Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 493 - เจ้าของคนเดียว
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 493 - เจ้าของคนเดียว
บทที่ 493 – เจ้าของคนเดียว
ขนาดของกองทัพเรือจักรวรรดิอาร์ซูนั้นเป็นที่รู้กันดีสําหรับทุกคนเพราะพวกเขาทุกคนต่างก็ติดตามเหตุการณ์ครั้งนี้ สิ่งที่จักรวรรดิส่งมาในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรือเท่านั้น พวกเขายังส่งลูกเรือที่มีทั้งนักสู้และเทพผู้มีพลังระดับ 8 มาด้วยพวกเขายังส่งคนสร้างฐานมาอีกด้วย
ทหารที่มากับเรือมากกว่า 500 ล่าพร้อมด้วยช่างฝีมือนับแสนๆ คน ยิ่งไปกว่านั้นคนนับแสน เหล่านั้นกลายเป็นซอมบี้ของเจ่าไห่ หากเขาไม่ใช่ปีศาจแล้วเขาเป็นอะไร
แม้ว่าจะมีคนอื่นที่ฆ่ามากกว่าหนึ่งแสนคนมาก่อนหน้าเจ่าไห่ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ทําขนาดนี้
ในทางกลับกันเจ่าไห่ไม่ได้ตบตาเมื่อฆ่าคนมากกว่าหนึ่งแสน เขายังทําให้กลายเป็นซอมบี้อีกด้วย
การประกาศโดยเจ่าไห่ทําให้ทุกคนในทวีปนี้ตกใจมาก พวกเขารู้สึกตกใจมากจากความแข็งแกร่งของเจ่าไห่ คนที่สามารถทําให้คนกลายเป็นซอมบี้ได้เป็นแสนคน เจ่าไห่จะแข็งแกร่งมากแค่ไหน ค่าถามทั้งหมดนี้ทําให้เจ่าไห่อยู่หลังม่านลึกลับ
อิทธิพลที่สําคัญในทวีปนี้ต้องการที่จะยกม่านนี้ออก ไม่เพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น แต่ยังเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาด้วย จุดแข็งและวิธีการของเจ่าไห่นั้นน่ากลัวมากจริงๆ
เมื่อผู้คนไปถามเจ่าไห่ พวกเขาก็รู้ในทันทีว่าเขาเป็นเด็กที่น่ากลัว ในช่วง 18 ปีแรกของชีวิต เขาเป็นเพลย์บอย เอาแต่ใจหยิ่งและไม่ได้เรียนรู้ความสามารถหรือทักษะใดๆ เขาเป็นเพลย์บอยชั้นต่ำ
เมื่อเขาดื่มน้ําแห่งความว่างเปล่าไปและถูกเนรเทศไปยังแดนทมิฬ ในทันในนั้นเขาก็เปลี่ยนใจ หลายเดือนต่อมา มีคนชื่อเจ่าไห่ปรากฏตัวในทวีป
ทันทีที่เขาออกมาเขาจะดูแลกลุ่มทหารรับจ้างก่อนที่เขาจะตั้งธุรกิจของเขาเอง จากนั้นเขาก็กลายเป็นศัตรูของทั้งกิลแห่งความสว่างและก็ตระกูลมาร์กี้ หลังจากฆ่าคนของพวกเขา เจ่าไห่ก็หนีไปที่ทุ่งหญ้า
หลังจากออกมาจากทุ่งหญ้าเขาไปปรากฏตัวอีกครั้งที่จักรวรรดิโรเซ่น ที่นั่นเขาได้จัดการกับลิออน สังหารตระกูลของลิออนทั้งหมด จากนั้นเขาก็ได้ทําธุรกิจกับตระกูลแคลซี เจ่าไห่ยังช่วยเหลือตระกูลเพอร์เซลล์ด้วย เจ่าไห่ยังบอกอีกว่าตอนนี้เขามีทหารจํานวนมาก เมื่อเขาจัดการกับตระกูลโรเบิร์ตคนอื่นๆก็รู้วิธีการของเขา เขาสังหารทุกคนในตระกูลโรเบิร์ตจนไม่มีพยานที่ยังมีชีวิตอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเปลี่ยนตระกูลโรเบิร์ตทั้งหมดให้กลายเป็นซอมบี้ จากนั้นเขาก็ได้มา
จัดการกับทหารของจักรวรรดิอาร์ซู
ตอนนี้จากการคํานวนของทหารที่เจ่าไห่มีก็น่าจะประมาณ 1,000,000!! ซอมบี้ระดับสูง 1,000,000 ตัว? สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงอะไร? ไม่ต้องพูดถึงตระกูลทั่วๆ ไปเลยแม้แต่ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ก็ไม่กล้าที่จะทําอะไรกับเขาอีกต่อไปแล้ว
อาจจะบอกได้ว่าคนอื่นๆ ไม่กล้าที่จะเข้าหาเจ่าไห่ในอดีตตระกูลบูดาไม่มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 และถูกเยรเทศไปที่แดนทมิฬ อย่างไรก็ตามคนอื่นๆ เคยได้ยินแต่ว่าเจ่าไห่มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 จํานวนมาก และได้เพิ่มสถานะกลายเป็นเขยของตระกูลแคลซี รวมทั้งตระกูลพันธมิตรของเขาด้วย คนที่คิดไม่ดีต่อเจ่าไห่ก็เหมือนกับการฆ่าตัวตาย ชั่วขณะที่เจ่าไห่เหยียบเท้าบนเกาะทองคํา ทั้งทวีปก็เงียบลง แม้กระทั่งจักรวรรดิอาร์ซูก็ไม่ได้ส่งเสียงเลย
จากนั้นเจ่าไห่ก็พูดทันทีว่าเกาะทองคําาจะกลายเป็นท่าเรือฟรีแห่งแรกของทวีป ทุกคนสามารถ
มาที่นี่เพื่อทําธุรกิจได้โดยไม่ต้องคํานึงถึงสถานะและภูมิหลัง ตราบใดที่พวกเขาจ่ายภาษีและไม่ก่อปัญหาใดๆ พวกเขาสามารถทําธุรกิจหรือการค้าบนเกาะได๋ ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ยังบอกอีกว่า ในรัศมี 1,000 เมตรหรือ 1 กิโล รอบเกาะต้องปฏิบัติตามกฏโดยการห้ามใช้ความรุนแรง คนที่กล้าฝ่าฝืนกฏจะถูกฆ่าทันที!
หากเป็นในอดีตถ้าเจ่าไห่ออกคําสั่งฆ่าคนคงไม่มีใครเชื่อ แต่ตอนนี้เสียงของเจ่าไห่ไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีอิทธิพลที่จะต้องฟัง มันมีผลต่อคนกระทําผิดอย่างแน่นอน
ความแข็งแกร่งสามารถตัดสินได้ทุกอย่างและเจ่าไห่มีความแข็งแกร่ง ดังนั้นคําสั่งฆ่านี้จึงมีผลทันที นี่เป็นเพราะผู้คนต่างก็รู้ถึงความแข็งแกร่งในตอนนี้ของตระกูลบูดา
ซอมบี้และความแข็งแกร่งที่เจ่าไห่มี มันทําให้ตระกูลบูดาสามารถบังคับใช้กฏที่พวกเขาตั้งขึ้นได้ทันที
หลังจากเจ่าไห่ประกาศออกไป จักรวรรดิอาร์ซูก็ประกาศออกมาเช่นกัน เจ่าไห่แห่งตระกูลบูดาได้รับตําแหน่งมาควิสจากองค์จักรพรรดิ์ และตระกูลบูดายังได้รับรางวัลเป็นเกาะทองคําเป็นเกาะของตระกูลตลอดไปอีกด้วย
ประกาศนี้น่าใจมากจริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ่าไห่กับจักรวรรดิอาร์ซูใครๆ ก็รู้ว่ามันเป็นยังไง อาจบอกได้ว่าประกาศในครั้งนี้เป็นประกาศที่แสดงให้เห็นว่าจักรวรรดิอาร์ซูยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว
สิ่งนี้ทําให้คนในทวีปงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก พวกเขาไม่เข้าใจว่าทําไมจักรวรรดิอาร์ซูจึงยอมรับความพ่ายแพ้ อย่างน้อยพวกเขาก็น่าจะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาเพื่อจัดการกับเจ่าไห่
จักรวรรดิอาร์ซูรู้ดีว่าถ้าส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปจัดการกับเจ่าไห่ พวกเขาจะไม่มีโอกาสที่จะกลับมาได้เลย นี่ก็เป็นเหตุที่พวกเขาต้องยอมรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นอย่างไม่เต็มใจ
แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้รับการยืนยืนคนในทวีปก็เชื่อว่าเรื่องที่พวกเขาคิดเป็นเรื่องจริง นี่เป็นเพราะพวกเขารู้ว่าแม้จักรวรรดิอาร์ซูไม่ได้ส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปยังเกาะทองค่าพวกเขาจะยอมรับความพ่ายแพ้นี้ได้อย่างง่ายดาย
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามประกาศของจักรวรรดิอาร์ซูได้ตัดสินเรื่องเจ้าของเกาะทองคําไปแล้ว ต่อจากนี้ตระกูลบูดาเป็นเจ้าของเกาะทองคําทั้งหมด
เมื่อมีการตัดสินเรื่องนี้ผู้คนก็หันมาให้ความสนใจกับสิ่งที่เจ่าไห่พูดไว้ก่อนหน้านี้ เขาจะทําให้เกาะนี้กลายเป็นท่าเรือเสรี
“ท่าเรือเสรี” นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในทวีปนี้ แต่ด้วยสิ่งนี้ไม่มีใครเลยที่รู้ว่าเจ่าไห่จะทํายังไง
ท่าเรือเสรีแห่งนี้จะให้เหล่าโจรสลัดขายสินค้าของพวกเขาต่อ่พ่อค้าและคนทั่วๆ ไปอย่างไรก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากแต่ก็ยังไม่มีคนที่เดินทางไปที่เกาะทองค่าเพราะพวกเขายังกลัวอยู่
ท้ายที่สุดนี่คือสถานที่ที่ผู้คนหลายแสนคนตาย มันเป็นสิ่งที่พวกเขากลัว ด้วยท่าทางของเจ่าไห่ไม่ได้เป็นกังวล ตอนนี้เขากําลังสํารวจเกาะทองค่าอยู่
แม้ว่าเจ่าไห่จะได้เห็นเกาะบนจอภายในมิติแล้ว แต่การมาที่นี่ในวันนี้ก็รู้สคกแตกต่างกันมาก ตอนนี้เจ่าไห่รู้ว่าทําไมโจรสลัดถึงอยู่ที่นี่ มันเป็นเพราะการทําลายที่เกิดจากการขุดทองนั้นร้าย
แรงมาก ทั้งเกาะดูเหมือนแอปเปิ้ลที่ถูกหนอนกินมันเต็มไปด้วยอุโมงค์ วิธีที่คนขุดแร่ในสถานที่นี้แตกต่างจากที่คนแคระขุดภูเขาเหล็ก
การขุดของคนแคระไม่ได้ทิ้งอุโมงค์ไว้เป็นจํานวนมาก หากไม่มีทะเลสาบอยู่ตรงกลาง เจ่าไห่คงจะมั่นใจได้ว่าคนแคระทําเมืองในภูเขาเหล็ก ในทางกลับกันเกาะทองคํานั้นแตกต่างกันมาก ที่นี่มีอุโมงค์เยอะมากที่เจ่าไห่ไม่สามารถนับได้หมด ดังนั้นเขาจึงให้เจ้าฉินอี้นับและในที่สุดอุโมงค์ ขนาดใหญ่และเล็กก็มีจํานวนมากกว่า 20,000 อุโมงค์
อุโมงค์ 20,000 เหล่านี้ทําให้เกาะทองคําเล็กๆ แต่เดิมดูเหมือนกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยแผลที่น่ากลัว ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าพืชผักจะกลับมาที่เกาะอย่างช้าๆ หลังจากหนึ่งพันปีก่อนที่เกาะถูกทําลาย แต่ก็ไม่มีต้นไม้สูงที่นี่มีเพียงวัชพืชเท่านั้นที่ยังมีอยู่
มีภูเขา 2 ลูกในเกาะทองคํามีรูปร่างเป็นตัว T ขึ้นบนเกาะ แต่ภูเขาทั้ง 2 นี้ก็ยังเต็มไปด้วยอุโมงค์ด้วยเหมือนกัน พวกมันได้รับความเสียหายอย่างมาก
แต่โชคดีที่นักขุดบนเกาะยังมีสมองเหลืออยู่ แม้ว่าอุโมงค์จะไม่ได้เชื่อมต่อกัน แต่ก็มีถนนที่สร้างบนภูเขาเนื่องจากการขนส่งแร่เป็นเรื่องยาก แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาจะไม่ค่อยมีใครใช้ แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้
เจ่าไห่มองไปที่อุโมงค์ในเกาะและสามารถเห็นร่องรอยของผู้คนที่อาศัยอยู่ข้างใน สิ่งที่เจ่าไห่งงคือเรื่องที่ว่าไม่มีสัตว์เวทย์ที่สามารถมองเห็นได้เลยบนเกาะ
แม้ว่ามันจะแปลก แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้คิดมาก ฐานทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซูนั้นสร้างขึ้นบนอุโมงค์ของเกาะจากสิ่งที่เจ่าไห่เห็นทหารเรือใช้อุโมงค์นั้นพันเป็นที่พัก นอกจากนี้ยังมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะซึ่งสร้างขึ้นระหว่างกําแพงหิน เมื่อมองไปที่ฐานทัพเรือมันคงไม่ใช่
ปัญหาที่จะเป็นบ้านของคนหลายหมื่นคน
ฐานถูกสร้างขึ้นใต้ส่วนหนึ่งของการก่อตัวของภูเขารูปตัว T เนื่องจากความพยายามร่วมกัน จากคนงานและนักสร้างฐานจึงถูกสร้างขึ้นให้มีมาตรฐานมากๆ ฐานนี้เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์สําหรับเจ่าไห่ที่จะใช้เป็นที่อยู่ของซอมบี้บ้างส่วน
เพื่อให้เกาะทองคําประสบความสําเร็จในการเป็นท่าเรือเสรีจําเป็นต้องมีกฏเหล็กที่ควรมีการบังคับใช้ ซอมบี้เหล่านี้จะเป็นเหมือนทหารรักษาเกาะแห่งนี้
นอกเหนือจากซอมบี้ เจ่าไห่ยังได้ปล่อยสัตว์เวทย์ในทะเลจํานวนมากเพื่อปกป้องน่านน้ํารอบๆเกาะ รวมทั้งคอยลาดตระเวนรอบๆเกาะด้วย
ในความเป็นจริงเจ่าไห่ไม่ได้ลงทุนอะไรมากในเกาะทองคํา สําหรับเขา นี่เป็นเพียงที่สําหรับท่าเงิน เมื่อพูดถึงสภาพแวดล้อมเจ่าไห่ชอบเกาะเอพีมากซึ่งบรรยากาศดีกว่าเกาะทองคํา
เจ่าไห่ตัดสินใจพักที่ฐานหลังจากมาถึงเกาะ จากนั้นเขาได้นําเอายางคนจากป้อมภูเขาเหล็ก
เพื่อจัดการกับเรื่องการบริหารเกาะ
สิ่งที่เจ่าไห่ต้องทําในตอนนี้ก็คือการซ่อมแซมถนนของเกาะจากนั้นเขาจะสามารถเปิดเกาะ เพื่อทําธุรกิจได้อย่างสะดวงสบาย
เจ่าไห่ได้คิดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นไว้แล้วว่าจะไม่มีใครมาที่เกาะนี้เพราะไม่มีใครเข้ามาก่อน แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะตระกูลแคลซี ตระกูลครูก ตระกูลเซรี่ และเจ้าชายชาร์ลี พวกเขาทั้งหมดต้องการทําธุรกิจบนเกาะและเปิดร้านของตัวเอง นอกจากนี้เจ่าไห่ไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้จะสะอาดมากจนไม่มีกลุ่มส่วนตัวหนึ่งหรือสองกลุ่มที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขาตราบใดที่โจรสลัดเหล่านี้เข้ามาในเกาะและทําตามขั้นตอน คนอื่นๆก็จะตามมา
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย