Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 475 - การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 475 - การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่
บทที่ 475 – การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่
เจ่าไห่บอกว่าเขาจะต้องรีบกลับไปก่อนซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกเลย พวกเขารู้ว่าเจ่าไห่ไม่ต้องการอยู่ที่นี่แล้ว ความอดทนที่เจ่าไห่มีมันก็มากพอแล้ว พวกเขานับถือและชื่นชมในตัวของเจ่าไห่มากๆ
แม้ว่าเทอร์รี่จะไม่เต็มใจที่จะปล่อยเจ่าไห่ไป แต่ถ้าเขาจะหยุดเจ่าไห่ไว้มันก็ไช่เรื่องที่ดี เขาทําได้แต่ยกแก้วไวน์ไปที่เจ่าไห่และตอบตกลงได้เท่านั้น
เจ่าไห่ยิ้มและโค้งคํานับคนจากบนเวทีก่อนที่จะพูดว่า “เนื่องจากเทอร์รี่ไม่ต้องการให้ข้าร้องเพลง ข้าก็จะไม่ร้องเพลงเมื่อข้าไปทะเลมาเมื่อไม่นานมานี้ข้าได้เจอบางอย่างโปรดดูหน่อย”
เมื่อทุกคนได้ยินเจ่าไห่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง มีสองข้ามันจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจได้ยังไง ทุกคนเข้าใจว่าเจ่าไห่กําลังจะไปในเย็นวันนี้
ท่าทางของลอร่าและคนอื่นๆ ก็ไม่ดีเช่นกัน เทอร์รี่เท่านั้นมีใบหน้าที่สบายใจเพราะเขาเชื่อว่าเขาชนะแล้ว
เจเจ่าไห่มองท่าทางของทุกคนและก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “เมื่อข้าไปที่ทะเลในอดีตข้าสามารถหาสัตว์เวทย์จากทะเลและเอากลับมา เพื่อเตรียมพร้อมสําหรับวันขอบคุณพระเจ้า เรื่องนี้มีสัตว์เวทย์เป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ข้าเริ่มเขียนได้นิดหน่อยเท่านั้น แต่ข้าก็คิดว่าพวกท่านจะชอบในเรื่องนี้”
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องพวกเขามองไปที่เจ่าไร่ด้วยความเป็นห่วง พวกเขาไม่รู้ว่าเจ่าไห่เขียนเรื่องนี้ได้ยังไง
เจ่าไห่มองไปที่ทุกคนด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ขาดว่าพวกเขาท่านหลายคนจะเคยกินปู ในเรื่องนี้ก็เกี่ยวกับพวกมันขออยากจะขอให้ทุกท่านให้คะแนนกับมันด้วย” จากนั้นเจ่าไห่ก็มองไปที่เทอร์รี่และพูดว่า “ข้ามักจะชอบมองไปที่ปูด้วยความเย็นชา แต่ข้าก็เห็นพวกมัน ดูมันด้วยความภูมิใจ” (มันไม่เกี่ยวอะไรกันกับเรื่องนี้หว่า? 555555) จากนั้นทั้งห้องก็อยู่ในความเงียบ หลังจากที่เจ่าไห่พูดจบ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้น เจ่าไห่ไม่จําเป็นต้องมองเลยว่าเสียงนั่นเป็นของใคร นั่นก็คือเจสันนั่นเอง
เสียงหัวเราะของเจสันทําให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ คนในห้องโถงต่างก็หัวเราะขึ้น ผู้คนเข้าใจว่าเรื่องของเจ่าไห่เกี่ยวข้องกับอะไร
คนเหล่านี้เห็นว่าตนเองชื่นชอบเจ่าไห่มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเจ่าไห่ยังคงอยู่ต่อไปพวกเขาอาจจะไม่ชอบเจ่าไห่ก็ได้ นี่เป็นเพราะพวกเขาเห็นว่าเจ่าไห่เป็นคนที่ไม่มีความกล้าหาญ แต่แม้ว่าเจ่าไห่จะไม่ใช่คนกล้าอะไรแต่พวกเขาก็มองว่าเจ่าไห่ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไร
อย่างไรก็ตามเมื่อเจ่าไห่พูดจบ พวกเขารู้ได้ทันทีว่าเจ่าไห่หมายถึงอะไร เจ่าไห่เห็นว่ามีใครบางคนว่าเขาบ้างแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ที่สําคัญที่สุดคนเหล่านี้รู้ว่าเทอร์รี่ไม่สามารถพูดอะไรได้ ถ้าเทอร์รี่ทําให้เกิดความปั่นป่วนเขาจะไม่เพียง แต่เสียหน้า แต่ชื่อเสียงของเขาก็จะพังไปด้วย
เจ่าไห่ยืนบนเวทีแล้วโค้งคํานับทุกคนก่อนที่จะพูดว่า “ทุกคนตั้งแต่ที่ข้ามาที่นี่ข้ายังมีสิ่งที่ข้าจะต้องไปทําอีกมากมาย ฉันอยากขอบคุณเทอร์รี่สําหรับความสนุก ข้าขอขอบคุณอย่างสุดซึ้ง”
จากนั้นเขาก็โค้งคํานับอีกครั้งก่อนที่จะเดินไปยังทางออก
มีขุนนางบางคนตามเจ่าไห่ไป พวกเขาออกไปส่งเจ่าไห่ เทอร์รี่ยืนอยู่ที่เดิม หน้าของเขาซีดมาก เขารู้ว่าในวันพรุ่งนี้เขาจะต้องถูกหัวเราะแน่ๆ
ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็ตามเจ่าไห่ไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า เมื่อเขาไปถึงประตูเจ่าไห่หันกลับมา
และมอบธงให้กับขุนนางก่อนออกไป
แม้ว่าขุนนางเหล่านี้จะชอบเจ่าไห่ แต่พวกเขายังต้องการรักษาหน้าของตระกูลโรเบิร์ต ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ได้ออกไปกับเจ่าไห่ทันที อย่างไรก็ตามพวกเขาแต่ละคนมองไปที่เจ่าไห่และเทอร์รี่ด้วยท่าทางแปลกๆ
เจสันไม่ได้สนใจ เขาจึงปล่อยให้เจ่าไห่ออกไป พวกคนรับใช้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในโถง แต่พวกเขาก็ได้รับคําสั่งจากเทอร์รี่ล่วงหน้าแล้ว เมื่อเจ่าไห่จ้าวไห่ออกไปพวกเขาจะยังคงให้รถม้ากับม้าที่ผอมแก่เจ่าไห่อยู่ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าตระกูลครูกของเจสันจะไม่ใช่ตระกูลพันปี แต่ตระกูลของพวกเขาก็ยังไม่สามารถละเลยได้
เจสันไม่สนใจเรื่องรถคันอื่นเขาแค่ไปข้างหน้าแล้วขี่ม้าของเจ่าไห่ ลอร่ากับคนอื่นๆ ตามพวกเขาไป เจสันหัวเราะแล้วพูดว่า “ดีจริง เจ่าไห่เจ้าทําได้ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าได้เห็นใบหน้าของเทอร์รี่ หลังจากได้ยินเรื่องของเจ้าไหม? ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันเป็นสีดําช้ากลัวว่าเขาจะอาเจียนออกมาเป็นเลือด”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เจ้าก็พูดเกินจริง แต่ถ้าเขาไม่อาเจียนในวันนี้เขาจะทําเช่นนั้นในวันพรุ่งนี้แน่นอน”
ตามปกติแล้วเสียงของเจ่าไห่ได้รับการกล่าวในขณะที่อยู่ภายใต้เวทมนต์เก็บเสียง เขาทําเช่นนั้นเพราะเขากลัวว่าคนรับใช้จะได้ยินพวกเขา ลอร่ากับคนอื่นๆ นั่งอยู่ที่นั่นด้วยรอยยิ้มพวกเธอไม่ คิดว่าเจ่าไห่จะมีเรื่องที่ทําให้เทอร์รี่พูดไม่ออก
รถม้ามาถึงอย่างรวดเร็วที่ด้านนอกป้อมหมาป่า เจ่าไห่และเจสันลงจากรถของพวกเขาแล้วกล่าวลากัน พวกเขาขึ้นรถของตนเองและจากนั้นก็เดินลงเขาอย่างช้าๆ
หลังจากขึ้นรถม้าแล้วเจ่าไห่ก็กลับไปที่มิติทันที เช่นเดียวกับที่เขาออกจากห้องโถง เจ่าไห่ต้องการที่จะไปดูว่าใน 1 ชั่วโมงที่ผ่านมาเขาได้อะไรมาบ้าง
เมื่อเข้ามาในมิติแล้ว กรีนและคาเรทก็มีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เมื่อมองไปที่การท่าทางของพวกเขา เจ่าไห่ก็รู้สึกดีมาก ดูเหมือนว่าแผนของเขาจะประสบความสําเร็จ
การที่ได้เห็นเจ่าไห่และคนอื่นๆ มาถึงกรีนและคาเรทก็ให้พวกเขานั่งลงทันทีก่อนที่กรีนจะบอกทุกอย่าง “นายน้อยแผนของเราประสบความสําเร็จโดยไม่เกิดเรื่องอะไรเลย ไม่เพียงแต่เราจะกําจัดคนในตระกูลโรเบิร์ตได้เท่านั้น แม้แต่อิฐและไม้ข้างในก็ไม่ปล่อยให้เหลือ แม้ว่าพวกเขาจะช่วยดับไฟในร้านค้าของพวกเขาพวกเขาจะไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้และที่สําคัญที่สุด คราวนี้เราได้รับสิ่งของมากว่า 10 ล้านตันเรายังได้รับเหรียญทอง 10 ล้านเหรียญเงิน 20 ล้าน เหรียญทองแดง 100 ล้านก้อนอิฐและไม่สามารถสร้างอาคารได้ 500 หลังเราได้รับของมากมาย ในครั้งนี้!”
เจ่าไห่ไม่คิดว่าพวกเขาจะได้รับของมากมายนัก เขามองที่กรีนแล้วถามว่า “เราได้ของมา
มากมายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
กรีนยิ้มและพูดว่า “วันขอบคุณพระเจ้าผ่านไป ในร้านค้าต่างๆ ได้เก็บสินค้าจํานวนมากในคลัง ในช่วงวันขอบคุณพระเจ้าร้านค้าต่างๆ จะขายของหลายอย่างด้วยเหตุนี้ร้านค้าจึงจําเป็นต้องสามารถบรรจุสินค้าใหม่หลังจากวันขอบคุณพระเจ้าโดยอธิบายจํานวนสินค้าที่พวกเขาเก็บไว้
นอกจากนี้พวกเขายังได้กําไร เพิ่งทําไปเมื่อสองสามวันก่อนดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เราได้รับของมากขนาดนี้”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “แล้วพนักงานล่ะพวกเขาตายไปหมดไหม?”
กรีนพยักหน้าและพูดว่า “นายน้อย ท่านสามารถโล่งใจได้เลย ตามคําพูดของเจ้าฉินอี้ พนักงานทุกคนได้รับการดูแลแล้ว ไม่มีพยานคนใดที่รอดชีวิตได้ นอกจากนี้เรายังทําให้แน่ใจว่า ไม่มีหลักฐานเมื่อเราทําการปล้นสถานที่ นอกจากนี้เรายังใช้พลังเวทย์แห่งความมืดก่อนเริ่มแผนการเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครสามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน ทุกคนที่เห็นเวทย์มนตร์ถูกฆ่าตายทั้งหมด”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ดีแล้ว เรามาดูกันว่าตระกูลโรเบิร์ตจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
นอกจากนี้เมื่อไปยังชนเผ่าเราก็จะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอาหารและเสื้อผ้าของพวกเขาเลย”
กรีนก็ยิ้มออกมา ตระกูลอายุนับพันปีนั้นพิเศษมากๆ หากพวกเขาไม่โจมตีตระกูลโรเบิร์ตพวกเขาก็จะไม่มีวันได้รับของเหล่านี้เลย นอกจากนี้พวกเขายังสามารถใช้ของที่ปล้นเพื่อแลกเปลี่ยนกับชนเผ่าและชาวเล (ชาวเผ่าเงือก) และที่สําคัญที่สุดพวกเขาได้รับเหรียญเงินและทองแดง
จํานวนมากทําให้พวกเขาสามารถสร้างระบบสกุลเงินภายในป้อมภูเขาเหล็กได้ ตอนนี้พวกเขาสามารถบอกลาการแลกเปลี่ยนแบบเดิมได้แล้ว
แม้ว่าป้อมภูเขาเหล็กจะมีระบบสกุลเงินอยู่บ้าง แต่จํานวนเงินและเหรียญทองแดงที่หมุนเวียนนั้นก็ยังน้อยเกินไป เหรียญทองเป็นเหรียญที่พบได้บ่อยที่สุด ดังนั้นผู้คนยังคงสามารถรับเหรียญได้เมื่อพวกเขาแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ในร้านของเจ่าไห่
แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้สะดวก ระบบนี้สามารถทํางานได้เพราะยังมีคนจํานวนน้อยในเมืองของเจ่าไห่
เมื่อจํานวนของพวกเขาเพิ่มขึ้นในอนาคตความสับสนก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้มีการดูแลเงินและเหรียญทองแดงการหมุนเวียนของเงินในป้อมจะไม่เกิดปัญหาอีกต่อไป
คาเรทยิ้มและพูดว่า “แผนของเราดําเนินไปอย่างราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็นไม่มีข้อบกพร่องใดๆ
ในแผนการเพื่อให้คนอื่นไม่พบว่าเราใช้พลังเวทย์แห่งความมืดเราได้ใช้เวทย์แห่งแสงเพื่อลบร่องรอยของพลังเวทย์แห่งความมืดทั้งหมดในพื้นที่ ทีนี้ร่องรอยของเวทย์แห่งแสงก็จะเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ พวกเขาจะคิดว่ากิลแห่งความสว่างเป็นคนทํามากกว่าที่จะคิดว่าเราเป็นคนทำ”
เมื่อได้ยินคาเรทพูด เจ่าไห่ก็มองและก็ถามว่า “ท่านคาเรทความคิดนี้เป็นของใคร ทําไมข้าถึงไม่รู้ความคิดนี้”
ในอดีตเจ่าไหได้คิดไว้ แต่ก็ไม่เคยได้ทํา เจ่าไห่ไม่ได้คิดว่าการใช้เวทมนต์คาเรทจะคิดเรื่องเช่นนี้ได้ ดูเหมือนว่าชายคนนี้ยังมีสติปัญญาที่น่ากลัวมากๆ
คาเรทยิ้มและพูดว่า “มันเยี่ยมมากที่ท่านไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ใช่ไหมพวกเราทุกคนค่อนข้างเหนื่อยเราควรนอน แต่หัวค่ําพรุ่งนี้เราต้องสร้างอาคารในแดนทมิฬเพื่อเตรียมรับทาสจากชนเผ่าที่จะเข้ามาในฤดูใบไม้ผลินี้”
เจ่าไห่พยักหน้า กรีนไม่ได้ไปพักทันทีเขามองเจ่าไห่และถามว่า “งานเลี้ยงเป็นอย่างไรบ้าง?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มันดีมาก มันผ่านไปอย่างราบรื่น”
ลอร่ากับคนอื่นๆ หัวเราะกันจริงๆจังๆ มากจากนั้นพวกเธอก็บอกกรีนและคาเรทว่าเกิดอะไรขึ้น ในงานเลี้ยงของเทอร์รี่ เมื่อพวกเขาได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกรีนและคาเรทก็อดไม่ได้ที่จะ
หัวเราะ พวกเขาไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะใช้โอกาสนี้เพื่อว่าเทอร์รี่ ยิ่งไปกว่านั้นเจ่าไห่ยังดุเขาต่อหน้าคนอื่นๆ ด้วย
ในขณะที่พวกเขาคุยกันภายในมิติรถม้ายังคงเดินทางไปอย่างช้าๆ ไปยังป้อมของตระกูลแคลซี ชิวและซูกะนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับด้วยสีหน้าเบื่อๆ พวกเขารู้ว่ามีการพูดคุยกันในคืนนี้มันเป็นเรื่องที่โชคร้ายมากที่พวกเขาไม่ได้เข้าไปร่วมด้วย
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย….บาย