาตะโกนบอกกับซอมบี้ว่าเขามาจากตระกูลแคลซี เขาบอกว่าถ้ากล้าแตะต้องเขาแล้วเขาจะทําให้เจ่าไห่เป็นอันตรายแน่ๆ
แต่ซอมบี้ก็ไม่ได้สนใจคําพูดของเขา พวกเขายังทําสิ่งต่างๆ ต่อไปและในเวลาเดียวกันพวกเขาได้ยินว่าบุคคลนั้นถูกปรับโทษอย่างหนักจากตระกูลแคลซี
มีพ่อค้ามากมายที่ไม่ได้มีแผนที่จะไปที่ไหน พวกเขาตัดสินใจที่จะไปที่เกาะทองคําทันที
ตราบใดที่พวกเขาอยู่ในน่านน้ําของเกาะทองคําพวกเขาก็จะมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะปลอดภัย
โดยปกติแล้วโจรสลัดบางคนไม่ได้ทําตามกฏ หลังจากตระกูลบูดาประกาศกฏนี้พวกเขาก็ยังคงปล้นพื้นที่ทะเลของเกาะทองคํา
อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกเขาจะถูกปล้น แต่ตระกูลบูดาก็จะเป็นคนแรกที่รู้ หลังจากนั้นโจรสลัด
ก็ถูกทําลายไปอย่างแน่นอน
หลังจากกลุ่มโจรสลัด 3 กลุ่มถูกทําลายไปกลุ่มอื่นๆ ก็ทําตามกฏทันที โจรสลัดรู้ว่าน่าจะมีอะไรบางอย่างที่ทําให้ตระกูลบูดารู้เรื่องเหล่านี้
ผลกําไรที่ตระกูลบูดาจัดการกับกลุ่มโจรสลัดเหล่านี้มันไม่ได้มากนัก ในทางกลับกันกําไรของมันดีมากสําหรับพวกเขา
สินค้าบางอย่างที่พ่อค้านํามาที่เกาะและถูดขายออกไปจะตกอยู่ในมือของโจรสลัด วัฏจักรจะดําเนินต่อไปดังนั้นตระกูลบูดาจึงไม่จําเป็นต้องเป็นห่วง
เรื่องจากปริมาณของสินค้ามีจํานวนมากที่อยู่ในเกาะ ราคาของสินค้าเหล่านี้จึงลดลงตามปกติ ในท้ายที่สุดคนที่จัดการเพื่อประหยัดผลกําไรของพวกเขาจะเป็นโจรสลัด ดังนั้นโจรสลัดจึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่พ่อค้า
แต่ถ้าจะบอกว่าโจรสลัดจะหยุดปล้นก็คงเป็นไปไม่ได้ โจรสลัดยังคงปล้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาเข้าไปและขายของพวกเขาในเกาะทองค่า จะไม่มีใครบอกพวกเขา
แม้แต่คนที่ขยันที่จะตามพวกเขา โจรสลัดก็พบว่ามันยากที่จะทําเช่นนั้น ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงไม่กังวลว่ารายได้ของเกาะจะลดลงหรือเป็นผลกระทบ การเก็บภาษีของเจ่าไห่ในเกาะทองคํานั้นต่ํามาก เพราะเขาไม่ได้เก็บถาษีสินค้า แต่ไปเก็บภาษีการทําธุรกรรมแทน
เจ่าไห่ประกาศอย่างชัดเจนว่าอัตราภาษีนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะอยู่ในอัตรานี้เสมอไป เจ่าไห่รู้ว่าตราบใดที่เขาทําภาษีของเกาะทองคําต่ํามากร่วมถึงให้บริการที่ดี เกาะทองคําจะมีชื่อเสียงในไม่ช้า ตราบใดที่เกาะทองคํามีอัตราสินค้าร้านค้าก็จะเข้ามามากขึ้นพวกเขาอาจไม่ต้องการที่จะจัดการกับสินค้าละเมิดกฏและต้องการทําธุรกิจตามปกติ แต่เจ่าไห่คิดว่าอัตราภาษียังคงเพียงพอ
เพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่ตระกูลแคลซีมาถึงเกาะสถานที่แห่งนี้ยินดีต้อนรับฤดูกาลที่มีคคนมาเที่ยว ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นโจรสลัดหรือพ่อค้าพวกเขาทุกคนต้องการที่จะค้าขายในเกาะทองคํา
เพราะภาษีมันถูกมากจริงๆ
แม้ว่าภาษีในที่อื่นๆ จะไม่สูงมาก แต่ก็ไม่ได้ต่ํามาก ยกตัวอย่างเช่นเมืองน้ําภาษีพื้นฐานของเมืองสําหรับการขนส่งสินค้าธรรมดาคือ 5% – 8% สินค้าอื่นๆ จะถึง 10% ถึง 15%
อย่างไรก็ตามในเกาะทองคําภาษีสําหรับสินค้าธรรมดาเพียง 1% สินค้าอื่นๆ สามารถเก็บภาษีได้ประมาณ 2% หรือ 3%
การแบ่งระหว่างการบนส่งสินค้าธรรมดาและอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทรัพกรอะไร หากพวกมันเป็นสินค้าต่างๆ ภาษีจะสูงขึ้นถ้าไม่พวกมันก็จะลดลง
นอกจากนี้เกาะทองคํายังต้องเสียภาษีตามธุรกรรม ไม่ใช่ประมาณของสินค้า หากคุณขายของบางอย่างพวกเขาจะได้รับภาษี ถ้าคุณไม่ขายคุณก็ไม่ต้องจ่ายภาษี
นอกจากนี้สิ่งของที่เสียหายอาจยังถูกเก็บภาษีในที่อื่น แต่บนเกาะทองคําาสินค้าเสียหายจะไม่ต้องเสียภาษี สําหรับคนอื่นๆ มันอาจดูเหมือนว่าพ่อค้าสามารถใช่เรื่องนี้เพื่อหลบเลี่ยงภาษี อย่างไรก็ตาม สิ่งดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในเกาะทองคํา
เมื่อสินค้ามาถึงที่เกาะทองคํา พวกเขาจะได้รับการตรวจสอบ ยิ่งไปกว่านั้นในแต่ละเดือนจะมีคนมาที่โกดังและบันทึกของก่อนที่จะเรียกเก็บภาษีจากพ่อค้า
นอกจากนี้ผู้คนที่มาและตรวจสอบสินค้าก็คือซอมบี้ พวกมันไม่สามารถรับสินบนได้ และพวกมันก็ระวังมากในการตรวจสอบ ด้วยเหตุนี้การหลีกเลี่ยงภาษีจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมาก
เพื่อที่เจ่าไห่จะป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหายเขาจึงยืมระบบตั๋วจากโลก หากคุณทําธุรกิจคุณต้องออกตั๋ว จากนั้นเกาะจะเก็บภาษีตามตั๋วเหล่านั้น
ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ยังดําเนินการประเมินสินค้าที่เสียหายทั้งหมดด้วยเช่นกัน หากสินค้าของคุณ 5 ใน 100 ได้รับความเสียหายจากนั้นพวกมันจะได้รับเป็นสินค้าที่เปราะบาง หากค่าเฉลี่ยของพวกมันคือ 6% ของมูลค่าของ 100 ดังนั้นค่า 5 นั้นจะไม่ถูกหักภาษี หากคุณอ้างว่ามีสินค้าที่เสียหายมูลค่า 10% แต่การประเมินราคาเพียง 5% คุณจะถูกลงโทษ ในเวลานั้นสินค้าของคุณ 100% จะถูกหักภาษี
โดยปกติสิ่งนี้อาจฟังดูไม่ยุติธรรม ตัวอย่างเช่นหากมีคนพบไต้ฝุ่นซึ่งทําให้เกิดความเสียหายต่อสินค้าของพวกเขา ในกรณีนั้นพวกเขาสามารถรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะ เมื่อถึงเวลาที่คุณจ่ายภาษีสินค้าเหล่านั้นจะถูกหักภาษี
ด้วยวิธีนี้กรณีส่วนใหญ่ของการหลีกเลี่ยงภาษีจะถูกกําจัดอย่างไรก็ตามยังมีบางคนที่สามารถหาวิธีหลบหนีจากการถูกเก็บภาษีได้ ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงนึกถึงระบบการให้รางวัล หากมีคนไป รายงานการหลีกเลี่ยงภาษี คนๆนั้นจะได้รับรางวัลซึ่งมันจะทําให้เกาะแห่งนี้ไม่มีการเลี่ยงภาษี
เกาะทองคํากลายเป็นสถานที่แห่งความขยันและความเจริญรุ่งเรือง ธุรกิจบนเกาะได้รับความนิยมอย่างมาก นี่เองที่ทําให้ทุกคนในทวีปอิจฉา อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถก่อเหตุไม่ดีบนเกาะได้
เจ่าไห่เขียนมันไว้บนหินแล้วเขายังไม่พอใจกับกลุ่มผู้ยิ่งใหญ่สองกลุ่ม แต่เขาก็ยังไม่สนใจ
หากเขาไม่มีชื่อเสียงเขาจะไม่เปิดเกาะทองคํา
ในเวลานี้เจ่าไห่ยิ้มในสิ่งที่เขาได้รับ นอกจากนี้เนื่องจากมีพ่อค้าจํานวนมากที่มาที่เกาะเพื่อทําธุรกิจทีมก่อสร้างของเขาจึงยุ่งมาก เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้เจ่าไห่ได้ทําเงินมากมายเช่นกัน
พ่อค้าบนเกาะไม่ใช่คนโง่ พวกเขาคํานวณทุกอย่างก่อนที่จะดําเนินการก่อสร้าง หากพวกเขาเห็นว่ากลุ่มก่อสร้างมีราคาแพงมาก พวกเขาก็ควรซื้อวัสดุอื่นและจ้างคนบางคนเพื่อสร้างร้านค้าด้วยตนเอง แต่หลังจากทําการคํานวณพวกเขาเห็นว่าทีมก่อสร้างไม่แพงกว่ากลุ่มก่อสร้างอื่นๆของทวีปในทางกลับกันพวกเขาถูกกว่าจริงๆ ดังนั้นผู้คนบนเกาะจึงตัดสินใจจ้างกลุ่มก่อสร้างของเจ่าไห่เพื่อทํางาน
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย