Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 488 - การเดินเป็นวงกลมเป็นกรรมพันธุ์
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 488 - การเดินเป็นวงกลมเป็นกรรมพันธุ์
บทที่ 488 – การเดินเป็นวงกลมเป็นกรรมพันธุ์
สมิทรู้ว่าถึงแม้ว่าตระกูลแคลซีจะมีความสัมพันธ์มากมายกับตระกูลอื่นๆ พวกเขาไม่มีใครที่เข้ามาแบ่งปันของให้พวกเขา นี่เป็นข้อเสียของตระกูลแคลซี
ตอนนี้ตระกูลบูดาเกิดขึ้นเป็นตระกูลที่มีความแข็งแกร่งที่จะกลายเป็นตระกูลใหญ่แล้ว หากในเวลานี้ตระกูลแคลซีได้เข้าไปช่วยเหลือตระกูลบูดา ตระกูลบูดาจะกลายเป็นเพื่อนแท้ของตระกูลแคลซีในอนาคต ด้วยทั้งสองตระกูลนี้จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และพวกเขาจะกลายเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป
หลังจากคิดถึงสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด สมิทก็พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ เจ่าไห่ข้าจะไม่รบกวนเจ้ากับเกาะทองคําแล้ว อย่างไรก็ตามข้าจะไปบอกท่านพ่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าเจ้าต้องการความช่วยเหลือ ข้าและพ่อจะช่วยเหลือเจ๊าเอง”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วก็พูดว่า “ท่านพ่อข้ามีเรื่องที่จะต้องขอความเห็นจากท่าน วันนี้เจสันได้ส่งข้อความาหาข้า และบอกกับข้าว่าตระกูลครูกต้องการจะเป็นพันธมิตรกับตระกูลบูดา”
สมิทรู้สึกประหลาดใจเมื่อเขาได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด เขารู้ว่าการเป็นพันธมิตรกันมันหมายถึงอะไร เขาไม่ได้คิดว่าตระกูลครูกจะเสนอให้ตระกูลของตัวเองเป็นพันธมิตรกับตระกูลบูดาในตอนนี้
เมื่อเขารู้สึกตัวจากความคิดแล้ว เขาก็รู้สึกตัวทันที เขารู้ว่าตระกูลกรูกมันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย ไม่กี่ปีที่ผ่านมาพวกเขาเป็นเพียงตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ธรรมดา แต่ตอนนี้พวกเขาได้มาถึงระดับของตระกูลที่อยู่มาเป็นพันปีแล้ว สิ่งนี้มันแสดงให้เห็นแล้วว่าผู้นําของตระกูลครูกมีความเก่งมาก เขาเป็นคนที่มีไหวพริบที่ดีมากด้วย
ในเรื่องแบบนี้สําหรับตระกูลครูกแล้ว เพื่อสร้างพันธมิตรกับตระกูลบูดา มันก็น่าจะเป็นเพราะเรื่องเดียวเลย พวกเขามองว่าในอนาคตตระกูลบูดาจะต้องเป็นไปในทางที่ดีขึ้นมากแน่ๆ ด้วยเหตุนี้พวกเขาก็เลยตั้งใจที่จะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับตระกูลบูดาด้วย เพื่อที่ตระกูลของพวกเขาจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น
แผนการของพวกเขามันดีมากจริงๆ สมิทรู้ดีถึงแผนการของตระกูลครูกพวกเขาจะได้รับประโยชน์มากมายโดยที่ไม่ได้รับข้อเสียอะไรเลย อย่างน้อยที่สุดเจ่าไห่ก็ยังคงคิดว่าถ้าตระกูลบู
ดาได้เป็นพันธมิตรกับตระกูลครูกพวกเขาก็ยังสามารถเป็นประโยชน์ต่อตระกูลบูดาได้ด้วยสมิทเดินไปหลายก้าว เขาคิดในทุกๆเรื่องที่เขาได้ฟังมา จากนั้นเขาก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นี่เป็นสิ่งที่ดีมากสําหรับตระกูลบูดา เจ้าน่าจะยอมรับตระกูลครูกเข้ามาเป็นพันธมิตรด้วยแล้ว เจ้าจะเริ่มที่จะทําอะไรในวันพรุ่งนี้?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่ได้เพียงแค่จะไปที่ตระกูลครูกเท่านั้น ข้าจะต้องไปหาชาร์ลีด้วยในวันพรุ่งนี้ ข้าคิดว่าวันพรุ่งนี้มันจะต้องเป็นวันที่ยุ่งมากแน่ๆ”
สมิทมองไปที่เจ่าไห่แล้วก็หัวเราะ “จริงด้วย มันถึงเวลาที่เจ้าจะไปหาชาร์ลี ข้าก็มีเรื่องที่จะคุยกับพ่อของข้าเช่นกัน” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วหันไปก่อนที่เขาจะไปยังมิติ เขาต้องการรู้เรื่องที่สมิทจะบอกกับแรนดอล์ฟ
เจ่าไหไม่เชื่อว่าสมิทและแรนดอล์ฟจะทําร้ายเขา เขาได้ให้น้ําแห่งชีวิตกับแรนดอล์ฟ ทําให้แรนดอล์ฟชอบในตัวของเขามาก เจ่าไห่เชื่อว่าแรนดอล์ฟจะไม่คิดร้ายต่อเขา เขาเชื่อว่าแรนดอล์ฟจะให้ความสําคัญกับเขาเพิ่มมากขึ้น
เมื่อเจ่าไห่มาถึงมิติ เขาก็เข้ามาในเมืองทันที ในตอนนี้ลอร่ากับคนอื่นๆ กําลังจัดระเบียบกระดาษที่ได้มาใหม่ พวกเขากําลังเรียงลําดับของกระดาษเหล่านั้น ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อตระกูลบูดา
เมื่อเห็นว่าลอร่ากับคนอื่นๆขยันกันมากๆ เจ่าไห่ก็มีความสุขมาก จากนั้นเขาก็ไปที่ห้องนั่งเล่น และเปิดจอเพื่อดูแรนดอล์ฟ
ห้องทํางานของแรนดอล์ฟมันใหญ่มากนี่คือที่ที่เขาจัดการสิ่งของและที่ซึ่งเขาได้พบกับผู้นําของตระกูลแคลซี ด้วยเหตุนี้การตกแต่งภายในของเขาจึงดีมาก แม้ว่ามันจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับห้องทํางานของอีวานได้ แต่มันก็ไม่ได้แย่ไปมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าที่นี่ก็ไม่ได้ใหญ่เท่าคฤหาสน์ของอีวาน
เมื่อสมิทมาถึงห้องทํางานของแรนดอล์ฟ พวกเขาก็นั่งลงและดื่มน้ําชา เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังไม่ได้พูดถึงเรื่องของเจ่าไห่เลย
เมื่อแรนดอล์ฟเห็นว่าสมิทมาพบเขา เขาก็รู้ว่ามีอะไรเกี่ยวข้องกับเจ่าไห่แน่ๆ ดังนั้นเขาก็ไม่ได้เป็นห่วงมากนัก ดังนั้นเขาจึงดื่มชากันก่อน ก่อนที่พวกเขาจะคุยกัน
เมื่อมาถึงจุดนี้สมิทชอบในตัวของเจ่าไห่มากๆ หากสมิทไม่เห็นด้วยมันก็เป็นไปไม่ได้ที่เจ่าไห่จะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรของตระกูลแคลซีและตระกูลครูก หากตระกูลของพวกเขากลายเป็นศัตรูของเจ่าไห่ เขาจะไม่สามารถคิดถึงผลที่ตามมาได้เลย
เจ่าไห่ได้มาเป็นเขยของตระกูลแคลซี มันก็ทําให้เขาได้รับประโยชน์มากมากและมันก็เป็นความคิดของสมิทด้วย เขาจึงต้องให้ความสําคัญต่อสมิทมากๆ
แรนดอล์ฟดื่มชาและถอนหายใจพร้อมกับพูดว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้น่าทึ่งจริงๆ ใครจะคิดว่าการโจมตีปกติสามารถนําไปสู่สิ่งต่างๆ มากมายหากไม่ใช่เพราะเจ่าไห่ ตระกูลแคลซีของเราก็น่าจะจบลงไปแล้ว”
สมิทพยักหน้าและพูดว่า “ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะมีงูซ่อนตัวอยู่ในทวีปนี้จริงๆ แล้วกลุ่มอีเซน มันเป็นกลุ่มที่อันตรายมากๆ ท่านพ่อท่านคิดว่าเจ่าไห่จะสามารถผลิตยาที่แก้พิษของผลึกเวทย์ได้ จริงๆหรือไม่?”
แรนดอล์ฟถอนหายใจและพูดว่า “ข้าหวังว่าเขาจะประสบความสําเร็จ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายเลยตั้งแต่ครั้งแรกที่ผลึกเวทย์ปรากฏออกมาครั้งแรกผู้คนค้นพบวิธีที่จะจัดการกับมันแต่มันก็
ไม่ใช่ยาแก้พิษ สูตรดั้งเดิมถูกทําลายไปแล้ว โดยที่ไม่มีแหล่งที่อยู่ของมันข้าคิดว่าเจ้าจะสามารถท่ามันได้แน่นอน แต่มันจะด้วยวิธีใดมันก็เป็นไปตามความสามารถของเขา”
ถ้าหากว่ามันสําเร็จมันจะน่าประโยชน์มากมายมา แรนดอล์ฟหมายความว่าเมื่อเจ่าไห่สามารถทํายาแก้พิษได้ ชื่อเสียงของเขาในหมู่นักเวทย์จะต้องขึ้นสูงมากๆ แน่นอนตราบใดที่เขาประสบความสําเร็จในการสร้างความนับถือที่เขาจะได้รับจากกลุ่มของนักเวทย์มันเป็นเรื่องที่ใหญ่มากๆ
และในตระกูลแคลซีก็จะทํากําไรจากมันได้มากแน่นอน
ทั้งสมิทและเจ่าไห่ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ตอนนี้เขาได้รับค่าเตือนจากค่าพูดของ แรนดอล์ฟ สมิทเห็นว่ามันยากที่จะนั่งนิ่งๆ อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาอยู่ต่อหน้าแรนดอล์ฟ ดังนั้นเขาจึงต้องเดินไปรอบๆ เขาหยิบถ้วยชาและเดินต่อไป
หลังจากเวลาผ่านไปสักพักขณะมองพื้นสมิทมองแรนดอล์ฟและพูดว่า “ท่านพ่อ ถ้าเจ่าไห่ทําสําเร็จและเราจะทําเช่นไรต่อไป?”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “งั้นตอนนี้เราควรให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่กับเจ่าไห่ ถ้าเจ่าไห่ประสบความสําเร็จ ตระกูลบูดาจะได้รับผลประโยชน์มากมาย แต่ตระกูลแคลซีของเราก็จะมีกําไรด้วยเช่นกัน ตอนนี้เจ่าไห่ไม่ได้ต้องการให้เราเข้าไปช่วยอะไรเขาเกี่ยวกับเกาะทองคํา”
สมิทอดไม่ได้ที่จะยิ้ม แต่เมื่อเขาได้ยินแรนดอล์ฟจากนั้นเขาก็หันไปหาแรนดอล์ฟและพูดว่า
“ท่านพ่อข้ามาหาท่านวันนี้เพื่อสิ่งนี้ที่เราจะต้องให้ความช่วยเหลือเจ่าไห่อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังมีอีกเรื่องนึง”
แรนดอล์ฟมองและพูดว่า “มันคืออะไร?”
สมิทยิ้มและพูดว่า “ก่อนหน้านี้เจ่าไห่บอกกับข้าว่าเจสันมาหาเขาตระกูลชครูกต้องการที่จะเป็นพันธมิตรกับตระกูลบูดา พวกเขาต้องการที่จะเป็นพันธมิตรกับเจ่าไห่ตลอดไป”
เมื่อเขาได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้แรนดอล์ฟก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนเป็นวงกลม สมิทมองแรนดอล์ฟโดยคิดถึงเรื่องนี้ทําให้เขายิ้ม เขาไม่คิดว่าการเดินเป็นวงกลมจะเป็นกรรมพันธุ์จริงๆ
หลังจากเดินเป็นวงกลมแรนดอล์ฟก็หยุด เขาหันหน้าไปหาสมิทแล้วพูดว่า “เจ่าไห่บอกเรื่องนี้กับเจ้าเป็นการส่วนตัวหรือไม่?
สมิทพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้วท่านพ่อ พ่อควรรู้ว่าเจ่าไห่ไม่พูดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย และเนื่องจากเขาบอกฉัน”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “ตระกูลครูกเป็นคนที่ดีวิสัยทัศน์ของพวกเขาดีมากเราต้องสนับสนุนเจ่าไห้อย่างสมบูรณ์ถ้าเจ่าไห่เป็นพันธมิตรพวกเขามันก็จะดีสําหรับเราด้วย”
สมิทพยักหน้าแล้วพูดว่า “ท่านพ่อ ข้ายังมีอีกอย่างเจ่าไห่บอกข้าว่าเขาต้องการเปลี่ยนเกาะทองคําให้เป็นท่าเรือการค้าเสรีของโจรสลัด และพ่อค้าจะสามารถค้าขายได้อย่างอิสระในเกาะเขา
แค่เก็บภาษีบางอย่างเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นเขาจะสร้างกฎห้ามการใช้ความรุนแรงในเกาะถ้าสิ่งนี้สําเร็จ ตระกูลบูดาก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างมาก”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “มันเป็นความคิดที่ดีถ้ามันประสบความสําเร็จ เจ่าไห่ก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเงินอีกต่อไปอย่างไรก็ตามช่วงแรกๆ ของมันจะยากเขาจะต้องมีกองทัพเรือมากพอที่จะดูแลคนเหล่านั้น เพื่อสนับสนุนเจ่าไห่ในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่าเจ่าไห่ไม่ต้องการการสนับสนุนของเราในเรื่องนี้อย่างไรก็ตามเจ้าน่าจะไปและหาเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราสามารถแทรก ตัวเองได้นอกจากนี้ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ควรผสมในทราย”
‘ทรายผสม’ เป็นสแลงชนิดหนึ่ง แรนดอล์ฟใช้ที่นี่เพื่อบอกสมิทว่าพวกเขาไม่ควรส่งสายลับไปยังที่อยู่ของเจ่าไห่สําหรับตระกูลผู้ยิ่งใหญ่อย่างตระกูลแคลซีนี่เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็น
สมิทถักคิ้วของเขาหลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดว่า “พ่อถ้าเราทําอย่างนั้นบางคนจะไม่อยู่ในกลุ่มวัตถุหรือไม่เห็นท่าทางของลุงคนที่สามดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการควบคุมเจ่าไห่”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะคร้บ บ๊าย…บาย