Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 480 - กําาจัดต้นตอ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 480 - กําาจัดต้นตอ
บทที่ 480 – กําาจัดต้นตอ
สิ่งที่สําคัญที่สุดคือพวกเขาเห็นว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้ทําตามเจ่าไห่ทุกอย่าง พวกเขาไม่รู้ว่าทําไมมันถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ อย่างแรกที่จะต้องรู้เลยก็คือว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 นั้นเป็นผู้ที่แข็งแกร่งใจจักรวรรดิ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะยอมฟังใครสักคน แม้ว่าพวกเขาจะเคารพคนไม่มากนัก ไม่ว่าสถานะของคุณจะเป็นอย่างไร ถ้าคุณอยู่ในระดับที่ต่ํากว่าพวกเขาจะไม่นับถือพวกคุณแน่นอน
อย่างไรก็ตามสัตว์ทั้ง 10 ตัวของตระกูลบูดาเหล่านี้ให้ความเคารพแก่เจ่าไห่ มันเป็นเรื่องที่ต่างจากเทพผู้มีพลังระดับ 9 คนอื่นๆ มากพวกเขาจะทําดีต่อตระกูลที่ดูแลพวกเขาเท่านั้น
แรนดอล์ฟและคนอื่นๆ ไม่ใช่คนเดียวที่ตกใจกับเรื่องนี้ เทพผู้มีพลังระดับ 9 คนอื่นๆ ก็มองด้วยเช่นกัน พวกเขาไม่คิดว่าพวกสัตว์ที่มีพลังระดับ 9 จะท่าเช่นนั้น
เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าสัตว์เวทย์ที่มีพลังระดับ 9 มีความสามารถที่มากกว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของคนในเวลาเดียวกันพวกมันก็ไม่ได้สนใจมนุษย์เลย มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ที่มนุษย์จะเข้าไปหาพวกมัน ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้สําหรับตระกูลอื่นๆ เลยแต่มันเกิดขึ้นแล้วกับเจ่าไห่เท่านั้น
อย่างไรก็ตามเทพผู้มีพลังระดับ 9 นั้นไม่ได้มีเวลาเพียงพอที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้ตระกูลบูดาได้พบกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 อีโวดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องต่อสู้กันแล้ว
ปีศาจอสูรมองเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้คิดว่าคนจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องของตระกูล นอกจากนี้พวกมันก็ยังเป็นเทพผู้มีพลังที่น่ากลัวมากๆ ด้วย
เมแกนและคนอื่นๆ ยืนอยู่กับเจ่าไห่และไม่ได้เคลื่อรไหวอะไรเลย พวกเขารู้ว่าอีกฝ่ายหนีไม่รอดแล้ว ด้วยเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของเจ่าไห่ ดูเหมือนว่าตอนนี้เจ่าไห่จะถือไพ่สูงกว่าพวกเขาแล้ว
แรนดอล์ฟมองไปที่พวกของเจ่าไห่ ตอนนี้ภายในใจของเขายังตกใจไม่หายเลย เขาไม่ได้กลัว เรื่องความแข็งแกร่งของเจ่าไห่ แต่เขากับกลัวเรื่องที่เจ่าไห่ทําได้
ในตอนแรกเขาคิดว่าเจ่าไห่จะต้องถูกจัดการโดยเทพผู้มีพลังระดับ 9 แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ตระกูลแคลซีจะต้องจบลงอย่างแน่นอน
การต่อสู้กับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ในตอนนี้ไม่น่าจะจบลงง่ายๆ เลยแม้ว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลบูดาจะได้เปรียบมากกว่า แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลโรเบิร์ตได้ง่ายๆ
ในตอนนี้พวกของปีศาจอสูรก็เคลื่อนไหวเช่นกัน ในตอนแรกพวกของอีโวสามารถจัดการทุกอย่างได้ แต่เมื่อปีศาจอสูรเข้ามาพวกเขาก็รู้สึกได้ถึงอันตราย
ในขณะที่การต่อสู้บนท้องฟ้ายังคงดําเนินต่อไป การต่อสู้บนพื้นดินก็จบลงแล้ว ในตอนนี้เจ่าไห่ก็มีพวกซอมบี้ที่อยู่กันเต็มไปหมดเพื่อที่จะไม่ให้ใครสามารถหนีไปได้
ในตอนนี้ตระกูลโรเบิร์ตและสีหน้าของเทอรี่นั้นไม่ค่อยจะดีนัก สีหน้าของพวกเขาตอนนี้
เหมือนกับทองของชาวจีน (ใครรู้ช่วยอธิบายที่ว่าทองของชาวจีนมันคืออะไร) พวกเขาไม่ได้คิดว่าเรื่องมันจะเป็นเช่นนี้
เทอร์รี่มองไปที่เจ่าไห่ด้วยสายตาที่โกรธมาก เขารู้สึกว่าทั้งชีวิตของเขาถูกทําลายโดยเจ่าไห่ สิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดของเขาตอนนี้คือการฆ่าเจ่าไห่
ในขณะที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เทอร์รี่สอดมือเข้าไปในอกของเขา เขามีเวทย์โบราณอยู่มันคือ ม้วนโบราณมันเป็นของที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่มันก็ไม่ได้ดูสมประกอบแล้ว มีเพียงไม่กี่คนที่จะมีของที่น่ากลัวเช่นนี้
ม้วนเวทย์ที่อยู่กับเทอร์รี่ มันมีความสามารถพิเศษที่สามารถไปหาคนอื่นได้ทันที ในระยะ 100 กิโลเมตรมันเป็นสิ่งที่หายากมากๆ
เทอรี่รู้ว่าแส้ของเจ่าไห่มันไม่ง่ายเลยที่จะผ่านไปได้ มันเป็นของโบราณที่มีเวทย์สูงมาก อย่างไรก็ตาม แม้ถูกใช้เป็นเข็มขัดของเจ่าไห่ เจ่าไห่เป็นนักเวทย์ดังนั้นเขาไม่ควรมีความสามารถที่เหมือนกับนักรบ ตราบใดที่ใช้ม้วนเวทย์นี้ไปหาเจ่าไห่ เขาจะสามารถโจมตีเจ่าไห่เพียงครั้งเดียวได๋
เทอร์รี่ไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลยนอกจากการฆ่าเจ่าไห่ เมื่อเห็นว่าเจ่าไห่กําลังคุยกับเมแกนและไม่ได้มองเขา เทอร์รี่ก็คิดที่จะโจมตีเจ่าไห่ทันที
ไม่ใช่แค่เจ่าไห่เท่านั้น แต่คนอื่นๆ ก็ไม่ได้สนใจในตัวของเทอร์รี่เหมือนกัน พวกเขาทั้งหมดไปต่อสู้กับตระกูลโรเบิร์ต และก็ดูเหมือนว่าตอนนี้เทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลโรเบิร์ตถูกสังหารไปแล้ว 3 คนในขณะที่อีก 7 คนได้รับบาดเจ็บหนักมากๆ พวกเขาคงจะสู้ได้อีกไม่นาน
เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดอยู่ในระหว่างต่อสู้ จึงไม่มีใครที่สนใจเทอร์รี่เลย นอกจากนี้การต่อสู้ที่พื้นก็จบลงแล้ว ดูเหมือนว่าตอนนี้คนที่อยู่ที่พื้นไม่ได้มีอะไรสําคัญแล้ว ตอนนี้ที่สําคัญก็คือเหล่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่ยังคงต่อสู้กันอยู่บนฟ้า
ในตอนนี้เทอร์รี่ได้ใช้ม้วนเวทย์แล้ว มันทําให้มีแสงสีขาวปรากฏขึ้นไปบนท้องฟ้าทําให้คนอื่นๆมองเห็นมัน
เมื่อแสงสีขาวหายไปเทอร์รี่ก็หายตัวไปจากที่ที่เขาอยู่และปรากฏตัวใกล้กับเจ่าไห่ เขาควงหอกของเขาทันทีและพุ่งไปที่เจ่าไห่
หอกเปล่งแสงออกมาแสดงให้เห็นว่าเขาได้ใช้พลังฉีเพื่อเพิ่มความสามารถในการโจมตี ในตอนนี้แรนดอล์ฟกับคนอื่นๆก็หน้าซีด เมแกนและคนอื่นๆ ก็อ้าปากค้าง
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้น พวกเขาคิดว่าเจ่าไห่จะตาย แต่เจ่าไห่ก็โบกมือของเขาและหอกนั้นก็เปลี่ยนทิศทางกลับไปหาเทอร์รี่แทน
เทอร์รี่มองไปที่เจ่าไห่ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก เจ่าไห่มองเทอร์รี่และพูดว่า “อะไรกัน เจ้าคิดว่าของสิ่งนี้มันจะสังหารข้าได้งั้นหรือ? เจ้ามันชั่งไร้เดียงสามาก ข้าลืมบอกเจ้าไปว่าของมีทั้ง เวทย์มนตร์และก็พลังฉีที่ใช้ในการต่อสู้ด้วยเช่นกัน” จากนั้นเจ่าไห่ก็โบกมือของเขา ขณะที่เวทย์ของเขาเปลี่ยนทิศทางของหอก จากนั้นเขาก็ตัดขาม้าของเทอร์รี่
เทอร์รี่พูดขึ้นทันทีหลบไป ม้าของเทอร์รี่ไม่เพียงแต่จะหลบการโจมตีของเจ่าไห่ได้เท่านั้น มันจะพุ่งเข้าไปหาเจ่าไห่ มันตั้งใจใช้ขาของมันจัดการกับเจ่าไห่
เมื่อเทียบกับหัวของเจ่าไห่กับกีบของม้ามันก็ใหญ่กว่ามากๆ หากกีบม้าโดนเข้าที่หัวของเจ่าไห่ หัวของเขาก็น่าจะเหมือนกับโดนระเบิด
แต่เจ่าไห่ก็สามารถหลบมันได้อย่างรวดเร็วมากๆ ร่างของเจ่าไห่หายไปที่ท้องของม้าทันที ไม้เท้าของเจ่าไห่ยาวขึ้นและแทงไปที่ท้องของม้า และพุ่งทะลุไปยังร่างของเทอร์รี่ด้วย
เมื่อจัดการแล้วเจ่าไห่ก็ออกจากตรงนั้นทันที เทอร์รี่ยังคงนั่งอยู่บนหลังของม้า ในขณะที่มองไปที่เจ่าไห่ด้วยท่าทางที่ไม่เชื่อในสายตาของตัวเอง จากนั้นร่างกายของเขาก็สั่นก่อนที่เขาจะตกลงจากหลังของม้าของเขา
การต่อสู้ของเจ่าไห่ทําให้คนหันมาสนใจพวกเขา แรนดอล์ฟกับคนอื่นๆ ก็มองไปที่เจ่าไห่ด้วยความตกใจ พวกเขาไม่คิดว่าเจ่าไห่จะมีพลังอยู่ในตัวทั้งสองอย่างเลย มันทําให้เห็นว่าเขาเป็นชายที่แข็งแกร่งและน่ากลัวมากๆ
ผู้เฒ่าของตระกูลโรเบิร์ตมองไปที่เทอร์รี่ด้วยสีหน้าที่กลัวมากๆ เทอร์รี่เป็นหลายชายที่เขาให้ความสําคัญมากที่สุด ตอนนี้เทอร์รี่ได้ตายไปแล้ว ผู้เฒ่ารู้สึกว่าเขาเองที่เป็นคนผิด
เจ่าไห่มองไปที่ผู้เฒ่าของตระกูลโรเบิร์ตและพูดด้วยความเย็นชาว่า “ผู้เฒ่าของตระกูลโรเบิร์ต
ข้าเคยบอกแล้วว่าการที่พวกท่านคิดที่จะเป็นศัตรูกับข้ามันก็เท่ากับพวกท่านคิดผิดมาตั้งแต่แรกแล้ว จริงไหม?”
ผู้เฒ่ามองไปที่เจ่าไห่จากนั้นก็หัวเราะออกมาและพูดว่า “ดีจริงๆ เจ่าไห่แห่งตระกูลบูดา นับตั้งแต่วันนี้ตระกูลโรเบิร์ตได้หาไปจากจักรวรรดิแล้ว แต่ข้าขอหน่อยได้ไหมโปรดอย่าตัดรากของเราเลยจะได้ไหม?”
เจ่าไห่มองไปที่ผู้เฒ่าและส่ายหัวพร้อมกับพูดว่า “ไม่ ถ้าข้าไม่ตัดรากไม่นานมันก็จะงอกขึ้นมา และกลายเป็นศัตรูของข้า ข้าจําเป็นต้องจัดการทุกอย่างอย่างสมบูรณ์ ข้าไม่คิดที่จะปล่อยให้ตระกูลโรเบิร์ตเหลืออยู่แล้ว”
ผู้เฒ่ามองไปที่เจ่าไห่และก็อดไม่ได้ที่จะแสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวัง ในขณะเดียวกันเขาก็หัวเราะอีกครั้ง “ข้ามันน่าอายยิ่งนักที่ไม่สามารถทําให้บรรพบุรุษภูมิใจได้” จากนั้นเขาก็ซักดาบของเขาออกมาและฆ่าตัวตาย
ในตอนนี้กองกําลังของตระกูลโรเบิร์ตก็ถูกกําจัดจนหมดแล้ว การต่อสู้บนมท้องฟ้าก็บลงแล้ว
เทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลโรเบิร์ตทั้งหมดถูกฆ่าตาย
เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ่าไห่ก็ไม่ได้รอช้าเขาเปลี่ยนคนของตระกูลโรเบิร์ตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นผู้เฒ่าหรือเทอร์รี่ทั้งหมดกลายเป็นซอมบี้ จากนั้นเขาก็สํารวจสนามรบโดยใช้จอภว่าเพื่อดูว่ายังมีความที่มีชีวิตรอดอยู่ไหม เมื่อเห็นว่าไม่มีแล้วพวกเขาก็หยุดสํารวจ
ในตอนนี้เทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลบูดาเคารพเจ่าไห่ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะกระพริบและหายไป ในตอนนี้มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 อยู่บนท้องฟ้าเทพผู้มีพลังระดับ 9 ทั้งหมดมีประมาณ 40 คนแต่ถ้ามองดีๆ ก็จะเห็นว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในตระกูลเดียวกัน พวกเขามาเพื่อดูว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น
ปีศาจอสูรพอกับพวกเขาและบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นก่อนที่พวกเขาจะจากไป พวกเขาไม่สนใจ
เรื่องนี้เพราะมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตระกูลของพวกเขา นอกจากนี้ชีวิตและความตายของพวกเขาก็ไม่ได้มีผลอะไร ตามปกติมันจะถูกส่งไปสู่รุ่นต่อไป
หลังจากเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปแล้วปีศาจอสูรก็หันหน้าไปทางเจ่าไห่และพยักหน้า เจ่าไห่ก็พยักหน้าก่อนที่เขาจะกลับไปที่ป้อมแห่งความมืดของตระกูลแคลซี เทพผู้มีพลังระดับ 9 ก็เขามาด้วยเช่นกัน
แม้ว่าปีศาจอสูรจะพยักหน้าให้กับเจ่าไห่ ดูว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่มันก็เป็นเหตุการณ์ที่น่าแปลกใจ แม้ว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านี้จะเห็นแรนดอล์ฟพวกเขาจะไม่เข้ามาเพื่อเจอกับเขา
เจ่าไห่ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ในตอนนี้ เขาโบกมือขณะที่นกอินทรีย์ของเขาก็ออกมาและนําเอาไม้เท้าของเจ่าไห่มาให้เจ่าไห่ และเพื่อจัดการกับตระกูลโรเบิร์ตเจ่าไห่ได้ส่งพวกนกไป
แม้ว่าไม้เท่านี้จะไปไหนก็ได้และทําให้พวกเขาไปที่ไหนก็ได้ แต่มันก็ไม่สามารถส่งซอมบี้ออกไปนอกขอบเขตของไม้เท้าได้