Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 484 - ขันที
บทที่ 484 – ขันที
รถม้าคันเก่าของเจ่าไห่ไม่ได้ใหญ่มากนัก มันมีขนาดที่เหมือนกับรถของคนทั่วไปที่พวกเขาใช้กัน และรถที่เจ่าไห่ได้ใช้ในตอนนี้คือรถของผู้เฒ่าแห่งตระกูล มันเป็นรถม้าที่สวยงามและดูดีมากๆ
แรนดอล์ฟได้ให้รถม้าคันนี้กับเจ่าไห่ เนื่องจากตอนนี้สถานะของเจ่าไห่ไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว ตอนนี้เจ่าไห่มีคุณสมบัติที่จะต้องนั่งรถม้าแบบนี้ได้แล้ว ตอนนี้เจ่าไห่ได้จัดการกับตระกูลที่มีอายุพันปีไปได้แล้ว ซึ่งมันก็ทําให้เขาไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปอีกแล้ว
เมื่อเจ่าไห่ขึ้นไปบนรถม้า เขาก็ทําคนคุ้มม้าว่า “ทําไมจักรพรรดิ์ถึงต้องการที่จะพบกับข้า” ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ธรรมดามาเลยที่คนที่เป็นเพียงผู้คุ้มรถจะไม่ได้รู้เรื่องเหล่านั้น มันยิ่งทําให้เจ่าไห่รู้สึกไม่เข้าใจกับมันมากขึ้น
เมื่อรถได้เข้าสู่เมืองคาร์สัน ทุกคนที่เห็นรถคันนี้พวกเขารีบไปหาที่ซ่อนทันที ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่เมืองคาร์สันทุกคนรู้ดีว่าคนที่อยู่ภายในรถม้าคันนี้ไม่ใช่คนที่ธรรมดาทั่วไป พวกเขารู้ดีว่าชายที่อยู่ในรถม้าคันนี้เป็นคนที่พวกเขาไม่อยากจะทําให้โกรธ พวกเขาจึงคิดงที่จะซ่อนตัว
ไม่นานนักรถม้าก็มถึงด้านนอกของคฤหาสน์อิมพิเรียล คฤหาสน์ของตระกูลอิมพิเรียลมันเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ กําแพงด้านนอกมีความสูงที่สูงมาก ด้านหน้ามีประตูอยู่ 2 บานมีทหารอยู่ประมาณ 40 นายพวกเขาทั้งหมดสวมชุดเกราะแบบครบเครื่อง
รอบๆ คฤหาสน์เป็นคูน้ํา หน้าเมืองมีสะพานเพื่อที่จะเข้าไปภายใน และแล้วรถม้าของเจ่าไห่ก็หยุดที่หน้าสะพาน คนรับใช้ก็ลงมาจากรถแล้วบอกกับเจ่าไห่ว่า “นายน้อยเจ่าไห่รถม้าของท่านได้มาถึงแล้ว ต่อจากนี้ท่านจะต้องเดินไปลงชื่อของท่านที่หน้าสะพาน หลังจากนั้นจะมีคนพาท่านไปหาจักรพรรดิ์”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็ลงจากรถม้าและเดินไปที่หน้าสะพาน เมื่อเจ่าไห่เดินไปถึงด้านหน้าเขาก็ถูกขวางไว้โดยทหาร 2 คน เมื่อมองไปที่รถม้าของเจ่าไห่แล้ว ทหารเหล่านั้นก็ไม่ได้มองเจ่าไห่ ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “นายน้อย โปรดเข้าไปภายในและลงชื่อของท่านไว้” จากนั้นเขาก็ทําความเคารพและชี้ทางให้กับเจ่าไห่
เจ่าไห่เดินตามทางที่ทหารชี้ไป และก็มาถึงมันเป็นห้องที่ไม่ได้ใหญ่มากนักดูเหมือนว่าห้องนี้จะใช้เป็นห้องที่ไว้สําหรับลงชื่อ เหมือนเห็นเช่นนั้นเจ่าไห่ก็พยักหน้าและเดินเข้าไปในห้อง
เขาเปิดประตูและเดินเข้าไป ภายในห้องเจ่าไห่รู้สึกว่ามันร้อนๆ ภายในค่อยข้างเรียบง่ายมีเพียงโต๊ะตัวหนึ่งและเก้าอี้สี่ตัว คนที่นั่งที่ด้านหนึ่งของโต๊ะเป็นชายสองคนทั้งเมื่อมองแล้วอายุน่าจะ 30 ปีแล้วแต่พวกเขาก็ยังเป็นคนที่ดูดีมาก พวกเขาสวมชุดที่มีลายสวยงาม
เมื่อเห็นเจ่าไห่เข้ามาชายทั้งสองก็ยืนขึ้นและคํานับเจ่าไห่ก่อนที่จะพูดว่า “ยินดีที่ได้พบท่าน ข้าน้อยขอถามชื่อของท่านได้ไหม?” เสียงของพวกเขาเบามาก เมื่อเจ่าไห่ได้ยินเสียงของพวกเขาเจ่าไห่ก็รู้ทันทีว่าชาย 2 คนนี้เป็นขันที
แม้ว่าเจ่าไห่จะไม่ชอบขันทีมากนัก แต่เขาก็ยังเกรงใจและไม่ได้แสดงสีหน้าออกมา ในประวัติศาสตร์ของประเทศจีนมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมายคือขันทีเป็นสาเหตุของเรื่องเหล่านั้น ใครจะรู้ว่าคนเหล่านี้สามารถทําอะไรได้บ้างมันทําให้เจ่าไห่กลายเป็นคนที่เกรงใจ เจ่าไห่ก็คํานับกลับและพูดว่า “ข้ามีนามว่าเจ่าไห่ตระกูลบูดา ข้ามาที่นี่เพราะจักรพรรดิ์ต้องการที่จะพบกับข้า”
ทันทีที่ขันทีทั้ง 2 ได้ยินชื่อของเจ่าไห่ พวกเขาก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเคารพเจ่าไห่มาก พวกเขาพยักหน้าและพูดว่า “ข้าขอให้นายน้อยลงชื่อตรงนี้ก่อน ก่อนที่ท่านจะเข้าไปข้างในได้”
เจ่าไห่พยักหน้า หลังจากที่ขันทีทั้ง 2 ลงชื่อให้กับเจ่าไห่แล้วขันทีก็มองบัตรทองคําให้กับเจ่าไห่ และพูดว่า “นายน้อยรับสิ่งนี้ไว้ และเข้าไปข้างในเมื่อเข้าไปแล้วจะมีคนพาท่านไปพบกับจักรพรรดิ์”
เจ่าไห่พยักหน้า เขาเอามือไปรับบัตรทองคํา จากนั้นเขาก็หันหลังกลับเพื่อออกจากห้องและเดินไปที่คฤหาสน์อิมพีเรียล ทหารตรวจบัตรทองคําในมือของเจ่าไห่ ก่อนที่จะให้เจ่าไห่ผ่านเข้าไปได้
เมื่อเจ่าไห่เข้าสู่ประตูของคฤหาสน์อิมพีเรียลแล้ว เขาก็เห็นว่ามีขันทีกําลังรอเขาอยู่ที่นั่น ขันทีคนนี้อายุของเขาน่าจะมากกว่า 50 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร เขาไม่ต้องการที่จะประมาทที่นี่ ขันทีที่สามารถเข้ามาอยู่ภายในนี้ได้จะต้องไม่ธรรมดาเพราะที่นี่ไม่ใช้ใครก็ได้ที่จะเข้ามา ดูเหมือนว่าขันนี้คนนี้ยังมีออร่าที่น่ากลัวมากด้วย
เมื่อเห็นขันทีคนนี้ เจ่าไห่ก็รู้ทันทีว่าเขาไม่ใช่ธรรมดาเลย เจ่าไห่คิดทันทีว่าชายคนที่อยู่ตรงหน้าเขาน่าจะเคยเป็นทหารหรือนักรบที่มีระดับความแข็งแกร่งที่สูงมาก
เมื่อขันทีเห็ฯเจ่าไห่ เขาก็เดินไปข้างหน้าและคํานับเจ่าไห่ เมื่อค่านับแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นและถามเจ่าไห่ว่า “ท่านคือนายน้อยเจ่าไห่ใช่ไหม?”
เจ่าไหไม่กล้าที่จะไม่ตอบ เจ่าไห่เอาบัตรทองคําให้และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไหมันเป็นทางการเกินไปเรียกข้าว่าเจ่าไห่ก็พอแล้ว”
ขันทีตอบทันทีว่า “นายน้อยเจ่าไห่ข้าจะเป็นต้องเรียกเช่นนั้น แต่เอาเถอะท่านโปรดมากับข้า เถอะ ตอนนี้จักรพรรดิ์กําลังรอท่านอยู่” จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปภายในคฤหาสน์ เจ่าไห่ก็เดินตาม เขามาด้วย ในขณะที่เดินขันทีก็ให้ค่าแนะนําแก่เจ่าไห่เกี่ยวกับวิธีที่เขาควรจะทําเมื่อพบกับจักรพรรดิ์
การให้ความเคารพต่อจักรพรรดิ์ในทวีปอาร์คนั้นไม่ได้เหมือนกับโลกที่เจ่าไห่มา บนโลกเมื่อคุณเห็นจักรพรรดิ์คุณจะต้องคุกเข่าลง อย่างไรก็ตามในทวีปอาร์คไม่จําเป็นเลยที่จะต้องทําเช่นนั่น
นี่มันเป็นครั้งแรกที่เจ่าไห่จะได้พบกับจักรพรรดิ์ มันก็เป็นเรื่องที่ปกติมากที่เจ่าไห่จะต้องถามขันทีมากมาย เขาเดินไปข้างๆ อย่างเงียบๆ และฟังสิ่งที่ขันทีกําลังพูด
เมื่อพวกเขามาถึงโถงทางเดิน เจ่าไห่ก็มองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนอื่น ก่อนที่เขาจะยืนมือและหยิบสิ่งของที่เขาปล้นมาจากตระกูลโรเบิร์ต นี่คือชิ้นส่วนของผลึกวิเศษ สิ่งนี้มันเป็นการเล่นแร่แปรธาตุ เขาไม่รู้ว่าพวกเขาทําสิ่งเหล่านี้ได้ยังไง แต่เขาก็สามารถเห็นได้ว่ามันการก่อรูปสลักอยู่ในนั้น การก่อตัวนั้นสวยงามมากมันทั้งหมดฝังด้วยทองคําพร้อมกับวัสดุอื่นๆ การก่อตัวนั้นดูเหมือนจะเป็นประกายและเมื่อรวมกับการก่อตัวของผลึกเองก็ยิ่งสวยมากขึ้น
ผลึกนี้ไม่ได้ใหญ่มาก มันมีขนาดเท่าฝ่ามือ มันอาจดูเล็ก แต่พลังของมันดีมาก มันสามารถช่วยควบคุมอุณหภูมิของบุคคลขจัดความเหนื่อยลํารวมถึงกําจัดกลิ่นแปลกๆ ในร่างกาย มันเป็นของเล่นที่หายาก
เจ่าไห่ส่งมอบผลึกให้กับขันทีแล้วพูดว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบกับขันทีดังนั้นข้าจึงไม่ได้เตรียมตัวข้าอยากให้ขันที่รับของขวัญชิ้นนี้เป็นของขวัญจากข้า”
ขันทีมองผลึกที่อยู่ในมือของเจ่าไห่ เขาเป็นคนชอบที่จะสังเกตและเขาเห็นว่าผลึกของเจ่าไห่เป็นอย่างไร เขาพูดทันทีว่า “นายน้อยท่านเป็นคนที่ใจดีมากจริงๆ ข้าเป็นขันทีมันคงไม่เหมาะกับข้าที่จะรับของขวัญแบบนี้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านขันทีไม่ต้องเกรงใจสิ่งนี้มันเหมาะสมกับท่านมาที่สุดแล้ว มันสามารถรักษาอุณหภูมิร่างกายของท่านขันทีได้ ท่านจะต้องข้างจักรพรรดิ์ตลอดเวลาสิ่งนี้ยังสามารถบรรเทาความเหนื่อยล้านอกจากนี้มันยังสามารถจัดการกับกลิ่นต่างๆ ได้ด้วย”
ผลึกที่เจ่าไห่กําลังจะให้มันมีความสามารถมากมายที่จะสามารถช่วยเหลือเขาได้มากมาย มันจ่าเป็นกับเขามาจริงๆ ตอนนี้ขันทีมีท่าทางที่อยากจะได้ผลึกของเจ่าไห่มากๆ
เมื่อเห็นท่าทางของขันทีเจ่าไห่ก็ส่งผลึกให้ทันทีและพูดว่า “ข้าขอให้ขันที่รับไปถ้าไม่รับไปข้าจะเก็บแล้ว”
ขันทีไม่ได้ปฏิเสธในครั้งนี้เขารับผลึกของเจ่าไห่และใส่ไว้ที่หน้าอกของเขา เขารู้สึกถึงประโยชน์ของมัน ในร่างกายที่เย็นชาเป็นปกติอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น ขันทียิ้มแล้วหันไปยิ้มให้เจ่าไห่พูดว่า “มันเป็นสิ่งที่ดีมากจริงๆ ต่อจากนี้ข้าอยากให้นายน้อยเรียกข้าว่าขันทีที่สาม”
เจ่าไห่ตอบกลับทันที “การได้พบกันครั้งนี้ข้ายินดีมากที่ได้รู้จักกับท่านหากมีอะไรที่ข้าสามารถช่วยเหลือได้ท่านก็อย่าเกรงใจที่จะบอกกับข้า”
ขันทีที่สามหัวเราะและพูดว่า “แน่นอน ข้าจะคิดถึงท่านเป็นคนแรกเลย”
เจ่าไห่ไม่เชื่อว่าของขวัญชิ้นนี้จะซื้อขันทีที่สามเขาแค่ต้องการได้รับความโปรดปรานจากเขา
มันอาจทําให้สิ่งต่างๆ สะดวกขึ้นในอนาคต
ที่จริงแล้วด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เขาไม่จําเป็นต้องได้รับความโปรดปรานจากขันทีที่สาม แต่เจ่าไห่ยังคงทําเพื่อสร้างความสัมพันธ์ เขารู้ว่าเขายังไม่สามารถโจมตีผู้คนจํานวนมากได้ หลังจากขุนนางทั้งหมดยังคงควบคุมเรื่องในทวีป คนที่ไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีใดๆในโลกนี้จะไม่สามารถอยู่รอดได
ในเวลานี้พวกเขามาถึงด้านนอกห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์อิมพีเรียล นี่คือสถานที่ที่จักรพรรดิ์จัดการกับการเมืองในแต่ละวันของเขา สถานที่นี้ไม่มีชื่อที่สวยงามมันถูกเรียกว่าหอประชุมเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ของทวีปการตั้งชื่อเป็นสิ่งที่ใช้ได้จริง
ขันทีคนที่สามขอให้เจ่าไห่รอในขณะที่เขาเข้าไปข้างในและบอกกับจักรพรรดิ์ว่าเจ่าไห่มาถึงแล้ว ไม่นานนักเจ่าไห่ก็ได้ยินเสียงว่า “นายน้อยเจ่าไห่มาถึงแล้ว!”
จ้าวไห่ตบเสื้อผ้าของเขาเพื่อทําให้เหมาะสมก่อนที่จะขึ้นบันได เขากําลังจะไปพบจักรพรรดิ์ที่ทรงอํานาจที่สุดของทวีปนี้ ถ้าเขาบอกว่าเขาไม่ได้กังวลเขาก็คงจะโกหก
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย