Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 467 - การที่ได้เพื่อนแบบนี้ก็คือพรที่ดีมาแล้ว
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 467 - การที่ได้เพื่อนแบบนี้ก็คือพรที่ดีมาแล้ว
บทที่ 467 – การที่ได้เพื่อนแบบนี้ก็คือพรที่ดีมาแล้ว
เมื่อเห็นว่าเจ่าไห่ไม่ได้ตอบอะไร เจสันก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาก็ยังพูดกับเจ่าไห่ต่อ ในตอนนี้ก็มีเสียงเท่ามาจากข้างนอก ไม่นานนักเสียงเท่านั้นก็มาถึงที่หน้าประตูแล้ว
เจ่าไห่และเจสันยืนขึ้นทันที เจ่าไห่มองไปที่คนที่เพิ่งมาถึงสิ่งแรกที่เขาเห็นเลยก็คือชายแก่ๆ
แต่ใบหน้าของเขาก็ยังแข็งแรงและก็มีสีหน้าที่ดีมากๆ ชายคนนี้สวมชุดของคนชั้นสูงที่งดงามมาก
แม่ว่าเขาจะแก่แล้ว แต่ชายคนนี้ก็ไม่ได้ดูธรรมดาเลย
คนที่มาพร้อมกับชายแก่นั้นเขาดูมีอายุเท่ากับวัยกลางคนแล้ว ชายคนนั้นดูเหมือนเจสันมากๆ แต่สีหน้าของเขาดูจริงจังมากและดวงตาของเขาก็ดุดันมาก เขาดูฉลาดมาก ที่อยู่ข้างหลังพวก
เขาคือคนรับใช้ที่เจสันให้ไปตามพวกเขามา
เจสันโค้งค่านับกับชายแก่กับชายที่มาด้วยและพูดว่า “ท่านปู่ ท่านพ่อนี่คือผู้เฒ่าของตระกูลบูดา ชื่อเจ่าไห่ เจ่าไห่นี่คือท่านปู่และท่านพ่อของข้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ่าไห่โค้งคํานับทันทีและพูดว่า “ข้านายน้อยเจ่าไห่ยินดีที่ได้พบกับท่านทั้งสอง”
ปู่และพ่อของเจสันยิ้มและพูดว่า “ดีจริงๆ เจสันไม่เคยมีเพื่อนเลย เจ้าน่าจะมาที่นี่บ่อยๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าจะมาบ่อยๆ ถ้าข้ามีเวลา แต่ข้าก็จะต้องเดินทางตลอดทั้งปี ข้าไม่ได้มีเวลาว่างมากมาย ข้าอาจจะมาได้แค่ตอนนี้เท่านั้น เพราะเมแกนขอให้ข้าไปที่เมืองหลวงข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนัก แล้วก็หลังจากนี้ข้าก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่ท่านปู่และท่านพ่อก็มั่นใจ
ได้เลยว่าข้าจะเป็นเพื่อนของเจสันตลอดไปเลย”
ปู่ของเจสันพยักหน้าและพูดว่า “เอาเถอะแค่ได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้ข้าก็รู้สึกดีมากแล้ว แต่นาย
น้อยเจ่าไห่ข้าอยากรู้ว่าทําไมเจ้าถึงเป็นเพื่อนกับเจสันได้ เพราะเขาเป็นคนที่ตรงไปตรงมามากๆ เจ้าสามารถทนต่อความปากร้ายของเขาได้หรือไม่?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มันก็ไม่ได้มีอะไรเลยข้าแค่ชอบที่จะคุยกับเขาเท่านั้น ข้าไม่เห็นว่าเจสันจะแตกต่างจากคนอื่นๆ เลยแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ตรงไปตรงมาพูดทุกอย่างที่เขาคิด แต่เขาก็เป็นคนที่ดีและก็เป็นเพื่อนที่ดีด้วย มีคนไม่มากที่มีความจริงใจเช่นเดียวกับเจสัน”
ปู่ของเจสันมองเจ่าไห่ เขารู้สึกว่าถ้าคนพูดเหล่านี้ถูกพูดโดยคนที่มีอายุเท่ากันกับเขามันจะเป็นเรื่องที่ไม่แปลกเลย แต่คนที่มีอายุเท่ากับเจสันก็ไม่ได้มีใครคิดเช่นนี้เลยในยุคนี้
พ่อของเจสันก็ไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่ที่เข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาทําได้แค่มองเจ่าไห่และฟังสิ่งที่เจ่าไห่พูด แต่เขาก็ไม่ได้ทําอะไรเลย
ปู่ของเจสันพยักหน้าและพูดว่า “จริงสิ มันก็เป็นเรื่องที่ดีมากที่เจ้ามาเป็นเพื่อนกับเจสัน อย่าเพิ่งกลับเลยตอนเที่ยงไปดื่มกันก่อนเถอะ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าก็อยากจะดื่มเหมือนกัน แต่ข้าอาจจะต้องขอให้เป็นโอกาสหน้าจะได้ไหม? ข้ามีของที่จะให้โปรดให้คนรับใช้ตามข้าไปสักสองสามคน” จากนั้นเจ่าไห่ก็ออกไปข้างนอกและเอาอาหารทะเลที่เขาเตรียมไว้สําหรับตระกครูกออกมา
อาหารทะเลนั้นหายากมากในจักรวรรดินี้ แต่สําหรับตระกูลขุนนางชั้นสูงอย่างตระกูลครูกสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นของที่แปลกเลย อย่างไรก็ตามอาหารทะเลที่เจ่าไห่เอาออกมานั้นมีคุณภาพที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับที่พวกเขาเคยกินมาก่อน
หลังจากที่เจ่าไห่เอาของขวัญของเขาออกมา เจ่าไห่ก็หันไปหาเจสันและพูดว่า “เจสันเจ้าสั่ง
ให้ใครก็ได้เอาพวกมันไปหน่อย ข้าไม่ได้มีของที่ดีอื่นที่จะให้กับเจ้า ข้าสามารถให้อาหารทะเลเหล่านี้กับตระกูลของเจ่าไห่เท่านั้น”
เจสันหัวเราะและพูดว่า “แค่นี้มันก็ดีมากแล้ว ของพวกนี้ก็มีรสที่อร่อยมากๆ เจ้ามีของดีอยู่ในมือมากมายจริงๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “อย่าเสียเวลาที่จะพูดเรื่องนี้เบยยยย เอาของเหล่านี้ส่งไปที่ครัวเถอะ ข้ายังมีไวน์ที่ดีมาด้วย” จากนั้นเจ่าไห่ก็เอาถังไวน์ขนาดใหญ่ออกมา (คําว่า เบยยยย ผมตั้งใจพิมพ์แบบนั้นไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด เพื่อเกิดสีสันในการอ่านครับ)
เมื่อเห็นเจ่าไห่และเจสันพูดคุยกันด้วยเสียงหัวเราะ ปู่ของเจสันก็พูดขึ้นว่า “ในที่สุดเจสันก็ได้
เจอเพื่อนดีๆสักที ไม่ได้แค่ดีเท่านั้นเขายังเอาของฝากมาให้อีกด้วย”
พ่อของเจสันพยักหน้าและพูดว่า “ข้าไม่คิดว่าลูกของข้าจะมีเพื่อนดีๆ สักทีเพราะเขาปากไม่ค่อยจะดี ข้านี่เป็นห่วงเจสันจริงๆ”
ปู่ของเจสันยิ้มและพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่เป็นคนที่ดีมากจริงๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ มีคนไม่มากที่จะมองแค่ความจริงใจของคนดีจริงๆ”
จากนั้นปู่ของเจสันก็พูดต่อ “ข้าเคยสงสัยในตัวของนายน้อยเจ่าไห่มาก แต่ตอนนี้ที่ข้าได้เห็น ข้าก็รู้แล้วว่าเจ้าเป็นคนที่ดี การมีเพื่อนเช่นเจ้าเจสันก็เหมือนกับได้รับพรที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว”
พ่อของเจสันพยักหน้าและถอนหายใจพร้อมกับพูดว่า “เพื่อนที่ดีนั้นค่อนข้างหายากมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในสถานะแบบเรา เจสันเป็นคนที่โชคดีมากจริงๆ”
ในตอนนี้คนรับใช้ก็เข้ามาและนําเอาของขวัญของเจ่าไห่ไปที่ห้องครัว เจ่าไห่และเจสันกลับ
ไปที่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับปู่และพ่อของเจสัน ทั้งสองมองไปที่เจ่าไห่ด้วยสายตาที่อ่อนโยน
ปู่ของเจสันมองเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของเจ้าได้เลยนะ ถ้าเจ้าต้องการมาที่นี่เจ้าไม่ต้องเกรงใจอะไรเลย ข้าและคนที่นี่ยินดีต้อนรับ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ได้เลย ข้าเองก็จะไม่เกรงใจแล้ว”
จากนั้นปู่ของเจสันก็ยืนขึ้นและพูดว่า “เอาล่ะ เด็กน้อยทั้งสองอย่าดื่มมากเกินไปหล่ะ พวกเจ้ายังต้องมาเจอข้าในตอนเที่ยง หากว่าเจ้าไม่มาข้าจะต้องอยู่คนเดียวแน่ๆ”
เจ่าไห่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เมื่อมองไปที่ชายสองคนที่กําลังเดินไป เจสันหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “มาที่ลานบ้านของข้าสิ ข้ามีอาหารว่างนิดหน่อย ไปกันเถอะ”
เจสันมองไปที่เจ่าไห่และเทไวน์ หลังจากที่เทไวน์แล้วเขาก็พูดว่า “เจ่าไห่เจ้าคิดว่าเรื่องของเมื่อวานนี้จบลงยัง? เจ้าไม่คิดจะทําอะไรกับเทอร์รี่และเจ้าชายเฮลิตเลยเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มให้เจสันและพูดว่า “อะไรงั้นเหรอ? เจ้าต้องการจะช่วยข้างั้นเหรอ? เจ้าทําได้หรือเปล่า? เจ้าน่าจะรู้ว่าตระกูลครูกจะเกิดเรื่องไม่ดีถ้าเจ้ามีส่วนร่วมกับข้าในเรื่องนี้ เราจะทําแบบลวกๆไม่ได้เด็ดขาด”
เจสันก็ตะโกนว่า “ข้าโมโหทุกครั้งที่รู้ว่าเรื่องเมื่อวานเกิดขึ้น พวกเขาไม่เพียงแค่วางแผนจัดการกับเจ้าเท่านั้น แต่พวกเขาก็รวมข้าด้วย สิ่งที่ข้าเห็นทําให้ข้าโกรธมากจริงๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มั่นใจได้เลยว่าข้าไม่ใช่คนที่จะยอมขาดทุนโดยไม่ได้ทําอะไรแน่ๆ”
เมื่อเจสันได้ยินเจ่าไห่พูด สีหน้าของเขาก็ดูไม่ได้มีอะไร แต่ตาของเขาก็โตขึ้นทันทีและพูดว่า “จริงเหรอ? เจ้าตั้งใจจะจัดการกับพวกเขาจริงๆเหรอ? เจ้าวางแผนจะทํายังไง?”
เจ่าไห่ฝืนยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นศัตรูกับพวกเขา ตอนนี้ข้ายังไม่มีแผนที่ดีเลย แต่ข้าก็มั่นใจว่าข้าจะ/มาทําให้พวกเขาอยู่อย่างมีความสุขแน่นอน แต่เราก็ต้องรอข่วงเวลาที่ดีใน
การเริ่มแผนการ
เจสันพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ แต่เจ้าจะต้องคิดให้ดีก่อนที่จะทําอะไร หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือจากข้า อย่าลังเลที่จะบอกข้า ไม่งั้นก็อย่าโทษว่าข้าเป็นคนไม่ดี”
เจ่าไห่ถามเจสันว่า “ทําไมเจ้าเป็นห่วงอย่างนี้? ถ้าเจ้าต้องการทําตามแผนของข้าจริงๆ เจ้าคิดว่าตระกูลของเจ้าจะเห็นด้วยกับเจ้าไหม? การทําเช่นนี้จะถูกมองว่าเป็นการต่อสู้เพื่อบัลลังก์ แม้ว่าเจ้าจะไปในนามของตัวเอง แต่เจ้าก็ยังมีตระกูลที่อยู่ข้างหลังเจ้าอยู่ หากเจ้าต้องการเข้าร่วมจริงๆ เจ้าจะต้องคุยกับปู่และพ่อของเจ้าก่อน”
เจสันถอนหายใจและยกแก้วไวน์ขึ้นแล้วก็จิบ เขาหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าอยู่ในที่ที่ดีกว่าจริงๆ ไม่ว่าเจ้าจะทําอะไรก็ไม่มีใครคอยจํากัดเจ้า เจ้าเป็นคนที่มีอิสระมากจริงๆ”
เจ่าไห่ถอนหายใจและพูดว่า “แม้ว่าข้าจะมีอิสระ แต่ข้าก็ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ข้าต้องคิดถึงตระกูลของข่าในทุกไป เวลาของข้า ข้ามักจะกังวลเกี่ยวกับพวกเขาทุกที่ที่ข้าไป เนื่องจากไม่มีใครที่รู้ที่ตั้งของเรา ข้าจึงสามารถต่อต้านใครก็ได้ที่ข้าต้องการทํามันได้อย่างอิสระ แต่ถ้าพวกเขารู้ว่าข้าอยู่ที่ไหน มันก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นข้าไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระ กูลแคลซีในเรื่องของข้า เมแกนหมั้นกับข้าแล้ว ข้าไม่ต้องการสร้างเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อเธอ หากว่าข้าทําให้ตระกูลแคลซี่เจอปัญหากับเรื่องที่ข้าท่าข้าจะเสียใจมากๆ”
เจสันมองไปที่เจ่าไห่ ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “สิ่งที่เจ้าพูดมันดีมากจริงๆ พูดตามตรงเลย เมื่อคืนนี้ของเห็นเจ้าหญิงลิซซี่มองเจ้า เจ้าจะทําเช่นไรถ้าเธอต้องการจะแต่งงานกับเจ้า?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “อย่าพดูเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย ทําไมเธอถึงต้องการแต่งงานกับข้า อย่างที่เจ้าเห็นข้าเป็นเพียงคนทั่วไป เจ้าคิดว่าเจ้าหญิงลิซซี่จะแต่งงานกับข้างั้นเหรอ? อย่าล้อเล่นนะ”
เจสันยิ้มและพูดว่า “มันก็อาจเป็นไปได้ สถานะของเมแกนนั้นไม่ได้น้อยเลย เมื่อเทียบกับเจ้าหญิงลิซซี่ แต่เธอก็จะแต่งงานกับเจ้า เจ้าต้องมั่นใจในตัวเองให้มาขึ้นสิ”
เจ่าไห่ก็พูดต่อว่า “พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ทําไมข้าจะไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ถ้าเจ้าหญิงลิซซี่ต้องการแต่งงานกับข้าจริงๆ แล้วคิดว่าจักรพรรดิจะเห็นด้วยไหม? ข้าคิดว่าเจ้าหญิงกับคนทั่วไป มันจะดูไม่ดีอย่างแน่นอน”
เจสันพยักหน้าและพูดว่า “แน่นอนอยู่แล้วแม้ว่าเจ้าหญิงลิซซี่จะเต็มใจแต่จักรพรรดิก็คงจะไม่เห็นด้วยแน่นอน เจ้าหญิงลิซซี่เป็นลูกสาวที่เขารักมากที่สุดและเธอก็ยังเป็นเหมือนหน้าตาของตระกูลอีกด้วย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไร ถ้าข้าไม่ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงลิซซี่ ท้ายที่สุดข้าก็มีคู่หมั้นอยู่สามคนแล้ว เม็กเติบโตมาพร้อมกับข้า ปู่ของเธอคือคนที่เลี้ยงดูข้า ข้ามองว่าเขาเป็นปู่ของข้าจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังจงรักภักดีต่อตระกูลบูดาของข้ามาก หากไม่มีปู่ปรันข้าก็จะไม่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ลอร่าเสียสละเวลาทํางานของเธอเพื่อข้าและข้าก็ยังตกหลุมรักตระกูลมาร์กี้ของเธอ เมแกนไม่สนใจภูมิหลังตระกูลที่ต่ําของข้า เธอตั้งใจจะแต่งงานกับข้า การที่มีคู่หมั้นสามคนแล้ว ข้าก็พอใจมากแล้ว”
เจสันมองไปที่เจ่าไห่และถอนหายใจพร้อมกับพูดด้วยว่า “โชคของเจ้านี่ดีจริงๆ เจ้ามีความสามารถที่หาผู้หญิงได้ดีมากจริงๆ ข้ารู้สึกอิจฉาเจ้ามากๆ
เจ่าไห่ยิ้มและไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเห็นด้วยกับเจสันว่าเขาเป็นผู้ชายที่โชคดีมากจริงๆ
ดูเหมือนว่าเจ่าไห่จะไม่สามารถปฏิเสธปู่ของเจสันได้ ตอนนี้พวกเขาต้องไปดื่มกับปู่ของเจสัน ตอนเที่ยงทั้งสองจึงไม่ได้ดื่มไวน์มากนัก พวกเขาดื่มเพียงแก้วเดียว และกินของว่างกันนิดหน่อย
ก่อนที่จะนั่งคุยกัน
ในช่วงเที่ยงที่นี่ดูมีชีวิตชีวามาก ปู่ของเจสันไม่เพียงแค่คนอื่นๆมาเท่านั้น เขายังแนะนําพวกเขาให้กับเจ่าไห่ สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่มีความเคารพต่อตระกูลเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามในโอกาสแบบนี้เป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะดื่มและกินมากเกินไป เกือบทุกคนอยู่ที่ นั่นเพื่อคุยกัน โอกาสนี้ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของเจสันและเจ่าไห่ แต่เนื่องจากเหตุการณ์นี้ถูกจัดเพื่อเจ่าไห่ พวกเขาทั้งสองจึงไม่สามารถไปไหนได้ พวกเขาสามารถอยู่ที่นี่ได้เท่านั้น สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่ไม่ค่อยโอเคเบย
หลังจากอาหารกลางวัน เจ่าไห่คุยกับเจสันสักพักหนึ่งก่อนที่จะขอตัวลา เจสันพาเจ่าไห่ออกไปนอกคฤหาสน์และโบกมือลา
เมื่อเจ่าไห่กลับไปที่ป้อมทหารแห่งความมืด ท้องฟ้าก็มืดแล้ว เมื่อกลับไปที่ลานบ้านเขาก็บอกลอร่าและคนอื่นๆ ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลเจสัน พวกเขาคุยกันจนท้องฟ้ามืดสนิท
มีการ์ดจํานวนมากที่มาเชิญเจ่าไห่ไปงานเลี้ยงต่างๆ แต่เนื่องจากเจ่าไห่เห็นว่าพวกมันค่อนข้างน่ารําคาญ เขาจึงไม่ได้ไปร่วมงานพวกเขาเลย
ในวันถัดไปเป็นวันขอบคุณพระเจ้า แม้ว่าผู้คนจะยังคงส่งของขวัญกัน พวกเขาส่วนใหญ่ก็เตรียมพร้อมสําหรับวันขอบคุณพระเจ้าในวันพรุ่งนี้ ในเวลานี้ไม่มีใครเข้าร่วมงานเลี้ยงใดๆ มันเป็นงานเลี้ยงของจักรพรรดิในวันพรุ่งนี้ไม่มีตระกูลขุนนางจัดงานเลี้ยงใดๆในสองวันนี้
ในวันนี้ป้อมทหารมืดทั้งหมดก็ยุ่งมากเช่นกัน ทุกคนเตรียมพร้อมสําหรับวันพรุ่งนี้ สําหรับตระกูลที่ยิ่งใหญ่อย่างตระกูลแคลซี่พวกเขามีความพิเศษในการแสดงและตามประเพณี ทุกคนได้รับแผนการเดินทางเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทําในวันพรุ่งนี้ นี่คือการป้องกันไม่ให้ใครออกไป
เมื่อพวกของเจ่าไห่ได้รับรายละเอียดการเดินทางพวกเขาไม่สามารถทําอะไรได้ แต่อ้าปากค้าง วันนั้นค่อนข้างเข้มงวด เมื่อตื่นขึ้นพวกเขาจะมีเวลาเฉพาะในการกินอาหารก่อนที่พวกเขาจะต้องสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมและจากนั้นดําเนินการบูชาบรรพบุรุษ สิ่งที่สวมใส่เช่นเดียวกับบรรพบุรุษที่พวกเขาจะไปก่อนเขียนอย่างชัดเจน ราวกับว่าตระกูลกลัวว่าจะมีใครทําผิดพลาด
สําหรับตระกูลอย่างตระกูลแคลซี่ การบูชาบรรพบุรุษนั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในการบูชาบรรพบุรุษ คนนั้นจะได้รับผลกระทบจากตระกูลเป็นอย่างมาก
แม้ว่าเจ่าไห่จะไม่ได้เป็นคนในตระกูลแคลซี่ แต่เขาก็ยังเป็นเหมือนคนของสมิท หากเขาทําผิด สมิทจะถูกลงโทษ ดังนั้นเจ่าไห่จึงไม่มีทางเลือกนอกจากเตรียมความพร้อมสําหรับวันพรุ่งนี้
ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ยังสั่งให้เจ่าฉินอี้คอยตรวจสอบป้อมปราการทหารทั้งหมดด้วย หากมีใครบางคนกําลังคิดที่จะก่อปัญหากับเขา เขามั่นใจว่าเจ่าฉินอี้จะบอกให้เขารู้ เขากลัวจริงๆว่าจูเหวินและปู่ที่สามอาจทําให้เขาเดือดร้อนเมื่อเขาไปบูชาบรรพบุรุษ
โชคดีที่จูเหวินและปู่ที่สามก็ให้ความสําคัญกับพิธีเช่นกัน พวกเขาไม่ต้องการทําลายหน้าของบรรพบุรุษ มันไม่เพียงแต่จะไม่ยุติธรรมต่อบรรพบุรุษเท่านั้น แต่มันอาจนํามาซึ่งโชคร้ายของตระกูลในปีต่อไป ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ได้วางแผนต่อต้านเจ่าไห่ สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่สบายใจมาก
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย