Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 479 - สงคราม!
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 479 - สงคราม!
บทที่ 479 – สงคราม!
เทอร์รี่ไม่ได้คิดอะไรมากนัก ตอนนี้เขารู้สึกดีมากๆ ตระกูลของเขาได้ล้อมป้อมปราการแหน่งนี้ไว้แล้ว เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย
เทอร์รี่หัวเราะและพูดว่า “เมแกนเธอเคยคิดไหมว่าวันนี้จะมาถึง ข้าแสดงให้เจ้าเห็นว่าข้าชอบเจ้ามาตลอดหลายปี แต่เจ้ากับเลือกเจ่าไห่แทนที่จะเลือกข้า ในนี้ข้าจะทําให้เจ้าเสียใจกับเรื่องที่เจ้าได้ตัดสินใจลงไป”
เมแกนมองหน้าของเทอร์รี่และตะโกนว่า “แน่นอน..ฉันได้เลือกพี่ไห่ ฉันไม่ได้เลือกเจ้า เพราะเจ้าไม่อาจเปรียบเทียมกับนิ้วของพี่ไห่ได้เลย”
เจ่าไห่ก็พูดต่อว่า “เมแกน เธอไม่จําเป็นต้องพูดเรื่องเกินจริงเลย เธอบอกว่าเขาเปรียบได้กับนิ้วของพี่งั้นเหรอ? ถ้าเช่นนั้นเขาก็คงเป็นได้แค่นิ้วก้อยของพี่เท่านั้น”
เมื่อเมแกนและคนอื่นๆ ได้ยินเจ่าไห่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม พวกเขารู้ว่าเจ่าไห่ไม่ค่อยชอบที่จะพูดตลก แต่ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เขาก็ยังสามารถพูดเรื่องนี้ได้ เจ่าไห่ทําให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่ตลกมากแค่ไหน แม้จะอยู่ในช่วงที่อันตรายที่สุด
เมแกนยิ้มและพูดว่า “ใช่เลย เหมือนกับที่พี่ไห่พูดเลยเจ้ามันเป็นได้แค่นิ้วก้อยของพี่ไห่เท่านั้น นั่นก็เป็นเหตุผลที่ข้าไม่เลือกเจ้า”
เทอร์รี่หน้าซีดเมื่อเขาได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่และเมแกนพูดความห้าวของเขาหายไปทันที เขามองเมแกนด้วยความโกรธและพูดว่า “ทําไมเจ้าหัวเราะได้ เจ้าคิดว่าเจ่าไห่ของเจ้าจะรับมือกับข้าได้จริงๆงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่มองไปที่เทอร์รี่ด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่ต้องการที่จะจัดการกับเจ้าตอนนี้ แต่เมื่อเจ้ามาที่นี่แล้วดูเหมือนว่าชีวิตของเจ้ามันก็จะต้องจบลงตรงนี้”
เมื่อเทอร์รี่ได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด สีหน้าของเขาก็ไม่ได้แสดงออกอะไรมากนัก จากนั้นเขาก็พูดว่า “ข้าจะตายในวันนี้งั้นเหรอ? เจ้าแน่ใจได้เช่นแล้วเหรอ?”
เจ่าไห่มองเทอร์รี่ด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ที่ผ่านมาคนที่ข้าต้องการให้ตายพวกเขาก็ไม่สามารถเอาชีวิตรอดไปได้สักคน แล้วทําไมเจ้าจึงคิดว่าตัวเองจะรอดไปได้งั้นเหรอ?”
จากนั้นเจ่าไห่ก็โบกมือขณะที่ตอนนี้เจ่าไห่และคนอื่นๆ ได้หายไปหมดแล้ว พวกเขาได้เข้าไปอยู่ในปากของซอมบี้ เมื่อซอมบี้ตัวใหญ่อ้าปากก็มีเสียงของเจ่าไห่ดังออกมา “หนึ่งในความผิดพลาดของเจ้าก็คือการที่เจ้าทําให้ตระกูลโรเบิร์ตเป็นศัตรูของข้า”
เมื่อเสียงของเจ่าไห่หายไปพวกเขาก็ถูกโจมตีโดยสัตว์เวทย์ทันที และเมื่อเหล่าซอมบี้ของเจ่าไห่ออกมาพวกมันก็เข้าโจมตีนักรบของตระกูลโรเบิร์ตทันที ตอนนี้กองทัพของตระกูลโรเบิร์ตอยู่กันอย่างไม่เป็นระเบียบแล้ว
และในตอนนี้ซอมบี้ตัวใหญ่ของเจ่าไห่ก็กระโดดลงมาจากกําแพง ในขณะที่มันกระโดดลงมาจากกําแพงก็มีซอมบี้จํานวนมากลงมากด้วย แรนดอล์ฟกับคนอื่นๆ ทําได้แค่มองซอมบี้ที่กระโดดลงไปและซอมบี้จํานวนมากที่ตามพวกเขาไป
ทหารม้าซอมบี้เป็นซอมบี้ที่มาจากทุ่งหญ้า พวกเขาเป็นชาวเผ่าบูลตัวของเขาใหญ่มากๆ เมื่อพวกเขามาถึงพื้นพวกเขาก็วิ่งกันต่อได้เลย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้รับผลอะไรจากการกระแทกขณะที่กระโดดลงมาเลยแม้แต่น้อยพวกเขาเข้าโจมตีตระกูลโรเบิร์ตทันที
แรนดอล์ฟกับคนอื่นๆ รู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นความแข็งแกร่งของเจ่าไห่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ่าไห่ปล่อยออกมานั้นแตกต่างจากนักเวทย์แห่งความมืดคนอื่นๆ ในจักรวรรดิตระกูลของเขาคือตระกูลนักเวทย์ พวกเขาได้ค้นคว้าการฝึกฝนเวทย์ อย่างไรก็ตามพวกเขามักจะก็สามารถเรียกซอมบี้ที่ไม่ได้แข็งแกร่งเท่านี้ หลังจากการต่อสู้แต่ละครั้งซอมบี้จะต้องได้รับการดูแลอย่างดี ไม่อย่างนั้นความแข็งแกร่งของพวกมันจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ
แต่ซอมบี้ของเจ่าไห่ก็ไม่ได้เหมือนกับของพกวเขาเลย ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของพวกเขานั้นสูงมาก พวกเขาไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเทพผู้มีพลังระดับ 8 เลยความแข็งแกร่งนี้ทําให้แรนดอล์ฟและคนอื่นๆ ประหลาดใจมากๆ
สิ่งที่สําคัญที่สุดคือจํานวนของเหล่าซอมบี้ พวกมันมีมากจนไม่สามารถนับได้เลย แต่ก็พอประมาณได้ว่าเหล่าซอมบี้ที่เจ่าไห่ปล่อยออกมานั้นประมาณ 10,000 ตัวแล้วและก็ยังออกมาอย่างต่อเนื่องพวกมันวิ่งไปที่กองทัพของตระกูลโรเบิร์ต
อาจบอกได้ว่ามันไม่ได้ใช้เวลานานเลยก่อนที่เจ่าไห่จะทําการโจมตีตระกูลโรเบิร์ต เหล่าซอมบี้ได้ทําลายแผนการบุกของพวกเขาไปจนไม่เหลืออะไรแล้ว
ในตอนนี้ซอมบี้ตัวใหญ่ของเจ่าไห่ยืนอยู่ที่หน้าสะพานและก็อ้าปากของมันออก และก็มีเสียงของเจ่าไห่ดังออกมาว่า “ฮ่า ๆ ๆ ๆ พวกเจ้าเชื่อจริงๆ หรือว่าจะจัดการกับซอมบี้เหล่านี้ได้จริงๆ ข้าจะบอกให้ว่าเมื่อคืนที่ข้าได้ไปร่วมงานเลี้ยงของเจ้าเมื่อคืนนี้ร้านค้าทั้งหมดของเจ้าถูกทําลายไปแล้ว คนของเจ้าทั้งหมดถูกฆ่าตายไปหมดแล้วและข้าก็ยังได้เอาของที่พวกเจ้ามีมาทั้งหมดแล้ว
ข้าก็ยังได้เผาร้านจนไม่เหลืออะไรอีกด้วย มันเป็นเรื่องที่ไร้สาระมากที่พวกเจ้าจะจัดการกับข้า”
ผู้เฒ่าของตระกูลโรเบิร์ตและเทอร์รี่คิดตามกับสิ่งที่เจ่าไห่พูดพวกเขาทั้งสองต่างหันหน้ามามองกัน เมื่อได้ยินเจ่าไห่พูดจบสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป พวกเขาเชื่อในคําพูดของเจ่าไห่ เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าเจ่าไห่ไม่ได้เป็นคนที่โกหกอะไร
จากสถานการณ์ตอนนี้ซอมบี้ของเจ่าไห่จับมือกันไว้ ดูเหมือนว่าการที่ตระกูลแคลซีถูกโจมตี
มันจะล้มเหลวไปแล้ว เจ่าไห่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหลอกพวกเขาเลย
สีหน้าของผู้เฒ่าซีดและเขาก็พูดขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะภูมิใจในซอมบี้ของเจ้ามากเลยนะ ถ้าเช่นนั้นพวกมันสามารถสู้กับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ได้ไหม?”
เสียงของเจ่าไห่ดังขึ้นมาอีกครั้ง “เจ้าคิดว่าถ้าเจ้าส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาไม่กี่คนเจ้าจะสามารถเปลี่ยนผลของมันได้งั้นเหรอ?มันไม่ประโยชน์หรอกเพราะข้าตัดสินใจที่จะจัดการกับตระกูลโรเบิร์ตของเจ้าแล้ว ไม่มีใครสามารถช่วยอะไรได้อีกแล้ว!”
ในตอนนี้ก็ได้ยินเสียงดังขึ้น “มันจะไม่ใครมาช่วยข้าจริงๆ งั้นเหรอ? ข้าไม่เชื่อเจ้า ตระกูลโรเบิร์ตของข้าดํารงอยู่ในจักรวรรดินี้มานานกว่า 1,000 ปีด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าการที่จะจัดการ
กับตระกูลโรเบิร์ตของข้ามันก็เป็นเรื่องเพ้อฝันของเจ้าเท่านั้นแหละ!!”
จ้าวไห่เงยหน้าขึ้นและเห็นร่างคนหลายคนลอยอยู่ในอากาศ ทุกคนมีรูปลักษณ์ของนักรบ เจ่าไห่มองไปที่พวกเขาและนับจํานวนของพวกเขา ดูเหมือนว่าทั้งหมดที่อยู่ตรงนั้นเป็นเทพผู้มีพลังระดับ 9
ไม่ต้องรอนานเกินไปเจ่าไห่ก็ตะโกนเสียงดังออกมา “หมาปลาชั่วร้าย ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ ฮ่าๆๆๆ ดีจริงๆ ข้าคิดว่าข้าจะทําอะไรได้ง่ายกว่านี้แล้ว เพื่อให้เรื่องของเรามันจบลงข้าคิดว่าเราจะต้องมีต่อสู้กันให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า” หลังจากที่พูดจบสัตว์เวทย์ทั้ง 7 ตัวของเจ่าไห่ก็ออกมา แม้ว่าบนภูเขาจะเต็มไปด้วยผลึกเวทย์ แต่มันก็ไม่ได้มีผลต่อพวกเขาเลย
ในตอนนี้เทพผู้มีพลังระดับ 9 ชื่ออีโวก็หัวเราะและพูดว่า “ปีศาจอสูรข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ ในอดีตพวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ระดับของข้า แม้แต่ผลึกเวทย์ก็ไม่อาจทําอะไรได้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของพวกเจ้าก็จะเพิ่มขึ้นเหมือนกัน แต่ยังไงข้าก็จะฆ่าพวกเจ้าทั้งหมด วันนี้เป็นจุดจบของตระกูลแคลซีแล้ว”
ไม่รอช้าเหล่าอสูรของเจ่าไห่ก็หายตัวไปจากสะพานทําให้เห็นพวกของเจ่าไห่อยู่ข้างนอกเทพ ผู้มีพลังระดับ 9 เมื่อแรนดอล์ฟเห็นสิ่งนี้เขาก็ตกใจเขารู้ดีว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 นั้นน่ากลัวแค่ไหน ถ้าเจ่าไห่ปรากฏตัวเทพผู้มีพลังระดับ 9 จะต้องจัดการเขาแน่ๆ
เมื่อเจ่าไห่ปรากฏบนสะพานเขามองไปที่อีโวและปีศาจอสูรก่อนที่จะพูดว่า “ขอโทษที่รบกวน ถ้าเจ้าต้องการคุยก็ไปหาสถานที่ที่เหมาะสมข้าไม่ต้องการให้เจ้ายืนบนหัวของข้าในขณะที่คุยกัน”
อีโวมองไปที่เจ่าไห่แล้วก็ตะโกน “เด็กน้อยเจ้ามันสมควรตาย!” มือของเขาขยับเป็นดาบที่ใช้พลังฉีพุ่งไปยังเจ่าไห่
แรนดอล์ฟรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น ในตอนนี้เจ่าไห่ขยับเพื่อหลบ ดูเหมือนว่าพลังของอีโวจะไม่ได้มีผลอะไรต่อเจ่าไห่เลย (ผมไม่แน่ใจว่าคนเก่าเขาใช้ชื่อว่าอะไรแต่ผมของใช้คําว่าอีโว)
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถเชื่อสายตาของเขากับสิ่งที่เขาเห็นได้ เจ่าไห่ปัดพลังฉีของอีโวออกไปเหมือนกับที่พัดลมกระจายควัน แทนที่เขาจะหลบ
เจ่าไห่ได้จัดการกับพลังของเขาก่อนที่เขาจะพูดว่า “เจ้ามีความกล้าที่จะทําร้ายข้างั้นเหรอ? ถ้างั้นข้าก็ขอประกาศเลยว่าตอนนี้ตระกูลบูดาและเจ้าเราเป็นศัตรูกัน เข้ามาได้เลย!”
เมื่อเสียงของเจ่าไห่จบลง ก็มีร่างของอะไรบ้างอย่างปรากฏออกมา 10 ตัวเงาที่ปรากฏอยู่นั้นดูแล้วว่าไม่ใช่คนแน่นอน แต่มันคือสัตว์ นี่คือเทพผู้มีพลังระดับ 9 จากบึงซากศพ
เจ่าไหไม่ส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 จํานวนมาก เขาให้ออกมาเพียง 10 ตัวเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น 10 ตัวนี้ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่ 9 ที่แข็งแกร่งที่สุดจากบึงซากศพ แต่กลับเป็น 10 ตัวที่อ่อนแอที่สุด อย่างไรก็ตาม 10 คนนี้ก็เพียงพอที่จะรับมือกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลโรเบิร์ตแล้ว
หลังจากสัตว์ทั้ง 10 ตัวปรากฏพวกมันก็บินไปหาเจ่าไห่ทันทีขณะที่ร่างของพวกมันก็เล็กลง เมื่อพวกมันมาถึงหน้าของเจ่าไห่ พวกมันก็ค่านับเขาทันที
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ศัตรูของตระกูลบูดา ฆ่าพวกมันให้หมด!” สัตว์เหล่านั้นพยักหน้าให้กับเจ่าไห่ก่อนที่จะบินไปในอากาศ
หนึ่งใน 10 ตัวนี้เป็นนกอินทรีที่มีพลังระดับ 9 มันมองไปที่อีโวในขณะที่ใช้ส่งเสียงออกมาว่า “เจ้ากล้าที่จะเป็นศัตรูกับตระกูลบูดา เจ้ามันสมควรตาย!” จากนั้นเทพผู้มีพลังระดับ 10 ตัวก็พุ่งเข้าหากลุ่มของอีโวทันที ในตอนนี้ไม่สําคัญว่าพวกเขามาจากตระกูลแคลซี หรือตระกูลโรเบิร์ต ทุกคนตกใจมาก พวกเขาไม่คิดว่าตระกูลบูดาที่ก่อนหน้านี้ถูกเนรเทศไปกับมีเทพผู้มีพลังระดับ 9 10 ตัวยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังเป็นสัตว์เวทย์อีกด้วย!