Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 485 - ห้องโถงใหญ่
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 485 - ห้องโถงใหญ่
บทที่ 485 – ห้องโถงใหญ่
เมื่อเจ่าไห่มาถึงหน้าประตู ขันทีที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “เจ่าไห่บูดามาถึงแล้ว”
เจ่าไห่มองเข้าไปขันทีคนนั้นเขาหายใจเข้าก่อนที่เขาจะเข้าไปในห้องโถง เมื่อเข้าไปแล้ว เจ่าไห่ก็มองไปรอบๆ เขาเห็นคนมากมายอยู่ในนั้น นอกจากนี้เขายังเห็นคนที่เขารู้จักเป็นอย่างดีนั่นก็คือชาร์ลี แรนดอล์ฟและก็ปู่ของเจสัน รวมไปถึงขุนนางที่เขาได้รู้จักกันในช่วงงานเลี้ยงที่ผ่านมา ตอนนี้คนเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง เจ่าไห่คิดว่าที่นี่น่าจะมีคนอื่นด้วย แต่มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิดเลย
ตอนนี้มีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่สูงกว่าพื้นปกติที่นั่นมีบัลลังก์ตั้งอยู่ เมื่อมองไปก็จะเห็นว่ามีชายคนหนึ่งกําลังนั่งอยู่บนนั้น บัลลังก์นั้นถูกสร้างขึ้นจากทองมันถูกฝังด้วยอัญมณีจํานวนมากและก็ยังหุ้มด้วยหนังสัตว์หลายชั้น บัลลังก์ดูงดงามมากที่นั่งตรงนั้นมันดูนั่งสบายมาก
ชายที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ตัวไม่ได้สูงมาก แต่เขาก็เป็นชายที่ดูดี ผมของเขาเป็นสีเทาอ่อนๆ เขามีมงกุฏาทองคําอยู่บนหัวและก็ยังมีไม้เท้าอยู่ในมือด้วย ไม้เท้าของเขาไม่ได้ยาวมากน่าจะประมาณ 40 เซนติเมตร ไม้เท้าของชายคนนั้นถูกท่าขึ้นด้วยทองคําที่ปลายไม้มีอัญมณีเม็ดใหญ่อยู่ นี่มันไม่ใชไม้เท้าภูติของเจ่าไห่ แต่มันเป็นไม้เท้าที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของเจ้าของชายคนนั้นสวมเสื้อผ้าที่ดูสง่างามมากมันดูมีราคาแพง แม้ว่าเขาจะดูธรรมดา แต่เขาก็ยังมีออร่าที่น่าประทับใจมากพอที่จะทําให้ชายที่อ่อนแอกว่ายอมแพ้ ชายคนนั้นนั่งอยู่ตรงนั้นมองมาที่เจ่าไห่ อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ก็เริ่มรู้สึกกดดัน ความกดดันนี้มาจากชายคนนั้น ดูเหมือนว่าความกดดันที่เจ่าไห่ได้รับมันไม่ได้มาเพื่อทําลายขวัญกําลังใจของเจ่าไห่ แต่มันเป็นเรื่องปกติจากชายคนนั้นอยู่แล้ว
เจ่าไห่พูดอยู่ภายในใจ “นี่น่าจะเป็นจักรพรรดิ์ของจักรวรรดิโรเซ่น” เจ่าไห่เดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ตรงไปหาชายคนนั้นเมื่อเขามาอยู่ไม่ใกล้จากชายคนนั้นมากนักก็มีคนค่านับเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ บูดา นี่คือจักรพรรดิ์ของจักรวรรดิแห่งนี้”
จักรพรรดิ์มองไปที่เจ่าไห่ก่อนที่จะพยักหน้าและพูดว่า “เจ้าคือเจ่าไห่สินะ ดีจริงๆ เจ้าเป็นคนที่จัดการกับตระกูลโรเบิร์ตเมื่อพวกเขาใช้ผลึกเวทย์ใช่ไหม?”
เจ่าไห่ตอบกลับทันที “ใช่แล้ว ข้าเองเป็นคนจัดการกับพวกเขา เพราะพวกเขาได้ใช้ผลึกเวทย์นั้นจริงๆ”
จักรพรรดิ์พยักหน้าและพูดว่า “เจ้าเป็นนักเวทย์จริงๆ งั้นหรอ? เจ้ารอดจากการโจมตีของตระกูลโรเบิร์ตได้อยางไร?”
เจ่าไห่มองแล้วเขาก็คิดว่าแรนดอล์ฟอาจจะไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมด แรนดอล์ฟยังไม่ได้บอก
จักรพรรดิ์ว่าเจ่าไห่สามารถใช้เวทย์เมื่อเจอกับผลึกเวทย์ได้
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เจ่าไห่ก็พูดทันทีว่า “ข้าคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงนักเวทย์ข้ายังเป็นนักรบที่มีพลัง
ระดับ 8 อีกด้วย มันก็เป็นเพราะเหตุนี้เองที่ผลึกเวทย์ไม่สามารถทําอะไรเจ่าไห่ได้เลย” เจ่าไห่ยังไม่ได้บอกความจริงที่ว่าทําไมผลึกเวทย์ถึงไม่สามารถทําอะไรเขาได้ เจ่าไห่จําเป็นต้องเก็บเรื่องนี้ ไว้เป็นความลับเมื่อเขาเสียเปรียบเขาจะได้ใช้มันเป็นตัวช่วยสุดท้าย มันจะเป็นการดีกว่าถ้าเขาไม่ได้พูดมันออกมา
หลังจากที่ได้ยินเจ่าไห่พูด คนภายในห้องก็ตกใจมาก พวกเขาอดไม่ได้เลยที่จะไม่พูดกับคนข้างๆ พวกเขาตอนนี้พวกเขารู้อยู่แล้วว่าเจ่าไห่เป็นนักเวทย์ที่มีพลังระดับ 8 แต่พวกเขาไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะเป็นถึงนักรบที่มีพลังระดับ 8 ด้วย
ดูเหมือนว่าตอนนี้เจ่าไห่จะสามารถใช้พลังได้ทั้งสองแบบ อย่างไรก็ตามในประวัติศาสตร์ของ
ทวีปผู้ที่ฝึกฝนพลังฉีซึ่งเป็นพลังในการต่อสู้และพลังเวทย์มันยังไม่ค่อยมีคนทําได้สําเร็จมากนัก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถไปถึงระดับที่ 6 ได้แต่บางคนก็ไปถึงระดับที่ 7 ในระดับนี้มันเป็นระดับที่สุดที่สุดเท่าที่เคยมีมา
แต่ตอนนี้เจ่าไห่เปิดเผยแล้วว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่นักเวทย์ที่มีพลังระดับ 8 เท่านั้นเขายังเป็นนักรบที่มีพลังระดับ 8 ด้วยเช่นกันซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อเลย ถ้าเจ่าไห่ไม่ได้อยู่หน้าจักร
พรรดิ์ในตอนนี้พวกเขาก็จะยังคงคิดว่าเจ่าไห่กําลังโกหกพวกเขาอยู่
จักรพรรดิ์ค่อนข้างประหลาดใจที่เจ่าไห่มีพลังถึงขนาดนั้น จากนั้นเขาก็พยักหน้าและพูดว่า “ดี จริงๆ เด็กน้อยเจ้าเป็นคนที่เก่งจริงๆ ที่ข้าเรียกเจ้ามาในวันนี้ข้าเองก็ต้องการสิ่งเล็กๆน้อยๆ บางอย่างถ้าเจ้าจัดการเรื่องที่ขอจะขอได้ข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างงามเลย”
เจ่าไหคํานับและพูดว่า “เพื่อองค์จักรพรรดิ์ ข้าไม่ได้ต้องการแม้แต่รางวัล ข้าก็จะทําให้ขอแค่องค์จักรพรรดิ์บอกกับข้า”
จักรพรรดิ์พยักหน้าอย่างพึงพอใจและพูดว่า “ข้าจะไม่ปิดบังเรื่องนี้ข้าอยากจะบอกกับเจ้าว่าข้าได้จัดการให้ผู้เฒ่าและเทอร์รี่แห่งตระกูลโรเบิร์ตให้กลายเป็นซอมบี้ระดับสูงแล้ว พวกเขายังบอกบางอย่างกับข้าแต่ก็ไม่ได้อะไรมากนัก ดูเหมือนว่าพวกเขายังมีพักพวกอยู่บ้างที่อยู่ในกลุ่มอีเซ่น แต่ข้าเองก็ไม่ได้รู้ว่าเขาคนนั้นคือใคร ดูเหมือนว่าตอนนี้ตระกูลโรเบิร์ตถูกเจ้าจัดการไปแล้ว
แรนดอล์ฟก็ยังบอกข้าอีกว่าเจ้าสามารถทําให้คนที่กลายเป็นศพแล้วกลายเป็นซอมบี้ได้ เจ้าสามารถหามันได้จริงๆหรือไม่?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าท่าเช่นนั้นได้”
จักรพรรดิ์พยักหน้าและพูดว่า “ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะแสดงให้พวกข้าเห็นในห้องโถงแห่งนี้ได้ไหม?
พวกเราต้องการเป็นว่าเวทย์แห่งความมืดของเจ้ามันแตกต่างจากพวกข้าอย่างไร”
เจ่าไห่มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า “องค์จะจักรพรรดิ์ข้าเกรงว่าถ้าทําในห้องโถงแห่งนี้มันอาจจะทําให้ห้องนี้มีแต่สิ่งสกปกได้ นอกจากนี้ข้ายังกลัวอีกว่าวิธีการของข้าจะทําให้พวกท่านไม่ชอบ”
ดูเหมือนว่าจักรพรรดิ์จะไม่สนใจสิ่งที่เจ่าไห่พูด เขาส่ายหัวและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง โปรดแสดงให้ข้าได้เห็นเถอะ”
เจ่าไห่ไม่ได้พูดอะไรต่อไปเขาพยักหน้าและพูดว่า “ตามที่องค์จักรพรรดิ์ต้องการ”
จักรพรรดิ์พยักหน้าแล้วก็โบกมือ ขันทีที่ยืนอยู่ข้างจักรพรรดิ์เดินไปข้างหน้าสองก้าวและพูดเสียงดัง หลังจากเสียงหมดลงก็มีคนเอาศพเข้ามาภายในห้องโถง
ศพเหล่านี้ยังดูเป็นธรรมดาอยู่ พวกมันไม่ได้มีกลิ่นเหม็นอะไร แต่พวกเขาก็ไม่ได้น่าสนใจเลย
ขุนนางในห้องโถงรู้อยู่แล้วว่าคนที่ทําลายตระกูลโรเบิร์ตนั้นคือเจ่าไห่ แต่เมื่อพวกเขาเห็นศพถูกเอาเข้ามาพวกเขาก็ไม่อาจจะทําส่งใดได้ แต่สีหน้าของเขาก็แสดงให้เห็นว่าเจ่าไห่เป็นคนที่โหดร้ายมากแค่ไหน
จักรพรรดิ์ไม่ได้สนใจเขาหันหน้าไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าสามารถเริ่มได้เลย” เจ่าไหคํานับ ก่อนที่เขาจะใช้พลังเวทย์ของเขาออกมา จากนั้นก็มีควันสีดําไปที่ศพเหล่านั้นไม่นานนักศพเหล่านี้ก็ลุกขึ้นเหมือนกับพวกเขายังมีชีวิตอยู่ หากว่าดวงตาและสีหน้าของเขาเหมือนคนทั่วไป ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขาเป็นซอมบี้
เจ่าไห่สามารถเปลี่ยนคนเหล่านี้เป็นซอมบี้และก็โครงกระดูกได้อีกด้วย แต่เนื่องจากเขาต้องการแสดงความสามารถของเขาเพียงแค่นี้ เจ่าไห่จึงทําให้ศพเหล่านี้เป็นเพียงซอมบี้เท่านั้น ในทวีปแห่งนี้ผู้คนจะให้ความเคารพในตัวของผู้ที่แข็งแกร่ง แต่ถ้าคุณไม่ได้มีค่าอะไรพวกเขาก็จะไม่คิดมองคุณเลย
เมื่อผู้คนในห้องโถงมองเหล่าซอมบี้พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัว ในความคิดของพวกเขา โดยทั่วไปแล้วซอมบี้จะเป็นตัวที่ไม่ได้มีความแข็งแรงอะไร แต่อย่างไรก็ตามซอมบี้ของเจ่าไห่ดูแข็งแกร่งและปกติมากๆ นี่มันไม่ใช่ซอมบี้ที่พวกเขาเคยเห็นมาก่อนเลย
หลังจากทําให้กลายเป็นซอมบี้แล้ว เจ่าไห่ก็หันไปหาจักรพรรดิ์และพูดว่า “องค์จักรพรรดิ์ตอนนี้ท่านสามารถถามพวกเขาได้แล้ว”
จักรพรรดิ์ก็ตกใจมากในตัวของซอมบี้ของเจ่าไห่ เขามองเจ่าไห่จากนั้นก็พูดว่า “เอาล่ะเจ้าไป ถามพวกเขาดูหน่อยว่ามีใครอีกไหมที่เป็นพวกของกลุ่มอีเซ่น” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วเขาก็ไปถาม
ซอมบี้ทันที แต่น่าเสียดายที่สมาชิกของกลุ่มอีเซ่นไม่ได้อยู่ในกลุ่มของพวกเขา
เจ่าไห่ยังอยู่ในห้องโถงในขณะที่เขาหันไปหาเหล่าศพตัวอื่นๆ จนกว่าเขาจะพบสมาชิกคนอื่นๆของกลุ่มอีเซ่นดูเหมือนว่าเจ่าไห่จะได้รู้อะไรบ้างอย่าง ซอมบี้บอกกับเจ่าไห่ว่าภรรยาของผู้เฒ่า
จากสิ่งที่ซอมบี้บอกกับเจ่าไห่ เจ่าไห่ได้รู้ข้อมูลอีกเล็กน้อย แหล่งที่มาของกลุ่มนี้คือเทพปีศาจ การทําลายทวีปเป็นหน้าที่ของพวกเขา สมาชิกของกลุ่มอีเซ่นทั้งหมดแทบจะไม่เคยพบกันเลย พวกเขาแค่สื่อสารกันโดยใช้รหัสของตัวเองสิ่งสําคัญที่สุดคือไม่มีสมาชิกคนไหนรู้จักกันเลย พวกเขาไม่ได้มีเครื่องหมายใดๆ บนร่างกายของพวกเขา ถ้าใครอยากรู้อะไรเกี่ยวกับตัวตนของ
พวกเขามันน่าจะเป็นไปได้ว่าบ้านแต่ละหลังของพวกเขาน่าจะมีเทพปีศาจ
ข้อมูลแบบนี้มันไม่ได้มีประโยชน์สําหรับเจ่าไห่เลย ในทวีปนี้มีกี่คน? ตระกูลชั้นสูงมีกี่คน พวกเขาไม่มีลักษณะที่ชัดเจนอะไรเลย เพียงความจริงที่ว่าพวกเขามีเทพปีศาจนําทางพวกเขา
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับรู้อะไรมากนักจากคนเหล่านี้ แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าตระกูลโรเบิร์ตนั้นอยู่มาเป็นพันๆปีแล้ว ในการเริ่มต้นทั้งหมดพวกเขาเป็นเพียงคนที่อยู่ด้านล่างของสังคม คนเหล่านี้ถูกกดขี่โดยขุนนางและพบว่าไม่มีทางที่จะต่อต้านพวกเขาได้ ในท้ายที่สุดผู้คนเหล่านี้ก็เข้าร่วมและสร้างกลุ่มอีเซ่น
ตอนนี้พวกเขาพร้อมแล้วกับการเปลี่ยนแปลกในทวีปและการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของจักรพรรดิ์ กลุ่มของพวกเขาได้รับพลังและอิทธิพลอย่างช้าๆ และในที่สุดก็กลายเป็นมหาขุนนาง
ตระกูลโรเบิร์ตเป็นหนึ่งในตระกูลเหล่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าจะไม่มีสิ่งใดบอกได้จัดเจนว่ามีสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มอีเซ่นแต่พวกเขาก็มีจิตใจที่ชั่วร้าย พวกเขาเชื่อว่าเทพปีศาจเป็นนักฆ่าที่เก่งเป็นคนที่ไร้ความปรานีดังนั้นพวกเขาจึงมี ความคิดและนิสัยที่น่ากลัว สิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพรวมของตระกูลของพวกเขาตามธรรมชาติเหมือนกับสัญลักษณ์ของหมาป่า
การได้รู้ข้อมูลนี้เป็นความช่วยเหลือที่ดีสําหรับจักรวรรดิโรเซ่นอย่างน้อยที่สุดตอนนี้พวกเขามีส่วนหัวตอนนี้พวกเขาสามารถลดขอบเขตการเฝ้าระวังได้บ้าง
เมื่อมาถึงจุดนี้ขุนนางในห้องโถงกําลังหวาดกลัวกลุ่มอีเซ่นอ เพราะนี่เป็นภัยคุกคามของทวีปนี้มากกว่ากิลแห่งความสว่างมาก กิลแห่งความสว่างต้องการสร้างการควบคุมเท่านั้น แต่กลุ่มอีเซ่นต้องการชีวิตของพวกเขาจริงๆ!
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย