Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 492 - เพียงคืนเดียว
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 492 - เพียงคืนเดียว
บทที่ 492 – เพียงคืนเดียว
เจ่าไห่รู้สึกยินดีมากๆ แต่สิ่งที่เหล่าโจรสลัดทํา แต่เขาก็รู้สึกเสียใจนิดหน่อย เขาไม่ต้องการให้โจรสลัดเหล่านี้หนีไปจริงๆ หากพวกเขาทั้งหมดออกไป จะไม่มีใครอยู่บนเกาะนี้เลยและเขาก็จะไม่ข้ออ้างอะไรที่จะโจมตีพวกโจรสลัด โจรสลัดเหล่านี้ปล้นสะดมมาหลายปีพวกเขาน่าจะมีของที่ดีมากมายอยู่ในมือ หากว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ในมือของเจ่าไห่ มันจะทําให้เขาได้รับกําไรอย่างมากมายแน่นอน
ตอนนี้เจ่าไห่หมกมุ่นอยู่กับการปล้นคน การใช้กําลังมันสามารถทําเงินได้มากกว่าธุรกิจอื่นๆ และรายได้ของมันก็เกิดขึ้นได้ทันที
แต่เจ่าไห่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เหตุผลที่เจ่าไห่ประกาศออกไปเช่นนั้นก็เพื่อที่จะให้เหล่าโจรสลัดเหล่านั้นออกไป ***(เมื่อบทที่แล้วต้องขออภัยด้วยครับ น่าจะแปลผิดพลาด อ่านต่อกันเลย)*** เจ่าไห่รู้จากสมิทว่าโจรสลัดเหล่านี้มีผู้ยิ่งใหญ่บางคนอยู่เบื้องหลังพวกเขาอยู่ ถ้าหากว่าเจ่าไห่ไม่ได้ประกาศออกไปแล้วโจรตีเหล่าโจรสลัดมันก็จะทําให้คนมากมายอาจไม่ชอบเขา ตระกูลบูดาอาจจะเป็นอันตรายได้และมันจะทําให้พวกเขาเสียเปรียบในเรื่องต่างๆ
เขาประกาศด้วยน้ําเสียงที่จริงจัง เพื่อให้พวกโจรสลัดออกไป หากยังมีบางกลุ่มที่ยังคงอยู่คนอื่นๆ ก็ไม่สามารถต่อว่าเจ่าไห่ได้ เขาสามารถฆ่าคนที่ไม่ฟังเขาได้เลย
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่คิดในหัวของเขา คนเหล่านี้ไม่ใช่คนโง่พวกเขารู้ว่าเจ่าไห่แข็งแกร่ง และพวกเขาก็ยังรู้อีกว่าเจ่าไห่นั้นมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ด้วยเหตุนี้ตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะไปพบกับเจ่าไห่เลย เนื่องจากพวกเขายังต้องการมีชีวิตอยู่ ดังนั้นโจรสลัดจึงออกไปจากเกาะทันที เพื่อที่จะไปหาที่อยู่ใหม่
ในความเป็นจริงเกาะทองค่าไม่ใช่ที่ซ่อนของโจรสลัดเหล่านี้ พวกเขาทั้งหมดมีที่ซ่อนจองตัวเองและเพิ่มเข้ามาที่เกาะทองคําเพื่อเป็นศูนย์การค้า โจรสลัดจะค้าขายสินค้าที่มีราคาถูกกว่าทั่วๆไปพวกเขาจะแลกเปลี่ยนสิ่งของกันที่นี่ ซึ่งมันก็ทําให้พวกเขาสามารถอยู่รอดได้ในทะเล
ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าโจรสลัดเหล่านี้จะยังคงอยู่ในเกาะทองคําตลอดทั้งปี แต่พวกเขาก็ยังคงดูแลที่อยู่ที่เกาะอื่นๆ ด้วยดังนั้นพวกเขาจึงออกจากที่นี่ไปทันที ผู้ที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาบอกให้พวกเขาหนีออกมา
โจรสลัดเหล่านี้ก็เข้าใจว่าเมื่อไรที่ตระกูลบูดาไปที่เกาะจักรวรรดิอาร์ซูจะเคลื่อนไหว ในตอนนั้นเกาะทองค่าจะกลายเป็นสนามรบและโจรสลัดเหล่านี้ ไม่ต้องการถูกจับในกองไฟ พวกเขารู้ว่าพวกเขาไม่มีความสามารถพอที่จะเข้าไปร่วมในสงคราม
หลังจากโจรสลัดออกไปเจ่าไห่เปลี่ยนความสนใจไปที่จักรวรรดิอาร์ซูและจักรวรรดิโรเซ่น ดินแดนของคนที่อยู่ใกล้เกาะทองคําที่สุดก็คือบอริส ซึ่งเป็นศัตรูของเจ่าไห่อยู่แล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะปล่อยโอกาสนี้ผ่านไป
จักรวรรดิโรเซ่นอาจมีเจตนาที่ไม่ดี พวกเขามอบเกาะทองคําให้กับเจ่าไห่ ไม่เพียงแต่จะทําให้ความขัดแย้งของเจ่าไห่กับจักรวรรดิอาร์ซูเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังเป็นเพราะพวกเขาต้องการที่จะคุกคาม
น่านน้ําของจักรวรรดิอาร์ซู เจ่าไห่กลัวว่าจักชรพรรดิจะหลอกใช้เขาแล้วจะลบเขาออกเมื่อเรื่องทั้งหมดจบลง ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงจับตาคอยดูอาณาจักรโรเซ่นด้วย
อย่างไรก็ตามตอนนี้เจ่าไห่ยังต้องให้ความสําคัญไปที่จักรวรรดิอาร์ซูก่อนว่าพวกเขาจะทําอะไร ในจักรวรรดิโรเซ่นเขามีเจ้าชายชาร์ลี ตระกูลแคลซีและตระกูลครูกอยู่ หากจักรวรรดิโรเซ่น คิดที่จะทําอะไรกับเขาคนเหล่านี้จะต้องเอาเรื่องนั้นมาบอกเขาก่อนแน่นอน ดังนั้นเจ่าไห่จึงไม่ได้
กลัวอะไรอาณาจักรโรเซ่นมากนัก แต่สําหรับจักรวรรดิหรืออาณาจักรอาร์ซูนั้นเจ่าไห่ไม่ได้มีทาง เลือกเลยเขาจ่าเป็นที่จะต้องระวังให้มากขึ้น
ที่เจ่าไห่คิดเลยตอนนี้เขารู้ว่าจักรวรรดิอาร์ซูมีเรือมากว่า 500 ลําทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก
พวกเขาพร้อมที่จะเขาล้อมเกาะทองคําได้ทันที
เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เจ่าไห่ก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ ตอนนี้เขาอยู่ที่ป้อมแห่งความมืด บางวัน เขาจะต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงของเหล่าขุนนาง ในขณะที่เขาไม่ได้มีการแสดงออกถึงความกังวลเลย เหมือนกับว่าเขาลืมเรื่องเกี่ยวกับเกาะทองคําไปแล้ว
ท่าทางของเจ่าไห่ทําให้คนอื่นๆ ทั้งจักรวรรดิอาร์ซูและจักรวรรดิโรเซ่นสับสน พวกเขาไม่รู้ว่าเขากําลังทําอะไรอยู่ ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องโกหก
มีเพียงลอร่าและคนอื่นๆ ที่เข้าใจสิ่งที่เจ่าไห่กําลังทํา แผนของเขาคือการรอให้กองทหารของจักรวรรดิอาร์ซูมาถึงที่เกาะทองคํา ทันทีที่กองทหารเรือมาถึงเกาะเจ่าไห่ก็จะปรากฏตัวขึ้นที่นั่น
ทันทีและปล่อยเหล่าซอมบี้ออกมาเพื่อที่จะจัดการกับทหารเหล่านั้นออกไป จากนั้นเขาจะเปลี่ยนเหล่าทหารเรือให้กลายเป็นซอมบี้ของเขาต่อไป
สิ่งที่เจ่าไห่ทําตอนนี้ทําให้ผู้คนในทวีปสับสน พวกเขาเริ่มดูถูกเขาเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้มีใครพูดอะไรมากนัก ท้ายที่สุดแม้ว่าพวกเขาจะคิดว่าพลังของเจ่าไห่นั้นอ่อนแอ แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่อยากจะมีเรื่องกับคนทั่วไป
กองทัพเรือของบอริสไม่ได้สนใจอะไรในตัวของเจ่าไห่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเขายังคงเริ่มแผนของพวกเขาได้ เรือมากว่า 500 ล่าจะออกจากท่าเรือทางใต้ของจักรวรรดิอาร์ซูและมุ่งหน้าไปที่เกาะทองคำ
สมิทและคนอื่นๆ ต่างก็สับสนเกี่ยวกับการกระทําของเจ่าไห่ พวกเขาถามเจ่าไห่ว่าเขากําลังคิดที่จะหาอะไร แต่เจ่าไห่ก็แค่ยิ้มให้พวกเขาและก็ไม่ได้พูดอะไรเลย
2 วันก่อนที่กองทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซูจะมาถึง จักรวรรดิโรเซ่นได้เรียกเจ่าไห่ทันที เจ่าไห่รู้ว่าทําไมจักรพรรดิ์ถึงเรียกหาเขา เขาไม่ได้พูดอะไรเลยและขึ้นรถทันทีเพื่อไปที่คฤหาสน์
ตอนนี้เจ่าไห่ต้องเข้าไปคุยกับจักรพรรดิ์ ตอนนี้จักรพรรดิ์รออยู่ในห้องทํางานของเขา เมื่อเจ่าไห่มาถึงเขาก็คํานับก่อนที่เจ่าไห่จะถูกเชิญให้ไปนั่ง
หลังจากที่เจ่าไห่นั่งลงจักรพรรดิ์ก็มองเขาและพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าการเคลื่อนไหวของกองทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซูกําลังมา?”
เจ่าไห่ไม่ได้คิดที่จะบอกกับจักรพรรดิ์ตรง เขาตอบทันทีว่า “ข้าก็ไม่แน่ใจเช่นกัน ข้าพึ่งจะได้รู้จากองค์จักรพรรดิ์”
จักรพรรดิ์พยักหน้าแล้วเขาก็มองเจ่าไห่และพูดด้วยน้ําเสียงที่จริงจังว่า “ข้าสงสัยว่าเจ้าน่าจะมีแผนอะไรดีๆ เจ้าน่าจะรู้ว่าเกาะทองคํานั้นได้รับจากจักรวรรดิโรเซ่น เจ้าไม่ควรปล่อยให้จักรวรรดิอาร์ซูที่ป่าเถื่อนเอามันไปได้ เจ้าเข้าใจใช่ไหม?”
เจ่าไห่ตอบกลับทันที “ข้าน้อยคนนี้เข้าใจเป็นอย่างดี องค์จักรพรรดิ์ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ เกาะทองคําจะเป็นของจักรวรรดิโรเซ่นโดยการปกคตรองโดยตระกูลบูดา ข้าน้อยจะไม่ยอมให้เกาะแห่งนี้กับใครเด็ดขาด ท่านไม่ต้องเป็นกังวล”
เมื่อจักรพรรดิได้ยินคําาตอบของเจ่าไห่ท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไป เขาพยักหน้าและพูดว่า
“เป็นการดีที่เจ้าเข้าใจ มาควิสเจ่าไห่ตอนนี้เจ่าไห่เป้นมาควัสแห่งจักรวรรดิโรเซ่น ***(มาควัส = เจ้าพระยาของไทย)*** ซึ่งอยู่ภายใต้ข้า หากมีเรื่องที่เจ้าไม่สามารถจัดการได้ เจ้าสามารถขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิโรเซ่นได้
เจ่าไห่เข้าใจความหมายที่จักรพรรดิ์พูด จักรพรรดิ์กลัวว่าเจ่าไห่ไม่มีความสามารถพอที่จะจัดการกับเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงบอกเจ่าไห่ว่าถ้าเขาไม่สามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้ เขาจะเป็นคนที่ท่าแทนเอง
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านไม่ต้องเป็นกังวลเลย ข้าคนนี้สามารถจัดการกับกองทักเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน สิ่งที่ข้าจะทําคือการให้พวกเขาเข้าไปในเกาะแล้วค่อยจัดการกับพวกเขาที่นั่นเลย
ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะไม่อาจหนีข้าไปไหนได้เลย”
เมื่อได้ยินเจ่าไห่พูด จักรพรรดิ์ก็มองแล้วเขาก็หัวเราะทันที และพูดว่า “เอาล่ะมาควัสเจ่าไห่ จําคําพูดของเจ้าไว้ให้ดี อย่าทําให้ข้าต้องผิดหวัง”
เจ่าไห่ลุกขึ้นยืนและคํานับก่อนจะพูดว่า “ข้าน้อยจะไม่ทําให้ท่านต้องผิดหวัง”
จักรพรรดิ์พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ เจ้ากลับไปได้แล้ว ข้าจะคอยดูความสําเร็จของเจ้า” เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นหลังจากที่คํานับอีกครั้งเขาก็เดินออกไป
นี่เป็นวันที่ 8 ที่เจ่าไห่ประกาศออกไปอีก 2 วันก็น่าจะถึงเวลาที่เจ่าไห่คิดไว้ ที่กองทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซูจะมาถึงที่เกาะ
ตอนนี้ทุกคนในทวีปได้ให้ความสนใจไปที่เจ่าไห่ พวกเขาต้องการรู้ว่าเจ่าไห่จะทําอะไร แต่ในที่สุดพวกเขาต้องผิดหวังเหมือนว่าเจ่าไห่จะไม่ได้มีแผนที่จะทําอะไรเขายังคงอยู่ในป้อมแห่งความมืด และเข้าร่วมงานเลี้ยงของเหล่าขุนนางด้วยรอยยิ้ม
ในตอนนี้ผู้คนจํานวนมากเชื่อว่าเจ่าไห่ยอมรับชะตากรรมของเขาแล้ว ในใจของพวกเขา พวกเขาไม่สามารถต่อว่าเจ่าไห่ได้ เพราะอีกฝ่ายส่งเรือมาตั้ง 500 ล่ากองทัพเรือที่มีเกราะเหล็กจํานวนประมาณ 200 ล่าและเรือต่อสู้อีก 300 ล่าลูกเรือน่าจะมีจํานวนหลายแสนคน นอกจากนี้จํานวนของเทพผู้มีพลังระดับ 8 ที่จักรวรรดิอาร์ซูส่งมาก็น่าจะถึง 1,000 คนด้วยจํานวนขนาดนี้เจ่าไห่น่าจะไม่มีทางเลือกนอกจากการยอมรับความพ่ายแพ้
แต่ก็ยังมีคนที่ไม่ได้คิดเช่นนั้น ชื่อเสียงของตระกูลบูดาเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปทําให้คนรู้สึกไม่สบายใจกับการเพิ่มขึ้นของพวกเขา
2 วันต่อมาในขณะที่ผู้คนเฝ้าดูเรือของจักรวรรดิอาร์ซู กองทัพเรือได้เข้าสู่น่านน้ําของเกาะทองคําาแล้วและกําลังเตรียมที่จะขึ้นบก ดูเหมือนว่าพวกเขากําลังเตรียมที่จะวางกําลังทหารที่นั่น
พอทันใดที่กองทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซูมาถึง จักรวรรดิก็จะประกาศทันทีว่าเกาะทองค่าเป็นดินแดนที่ไม่สามารถเอาออกจากจักรวรรดิอาร์ซูได้ พวกเขาต้องการที่จะสร้างฐานทัพเรือบนเกาะ
ประกาศของจักรวรรดิอาร์ซูทําให้ผู้คนในทวีปพูดไม่ออก จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็หันหน้าไป
ทางจักรวรรดิโรเซ่นพร้อมกัน ในความคิดของพวกเขาเจ่าไห่ไม่ได้อยู่ในความคิดแล้ว สิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจในตอนนี้คือจักรวรรดิโรเซ่น พวกเขาอยากรู้ว่าจักรวรรดิโรเซ่นจะทํายังไงต่อเรื่องนี้ หรือพวกเขาจะทําแค่ดูเรื่องที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทําให้พวกเขาประหลาดใจคือจักรวรรดิโรเซ่นไม่ได้ทําอะไรเลย ดูเหมือนว่าจักรวรรดิโรเซ่นเลือกที่จะเก็บความอัปยศในครั้งนี้ไว้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ
ภายใต้สายตาของคนในทวีป จักรวรรดิอาร์ซูใช้เวลาสร้างฐานในเวลา 10 วันแต่ใน 10 วันนี้ เจ่าไห่ไม่ได้ทําอะไรเลยเกี่ยวกับเกาะนี้ ในขณะที่จักรวรรดิอาร์ซูนําเรือออกมาเพื่อสร้างฐานอยู่บนเกาะนี้ พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เวลาผ่านไปเลยแม้แต่น้อยพวกเขาสร้างฐานจนเสร็จ
การสร้างฐานทัพเรือเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะของจักรวรรดิอาร์ซู ในความคิดของคนอื่นๆ
ด้วยฐานทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซูบนเกาะเสร็จ มันก็เป็นเรื่องที่ยากมากหากว่าจักรวรรดิโรเซ่นจะนํามันออกไป เมื่อถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าตระกูลบูดาจะหายไปแล้ว
10 วันหลังจากที่กองทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซูเทียบท่าบนเกาะ และสร้างฐานทัพเรือของพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะเริ่มฉลองกันในตอนเย็น ในขณะที่มีการฉลองเกิดขึ้นทันใดนั้นก็มีซอมบี้
ปรากฏตัวบนเกาะการโจมตีกระจายไปทั่วทั้งเกาะ การต่อสู้ดูเหมือนจะยาวไปจนเช้า
ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเกาะทองคําในเย็นวันนั้น ผู้ตยเพิ่มสังเกตุเห็นในวันถัดไป ธงของจักรวรรดิอาร์ซูมันได้หายไปแล้ว แต่กับเห็นธงของมังกรลมซึ่งเป็นของตระกูลบูดากําลังโบกไปมา ดูเหมือนว่าฐานทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซูจะเปลี่ยนเป็นของตระกูลบูดาแล้ว ในเวลาเดียวกับทัพของจักรวรรดิอาร์ซูก็ถูกกันไม่ให้เข้าไปบนเกาะ
การเปลี่ยนแปลกข้ามคืนทําให้ทุกคนตกใจมาก พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กองเรือของจักรวรรดิอาร์ซูกบฏหรือเปล่า?
ในขณะที่ผู้คนในทวีปยังงงๆ กันอยู่เจ่าไห่ก็ได้ออกจากเมืองคาร์สันไปแล้ว เขาขี่รถม้าของเขา
และเดินทางโดยใช้เรือเพื่อมุ่งหน้าไปยังเกาะทองคํา
ทุกคนหันมามองเจ่าไห่อีกครั้ง ที่ด้านข้างของเขาเป็นคนคนเดียวกัน ชายที่มีคนใช้ 2 คนคู่หมั้น 3 คนและสาวใช้ 1 คน บนเรือมีแต่พวกเขาเท่านั้น
อย่างไรก็ตามเมื่อคนเหล่านี้เห็นรถม้าของเจ่าไห่และเรือของพวกเขาทุกคนก็ออกเดินทาง
พวกเขาต้องการที่จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเจ่าไห่มาถึงที่เกาะทองคําพวกเขาต้องการดูว่าเขาจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นหรือต้องกลับไป
ไม่นานนักพวกเขาก็ได้คําตอบเมื่อเจ่าไห่เข้าสู่ทะเลของเกาะกองทัพเรือจักรวรรดิอาร์ซูก็พาเขาไปยังท่าเทียบเรือทันที เมื่อเจ่าไห่มาถึงเกาะเขาก็ประกาศออกไปทันที “กองทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซูทั้งหมดได้กลายมาเป็นคนของข้าแล้ว หากจักรวรรดิอาร์ซูไม่ได้สร้างฐานทัพเรือ
ขึ้นมาทันทีกองเรือของพวกเขาจะถูกกําจัดทันทีในวันที่พวกเขาได้เหยียบเท้าขึ้นมาบนเกาะให้นี่
เป็นบทเรียนสําหรับจักรวรรดิอาร์ซู!! ให้สิ่งนี้เป็นค่าเตือนสําหรับผู้ที่อยู่ในทวีปที่ต้องการบุกมาที่เกาะทองค่าแห่งนี้ กองทัพเรือของจักรวรรดิอาร์ซู!!!”
คําพูดเช่นนี้ทําให้ทั้งทวีปเข้าใจทันที อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สงสัยคําของเจ่าไห่เลย เป็นเพราะเมื่อเจ่าไหได้ประกาศจักรวรรดิอาร์ซูจึงส่งกองเรือโจมตีเกาะทองคําอีกครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็ถูกไล่ออกไป ระหว่างการต่อสู้เรือของจักรวรรดิอาร์ซูเห็นว่าคนที่พวกเขาต่อสู้ด้วยคือเหล่าซอมบี้!!
คําให้การของพวกเขายืนยันจากคําพูดของเจ่าไห่ เรื่องนี้ทําให้ทุกคนในทวีปกลัวมากๆ พวกเขารู้สึกตกใจกับวิธีของเจ่าไห่และจากนั้นพวกเขาก็เริ่มที่จะกลัว ในความคิดของพวกเขาเจ่าไห่ไม่ได้เป็นคนอีกต่อไป แต่เขามีชีวิตที่เหมือนกับปีศาจ!
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย