Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 481 - กําาจัดทั้งหมด
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 481 - กําาจัดทั้งหมด
บทที่ 481 – กําาจัดทั้งหมด
เจ่าไห่เป็นชายที่อ่านนิยายบนโลกมามาก ตัวละครเอกในนิยายเหล่านั้นมีลักษณะเดียวกัน
พวกเขาทํางานหนัก แต่ภายในใจของพวกเขาอ่อนโยน
การมีจิตใจที่อ่านโยนนั้นเป็นคุณลักษณะของตัวเอกเสมอ ก่อนที่พวกเขาจะต่อสู้กับศัตรู พวกเขาจะพูดเรื่องไร้สาระมากมายก่อนที่จะแสดงให้เห็นว่าเขาแข็งแกร่งมากแค่ไหน
แม้ว่าเจ่าไห่จะพูดออกมามากมายมันก็ไม่ได้เยอะ เมื่อเทียบกับตัวละครหลักเหล่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นหัวใจของเจ่าไห่ช่างโหดร้ายพอที่จะถอนรากออกจนหมด
ความโชคดีมันเกิดขึ้นได้แค่ในหนังเท่านั้น ในความเป็นจริงผู้คนที่ได้รับปาฏิหาริย์มันไม่ได้มีมากนัก เมื่อตระกูลถูกทําลายมันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ทายากจะสามารถมีโอกาสกลับมาแก้แค้นได้ แต่นั่นมันจะไม่เกิดขึ้น เจ่าฉินอี้เฝ้าดูป้อมปราการของตระกูลโรเบิร์ตอย่างจริงจังเพื่อที่จะแน่ใจว่าไม่มีใครรอดไปได้
ด้วยการเฝ้าระวังของมิติไม่เพียงแต่คนที่อยู่บนพื้นดินเท่านั้นเขาสามารถเห็นได้ทั้งพื้นดินและบนท้องฟ้า ซึ่งมันก็จะไม่ทางเลยที่คนของตระกูลโรเบิร์ตจะหนีหลบออกไปได้
เจ่าไห่ไม่ชอบปัญหา เขาก็ไม่ชอบทิ้งสิ่งที่ไม่สะดวก หากเขาจัดการกับบางสิ่งเขาจะต้องแน่ใจว่าได้จัดการเสร็จแล้ว
ตระกูลโรเบิร์ตอาจะอยู่รอดได้ตราบใดที่มีใครบางคนอยู่ข้างหลังพวกเขา เขาจะมีโอกาสที่จะกลับมาได้ แม้ว่าเขาจะคิดเช่นนั้น เจ่าไห่รู้ดีว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเขาจะกลับมาได้
เพียงแค่ความแข็งแกร่งของตระกูลมันก็เป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลโรเบิร์ตจะได้รับและผลิตผลึกเวทย์มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 จํานวน 10 คนตระกูลแคลซีได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในตระกูลอันดับต้นๆ ในจักรวรรดิโรเซ่นและแม้กระทั่งพวกเขามีเทพผู้มีพลัง ระดับ 9 7 คนเท่านั้นดังนั้นตระกูลโรเบิร์ตที่มีมากกว่า 3 คนนั้นไม่มีเหตุผลมากนัก ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงเชื่อว่าตระกูลโรเบิร์ตเป็นวส่วนหนึ่งของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ เทพผู้มีพลังระดับ 9 ของพวกเขาก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน
ในขณะที่เจ่าไห่ส่งนกอินทรีย์ไปจัดการกับตระกูลโรเบิร์ต เขาก็เริ่มรวบรวมผลึกเวทย์ทั้งหมดที่ตระกูลโรเบิร์ตวางไว้ทั่วภูเขาส่วน
เนื่องจากความกังวลของเจ่าไห่ เขาจึงไม่ได้เอาผลึกเวทย์ทั้งหมดไปที่มิติ แต่ก็เอาเข้าไปบางส่วน
เมื่อผลึกเข้าไปในมิติก็ได้ยินเสียงดังขึ้น “ตรวจพบกัมมันตภาพรังสี มันเป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติให้กับยาฆ่าแมลงในมิติ”
เจ่าไห่ไม่ได้คิดว่าจะได้รับคุณสมบัติของผลึกเวทย์ ดูเหมือนว่าพิษของมิติจะแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต ที่สําคัญที่สุดหมอกพิษที่เจ่าฉินอี้ปล่อยไว้มันก็สามารถปกป้องอันตรายในแดนทมิฬได้
เจ่าไหไม่ได้ตั้งใจจะเอาผลึกเวทย์เข้าไปในมิติ เพื่อรับผลประโยชน์ เขาแค่อยากจะเก็บมันไว้เพื่อใช้ในอนาคต
ในขณะที่เจ่าไห่ได้รับผลึกเวทย์ทั้งหมดเขาก็จัดการเรื่องนี้กับตระกูลโรเบิร์ต ในตอนนี้ตระกูลโรเบิร์ตไม่มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ในป้อมปราการก็มีแต่คนอ่อนแอ คนเหล่านี้ทั้งหมดไม่สามารถต่อสู้กับเจ่าไห่ได้ พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะทําอะไรเจ่าไห่ได้
เจ่าไห่ไม่ได้ยกเว้นใครเขาฆ่าทุกคนที่อยู่ที่นั่น คนของตระกูลทั้งหมดของตระกูลโรเบิร์ตถูกฆ่าตายจนหมด ไม่มีพยานที่ยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตระกูลโรเบิร์ตไม่มีอีกต่อไปแล้ว
นอกจากนี้เจ่าไห่ยัฃได้พบสมบัติและคลังสินค้าของตระกูลโรเบิร์ต เขาไม่ลังเลที่เขาจะเอาของทั้งหมด
เจ่าไห่จะไม่ปล่อยให้ใครรอดไปได้ เขารู้ดีว่าถ้าเขาอ่อนแอลงในตอนนี้เขาจะเป็นคนที่ต้องลำบากที่สุด สําหรับเจ่าไห่แล้วคนที่ไม่แก้แค้นและไม่เป็นภัยต่อเขา คนเหล่านี้ก็มีแค่คนตายเท่านั้น
หลังจากใช้ชีวิตในจักรวรรดินี้มาระยะนึ่งแล้ว เจ่าไห่ก็ได้เรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอด หากคุณอ่อนเกินไปคุณจะถูกฆ่าในที่สุด หากคุณไม่โหดร้าย ผู้คนจะทําให้คุณอยู่ใต้เท้าพวกเขาตลอดเวลา
เขาเคยจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของบอริสมาก่อนแล้ว และเขาก็ยังได้หักหน้าของกิลแห่งความสว่างอีกด้วย แต่แม้ว่าเขาจะสั่นคลอนบางแต่อิทธิพลของพวกเขาก็มากพอที่จะไม่เป็นอะไร จักรวรรดิโรเซ่นเป็นจักรวรรดิที่ทรงอิทธิพลที่สุดของจักรวรรดิ มันไม่สําคัญว่าพวกเขาจะเป็นไพร่หรือคนที่อยู่ในตระกูลขุนนาง พลเมืองของจักรวรรดิทุกคนมีความภาคภูมิใจ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาไม่สนใจสิ่งที่เจ่าไห่ได้ทํามาก่อนหน้านี้ อย่างน้อยที่สุดตระกูลโรเบิร์ตก็ไม่ได้มีใครสนใจเลย
แต่ตอนนี้เขาเชื่อว่ารอบนี้มันจะไม่เป็นเช่นนั้น เจ่าไห่จัดการกับตระกูลโรเบิร์ตในครั้งเดียว แม้ว่าพวกเขาจะคิดว่ามันเป็นเพราะตระกูลแคลซีที่เป็นคนทําเรื่องนี้ พวกเขาต้องยอมรับว่าเจ่าไห่
มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เจ่าไห่ไม่ได้สามารถทําอะไรได้ถ้าเขาไม่ได้อยู่กับตระกูลแคลซี แต่ตอนนี้เจ่าไห่ได้หมั้นกับเมแกนแล้ว นี่จะทําให้คนคิดว่าเจ่าไห่มีผู้สนับสนุนที่ทางพลัง คนเหล่านี้ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเจ่าไห่อีกต่อไป
หลังจากรวบรวมผลึกทั้งหมดแล้ว เจ่าไห่ก็กลับไปที่ป้อมแห่งความมืด ในตอนนี้ผู้คนจากป้อมกําลังส่งคนไปซ่อมแซมความเสียหายที่พวกเขาได้รับ
เมื่อมาถึงป้อมผู้คนก็เชิญเจ่าไห่ไปที่ห้องของป้อมทันที แรนดอล์ฟและคนของตระกูลแคลซีกําลังรอเขาอยู่ที่นั่น เจ่าไห่เคารพพวกเขาที่อยู่ในห้องโถง ครั้งนี้ดูพวกเขาดีใจมากๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเขาบางคนยืนขึ้นด้วยความยินดี
เมื่อมองดูท่าทางของพวกเขา เจ่าไห่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทําเช่นไร ผู้คนในจักรวรรดินี้มีแนวโน้วที่จะความเคารพแก่ผู้ที่มีความแข็งแกร่ง หากคุณแข็งแกร่งพอคนก็จะให้ความเคาระ หากคุณไม่แข็งแกร่งพอ พวกเขาก็จะไม่ให้ความเคารพแก่พวกคุณ
ในอดีตแม้ว่าเจ่าไห่จะมีความแข็งแกร่งอยู่บ้าง แต่ตระกูลแคลซีก็ยังคนดูถูดขา ด้วยวิธีที่เขาจัดการกับตระกูลโรเบิร์ตผู้คนในตระกูลแคลซีไม่มีทางเลือกนอกจากต้องประเมินความสามารถของเจ่าไหใหม่
ความแข็งแกร่งที่เจ่าไห่แสดงให้เห็นในวันนี้ต่างจากสิ่งที่พวกเขาคิดมากๆ ในเรื่องนี้ผู้ที่อยู่ในตอนนี้รู้ว่าการดูถูกเจ่าไห่มันเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเลย ไม่มีใครจะช่วยพวกเขาแม้กระทั่งคนใน
ตระกูลของตัวเอง หากต้องเลือกตระกูแคลซีพวกเขาจะเลือกเจ่าไห่และไม่สนใจเกี่ยวกับชีวิตและความตายของคนในตระกูลทั่วไป ตระกูลใหญ่อย่างพวกเขาจะเป็นประโยชน์
หลังจากเจ่าไห่นั่งลงแรนดอล์ฟก็มองทุกคนที่เข้ามาแล้วก็พยักหน้าและพูดว่า “ตระกูลแคลซีของข้าเกือบจะไม่รอดแล้ว แต่เราก็โชคดีที่มีเจ่าไห่ เรื่องนี้มันถึงผ่านไปได้
ไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่แรนดอล์ฟพูด พวกเขารู้ว่าสิ่งที่แรนดอล์ฟพูดมันเป็นเรื่องจริงๆ เพราะผลึกเวทย์ทําให้นักเวทย์ของพวกเขาไม่สามารถใช้พลังได้ ด้วยเหตุนี้พลังการต่อสู้ของพวกเขาจึงมีผลกระทบอย่างมาก แม้แต่เทพผู้มีพลังระดับ 8 ของพวกเขาก็จะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย ตระกูลแคลซีจะต้องพบกับเรื่องที่อันตรายมากแน่ๆ
แรนดอล์ฟก็พูดต่อว่า “เมื่อเทียบกับการโจมตีตระกูลกับเรื่องผลึกเวทย์นั้นมันเป็นเรื่องที่สําคัญมากๆ เราเป็นตระกูลของนักเวทย์ ผลึกเวทย์มันเป็นสิ่งที่เป็นปัญหากับพวกเรามากๆ เราจําเป็นต้องก๋าจัดมันให้หายไปจากโลกนี้”
เมื่อเขาพูดจบ ก็มีเสียงดังขึ้น จากนั้นคนใช้สี่คนก็แบกเอาศพเข้ามามันคือศพของผู้เฒ่าและเทอร์รี่ของตระกูลโรเบิร์ต (ต้องขออภัยด้วยในบทที่แล้วที่บอกว่าผู้เฒ่าและเทอร์รี่กลายเป็นซอมบี้จริงๆ และพวกเขาไม่ได้ถูกทําให้เป็นซอมบี้ครับ)
เจ่าไห่คนทั้งหมดให้กลายเป็นซอมบี้ มีเพียงสองคนนี้เท่านั้นที่ไม่ได้ทําอะไร เจ่าไห่รู้ว่าทั้งสองยังคงใช้ประโยชน์ได้ดี
แรนดอล์ฟมองไปที่ร่างสองร่างบนพื้นและพูดว่า “ผู้เฒ่าและเทอร์รี่ตายไปแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะไม่มีผลึกเวทย์แล้วตอนนี่เราสามารถทําให้พวกเขากลายเป็นซอมบี้ได้แล้ว ใครเต็มใจที่จะทํา?”
ในตระกูลแคลซียังไม่มีนักเวทย์ระดับสูง แรนดอล์ฟจึงถามคําถามเช่นนี้ เจ่าไห่มองและพูดอย่างรวดเร็วว่า “ปู่ช้าก่อน ข้าไม่คิดว่ามันจะเป็นความคิดที่ดีที่จะเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นซอมบี้ระดับสูง ในตอนนี้แม้ว่าจะเป็นการดีที่จะทําให้พวกเขากลายเป็นซอมบี้ ตระกูลจะไม่สามารถจัดการกับเรื่องของผลึกเวทย์เพียงอย่างเดียวเรื่องนี้ควรเป็นทางผ่านเพื่อจักรวรรดิโรเซ่น
ตระกูลอิมพีเรียลก็เป็นตระกูลนักเวทย์ พวกเขาน่าจะสนใจอย่างมากเกี่ยวกับผลึกเวทย์ หากเราเปลี่ยนพวกเขาเป็นซอมบี้ ตอนนี้ข้ากลัวว่าตระกูลอินพีเรียลจะเข้าใจเราผิดที่บังคับให้พวกเขายอมรับ ปู่ควรพาพวกเขาไปที่คฤหาสน์ของตระกูลอินพีเรียลในวันพรุ่งนี้แล้วเปลี่ยนพวกมันเป็นซอมบี้ขั้นสูงต่อหน้าราชา ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะไม่ได้สงสัยในตัวของพวกเรา”
เมื่อแรนดอล์ฟได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูดเขาก็เข้าใจทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “สิ่งที่เจ่าไห่พูดเป็นความจริงข้าคิดว่าเราควรปล่อยเรื่องนี้และเอาพวกเขาไปที่คฤหาสน์ของจักรพรรดิในเช้าวันพรุ่งนี้”
คนอื่นๆ ในตระกูลไม่ได้ต่อต้าน เจ่าไห่มองไปที่พวกเขาและพูดว่า “คุณปู่ ข้าเพิ่งส่งคนไปที่ตระกูลโรเบิร์ตเพื่อกําจัดคนของพวกเขา ข้ายังได้ปล้นสมบัติและคลังของพวกเขาทั้งหมดด้วย อย่างไรก็ตามข้าจะไม่เอาศพพวกเขาไป ป้อมอาจต้องการที่จะใช้พวกเขานอกจากนี้ข้าไม่จําเป็นต้องใช้เทอร์รี่และผู้เฒ่า
เมื่อแรนดอล์ฟได้ยินที่เจ่าไห่พูดเขาอดไม่ได้ที่จะมองเขามองไปที่เจ่าไห่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อและพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าฆ่าคนของตระกูลโรเบิร์ตทั้งหมดแล้วงั้นเหรอ?
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “ไม่เลย แต่ข้าไม่ได้เห็นคนรอดชีวิตเลยพวกเขาตายไปหมดแล้ว ข้ายังไม่ได้ทําอะไรเลย”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย