Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 474 - เปลี่ยน
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 474 - เปลี่ยน
บทที่ 474 – เปลี่ยน
เจสันมองท่าทางของเจ่าไห่ที่กําลังอยู่บนเวทีด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงเจ่าไห่อีกแล้ว แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้รู้จักกับเจ่าไห่มานานแล้ว แต่เขาก็เข้าใจว่าเจ่าไห่เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย เจ่าไห่ไม่น่าจะใช่คนที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ที่เห็นเขาอยู่นิ่งๆ มันก็หมายความว่า
เขาก็เตรียมพร้อมเรื่องเหล่านั้นไว้แล้ว
เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เจสันก็อดไม่ได้ที่จะมอง แต่เมื่อเห็นเรื่องของเจ่าไห่กับเทอร์รี่แล้ว เจสันก็ยิ้มขึ้นได้ ตอนนี้สิ่งที่เจสันต้องการอยากจะเห็นมากที่สุดก็คือเจ่าไห่จะทําอย่างไร
อย่างน้อยที่สุดเจสันก็มั่นใจว่าเจ่าไห่จะต้องทําให้ตระกูลโรเบิร์ตพบกับปัญหาใหญ่มากๆ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเจสัน เพราะว่าเจสันจะไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ตระกูลโรเบิร์ตกําลังจะพบเลย
ในตอนนี้ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็ขึ้นไปบนเวทีแล้ว ผู้หญิงที่สวยทั้งสามคนอยู่บนเวทีแล้ว มันทําให้ผู้คนให้ความสนใจกับพวกเธอมากๆ ในทางกลับกันเจ่าไห่ที่ยืนอยู่ที่นั่นก็ไม่ได้ดูโดดเด่นเลย
เมื่อเห็นคนอื่นๆ สนใจเหล่าผู้หญิง เจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัด เขาเป็นผู้ชายที่ต้องยืนอยู่ข้างหลังผู้หญิง และซึ่งผู้หญิงทั้งสามคนนี้ก็เป็นคู่หมั้นของเขา เจ่าไห่ก็รู้สึกหวงพวกเธอมากๆ
เจ่าไห่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มานัก เขาก็หายใจเข้า จากนั้นก็หันไปหาลอร่าและคนอื่นๆ และให้สัญญาณ พวกผู้หญิงพยักหน้าแล้วก็หันไปทางวงดนตรี นักดนตรีไม่ได้ปฏิเสธผู้หญิงและให้
เครื่องดนตรีสี่อย่างแก่พวกเธอ
ลอร่าจับพิณ เมแกนจับเชลโล่ เม็กจับฟลูต และเนียร์จับไวโอลิน เมื่อเห็นว่าพวกเธอเตรียมพร้อมแล้ว เจ่าไห่ก็หันไปหาคนทั้งหมดและพูดว่า “ข้าไม่สามารถเต้นรํา เล่นดนตรีได้ ข้าจึงต้องเลือกที่จะร้องเพลงข้าหวังว่าทุกคนในที่นี่จะไม่โกรธข้าจากการแสดงที่ข้ากําลังจะเริ่มตอนนี้” จากนั้นเจ่าไห่ก็หันไปหาลอร่ากับคนอื่นๆ และพยักหน้า
ผู้คนที่อยู่หน้าเวทีไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะร้องเพลง การร้องเพลงไม่ได้เป็นสิ่งที่เหล่าขุนนางจะได้เรียน นี่มันเป็นเพราะมันเป็นเรื่องยากที่จะต้องเรียนรู้ การร้องเพลงในจักรวรรดิก็จะเรียกว่าโอเปร่า หากว่าไม่ได้ฝึกฝนมานานแล้วก็จะไม่มีใครกล้าที่จะเอามาแสดงกันหรอก สิ่งสําคัญที่สุดของการเรียนร้องโอเปร่ามันก็หมายความว่าคุณสามารถกําหนดคีย์ในการร้องได้ นี่มันจะเป็นเรื่องที่ยากมากหากไม่ได้ฝึกฝนมานานแล้ว
เมื่อผู้คนได้ยินเจ่าไห่ร้องเพลง พวกเขาก็ตกใจมากพวกเขาทั้งหมดมองไปที่เจ่าไห่ เพลงที่เจ่าไห่ร้องนั้นมันเป็นเพลงที่อ่อนโยนและฟังสบายมากๆ ราวกับว่ามันได้สัมผัสเข้าไปในหัวใจของพวกเขา อย่างไรก็ตามเพลงนี้ก็ทําให้หัวใจของผู้ฟังถูกบีบ ร่างกายของพวกเขาทั้งถูกล้อมไปด้วยบรรยากาศเศร้าๆอย่างช้าๆ
จริงแล้วเพลง ‘Bed of Chrysanthemums’ ไม่เหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้เพราะเพลงนั้นเป็นเพลงที่เล่นในภาพยนต์ คนคนเหล่านี้ไม่เคยเห็นดอกเบญขมาศพวกเขาก็เลยไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด
แต่บางครั้งเนื้อเพลงก็ไม่จําเป็นต้องเข้าใจเพื่อที่จะได้รับวิญญาณ กลับมาบนโลกไมเคิลแจ็คสันมีแฟนๆ หลายคนที่ไม่เข้าใจภาษาเลย
‘Bed of Chrysanthemums’ อาจไม่สามารถแข่งกับเพลงของไมเคิลแจ็คสันได้เลย แต่สําหรับคนในจักรวรรดิอาร์ค เพลงนี้ก็ยังคงทําให้จิตใจของพวกเขาว่างเปล่า นี่เป็นเพราะการร้องเพลงแบบนี้ไม่ได้มีอยู่ในจักรวรรดินี้มาก่อน ดอกเบญจมาศมันเป็นชื่อที่มาจากจักรวรรดิอื่น
มีหลายคนที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้ ทุกครั้งที่มีค่าแปลกๆ พวกเขาก็คิดว่ามันเป็นความแปลกใหม่และน่าสนใจ
ไม่นานนักเจ่าไหก็ร้องเพลง ‘Bed of Chrysanthemums’ จบแม้ว่าเขาจะร้องจบแล้วแต่ก็ยังไม่ได้มีเสียงอะไรภายในห้องโถงเลย อาจเป็นเพราะคนเหล่านี้ยังอยู่ในวงวนของเพลงอยู่
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงปรบมือเสียงนึ่งดังขึ้นในห้องโถงผู้ค่าเหล่านั้นก็มองโดยที่พวกเขาไม่ได้หาอะไร แต่ก็ยังมองไปที่เจ่าไห่
เจ่าไห่ยังมองหาเสียงนั้นจากนั้นเขาก็เห็นว่าเสียงปรบมือนั้นไม่ใช่ใครเลยนั่นก็คือเจสันนั่นเอง
เพื่อนคนนี้เป็นคนแรกเลยที่ปรบมือให้กับเจ่าไห่
เมื่อคนเหล่านั้นเห็นเจสันพวกเขาก็รู้สึกตัวทันที จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังสนั่นขึ้นทันที เจ่าไห่และคนอื่นๆ ยืนเรียงกันเป็นแถวและโค้งคํานับต่อคนจํานวนมากก่อนที่จะลงจากเวที
คนเหล่านี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น พวกเขาทั้งหมดได้รับเชิญจากเทอร์รี่และพวกเขาทุกคนไม่มี
สถานะที่แย่กว่าเขามากนักอย่างไรก็ตามพวกทั้งหมดมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลของเทอร์รี่ ดูเหมือนว่าที่เทอร์รี่เชิญพวกเขามาในครั้งนี้เขาต้องการที่จะทําให้เจ่าไห่ขายหน้า แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคิด
แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นเจ่าไห่ร้องเพลง พวกเขาก็ลืมคําพูดของเทอร์รี่ไปเลย เมื่อเจ่าไห่ลงจากเวทีพวกเขาก็ล้อมรอบเจ่าไห่ทันที พวกเขาถามเจ่าไห่เกี่ยวกับเพลงที่เจ่าไห่เพิ่งร้องมันเป็นเพลงที่น่าสนใจมากๆ
เจ่าไห่พูดคุยและหัวเราะกับคนเหล่านั้น สําหรับคําถามเกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้การร้องเพลง แต่เจ่าไห่ก็ตอบพวกเขาว่าเขาเป็นคนที่ชอบร้องเพลงอยู่คนเดียว
เทอร์รี่หน้าซีดขณะที่เขายืนอยู่ที่นั่น เขามองไปที่เจ่าไห่ เขาขอให้คนเหล่านี้ช่วยทําให้เจ่าไห่ขายหน้า โดยปกติแล้วเขาไม่เพียงต้องการที่จะทําให้เจ่าไห่ขายหน้าเท่านั้น เขายังต้องการให้เจ่าไห่มีปัญหากับคนอื่นๆอีกด้วย
หากคนสองคนได้พบกันและมีความคิดที่ไม่ค่อยดีต่อกัน มันคงจะยากมากที่พวกเขาสองคนจะกลายเป็นเพื่อนกัน ดังนั้นความรู้สึกแรกที่ได้พบกันมันจึงเป็นสิ่งที่สําคัญมาก
เทอร์รี่รู้เรื่องนี้ดังนั้นแผนของเขาจึงธรรมดามา เขาจะทําให้เจ่าไห่ดูไม่ดีต่อหน้าของคนอื่นๆ มันจะทําให้พวกเขาไม่ชอบในตัวของเจ่าไห่ และการที่เจ่าไห่จะกลายเป็นเพื่อนกับคนเหล่านี้มันก็ยากขึ้นมาก
แต่เขาก็ไม่คิดว่าเจ่าไห่จะสามารถอดทนกับสิ่งที่เขาทําได้ จากนั้นเขาก็ยังทําให้คนอื่นๆสนใจ
ในตัวของเขาด้วยการร้องเพลงอีกด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าแผนการของเทอร์รี่นั้นพังอย่างไม่มีชิ้นดีเลยแม้แต่น้อย
เจสันไม่ได้เข้าไปรวมกับขุนนางคนอื่นๆ ที่อยู่ล้อมรอบเจ่าไห่เต็มไปหมด มันก็เป็นเพราะความสัมพันธของเจ่าไห่นั้นแตกต่างจากคนเหล่านี้มาก ตอนนี้ในฐานะของเพื่อนแท้เขาไม่จะเป็นต้อง
เข้าไปช่วยเหลือเจ่าไห่อีกแล้ว
ในทางกลับกันเจสันก็ให้ความสนใจไปที่เทอร์รี่ เจสันเขาอยู่ในเมืองคาร์สันตั้งแต่เขายังเด็ก ดังนั้นเขาจึงรู้นิสัยของคนในเมืองดี เจสันเข้าในในตัวของเทอร์รี่มากกว่าเมแกนตั้งมากมายว่าเทอร์รี่เป็นคนที่น่ากลัวแค่ไหน เขากลัวว่าเทอร์รี่อาจจะมีแผนอื่นที่เขาจะจัดการกับเจ่าไห่
เทอร์รี่มองไปที่เจ่าไห่ ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่น่ากลัวมากๆ เขาไม่อาจจะยอมรับความผิดพลาดของเขาได้ เขาไม่ยอมที่เจ่าไห่สามารถทําลายแผนของเขาได้ มันทําให้เขาขายหน้าต่อคนอื่นๆ มากถึงแม้ว่าคนอื่นจะไม่ได้รู้เรื่องด้วยก็ตาม
ด้วยคววามคิดนี้ แววตาของเทอร์รี่จึงซ่อนสิ่งที่เขาแสดงออกเอาไว้ข้างใน จากนั้นเขาก็ขึ้นไปบนเวทีและหยิบแก้วไวน์ไว้ในมือของเขา ทุกคนมองไปที่เขาทันทีด้วยความสงสัย
เมื่อมาถึงจุดนี้ทุกคนยังจําค่าขอของเทอร์รี่แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร ตอนนี้พวกเขากําลังมองไปที่เทอร์รี่ที่ดูกําลังจะโกรธอยู่
คนเหล่านี้ไม่ใช่คนโง่พวกเขาเข้าใจว่าทําไมเทอร์รี่ถึงตั้งเป้าหมายไปที่เจ่าไห่ชัดขนาดนี้
แม้ว่าเทอร์รี่จะบอกสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับเจ่าไห่กับพวกเขา แต่หลังจากที่พวกเขาได้ฟังการแสดงของเจ่าไห่แล้ว เหล่าขุนนางเหล่านี้ก็รู้สึกขอบคุณในการแสดงของเจ่าไห่มากๆ พวกเขารู้สึกดีต่อเจ่าไห่มากกว่าที่พวกเขานับถือเทอร์รี่ เทอร์รี่เป็นชายที่หยิ่งมากและต้องการที่จะทําให้เขาประสบความสําเร็จเท่านั้น ความจริงเรื่องนี้ขุนนางเหล่านี้รู้ดีทุกอย่าง
ตอนนี้พวกเขาเห็นเทอร์รี่อยู่บนเวที คนเหล่านี้รู้ว่าเทอร์รี่กําลังกลัวเจ่าไห่ ซึ่งมันก็ทําให้พวกเขาเกียจเทอร์รี่มากยิ่งขึ้น ทุกคนรู้ว่าเจ่าไห่ไม่ได้โกรธอะไรเทอร์รี่ สาเหตุที่ทําให้เทอร์รี่ไม่ชอบ เจ่าไห่ก็น่าจะเป็นเพราะเมแกน
ทุกคนก็รู้ว่าเทอร์รี่เติบโตมาพร้อมกับเมแกน แต่หลังจากช่วงเวลาที่พวกเขาไม่ได้เจอกันความสัมพันธของพวกเขาทั้งสองก็ค่อยๆ หายไปแต่เทอร์รี่ก็ยังไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้เมแกน ตอนนี้เมแกนได้หมั้นแล้ว เขาก็ยังไม่ได้หยุดทําสิ่งที่เขาท่าเลย เรื่องนี้มันก็ทําลายชื่อเสียงของเขาเอง
และนี่ก็ไม่ใช่วิธีที่ดีสําหรับเหล่าขุนนางผู้ยิ่งใหญ่
เทอร์รี่ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ สิ่งเดียวที่เขาคิดได้ตอนนี้เลยคือการจัดการกับเจ่าไห่ ที่เขาขึ้นไปบนเวทีก็เพื่อที่จะพูดว่า “การแสดงของตระกูลบูดามันเป็นอะไรที่ดีมากๆ ทุกคนได้โปรดปรบมือให้กับเขาด้วย”
เมื่อทุกคนได้ยินเขาพูดถึงเจ่าไห่ พวกเขาก็ยิ่งไม่ชอบเขามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้บางคนยังไม่ชอบที่เขาทําสิ่งนี้เลยเหมือนกัน เขาคิดว่าเจ่าไห่จะต้องอึดอัดใจมากแน่ๆ พวกเขาไม่ได้สนใจ เรื่องที่เทอร์รี่พูดอีกแล้ว ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าเทอร์รี่จะทําเกินไปแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังคงอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลโรเบิร์ต พวกเขายังต้องการให้เกียรติแก่ตระกูลนี้อยู่ ดังนั้นทุกคนจึงปรบมือ แต่ก็ดูเหมือนไม่เต็มใจสักเท่าไหร่
เทอร์รี่นับเวลาอยู่ในใจของเขาสองวิการที่เขาจะโบกมือทําให้ทุกคนหยุดปรบมือ แล้วเทอร์รี่ก็พูดว่า “ข้ารู้ว่าทุกคนมีความสุขกันในวันนี้ เมื่อพวกท่านได้ยินเพลงของเจ่าไห่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ พอที่จะฟังมัน พวกท่านต้องการที่จะฟังอีกสักครั้งสินะ แต่ข้าก็คิดว่าการร้องเพลงมันน่าเบื่อเกินไป ข้าก็อยากเจ่าไห่ทําอย่างอื่นบ้าง”
คนที่อยู่หน้าเวทีพวกเขาไม่ใช่คนโง่ เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งที่เทอร์รี่พูด พวกเขาก็เข้าใจว่าเทอร์รี่ตั้งใจทําอะไร ดูเหมือนว่าเทอร์รี่จะต้องการทําให้เจ่าไห่ขายหน้าให้ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
สิ่งทําเช่นนี้ของเทอร์รี่เขาไม่ได้แสดงถึงความสามารถของเขาเลย แต่มันกับแสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของเขา ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะถูกมองไม่ดีโดยคนที่มาร่วมงานไปแล้ว
เทอร์รี่ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านนี้เขายืนอยู่บนเวทีอย่างภาคภูมิใจและพูดว่า “ข้าขอเชิญเจ่าไห่อีกครั้ง”
เจ่าไห่มองเทอร์รี่แล้วยิ้มออกมา เขารู้ว่าเทอร์รี่กําลังขาดทุน เขาไม่รู้เรื่องที่คืนนี้ตระกูลของเขาได้เจอเลย
เจ่าไห่ค่อยๆ ขึ้นไปบนเวทีเรื่องนี้ทําให้ลอร่าและคนอื่นๆ เป็นห่วงเจ่าไห่มาก พวกเธอรู้ว่าเจ่าไห่อยู่กับพวกเธอตลอดทั้งวันเพื่อที่จะฝึกร้องเพลงของเขา ตอนนี้พวกเขาไม่รู้แล้วว่าเจ่าไห่จะแสดงอะไรออกมา เขากลัวว่ามันจะทําให้เจ่าไห่ขายหน้า
เจ่าไห่ยืนอยู่บนเวทีและมองคนที่อยู่ที่นั่น เขายิ้มและพูดว่า “มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่นายน้อยเทอร์รี่ไม่อยากให้ข้าร้องเพลงแล้ว ไม่งั้นข้าจะทําให้คืนนี้เป็นคอนเสิร์ตของข้าไปแล้ว” ทุกคนหัวเราะ
จากนั้นเจ่าไห่ก็พูดต่อว่า “มันค่อนข้างช้าแล้ว ข้ายังมีเรื่องบางอย่างที่ต้องกลับไปที่ตระกูล ดังนั้นข้าจะมอบการแสดงเล็กๆนี้ให้ อย่างไรก็ตามข้าต้องขอโทษทุกคนแล้วเทอร์รี่ด้วยแล้วกัน”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย