Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 491 - ประกาศ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 491 - ประกาศ
บทที่ 491 – ประกาศ
หลังจากกลับมาจากที่ไปพบกับชาร์ลีแล้ว เจ่าไห่ก็กลับไปที่มิติทันที ลอร่ากับคนอื่นๆ ยุ่งมาก ในวันนี้ ตอนนี้คัมภีร์ที่พวกเขาได้มานั้นถูกจัดอย่างเรียบร้อยแล้ว ***(ผมขอเปลี่ยนจากกระดาษใน บทที่ผ่านมาเป็นคัมภีร์แทนนะครับ เพื่อที่จะให้อ่านได้สนุกมากยิ่งขึ้น จะปรับไปเรื่อยๆ นะครับ อ่านต่อกันเลย) *** แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อ่านมัน แต่การที่จะจัดหมวดของคัมภีร์เหล่านี้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร ตอนนี้เป็นเวลา 2 วันแล้วที่เจ่าไห่ให้ซอมบี้เขียนตามคัมภีร์เหล่านี้ ดูเหมือนว่าตอนนี้ลอร่าและคนอื่นๆ ใกล้จะทํางานของพวกเธอเสร็จแล้ว
หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จคัมภีร์เหล่านี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนซึ่งมันจะถูกเก็บไว้ในป้อมภูเขาเหล็ก เพื่อใช้ในการศึกษาและเอาไปเก็บไว้ในมิติเพื่อเก็บรักษามันเอาไว้
เมื่อเจ่าไห่เข้าสู่มิติ ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็กําลังพักผ่อนกันในห้องนั่งเล่นขณะที่กําลังดื่มชาไปด้วย เมื่อพวกเขาเห็นเจ่าไห่เข้ามา ลอร่าก็เอาถ้วยชาไปให้เจ่าไห่ทันที
เมื่อมองไปที่เจ่าไห่ และได้เข้าไปใกล้ๆ ลอร่าก็ได้กลิ่นไวน์และเห็นสีหน้าของเจ่าไห่เป็นสีแดง เธอขมวดคิ้วและพูดว่า “พี่ไห่ พี่น่าจะดื่มให้มันน้อยลงหน่อย ตามตัวมีแต่กลิ่นไวน์”
เจ่าไห่ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็ยิ้มและพูดว่า “พี่เองก็ไม่ได้ต้องการที่จะดื่ม แต่พี่ก็ไม่มีทางเลือก ตระกูลครูกต้องการที่จะฉลองการที่ได้เป็นพันธมิตรกับพวกเรา ในขณะที่ชาร์ลีก็ต้องการให้พี่ดื่มเหมือนกัน”
ลอร่าพยักหน้า เธอก็เข้าใจในตําแหน่งของเจ่าไห่ดี เจ่าไห่มีหลายเรื่องที่ต้องทําเกี่ยวกับผู้อื่นๆ จึงเป็นเหตุที่เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่เธอเองก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่
เม็กก็รู้สึกเสียใจเหมือนกัน จากนั้นเธอก็พูดว่า “พี่ไห่ พี่น่าจะไปอาบน้ําในบ่อน้ําพุร้อนก่อน พี่จะได้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น”
เจ่าไห่คิดอยู่ครู่นึงก่อนที่จะพยักหน้า การที่ดื่มไวน์ทําให้เขารู้สึกอึกอัดมาก การที่ได้อาบน้ําในบ่อน้ําพุร้อนมันจะดีและทําให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้น
ในขณะที่เจ่าไห่ไปแช่น้ําพุร้อน ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็นั่งอยู่ข้างนอกและคุยกันต่อไป ลอร่าหันไปหาเมแกนและพูดว่า “เมแกน เธอคิดว่าเราจะคุยเรื่องที่เราจะไปสร้างป้อมอยู่นอกเมืองคาร์สันยังไงดี?”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “นั่นมันเป็นความคิดที่ดีมากเลย แต่ฉันก็กลัวว่าพี่ไห่จะไม่เห็นด้วย มันต้องใช้เงินเป็นจํานวนมากในการสร้างป้อมปราการ และเนินเขาที่สวยงามรอบเมืองหลวง
ทั้งหมดได้ถูกยึดไปแล้ว มันไม่มีที่ว่างที่เราจะไปทําสร้างได้เลย”
ลอร่าคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “หรือว่าพี่ไห่จะสามารถขอองค์จักรพรรดิเพื่อที่จะให้เราเข้าไปอยู่แทนที่ตระกูลโรเบิร์ต ไม่ว่าจะยังไงก็ตามคงไม่มีใครที่อยากจะได้ที่ตรงนั้น”
เม็กขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ฉันไม่ชอบ ตระกูลโรเบิร์ตถูกกําจัดโดยพวกเรา การที่เราจะไปเอาพื้นที่ของพวกเขามันเป็นอะไรที่ดูแปลกมาก”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “ฉันก็ไม่ชอบเช่นกัน และองค์จักรพรรดิก็น่าจะไม่เห็นด้วยเหมือนกัน ฉันคิดว่าเราควรสร้างมันขึ้นมาเพื่อตัวเราเองเราไม่อาจจะรู้จํานวนเงินได้เลย การสร้างป้อมรอบเมืองคาร์สันก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของตระกูล นี่จะแสดงให้เห็นว่าคนๆหนึ่งสามารถทําได้
มากแค่ไหน”
ลอร่าขมวดคิ้วของเธอและพูดว่า “ฉันก็คิดเช่นนั้น หากเราสามารถสร้างป้อมรอบเมืองคาร์สันได้ มันจะดีสําหรับตระกูลบูดาของเรา ฉันคิดว่าเราควรที่จะไปคุยเรื่องนี้กับปู่กรีนก่อน”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “เราน่าจะไปถามความเห็นของปู่กรีนและคนอื่นๆ ก่อนเพราะนี่
ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยมันจะส่งผลกระทบต่อหน้าตาของตระกูลเราในอนาคต”
ลอร่าพยักหน้าจากนั้นพวกเธอก็พูดกันเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ ไม่นานนักเจ่าไห่ก็ออกมาจากบ่อน้ําพุร้อน ลอร่าบอกเจ่าไห่เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเธอคุยกัน เจ่าไห่ไม่ได้ไม่เห็นด้วย แต่กับสนใจเรื่องนี้มากๆด้วย
อย่างไรก็ตามการสร้างป้อมปราการมันไม่สามารถสร้างให้เสร็จได้ 1 หรือ 2 วันเจ่าไห่บอกพวกเธอว่าจะเป็นการดีกว่าที่จะไปแก้ปัญหาที่เกาะทองคําก่อนที่จะคิดถึงเรื่องป้อมปราการ ลอร่าและคนอื่นๆ เห็นด้วยกับเจ่าไห่ทันที
คืนนั้นผ่านไปอย่างไร้เหตุผลจากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นสมิทก็บอกกับเจ่าไห่ว่าตระกูลแคลซีกําลังจะ
มีงานเลี้ยงในป้อมปราการแห่งความมืด นี่คืองานที่จัดเพื่อเจ่าไห่ที่ได้เป็นมาควิส ***(ความรู้จากการอ่าน มาควิสหากแปลเป็นภาษาไทยก็เท่ากับยศเจ้าพระยาของไทยนั่นเอง)
***
เจ่าไห่ไม่ได้ปฏิเสธเขารู้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเป็นขุนนาง งานเลี้ยงนี้ยังทําให้เขารู้จักกับเหล่าขุนนางคนอื่นๆ ดีขึ้นมันจะทําให้ขุนนางคนอื่นๆ รู้ว่ามีเขาอยู่ด้วย
งานเลี้ยงประสบความสําเร็จอย่างมาก เจ่าไห่ชื่อดังไปทั่วจักรวรรดิโรเซ่น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เหล่าขุนนางคงไม่กล้าที่จะต้องพบหน้ากับเจ่าไห่
นอกจากนี้ขุนนางเหล่านี้ไม่ได้โง่ จากความแข็งแกร่งของเจ่าไห่ที่แสดงออกมาเขาได้รับการสนับสนุนจากทั้งตระกูลแคลซีและตระกูลครูก แถมยังมีเจ้าชายที่สามอย่างเจ้าชายชาร์ลีด้วย ด้วยทั้งสามความยิ่งใหญ่นี้จะทําให้ตระกูลบูดากับมายิ่งใหญ่ ในตอนนี้ขุนนางเหล่านี้จะไม่พลาดโอกาสที่จะสร้างความประทับใจในช่วงนี้
วันรุ่งขึ้นหลังจากงานเลี้ยงของเจ่าไห่ ตระกูลครูกประกาศอย่างเป็นทางการถึงพันธมิตรกับตระกูลบูดา นี่เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากมันทําให้ผู้คนให้ความสนใจไปที่ตระกูลบูดาอีกครั้ง
ไม่มีขุนนางที่ไม่รู้ว่าพันธมิตรมันหมายถึงอะไร ไม่มีใครกล้าที่จะละเมิดต่อมัน หากพวกเขาทําเช่นนั้นพวกเขาจะต้องพบเจอแต่ความเดือดร้อนจากขุนนางคนอื่นๆ เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นพวกเขาจะไม่มีที่อื่นๆ ที่จะสามารถเอาชีวิตรอดไปได้เลย ในทวีปแห่งนี้
หลังจากได้ยินประกาสนี้แล้ว ผู้เฒ่าตระกูลบูดาไม่ใช่ตระกูลที่หายไปอีกต่อไปแล้ว
ในขณะที่เรื่องที่ถูกประกาศออกไปนี้ยังอยู่ในทวีปนี้ แต่มันก็ยังมีอีกข่าวเกิดขึ้นมามันทําให้คนในทวีปตกใจไม่แพ้กัน ตระกูลเซรี่เปิดตัวว่าพวกเขาเป็นตระกูลพันธมิตรกับตระกูลบูดา
ชื่อเสียงของตระกูลเซรี่นั้นใหญ่มากในทวีปนี้ พวกเขาจัดการธุรกิจโรงแรมที่ทํากําไรได้มากที่สุดในทวีป ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนเคารพพวกเขาในฐานะพ่อค้า สําหรับพวกเขาในการสร้างพันธมิตรกับตระกูลบูดา มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากสิ่งนี้ทําให้คนมองว่าอนาคตของพวกเขาต้องไปได้ไกลมากแน่ๆ
เรื่องนี้เป็นที่รู้จักกันแล้ว เมื่อเขามาถึงคาร์สันเรื่องนี้ได้พูดคุยกับเขาโดยตระกูลเซรี่ซึ่งเขาเห็นด้วย การเป็นพันธมิตรของเขากับตระกูลเซรี่นั้นตัดสินใจเร็วกว่าตระกูลครูกเสียอีก แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้บอกหรือประกาศออกไป
ตระกูลบูดาค่อนข้างยุ่งเมื่อเร็วๆ นี้ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีโอกาสมากที่จะประกาศพันธมิตร ตอนนี้ตระกูลเซรี่ได้ทําการประกาศว่าตระกูลของเจ่าไห่เป็นพันธมิตรกับพวกเขา
ตระกูลเซรี่ก็เข้าใจว่าในท้ายที่สุดพวกเขาเป็นเพียงกลุ่มพ่อค้า หากพวกเขาเป็นพันธมิตรกับตระกูลบูดาที่กําลังจะมาถึงพวกเขาจะได้รับประโยชน์โดยไม่สูญเสียอะไรเลย
แม้ว่าการเป็นพันธมิตรกับตระกูลบูดาจะมีผลกระทบต่อธุรกิจของพวกเขานอกจักรวรรดิโรเซ่น แต่ตระกูลเซรี่ก็เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถสูญเสียครั้งนี้ได้พวกเขามีเงินสํารองเพียงพอจากการดําเนินงานมานานหลายปี ในทางกลับกันหากพวกเขาปล่อยให้โอกาสนี้เป็นพันธมิตรกับตระกูลบูดาโดยพวกเขาจะเห็นว่ามันยากที่จะหาอีก
เมื่อตระกูลเซรี่ประกาศการเป็นพันธมิตรของพวกเขากับตระกูลบูดา ผู้คนในทวีปนี้ก็เกิดความโกลาหล ตอนนี้มีขุนนางมากมายที่เคยดูถูกตระกูลบูดาต่ําไป
อย่างไรก็ตามยังมีคนที่ใช้โอกาสนี้เพื่อทําให้ขายหน้า คนเหล่านี้ไม่ใช่คนอื่นนอกจากคนจากจักรวรรดิอาร์ซู ตอนนี้พวกเขาไม่กล้าที่จะเป็นเจ้าของเกาะทองคําอีกต่อไปแล้ว ถ้าพวกเขาทําเช่นนั้นมันคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย
นี่ไม่ใช่คําเตือน แต่เป็นภัยคุกคาม ด้วยการประกาศของจักรวรรดิอาร์ซูผู้คนก็หันมาสนใจจักรวรรดิโรเซ่นและตระกูลบูดา
จักรวรรดิโรเซ่นไม่ได้ทําอะไร พวกเขาเพิ่งประกาศว่าเกาะทองจะเป็นศักดินาถาวรของตระกูลบูดา คนที่เป็นเจ้าของเกาะนี้จะเป็นตระกูลบูดา หากตระกูลบูดาถามจักรวรรดิเพื่อขอความช่วยเหลือ พวกเขาคงไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นเพราะเจ่าไห่เป็นขุนนางของจักรวรรดิโรเซ่น
ขุนนางของทวีปไม่ใช่คนโง่ พวกเขารู้ว่าจักรวรรดิโรเซ่นกําลังทําสิ่งนี้เพื่อทําให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นระหว่างจักรวรรดิจักรวรรดิอาร์ซูและตระกูลบูดา
ตอนนี้เจ่าไห่เป็นที่มีอํานาจมากในระดับหนึ่ง เขาเป็นชายที่สามารถควบคุมเกาะทองค่าได้ ตอนนี้เขาก็ได้ประกาศแล้วว่าเกาะทองคําเป็นของเขา และตอนนี้ทุกคนก็เข้าใจดีแล้ว เหล่าโจรสลัดก็ไม่ได้ออกไปไหน พวกเขาเพียงแต่เตรียมตัวเพื่อทําการค้ากับเหล่าพ่อค้าซึ่งเจ่าไห่กําลังจะทําให้ที่นั่นกลายเป็นเกาะแห่งการค้าเสรี มันเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เจ่าไห่ยังได้ประกาศอีกว่าใครก็ตามที่ใช้ความรุนแรงในเกาะของเขา คนผู้นั่นมันจะพบกับความตายและสิ่งเดียวที่สามารถฆ่าเจ่าไห่ได้ในตอนนี้คือกระสุนที่ถูกยิงเข้าที่หัว แล้วคิดว่าจะทํามันได้จริงๆเหรอ?
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย