Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 487 - ความแข็งแกร่ง
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 487 - ความแข็งแกร่ง
บทที่ 487 – ความแข็งแกร่ง
สมิทยิ้มเมื่อเขาได้ยินส่งที่เจ่าไห่พูด เขาหันไปหาแรนดอล์ฟและพูดว่า “เจ่าไห่เคยบอกเรื่องนี้กับข้าแล้ว แต่ตอนนั้นมันก็อยู่ในช่วงฤดูหนาวจึงไม่มีพืชที่ดีเลย อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเราต้องออกไปช่วยเจ่าไห่ เพื่อไปซื้อพืชอีกหลายๆชนิด ถ้าเจ่าไห่สามารถทํายาแก้พิษได้มันจะเป็นเรื่องที่ดีมาสําหรับเรา”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ เราจะต้องออกคําสั่งออกไปให้คนในตระกูลของเราหาต้นไม้แปลกๆให้กับเจ่าไห่ ว่าแต่เจ่าไห่เจ้าต้องการสัตว์เวทย์ด้วยไหม?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ถ้าได้สัตว์เวทย์มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน เพราะมันก็สามารถใช้ทํายาได้เหมือนกัน”
แรนดอล์ฟพยักหน้าจากนั้นเขาก็มองคนในห้องและพูดว่า “พวกท่านได้ตั้งใจฟังเรื่องเหล่านี้หรือเปล่า? เราจะต้องช่วยงานเจ่าไห่” ตอนนี้คนที่ไม่กล้าต่อต้านพวกเขาเห็นด้วยทันที พวกเขารู้ดีว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่จําเป็นต่อตระกูลของพวกเขามันจึงทําให้พวกเขาให้ความสําคัญกับมัน
เจ่าไห่มองไปที่คนอื่นๆ และถอนหายใจเหมือนกับโล่งอก จากนั้นเขาก็เอามือไปขวดใหญ่จากมิติออกมา ขวดนี้มีปริมาณมากพอที่จะบรรจุน้ําได้จํานวนมาก มันทํามาจากแก้วและได้มาจากร้านค้าของตระกูลโรเบิร์ต
โดยปกติแล้วขวดนี้ไม่ได้มีความพิเศษอะไรเลย แรนดอล์ฟกับคนอื่นๆ มองไปที่เจ่าไห่พวกเขาไม่รู้ว่าทําไมเจ่าไห่ถึงเอาขวดนี้ออกมา
เจ่าไห่วางขวดไว้ข้างๆ แรนดอล์ฟและพูดว่า “ปู่ คนในตระกูลควรแจกจ่ายน้ํานี้ให้ทุกคน หากพวกเขาเจอกับอุบัติเหตุหรือได้รับพิษ ให้พวกเขาดื่มน้ํานี้ทันที”
แรนดอล์ฟไม่เข้าใจกับสิ่งที่เจ่าไห่พูด เขาถามเจ่าไห่ทันที “ข้างในขวดนี้มันคืออะไรงั้นหรอ?
มันเป็นยาใช่ไหม?”
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “น้ําในขวดนี้มันไม่ใช่ยา มันมีความสามารถมากกว่านั้นมาก มันคือน้ําแห่งชีวิต”
น้ําแห่งชีวิต! เมื่อพวกเขาได้ยินเจ่าไห่พูดเช่นนั้น ทุกคนที่อยู่ในนั้นก็หายใจเข้า น้ําแห่งชีวิต
เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากไม่ว่าคุณจะร่ํารวยแค่ไหนคุณก็อาจจะไม่เคยสัมผัสมันเลยก็ได้
แรนดอล์ฟมองที่ขวดนั่น จากนั้นเขาก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่สิ่งที่อยู่ในขวดนี้คือน้ําแห่งชีวิตจริงๆ งั้นหรอ?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ใช่แล้ว ข้าได้รับสิ่งนี้จากเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของกิลแห่งความสว่าง ในตอนนนั้นเทพผู้มีพลังระดับ 9 กําลังร่วมมือกับชาวเผ่าในทุ่งหญ้า เพื่อจัดการกับเผ่าเฮคัส เมื่อเขาถูกฆ่าตายโดยข้า ข้าก็ได้น้ําแห่งชีวิตนี้มา”
แรนดอล์ฟพยักหน้า เขาขมวดคิ้วและพูดว่า “กิลแห่งความสว่างเคยเข้าไปยุ่งกับพวกชนเผ่าด้วยงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็บอกแรนดอล์ฟเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งสุดท้ายที่เขาอยู่ที่ทุ่งหญ้า นอกจากนี้เขายังบอกเกี่ยวกับสถานะของเขาที่ได้เป็นเจ้าชายของเผ่าเฮคัสอีกด้วย
แรนดอล์ฟประหลาดใจที่เจ่าไห่ได้เป็นเจ้าชาย เขาไม่คิดว่าเจ่าไห่จะได้รับสถานะนั้นที่ชนเผ่า มันเป็นไม่ได้เลยที่คนจากที่อื่นจะได้เป็นเจ้าชายที่นั่น
แต่แล้วเขาก็นึงถึงกิลแห่งความสว่างทันที เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่เรื่องจากตอนนี้เจ้ามีสถานะในทุ่งหญ้า เจ้าน่าจะให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของกิลแห่งความสว่างในทุ่งหญ้า เจ้าจะต้องรู้ว่าพวกเขาวางแผนที่จะทําอะไร และถ้าเจ้าสามารถทําให้พวกชนเผ่ารู้ได้มันก็จะส่งผลดีต่อพวกเขา”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “คุณปู่สบายใจได้เลย ข้ารู้แล้วว่าพวกเขาเป็นยังไง มันจะเป็นการง่ายมาก ถ้าพวกเราไปขอให้พวกเขาช่วย เพราะที่ทุ่งหญ้าไม่ได้มีใครชอบกิลแห่งความมืดเลย ซึ่งมันก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาทั้งหมดไว้ใจได้”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “ข้าขอยอมรับเลยว่าน้ําแห่งชีวิตของเจ้ามันมีประโยชน์มากจริงๆ สําหรับสถานการณ์ในตอนนี้ แน่นอนว่าเจ้าได้ให้สิ่งนี้กับตระกูล ตระกูลก็จะไม่เนรคุณเจ้าแน่นอน ตอนนี้เจ้าได้เกาะทองคําเป็นดินแดนแล้ว ตระกูลก็จะมอบเรือให้กับเจ้าด้วย เพื่อที่เจ้าจะได้เอาไปจัดการกับโจรสลัด”
เจ่าไห่ปฏิเสธทันทีและพูดว่า “คุณปู่ไม่ต้องเดือดร้อนเลย ข้าไม่จะเป็นต้องการเรือพวกนั้น เพื่อไปจัดการกับโจรสลัดการที่จะทําให้พวกโจรออกไปมันไม่ใช่เรื่องที่ยากสําหรับข้าเลย”
แรนดอล์ฟพยักหน้าแล้วเขาก็มองไปที่เจ่าไห่ ในตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าเจ่าไห่ดูเป็นชายที่เขาชอบมากๆขึ้น เขาเป็นคนที่ดีเป็นผู้นําที่ดีมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือตระกูลแคลซี แม้จะมอบชีวิตให้กับพวกเขา เมื่อมาถึงตอนนี้เจ่าไห่ก็เป็นคนที่ดีกว่าคนอื่นๆ ในตระกูลแคลซีมากแล้ว
แรนดอล์ฟมองคนอื่นๆ ในตระกูลและพูดว่า “เอาล่ะ เรามีหลายอย่างที่ต้องทํา พวกเจ้าทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองดี กลับไปและจัดการเรื่องที่ต้องท่า อย่างทําให้หน้าที่ของเจ้าต้องผิดพลาด”
คนอื่นๆ พยักหน้าแล้วแรนดอล์ฟก็สั่งให้พวกเขาแยกกันไป สมิทไปกับเจ่าไห่เพื่อไปที่ลานต้นไม้ ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นจากนั้นสมิทก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าวางแผนที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่เกาะทองคําเช่นไร? ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะระวังเรื่องนี้หน่อยนะ ไม่งั้นมันอาจจะไม่ใช่แค่จักรวรรดิโรเซ่นที่จะตามล่าเจ้า แต่โจรสลัดพวกนั้นก็จะตามล่าเจ้าเช่นกัน เจ้าอาจจะต้องพบกับสถานการณ์เดิมที่นี่ก็ได้”
เจ่าไห่พยักหน้า เขาเข้าใจสิ่งที่สมิทพูด แต่ตอนี้เขารู้ที่ตั้งของเกาะทองคําแล้ว และรู้ว่าสถานที่ที่ผิดกฏหมายนั้นเป็นยังไง คงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายถ้าพวกเขาไม่ใช่โจรสลัด
ในบรรดาโจรสลัดเหล่านี้มันคงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาทั้งหมดจะเข้าร่วมเป็นกลุ่มใหญ่ ผู้ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีเท่านั้นที่จะสามารถซื้อขายให้กับตระกูลใหญ่ๆ ได้อย่างไรก็ตามสําหรับคนทั่วไป
พวกเขาจําเป็นต้องซื้อขายผ่านคนกลาง ซึ่งมันก็จะทําให้ราคาของที่พวกเขาจะขายมันต่ํากว่ามากๆ
โอกาสที่จะทําธุรกิจแบบที่มีขนาดใหญ่มากๆ ในที่แห่งนี้ความคิดของเจ่าไห่คือการเปลี่ยนเกาะทองคําเป็นเกาะที่ใครก็ทําธุรกิจได้ โจรสลัดสามารถค้าขายบนเกาะได้ แต่พวกเขาก็ต้องจ่ายภาษีจํานวนหนึ่ง พ่อค้าทั่วไปก็สามารถค้าขายที่นี่ได้เช่นกัน และที่เหมือนกันพวกเขาจําเป็นต้องเสียภาษี
เจ่าไห่ต้องการให้เกาะทองคําเป็นสถานที่สําหรับพ่อค้าทั่วไป และเหล่าโจรสลัดและตระกูลต่างๆ ในการซื้อขายเช่นตลาดมืด เขาจะเก็บภาษีที่ไม่ได้แพงมากนัก โจรสลัดสามารถหลบภัยในเกาะนี้ได้ หากเขาสามารถทําให้เกาะนี้เป็นเช่นนั้นได้ เกาะแห่งนี้จะเป็นเหมือนกับที่วางไข่ทองคํา
ซึ่งเหมือนกับไขทองค่าของท่านเลย
เมื่อสมิทถามสิ่งนี้ เจ่าไห่ก็ไม่ได้บอกอะไรกับเขาทันทีถึงแผนการของเขาที่จะทําให้เกาะแห่งนี้เป็นเกาะแห่งการค้าเสรี เขาแค่พูดว่า “มันไม่ได้ยากเลยที่จะจัดการกับเกาะนี้ แม้ว่าที่ตั้งของมันจะพิเศษมาก แต่ก็ไม่สามารถทดแทนได้สําหรับโจรสลัด นอกจากชื่อเสียงที่ข้าได้รับพวกเขาจะไม่กล้าที่จะทําอะไรข้าแน่นอน ในท้ายที่สุดถ้าใครอยากมีปัญหากับข้าจริงๆ ข้าก็จะไม่ไว้หน้าพวกเขาเช่นกัน”
สมิทขมวดคิ้วของเขา เขาไม่ต้องการให้เจ่าไห่มีปัญหากับตระกูลอื่นๆ หากสถานการณ์ไม่ดี
สิ่งต่างๆ ที่ไม่ดีก็จะเข้าหาเจ่าไห่ทันที
เมื่อดูท่าทางของสมิทเจ่าไห่ก็ยิ้มและพูดว่า “ข้าคิดว่าท่านไม่ต้องเป็นห่วงเลย วิธีจัดการมันไม่ได้มีอะไรมากเลย การที่จะจัดการกับเกาะนั้นข้าคิดไว้สองแบบ หนึ่งคือการไม่ทําอะไรพวกเขา
และทําให้พวกเขาให้ความเคารพแก่พวกเรา อย่างที่สองเราจะต้องนําเอาข้อเสนอไปให้กับพวกเขา วิธีนี้อาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากท่าน ข้ากําลังเตรียมที่จะเปลี่ยนเกาะให้เป็นท่าเรือการค้าเสรีไม่ว่าจะเป็นโจรสลัดหรือพ่อค้าพวกเขาสามารถเข้ามาทําการค้าที่นี่ได้ ท่านคิดว่ามันเป็นยังไง?”
สมิทมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ดวงตาของเขาจะสว่างขึ้น เขาเป็นพ่อค้าและเขาก็เข้าใจสิ่งนี้อยู่แล้ว
แผนที่เจ่าไห่กําลังจะทํา ถ้าเจ่าไห่ท่าสําเร็จเกาะทองค่านี้จะมีเงินหมุนเวียนเป็นจํานวนมาก พอๆกับเมืองสกายเลยก็ได้ หรือไม่แน่มันอาจจะได้มากกว่านั้น
อย่างไรก็ตามอีกไม่นานเข้าก็รู้สึกตัวกับความคิดของเขา จากสิ่งที่เขาคิดเขาก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “นี่มันเป็นความคิดที่ดีมากจริงๆ แต่ถ้าเราทําเช่นนั้นจริงๆ เหล่าพ่อค้าจะไปที่เกาะนั้นจริงๆเหรอ? พวกเขาจะไม่กลัวที่จะถูกปล้นงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “นี่เป็นเรื่องง่ายมาก ข้าสามารถออกกฏที่ไม่ให้ใช้ความรุนแรงภายในเกาะได้ ข้าจะดูให้แน่ใจว่ากฏนั้นจะสามารถนําไปใช้ได้จริงๆ คนที่กล้าทําผิดกฏที่ข้าตั้งขึ้นพวกเขาจะต้องถูกกําจัดไป ถ้าเป็นเช่นนี้ข้าก็คิดว่าคงจะไม่มีใครก็ทําเรื่องผิดกฏแล้วแน่ๆ ท่านคิดว่ายังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้”
เมื่อสมิทได้ยินเจ่าไห่เขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไร แต่ก็มองไปที่เจ่าไห่ เจ่าไห่ทําให้เขาเห็นถึงความแข็งแกร่งของเขาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อได้ยินเจ่าไห่พูดว่าเขาจะจัดการกับคนที่ทําผิดกฏที่เขาตั้งขึ้น เขาน่าจะต้องใช้ความแข็งแกร่งของเขาอีกแน่
ในอดีตมีเพียงตระกูลใหญ่เท่านั้นที่กล้าพูดเช่นนี้ แต่ตอนนี้เจ่าไห่ก็กล้าที่จะพูดมันออกมาแล้ว ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยเลยตอนนี้สถานะของเจ่าไห่ได้เปลี่ยนไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นสมิทยังมั่นใจอีกว่าถ้าเจ่าไห่ทําสิ่งนี้มันจะต้องสําเร็จแน่ๆ และมันก็จะกลายเป็นเกาะที่มีความเจริญมากๆ เหมือนกับเมืองสกาย
เมื่อมาถึงตอนนี้สมิทก็ชื่มชมเจ่าไห่มาก เขารู้เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับตระกูลบูดา เมื่อก่อนพวกเขาไม่ได้มีอะไรเลย แต่ตอนนี้พวกเขามีทุกอย่างแล้ว ตอนนี้พวกเขาสามารถกลับมาในทวีปได้แล้ว ด้วยความแข็งแกร่งที่พวกเขามีก็มาจากเจ่าไห่
เพื่อความอยู่รอดของตระกูล ความแข็งแกร่งจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวกับไม่อาจเพียงพอของผู้นําที่ดี อย่างเจ่าไห่เขาเป็นผู้นําที่เก่งและมีความสามารถดีมาก การที่ตระกูลบูดาได้ผู้นําดีแบบนี้มันก็เลยทําาให้ตระกูลกลับมามีชื่ออยู่ได้
เมื่อสมิทรู้ถึงแผนของเจ่าไห่ที่มีต่อเกาะทองคํา เขาก็เข้าใจว่าเกาะนี้จะต้องมีงานจํานวนมากที่ต้องท่า มีสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือและสมิทต้องการที่จะช่วยเจ่าไห่
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย