Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 472 - หมาป่าและม้าที่ผอมมาก
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 472 - หมาป่าและม้าที่ผอมมาก
บทที่ 472 – หมาป่าและม้าที่ผอมมาก
เจ่าไห่กลัวว่าคนอื่นๆ จะได้ยินพวกเขา เจ่าไห่จึงเข้าไปในมิติเพื่อฝึกร้องเพลง ลอร่ากับคนอื่นๆ ตื่นเต้นมากเพราะมันเป็นเพลงที่พวกเธอไม่เคยได้ยินมากก่อน
วันนั้นดูช้าไปเลย พวกเขาฝึกกันไม่ได้พักเลย อย่างไรก็ตามความพยายามของพวกเขาไม่ได้สูญเปล่าเลย ตอนนี้เจ่าไห่สามารถร้องเพลงได้แล้ว ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็สามารถเล่นเพลงที่เจ่าไห่ร้องได้แล้ว
เมื่อท้องฟ้ามืดลง พวกเขาต้องเตรียมกันแล้ว ในงานเลี้ยงที่เจ่าไห่จะไปเหลือเพียงไม่กี่วันแล้ว นอกเหนือจากนี้งานเลี้ยงของเจสันเจ่าไห่ไม่ได้พาลอร่ากับเม็กไปเขาพาเพียงเมแกนไปเท่านั้น เขากลัวว่าเมแกนจะอายถ้าเขาพาคู่หมั้นคนอื่นๆ ไปด้วย
เราจะต้องรู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ในชั้นสูงพวกเธอไม่ได้เป็นคนที่สุภาพเลย เมแกนก็เหมือนกับลิซซี่
เธอเป็นเหมือนดอกไม้ของจักรวรรดิ ด้วยเหตุนี้ก็เลยทําให้ผู้หญิงหลายคนที่อิจฉาเธอมาก ถ้าเจ่าไห่พาลอร่าและเม็กไปด้วย ผู้หญิงเหล่านั้นก็จะดูถูกเธอ เจ่าไห่ไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อเขาไปงานเลี้ยงเจ่าไห่ก็เลยไม่ได้พาลอร่ากับเม็กไปด้วย
โดยปกติแล้ว ที่เจ่าไห่ไม่ได้พาพวกเธอไปมันไม่ได้หมายความว่าเขาทิ้งพวกเธอไว้ที่ตระกูลแคลซี ลอร่ากับเม็กก็เข้าไปอยู่ในมิติในทุกครั้งที่พวกเธอไม่ได้ออกไปข้างนอกกับเจ่าไห่
แต่ในงานเลี้ยงวันนี้พวกเขาทั้งหมดจะต้องไปพร้อมกับเจ่าไห่ เจ่าไห่ไม่มีทางเลือกอื่น เห็นได้ชัดว่าเทอร์รี่ต้องการให้เขาพาลอร่าและเม็กไปด้วย เพื่อที่พวกเขาจะทําลายชื่อเสียงของเจ่าไห่
เจ่าไห่ยังคงใช้รถม้าที่ลากด้วยวัวของเขา การเดินทางของเจ่าไห่มันอาจดูดีเมื่ออยู่ที่อื่น แต่ที่นี่มันไม่ใชา นี่คือเมืองหลวงของจักรวรรดิโรเซ่น ที่นี่รถม้าของเจ่าไห่ค่อนข้างธรรมดามากๆ
อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้สําคัญเลยว่ารถของเขาจะดูดีไหม ยังไงมันก็ยังเป็นรถของเจ่าไห่ เขาเคยชินกับการนั่งอยู่บนรถคันนี้มาก เขารู้สึกว่ารถคันอื่นๆ มันดูอึดอัดเมื่อเขาไปนั่ง
รถม้ามุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของตระกูลโรเบิร์ตอย่างช้าๆ คฤหาสน์ของตระกูลโรเบิร์ตนั้นอยู่ไม่ไกลจากตระกูลแคลซีมากนัก ถ้าเดินไปก็น่าจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง แต่ถ้าเดินเร็วหน่อยก็น่าจะ 2 ชั่วโมง
เมื่อเจ่าไห่ออกเดินทาง เขาก็ปล่อยให้รถม้าของเขาไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ขณะที่เขาเข้าไปในมิติ เพื่อสังเกตสถานการณืข้างนอก ในเวลาเดียวกันเขาก็เตรียมการที่จะทําในคืนนี้
เจ่าไห่ไม่สามารถทําเรื่องทั้งหมดในคืนนี้ด้วยตัวเองได้ เขาจึงมอบงานให้กับเจ้าฉินอี้ด้วย เจ่าไห่ต้องการให้เธอเป็นคนควบคุมเหล่าซอมบี้ชั้นสูงของเจ่าไห่ เนื่องจากซอมบี้เหล่านี้ถูกสร้างขึ้น โดยมิติจึงไม่มีปัญหาที่จะให้คนอื่นๆ ควบคุมเช่นเจ้าฉินอี้ แต่มันก็ต้องได้รับการอนุญาตจากเจ่าไห่
ในความเป็นจริงแล้ว ไม่จําเป็นต้องออกคําสั่งซอมบี้ทั้งหมด เจ่าไห่พบร้านค้าของตระกูลโรเบิร์ตทั้งหมดแล้ว เขาสามารถสั่งพวกเขาให้ไปทํางานให้เสร็จอย่างรวดเร็วก่อนที่จะถอนกําลังออกได้ หากว่ามีปัญหาเกิดขึ้นเจ่าเหวินและเจ่าฉินอี้สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ทุกเมื่อ แผนของเจ่าไห่คือการทําทุกอย่างให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง หลังจากช่วงเวลานั้นทุกคนต้องถอนกําลังออก ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาควรทําสิ่งต่างๆ ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทําได้
สําหรับเหล่าขุนนางของตระกูลโรเบิร์ต เจ่าไห่ตัดสินใจที่จะไม่รวมพวกเขาไว้ในแผนของเขา
ในท้านที่สุดแล้วขุนนางเหล่านั้นก็คือขุนนางของจักรวรรดิโรเซ่น หากเขาตัดสินใจที่จะทําอะไรพวกเขา เขาอาจะได้รับผลกระทบจากทั้งจักรวรรดิเลยก็ได้ ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้นพวกเขาก็จะไม่ได้อะไรเลยและยังต้องสูญเสียครั้งใหญ่อีกด้วย เราจะต้องรู้ก่อนว่าความแข็งแกร่งของเหล่าขุนนางทั้งหมดของจักรวรรดิโรเซ่นนั้นแข็งแกร่งมาก เจ่าไห่คิดว่ามันจะได้ไม่คุ้มกับเสีย
เพื่อให้มั่นใจในความสําเร็จของแผน เจ่าไห่ได้ไปที่ป้อมภูเขาเหล็กเพื่อขอให้กรีนและคาเรทควบคุมดูแล มันจะต้องไม่มีทางเลยที่แผนของพวกเขาจะล้มเหลว
เจ่าไห่ต้องการให้แผนนี้สําเร็จ 100% เขาต้องการกําจัดร้านค้าทั้งหมดของตระกูลโดยที่ไม่เหลือไว้เลย เพื่อให้แน่ใจว่าเหล่าขุนนางคิดว่าร้านค้าถูกโจมตีโดยซอมบี้ซึ่งพวกเขาจะไม่สงสัยในตัวของเจ่าไหเลย
หลังจากที่คุยทุกอย่างกับกรีนและคาเรทแล้ว พวกเขาทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะมองด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่เชื่อว่าเจ่าไห่จะร้องเพลงได้จริงๆ เมื่อมองที่หน้าของพวกเขา เจ่าไห่ก็รู้ว่าพวกเขากําลังคิดว่าเจ่าไห่จะร้องเพลงได้จริงๆ เหรอและมันก็ทําให้เขายิ้ม การร้องเพลงของเจ่าไห่จะกลายเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ในโลกนี้ หากทุกคนที่รักในการร้องเพลงพวกเขาก็จะเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น
กรีนมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อย ท่านร้องเพลงได้จริงๆ งั้นเหรอ? มันเป็นความคิดที่ดีแล้วใช่ไหมที่ท่านจะร้องเพลง”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าร้องเพลงได้นิดน้อย ข้าสามารถทําอะไรได้เลยนอกจากร้องเพลงมันไม่มีทางเลยที่ข้าจะฝึกเล่นดนตรีให้ได้ภายในสองวัน ข้าไม่มีทางเลือกนอกจากการร้องเพลง”
กรีนยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่คิดว่านายน้อยจะร้องเพลงได้จริงๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ดีเลยข้าจะต้องคุยกับเมอร์รินในภายหลัง เมื่อนายน้อยกลับมาที่นี่ครั้งต่อไป เราจะให้ท่านเรียนดนตรี”
เจ่าไห่รู้สึกไม่ค่อยดีนัก เขาไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้สักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากว่าพวกเขาต้องการให้เจ่าไห่ได้เรียนจริงๆ เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะทนฝึกได้นานแค่ไหน
คาเรทเห็นด้วยในขณะที่เขาพยักหน้าและพูดว่า “ท่านน่าจะเรียนเอาไว้ ขุนนางที่ไม่สามารถเล่นดนตรีได้หรือเต้นได้ก็เหมือนกับว่าเขาเป็นคนที่ไม่มีความสามารถซึ่งมันน่าขายหน้า ข้าคิดว่ามันจะเป็นการดีถ้าลอร่าและพวกผู้หญิงเป็นคนสอนเจ่าไห่”
เมื่อได้ยินคําแนะนําของคาเรทดวงตาของเจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะสว่างขึ้น แม้ว่าเจ่าไห่จะรักลอร่าและพวกผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ได้คิดอะไร ในอดีตสุขภาพของเจ่าไห่ไม่ค่อยจะดีนัก แต่ตอนนี้เขาก็มีร่างกายที่แข็งแรงแล้ว เขาเป็นเทพผู้มีพลังระดับ 8 แล้วเขาสามารถ ฆ่าช้างได้ด้วยตัวคนเดียว โดยปกติแล้วร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว สัญชาตญาณก็เช่นก้น
แต่เนื่องจากเขาไม่ต้องการทําลายลอร่าและคนอื่นๆ เขาจึงไม่ได้ทําอะไรมากเกินไป ที่จักรวรรดินี้ไม่ได้เหมือนกับโลก บนโลกถ้าคุณอยู่กับผู้หญิงและไม่ได้ทําอะไรหลังจากออกเดทมาหลายครั้งแล้ว ผู้คนจะตัดสินใจว่าคุณเป็นชายที่ไร้ความสามารถ แต่เจ่าไห่อยู่ในจักรวรรดิอาร์ค ที่นี่ถ้าใครทําอะไรมากเกินไปพวกเขาจะได้รับชื่อเสียงที่ไม่ดีติดตัวไป
ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงพยายามอย่างเต็มที่ในการฝึกฝนการควบคุมตนเอง เขาพยายามอย่างเต็มที่
เพื่อระงับความคิดชั่วร้ายเหล่านี้
ในตอนนี้รถม้าที่ลากโดยวัวมาถึงเนินเขาของตระกูลโรเบิร์ตแล้วสัญลักษณ์ของตระกูลโรเบิร์ต คือหมาป่าที่มีตาเพียงข้างเดียวตราสัญลักษณ์ตระกูลของพวกเขาได้รับฉายาว่าเป็นสัญลักษณ์ที่น่ากลัว
ทุกคนรู้ว่าสัตว์ดุร้ายเป็นสัตว์ที่ต่อสู้ยากที่สุด นี่เป็นเพราะสัตว์ป่านั้นดุร้ายกว่า ตระกูลโรเบิร์ต
เลือกตราสัญลักษณ์นี้มีเหตุผลนี้อยู่เบี้ยงหลัง
สัญลักษณ์หมาป่ามันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลโรเบิร์ต ยิ่งไปกว่านั้นเจ่าไห่ยังเคยได้ยินว่าบรรพบุรุษของตระกูลโรเบิร์ตมักจะให้การสนับสนุนลูกหลานของพวกเขา มันก็เลยทําให้คิดว่าพวกเขาเป็นตระกูลที่น่ากลัวอยู่ตลอดเวลา
คนในตระกูลโรเบิร์ตพวกเขาถูกฝึกฝนความคิดมาเป็นอย่างดีทําให้พวกเขาไม่ได้กลัวใครเลย
แม้ว่าตระกูลโรเบิร์ตจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลแคลซี่ แต่ตระกูลทั้งสองก็ยังคงระวังตัวอยู่เสมอ และก็ต้องตระหนักว่าด้วยตระกูลโรเบิร์ตท่าตัวเหมือนหมาป่าเจ้าเล่ห์ มันก็เลยทําให้พวกเขาสามารถมายืนอยู่ในจุดนี้ได้
เมื่อรถม้าของเจ่าไห่มาถึงเนินเขา เขาก็ได้รับการต้อนรับจากคนรับใช้ที่ดูแลอยู่หน้าเนินเขา และเมื่อตรวจเสร็จแล้วเจ่าไห่ก็ได้เข้าไปข้างใน ลักษณะของคฤหาสน์ก็เหมือนกับคฤหาสน์ที่อื่นๆ
มันไม่ได้มีอะไรที่พิเศษเลย
เจ่าไห่รู้ว่าผู้คนจากจักรวรรดิอาร์คไม่ชอบที่จะตามความงาม พวกเขาจะชอบในสิ่งที่มี
ประโยชน์ เมื่อมองไปที่ประวัติอันยาวนานของจักรวรรดิเจ่าไห่ก็รู้ว่าคนไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่มีสงคราม แต่การต่อสู้ของคนกับสัตว์เวทย์ก็มี ตอนนี้ทุกชีวิตกําลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนเริ่มขยายอาณาเขตของพวกเขาไป พวกเขาจะได้พบกับสัตว์เวทย์ซึ่งมันจะทําให้เกิดสงคราม และในสงครามคฤหาสน์ที่สวยงามมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
เมื่อเจ่าไห่มองไปที่ป้อมของตระกูลแคลซีก่อนที่จะมา เขาเห็นว่าที่นั้นก่อสร้างได้ค่อนข้างดี เหมาะสําหรับการต่อสู้ ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากผ่านการดัดแปลงและเพิ่มเติมมาหลายปีมันก็มี
ศักยภาพสูงสุดทําให้มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสําหรับคนในการต่อสู้ นี่คือเหตุผลว่าทําไมป้อมดูมีความแข็งแรงมากพวกมันถูกออกแบบมาเพื่อให้ ความสามารถในการป้องกันและรุกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
รถม้าลากวัวมาถึงที่ประตูหน้าของคฤหาสน์ของหมาป่า ที่นั่นมีคนรับใช้สองคนมาต้อนรับแขก เมื่อเห็นรถของจ้าวไห่คนรับใช้ทั้งสองก็แปลกใจที่ไม่ได้มาข้างหน้า แต่เจ่าไห่ก็ไม่สนใจเมื่อเขาลงจากรถพร้อมกับลอร่าและคนอื่นๆ จากนั้นคนใช้ทั้งสองคนก็คํานับ “เรายินดีต้อนรับท่านเจ่าไห่”
เจ่าไห่มอง เขาเข้าร่วมงานเลี้ยงเหล่านี้มากมายมีคนไม่มากที่เรียกเขาว่าท่าน ส่วนใหญ่เรียกเขาว่า “นายน้อยเจ่าไห่”
แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้คิดอะไร เขารู้ว่านี่เป็นอุบายที่เทอร์รี่วางแผนไว้ เทอร์รี่ต้องการทําลายชื่อเสียงของเขา ดวงตาของเจ่าไห่เต็มไปด้วยความเย็นชา แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเลย ตอนนี้ไม่ใช่ เวลาที่จะทําอะไรเขาต้องอดทน ดังนั้นแทนที่จะโกรธเขาจึงตัดสินใจทําตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เทอร์รี่ก็จะยิ่งรําคาญมากขึ้น ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงยิ้มให้คนรับใช้และพูดว่า “ขอบคุณ”
คนรับใช้ไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะตอบพวกเขาแบบนั้น พวกเขามองก่อนที่จะพูดว่า “ยินดีต้อนรับ”
จากนั้นเขาก็พาเจ่าไห่เข้าไปในคฤหาสน์
มีรถรอเจ่าไห่และคนอื่นๆ อยู่ข้างใน แต่เห็นได้ชัดว่านี่เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าที่เคยเจอ รถม้าคันนี้เล็กมากม้าที่ดึงมันก็ผอมมาก
เมื่อเมแกนและผู้หญิงคนอื่นๆ เห็นสิ่งนี้พวกเธอดูโกรธมาก เมแกนกําลังจะตําหนิคนรับใช้ก่อน
ที่เจ่าไห่จะหยุดเธอ เขายิ้มและขึ้นรถ
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย….บาย