Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 483 - พันธมิตร
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 483 - พันธมิตร
บทที่ 483 – พันธมิตร
สําหรับเจ่าไห่แล้ววัสดุเหล่านี้มีประโยชน์กับเขามาก เมื่อนําเอาตระกูลบูดาไปเทียบกับตระกูล ใหญ่แล้วมันก็เป็นเรื่องที่ทําให้ตระกูลของพวกเขาดูไม่มีอะไรเลย และที่สําคัญตระกูลบูดาก็ยังไม่
ได้มีหน่วยข่าวของตระกูลเพื่อดูตระกูลอื่นๆ มันเป็นเรื่องที่ทําให้พวกเขาเสียเปรียบมาก
ถ้าพวกเขามีหน่วยข่าวกระดาษเหล่านี้ที่เจ่าไห่เจอมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากเลย ตอนนี้
ที่เขาพบในกระดาษเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโรเบิร์ต แต่ข้อมูลเหล่านี้มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเจ่าไห่อีกแล้ว ตอนนี้ตระกูลโรเบิร์ตถูกทําลายไปแล้ว ตอนนี้กระดาษเหล่านี้มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
ตอนนี้พวกของเจ่าไห่จัดกระดาษเหล่านี้พวกเขาดูกระดาษที่สําคัญเก็บไว้ หลังจากนั้นเจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ไปพักผ่อน
เช้าวันต่อมาเจ่าไห่เอากระดาษที่เกี่ยวกับจักรวรรดิอาร์คออกจากมิติ หลังจากกินอาหารเช้าแล้ว เขาก็เอากระดาษเหล่านี้ไปให้แรนดอล์ฟทันที หลังจากนั้นเขาก็ออกจากป้อมเพื่อปล่อยซอมบี้และสั่งให้พวกมันทําพื้นที่ในป้อมปราการของตระกูลแคลซี
เมื่อแรนดอล์ฟเห็นกระดาษเหล่านั้นเขาก็ตกใจมาก จากนั้นเขาก็เอาศพของผู้เฒ่าของตระกูล
โรเบิร์ตและเทอร์รี่ไปที่วังของจักรพรรดิ พร้อมกับกระดาษที่เจ่าไห่ให้เขา
จักรพรรดิเองก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อคืนแล้ว ในบรรดาเทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่ไปสถานที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้เทพผู้มีพลังระดับ 9 ของจักรพรรดิก็ไปที่นั่นด้วยเช่นกัน แม้ว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้จะไม่ได้พูดอะไรมากเกินไปพวกเขาก็รู้ว่าเรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร
แรนดอล์ฟได้เอากระดาษและศพให้กับจักรพรรดิ จักรพรรดิสั่งให้คนไปตามนักเวทย์แห่งความมืดมาทันทีเพื่อที่จะให้นักเวทย์เปลี่ยนผู้เฒ่าและเทอร์รี่ระดับสูงเพื่อถามเรื่องที่เกิดขึ้น
ในที่สุดเรื่องทั้งหมดก็ปรากฏขึ้น จากผู้เฒ่าและปากของเทอร์รี่ พวกเขายอมรับว่าพวกเขาเป็นคนของตระกูลโรเบิร์ต นอกจากนี้ผลึกเวทย์ที่พวกเขาได้รับมามันถูกผลิตขึ้นโดยเผ่าๆหนึ่ง
เมื่อเรื่องเหล่านี้ได้ไปถึงหูของจักรพรรดิเรื่องเหล่านี้ถูกทําให้เป็นเหมือนหนังสือพิมพ์เพื่อแจกไปยังทั่วทั้งจักรวรรดิโรเซ่นในทันที ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ยังบอกต่อไปยังเมืองอื่นๆ และจักรวรรดิอื่นๆ ด้วยเรื่องนี้ทําให้คนส่วนมากให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ
จักรวรรดิโรเซ่นเป็นจักรวรรดิที่มีอิทธิพลมาที่สุด พลังการชุมนุมของพวกเขานั้นน่ากลัวมากๆ ด้วยวิธีการที่พวกเขารับรู้ทั่วทั้งทวีป การประกาศข่าวในครั้งนี้จากจักรวรรดิทําให้ทวีปนี้มีแต่ความวุ่นวาย
เจ่าไห่ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้เลย เขาใช้เวลาหนึ่งวันในการดูแลป้อมแห่งความมืด และจากนั้นก็เข้าไปพักในบ้านของเขา
กรีนและคนอื่นๆ ยังไม่รู้เกี่ยวกับการต่อสู้เมื่อคืนนี้ เจ่าไห่ต้องการบอกพวกเขาและถามเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาคิด
เจ่าไห่ได้สนใจเรื่องของกลุ่มคนที่เทอร์รี่อยู่มากนัก ทุกคนที่เป็นทาสของเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นคนของกลุ่มอีเซ่นที่เทอร์รี่อยู่ ถ้าจะถามจากพวกเขามันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
ยิ่งไปกว่านั้นเจ่าไห่ยังอ่านกระดาษที่ได้มา เขารู้ว่าตอนนี้คนของกลุ่มอีเซ่นนั้นไม่ได้มีจํานวนมากเลย อย่างไรก็ตามเจ่าไห่เชื่อว่าสถานะของคนเหล่านั้นจะต้องไม่ใช่ธรรมดาเลย ไม่งั้นคนเหล่านี้จะไม่สามารถเข้ามาอยู่กับตระกูลโรเบิร์ตได้เลย
ในอีกด้านหนึ่งคนอื่นๆ ก็อยู่ในความวุ่นวาย พวกเขาเพิ่งได้รับข่าวว่าตระกูลโรเบิร์ตถูกทําลายไปแล้ว เมื่อพวกเขาได้รู้สิ่งเหล่านี้พวกเขาเหล่านั้นก็ตกใจมาก พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ตระกูลที่มีอิทธิมากอย่างตระกูลโรเบิร์ตจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเลย
หลังจากนั้นคฤหาสน์อิมพีเรียลก็ปล่อยข่าวออกมาซึ่งทําให้พวกเขารู้สึกตกใจมาก ผลึกเวทย์กับกลุ่มอีเซ่น ทุกเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทําให้พวกเขาไม่อาจจะจิตนาการได้เลย
จากนั้นข่าวอีกเรื่องก็ออกมาจากตระกูลแคลซี ซึ่งข่าวนั้นได้กล่าวมาว่าตอนนี้ตระกูลโรเบิร์ตล่มสลายไปแล้ว โดยฝีมือของเจ่าไห่
แต่ข่าวนี้คนส่วนใหญ่ในจักรวรรดิไม่เชื่อ นอกจากข่าวนี้แล้วก็ยังมีอีก 1 ข่าวก็คือตอนนี้ร้านค้าของตระกูลโรเบิร์ตที่อยู่นอกเมืองทั้งหมดถูกทําลายไปหมดแล้ว คนงานทั้งหมดของพวกขาถูกฆ่าตาย สินค้าของพวกเขาถูกปล้นและอย่างสุดท้ายร้านของพวกเขาถูกเผา ดูเหมือนว่าตอนนี้ตระกูลโรเบิร์ตจะไม่สามารถกลับมามีความยิ่งใหญ่ได้อีกแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตระกูลโรเบิร์ตจะ กลายเป็นเพียงชื่อที่อยู่ในทวีปอาร์คเท่านั้น
ข่าวเหล่านี้เป็นเหมือนระเบิดที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของผู้คนที่อยู่ในจักรวรรดิโรเซ่น ตระกูลที่อยู่มาแล้วเป็นพันๆ ปีนั้นก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของทวีปนั้นๆ ในประวัติเคยมีตระกูลที่ถูกทําลายเหมือนกันแต่พวกเขาสามารถกลับมาอยู่ในทวีปได้ แต่ตระกูลโรเบิร์ตมันจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว
ในอดีตเมื่อตระกูลที่อยู่มาเป็นพันปีถูกทําลาย พวกเขาก็ยังมีคนที่มีชีวิตรอดมาได้ แต่ตระกูลโรเบิร์ตทุกคนภายในตระกูลถูกฆ่าตายหมดเลย มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสําหรับพวกเขามาก
ผู้ยิ่งใหญ่ของทวีปต่างก็ตกใจกับเรื่องนี้ พวกเขารู้สึกตกใจมากเมื่อรู้ว่าคนที่จัดการกับตระกูลโรเบิร์ตนั้นคือเจ่าไห่ โดยปกติแล้วคนพวกนี้ก็ต้องไม่เชื่ออยู่แล้วว่ามันจะเป็นฝีมือของเจ่าไห
เพราะว่าคนเพียงคนเดียวไม่น่าจะเอาชนะตระกูลที่ยิ่งใหญ่อย่างตระกูลโรเบิร์ตได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มั่นใจว่าเจ่าไห่จะต้องมีคนคอยช่วยเหลือเขาอยู่มากแน่นอน
ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดก็เปลี่ยนความคิดที่พวกเขามองเจ่าไห่แล้ว ความแข็งแกร่งของตระกูล แคลซีนั้นน่าจะพอๆกับตระกูลโรเบิร์ต แต่การที่ตระกูลแคลซีจะทําลายตระกูลโรเบิร์ตมันก็เป็นไปไม่ได้เลย แต่ตอนที่เจ่าไห่เข้ามาอยู่กับตระกูลแคลซีพวกเขากับสามารถจัดการกับตระกูลโรเบิร์ตได้ ถ้าพวกเขาไม่เชื่อว่านี่เป็นฝีมือของเจ่าไห่พวกเขาก็สมควรที่จะไปฆ่าตัวตายเพราะความโง่ของพวกเขา
ด้วยเหตุนี้ตระกูลผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้จึงหวาดกลัวในตัวของเจ่าไห่ ตอนนี้ตระกูลแคลซีได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับตระกูลบูดาแล้ว ความร่วมมือของพวกเขานั้นน่าเกรงขามมากยิ่งนัก ตอนนี้เจ่าไห่อยู่ในจุดที่เกินกว่าที่เขาคิดไว้มาก
เริ่มจากวันนี้ผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนในจักรวรรดิโรเซ่นเริ่มให้ความสนใจในตัวของเจ่าไห่ ภาพลักษณ์เก่าของเจ่าไหมันได้หายไปแล้ว
ข่าวที่ประกาศออกไปนั้นแพร่กันไปแล้วมาก เพียงแค่กลางวันทุกคนในทวีปนี้ก็รู้เรื่องนี้แล้ว นักเวทย์ทั้งหมดในทวีปนี้รู้ว่าตอนนี้พวกเขาไม่ปลอดภัย ในเวลาเดียวกันเหล่านักเวทย์ของทวีป
ทั้งหมดได้กําหนดขึ้นทันทีพวกเขาต้องการที่จะจัดการกับกลุ่มอีเซ่นพวกเขาตั้งใจที่จะทําลายกลุ่มของพวกเขา ไม่งั้นแผนการของพวกเขาจะเป็นปัญหาใหญ่ถ้าไม่จัดการกับพวกเขาตอนนี้
ผลึกเวทย์ที่พวกเขาได้ผลิตขึ้นมันอาจจะเป็นอันตรายต่อพวกเขาได้ ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในใจของเจ่าไหคือกลุ่มอีเซ่น เจ่าไห่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทําอะไรกันแน่ แต่เจ่าไห่ก็ยังเชื่อในตัวเองว่าเขานั้นสามารถจัดการกับคนเหล่านี้ได้
ในจักรวรรดิแห่งนี้ผู้คนแต่ละคนให้ความศรัทธากับสิ่งต่างๆ เช่นเทพแห่งความมืด เทพแห่งความสว่าง นักเวทย์หรือแม้กระทั่งนักรบ
แต่เรื่องแบบนี้มันก็ไม่ได้สําคัญอะไรกับเจ่าไห่อยู่แล้ว แต่เจ่าไห่เองก็เหมือนกับเขาเคยเป็นเทพแห่งปีศาจซึ่งมันเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ
ในขณะที่เจ่าไห่กําลังคิดถึงเรื่องเหล่านี้ คนใช้คนหนึ่งก็เดินมาพร้อมกับคําพูดของเจสัน เจสันมาหาเจ่าไห่ เจ่าไห่ก็มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะบอกให้คนใช้เชิญเจสันเข้ามา
เจสันไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน สีหน้าของเขาแปลกไปมากๆ ตอนนี้สีหน้าของเขาจริงจังมาก เจ่าไห่บอกให้เจสันนั่งลงก่อนและให้คนรับใช้ออกไป จากนั้นเจสันก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ เจ้าเป็นคนที่ทําเรื่องทั้งหมดเมื่อคืนนี้งั้นหรอ? และผลึกเวทย์นั้นเป็นของจริงไหม? แล้วตระกูลโรเบิร์ตใช้พวกมันจริงๆ งั้นหรอ?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าเป็นคนทําเอง แต่สิ่งที่ข้าได้ตั้งใจไว้ตอนแรกข้าแค่ต้องการทําลายร้านค้าของตระกูลโรเบิร์ตทั้งหมด ข้าไม่ได้คิดว่าตระกูลโรเบิร์ตจะโจมตีตระกูลแคซีด้วย พวกเขาจะใช้ผลึกเวทย์เพื่อจัดการกับข้าจริงๆ แต่พวกเขาก็ยังกลัวว่าคนในทวีปจะรู้ว่าพวกเขามีผลึกเวทย์ พวกเขาจึงโจมตีแค่ป้อมแห่งความมืดของตระกูลแคลซี และพวกเขาก็ถูกจัดการไปจนได้ จากนั้นข้าก็ได้ไปฆ่าคนของตระกูลโรเบิร์ตที่เหลือทั้งหมด ก่อนที่จะปล้นสมบัติของพวกเขา มันอยู่ที่นั่น ข้าก็ยังต้องการเปิดเรื่องนี้ในทั้งทวีปรู้เรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน”
สีหน้าของเจสันดูคิดหนักมากๆ เขาพยักหน้าและพูดว่า “ข้าเชื่อว่ากลุ่มอีเซ่นน่าจะเป็นกลุ่มที่น่ากลัว แต่ก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ข้าก็ได้รู้เรื่องบางอย่างจากตระกูลของข้า นักเวทย์ที่แข็งแกร่งซึ่งตายอย่างกะทันหันในอดีต นอกจากนี้การตายของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเวทย์เลย เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ลึกลับมากๆ แต่มันก็น่าจะเกิดจากผลึกเวทย์ที่เจ้าได้พบ
เจ่าไห่มอง เขาไม่รู้จริงๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เขามองเจสันและพูดว่า “จริงหรอ?”
เจสันพยักหน้าและพูดว่า “ข้าแค่บอกเท่าที่ข้าจะบอกเจ้าได้ ดูเหมือนว่าคนที่ตายพวกนี้จะอยู่กันคนละที่แต่พวกเขาก็มีกานตายที่เหมือนๆ กันเรื่องนี้มันเป็นการตายที่ไม่ธรรมดาเลย”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ดูเหมือนว่าที่กลุ่มๆ นี้จะอยู่มานานแล้วไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะมีความแข็งแกร่งแบบนี้ แต่มันก็น่าเสียกายที่ไม่มีทางเลยที่จะหาตัวพวกเขาเจอ”
เจสันพยักหน้าจากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปขณะที่เขามองเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ วันนี้ที่ข้ามาหาเจ้าก็เพราะปู่ของข้าต้องการให้ตระกูลของข้าเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเจ้า
เจ้าคิดเช่นไร?”
เจ่าไห่มองเจสัน เขาไม่คิดว่าตระกูลของเจสันจะต้องการเป็นพันธมิตรกับเขา พันธมิตรที่อยู่กันตลอดไปมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
พันธมิตรนิรันดร์มันถูกมองว่าเป็นเหมือนกับสหภาพ เมื่อทั้งสองตระกูลรวมตัวกันเป็นพันธมิตร
หากตระกูลหนึ่งล้มลงอีกตระกูลจะต้องช่วยเหลือซึ่งเรื่องนี้มันจะเป็นความแข็งแกร่งของตระกูลทั้งสอง
เจ่าไห่มองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะมีสีหน้าที่มีความสุข อิทธิพลของตระกูลของเจสันในจักรวรรดินั้นไม่ได้เล็กไปกว่าตระกูลที่อยู่มาเป็นพันๆ ปีเลยถ้าเจ่าไห่ก่อตั้งพันธมิตรกับตระกูลครูก
ตระกูลบูดาของเขาจะได้รับประโยชน์มากมายแน่นอน
เจ่าไห่พยักหน้าอย่างมีความสุขในทันทีและพูดว่า “ข้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่ข้าก็ยังมีข้อสงสัยอยู่นิดหน่อย เพียงแค่จากความสัมพันธ์ของเราการสร้างพันธมิตรมันยังดูไม่ปกติอยู่”
เมื่อเจสันได้ยินเจ่าไห่เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดว่า “ข้าจะกลับไปหาคุณปู่และบอกเรื่องที่เจ้าต้องการถ้าเจ้ามีเวลาไปที่ป้อมของข้าเจ้าก็สามารถพูดเรื่องนี้กับตระกูลข้าได้เลย”
เจ่าไห่พยักหน้า “เอาล่ะข้าจะไปที่นั่นพรุ่งนี้” จากนั้นเมื่อเขาพูดอย่างนั้นอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะ
เจ่าไห่ตอบทันทีว่า “มีอะไรเหรอ?”
เสียงของคนรับใช้ “นายน้อยเจ่าไห่จักรพรรดิได้ส่งข่าวมา เขาปรารถนาที่จะพบนายน้อยในวัง
ตอนนี้ เขาบอกว่าเขามีเรื่องสําคัญที่ต้องปรึกษา”
เจ่าไห่มองเจสัน เจสันก็มองเจ่าไห่เหมือนกัน พวกเขามองหน้ากันด้วยความสับสน แต่เจ่าไห่พูดว่า “เอาล่ะข้าจะไปเตรียมเสื้อผ้าของข้าและออกไปทันที”
เจ่าไห่ขมวดคิ้วและก็พูดว่า “เจ้าคิดเช่นกันที่จักรพรรดิต้องการพบกับข้า?”
เจสันขมวดคิ้วเมื่อเขาตอบว่า “ข้าบอกไม่ได้จริงๆ แต่มันก็น่าจะมีบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ แล้วคนอื่นๆ ไปไหนกันข้าไม่ได้เห็นพวกเขาเลย?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พวกเขากําลังค้นหากระดาษทั้งหมดจากตระกูลโรเบิร์ตในอีกห้องหนึ่ง
เราไม่ได้คิดว่าตระกูลโรเบิร์ตจะมีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในทวีปนี้ สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์มากสําหรับตระกูลของข้า ” ที่จริงแล้วลอร่ากับคนอื่นๆ กําลังเรียงลําดับกระดาษของตระกูลโรเบิรช์ตทั้งหมดในมิติไม่ใช่ในห้องอื่น
เจสันยิ้มเบาๆ แล้วพูดว่า “เจ้านี่โชคดีนะ ครั้งนี้เจ้าได้ปล้นตระกูลโรเบิร์ตความมั่งคั่งของตระกูลเก่าแก่เช่นนั้น เจ้าทําให้ข้าอิจฉาจริงๆ”
เจ่าไห่หัวเราะแล้วพูดว่า “โชคดีใช่ไหมมันกลับกลายเป็นว่าไม่มีอะไรเร็วไปกว่าการได้เงินจาก
การปล้นคนดูเหมือนว่าฉันจะต้องทําสิ่งนี้อีกสองสามครั้ง”
เจสันหัวเราะด้วยเช่นกัน “เจ้าเป็นคนที่ชอบปล้นงั้นหรอ? ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน แต่จริงๆแล้ว เจ้ามีศักยภาพที่จะเป็นโจรได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่เราไม่ควรพูดมากเกินไป จักรพรรดิ์กําลังรอเจ้าอยู่เราไม่สามารถให้เขารอนานเกินไป” เจ่าไห่พยักหน้าและยืนขึ้นจากนั้นเขาก็จัดเสื้อผ้าของเขาก่อนที่จะพาเจสันไปที่ทางออก
เมื่อพวกเขาออกมาจากลาน คนรับใช้คนหนึ่งกําลังรอพวกเขาอยู่พร้อมกับรถม้า ทั้งสองขี่รถม้าขณะที่พวกเขาออกจากป้อมปราการเจสันขี่รถม้าของเขา แต่ก่อนออกเดินทางเขาเตือนจ้าวไห่
เรื่องการมาเยี่ยมตจระกูลครูก เจ่าไห่ก็พยักหน้าก่อนขึ้นรถที่ตระกูลแคลซีได้เตรียมไว้ให้เขาแล้ว
ตั้งแต่รถม้าของเจ่าไห่ถูกทําลาย แรนดอล์ฟก็หารถให้กับเจ่าไห่ทันที รถม้าถูกดึงโดยม้าปีศาจ
มันเป็นรถที่ดูสง่างามมากๆ
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย