Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 465 - ความคิด
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 465 - ความคิด
บทที่ 465 – ความคิด
เจ่าไห่มองไปที่หน้าของพวกเขาและก็ยิ้มและพูดว่า “เจ้าชายไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะจัดการเรื่องนี้อย่างแน่นอน ถ้าเราปล่อยให้พวกเขาทําสิ่งเหล่านี้ ต่อไปตระกูลจํานวนมากจะเข้าร่วมกับพวกเขา และความหลังที่จะได้รับบัลลังก์นั้นจะลดน้อยลงเรื่อยๆ ข้าก็แค่อยากจะทําให้ทุกคนเห็นว่า แม้ว่าพวกเขาจะติดตามเจ้าชายเฮลิตพวกเขาก็จะไม่รับความปลอดภัยแม้จะเป็นตระกูลที่มีอายุนับพันปี”
สิ่งที่เจ่าไห่พูดฟังดูแปลกๆ มันเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจจะทํา ถ้าคนอื่นที่ไม่ได้รู้จักเจ่าไห่ได้ยิน พวกเขาก็คงจะตกใจกับเรื่องที่เจ่าไห่ตั้งใจจะทําแน่นอน
สิ่งที่พูดมามันไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงเลย เพราะคนที่เจ่าไห่ต้องการจัดการก็คือตระกูลที่อยู่มาแล้วเป็นพันปี ตระกูลเหล่านี้ถูกจัดให้เป็นตระกูลที่ทรงพลังที่สุดในจักรวรรดิ แม้แต่ตระกูลรอยอล ก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเหล่านี้ นี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าตระกูลเหล่านี้จึงมีไม่มากนัก
เจ่าไห่แสดงความตั้งใจของเขาในการเริ่มสงครามกับตระกูลที่อยู่มานานเป็นพันปีแล้ว ชาร์ลีมองไปที่เจ่าไห่และหัวเราะพร้อมกับพูดว่า “เจ่าไห่ ความคิดของเจ้านี่มันดีจริงๆ การที่เราโดนโจมตีและไม่ทําอะไรมันก็ไม่ใช่สไตล์ของเจ้า”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เจ้าชาย เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ สิ่งที่สําคัญที่สุดสําหรับท่าน ตอนนี้คือการจัดการกับคฤหาสน์ของท่าน ไม่งั้นท่านจะไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างสงบแน่”
ชาร์ลียิ้มและพูดกับเจ่าไห่ว่า “โปรดพักเถอะ มั่นใจได้เลยมันจะต้องมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นอีกแน่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไขอย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาเปิดเผยตัวตนเมื่อไหร่ข้าจะจัดการพวกเขาไปเรื่อยๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มันจะเป็นเรื่องที่ดีมาก เจ้าชายตอนนี้มันก็ค่อนข้างจะดึกแล้ว ข้าจะต้องกลับไปก่อนและข้าก็ไม่แน่ใจว่าข้าจะกลับมาที่นี่เมื่อไหร่ เพราะว่าข้าจะยุ่งมาก”
ชาร์ลีพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ยังไงข้าก็ไม่มีทางเลือก แต่ถ้าเจ้ามีเวลาว่างก็อย่าลืมที่จะแวะมาหาข้าบ้าง” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วเขาก็ยืนขึ้นกว่างคําลากับลิซซี่และออกเดินทางต่อ
เมื่อเห็นว่าเจ่าไห่กําลังจะออกไป ลิซซี่ก็ลุกขึ้นยืนทันทีและมองไปที่เจ่าไห่พูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ ฉันจะได้พบท่านในงานเลี้ยงของจักรวรรดิหรือไม่?
เจ่าไห่มองลิซซี่ เขาไม่คิดว่าลิซซี่จะถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ส่ายหัวและพูดว่า “ข้าคิดว่าข้าคงไม่ได้ไป ด้วยสถานะของข้า ข้าไม่ได้มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยง นอกจากนั้นข้าก็ยังไม่ชอบเข้าร่วมงานชุมนุมแบบนี้ด้วย”
ชาร์ลีมองที่เจ่าไห่ จากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “ถ้าเจ้าต้องการที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงมันจะไม่มีปัญหากับเจ้าเลย ข้าจะพาเจ้าไปที่นั่นด้วยตัวของข้าเอง ท่านคิดว่าเช่นไร?”
เจ่าไห่มองชาร์ลีแล้วก็มองไปที่ลิซซี่ เขายังคงส่ายหัวและพูดว่า “มันก็ดีที่ท่านจะพาข้าไป แต่ข้าเองก็เบื่อและไม่ชอบงานเลี้ยงแบบนี้เลย”
ชาร์ลีพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ถ้าเจ้าไม่อยากไป ข้าจะไม่บังคับเจ้า เจ้ากลับไปก่อนและจงกลับมาที่นี่เมื่อมีเวลา” เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็พาลอร่ากับคนอื่นๆ ออกไป
ลิซซี่มองลอร่ากับคนอื่นๆ ที่ตามเจ่าไห่ไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา ชาร์ลีมองหน้าของลิซซี่ เขาถอนหายใจและบ่นกับตัวเองว่า “เจ่าไห่เป็นคนที่โดดเด่นเกินไปจริงๆ ดูเหมือนว่าเขาจะมีภรรยามากขึ้นในอนาคตแน่ๆ เขาเป็นผู้เฒ่าและผู้นําของตระกูลบูดา และตระกูลของเขาก็ไม่ได้มีคนมากมายเลย ข้าแน่ใจว่าเขาจะต้องมีภรรยามากมายเพื่อทําให้ตระกูลของเขาเพิ่มให้ได้มากที่สุด”
ชาร์ลีพูดด้วยความเต็มใจเพราะตั้งแต่ที่เจ่าไห่ได้ช่วยลิซซี่ ลิซซีก็อาจจะมีความรู้สึกดีๆ ให้กับเจ่าไห่แล้วชาร์ลีรู้ว่าถ้าความรู้สึกแบบนี้พัฒนาขึ้นมันจะกลายเป็นความรัก เขาพูดแบบนี้เพราะเขาต้องการให้ลิซซีตัดใจ แน่นอนว่าเธอจะไม่เห็นด้วยที่จะแต่งงานกับคนที่มีผู้หญิงอยู่แล้ว
ถ้าเจ่าไห่แต่งงานมาก่อน ลิซซี่คงไม่มีอะไรจะพูด อย่างไรก็ตามถ้าเจ่าไห่ต้องการแต่งงานกับคนอื่นๆ ในอนาคตมันก็มั่นใจได้เลยว่าลิซซี่จะไม่ยอมรับมันได้ ชาร์ลอยากให้ลิซซี่เข้าใจว่าเจ่าไห่จะมีภรรยามากขึ้นในอนาคต
เมื่อเธอได้ยินสิ่งที่ชาร์ลีพูด สีหน้าของลิซซี่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่จะดีขึ้นอย่างรวมเร็ว อย่างไรก็ตามชาร์ลีก็รู้ว่าคําพูดของเขาได้ส่งไปถึงแล้ว
ชาร์ลีไม่ได้พูดอะไรอีกเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาหันไปหาลิซซี่แล้วพูดว่า “ลิซซี่ ตอนนี้เธอจะต้องระวังให้มากขึ้น พี่ไม่ต้องการให้เกิดเรื่องอะไรขึ้น และเรื่องที่เกิดขึ้นนี้พี่ก็อยากจะขอโทษเธอมากๆ”
ลิซซี่ส่ายหัวและพูดว่า “พี่สาม เรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของพี่เลย ฉันแค่ไม่คิดว่าพวกเขาจะ ทําสิ่งนี้ พี่สามถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันจะอยู่ข้างๆ พี่เอง”
ชาร์ลียิ้มและพูดว่า “ลืมเรื่องนี้ไปเถอะ เหตุผลที่พ่อชอบเจ้าก็เพราะว่าเธอไม่เคยใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ถ้าเธอเป็นแบบ พี่ก็กลัวว่าเธอจะไม่สามารถรักษาสถานะปัจจุบันของเจ้าได้ เอาล่ะ..ไม่จําเป็นต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับข้า ไม่มีใครที่จะทําอะไรพี่ได้ น้องสบายใจได้เลย”
ลิซซี่มองที่ชาร์ลเธอไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก เธอบอกลากับพี่ชายของเธอ “พี่สามฉันขอตัวกลับก่อน จากนั้นเธอก็หันหลังออกไป
ในจักรวรรดิโรเซ่นหลังจากที่เจ้าชายโตขึ้นเขาจะต้องสร้างคฤหาสน์ของตัวเอง กฎข้อนี้ไม่ได้ใช้กับเจ้าหญิง พวกเธอจะต้องอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลก่อนที่จะแต่งงาน ถ้าเธอได้รับความนิยม จักรพรรดิจะมอบที่พักในคฤหาสน์ให้เธออยู่ในคฤหาสน์พร้อมกับสามีของเธอ หากว่าไม่ได้รับความนิยมเจ้าหญิงจะต้องออกไปอยู่กับสามีของเธอเท่านั้น
เจ่าไห่ยังไม่ได้แต่งงาน ลิซซี่ก็ยังไม่ได้มีใครด้วย เพราะด้วยเหตุนี้เธอก็ต้องอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูล เมื่อเห็นลิซซี่ออกไปชาร์ลีก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เขารู้สึกหนักใจกับลิซซี่ เธอเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดีและมีเหตุผล แต่เธอก็เป็นความที่หยิ่งและจะไม่มองผู้ชายในแง่ดีเลย
เจ่าไห่ช่วยชีวิตเธอในวันนี้มันก็จะส่งผลกระทบกับความคิดของเธอมากแน่ๆ ยิ่งไปกว่านั้นการรับมือกับความคิดของเจ่าไห่ ทําให้เธอต้องเปลี่ยนความคิดของเธอเกี่ยวกับเจ่าไห่
ปัญหาเดียวเกี่ยวกับเรื่องนี้คือเจ่าไห่มีคู่หมั้นสามคนแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสี่คน นี่เป็นเพราะลอร่ามีเนียร์อยู่ข้างๆเธอตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ชาร์ลีจึงไม่อาจจะเสนอให้ลิซซี่ให้แต่งงานกับเจ่าไห่
จากมุมมองของชาร์ลีความแข็งแกร่งของเจ่าไห่นั้นคู่ควรกับลิซซี่ ถ้าเจ่าไห่ไม่มีคู่หมั้นเยอะ ชาร์ลีก็ยินดีที่จะได้เห็นชีวิตแต่งงานของพวกเขา ในที่สุดเขาก็เป็นพี่ชายที่ไม่ต้องการให้ใครทําร้ายน้องสาวของเขา ชาร์ลีไม่ต้องการเห็นน้องสาวของเขาต้องไปแข่งขันกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อสามีตัวเอง
เจ่าไห่ไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านี้เลย ตอนนี้เขากําลังนั่งอยู่ในรถลานของเขาพร้อมกับลอร่าและคนอื่นๆ ลอร่ามองไปที่เท่าไห่และพูดว่า “พี่ไหมีแผนที่จะจัดการกับเทอร์รี่ยังไง?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เราจะต้องดึงตระกูลโรเบิร์ตออกจากตําแหน่งของพวกเขาที่อยู่ละดับต้นๆ ในจักรวรรดินี้หากพวกเขาต้องการจัดการกับพี่จริงๆ พี่ก็จะกําจัดพวกเขาเหมือนกัน ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “พี่ไห่แล้วเราจะต้องทําเช่นไรดี?
เจ่าไห่มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพูดว่า “วางใจได้เลย ไม่จําเป็นต้องเป็นกังวลเลยข้าจะส่งนกอินทรีย์ออกไปแล้วดูแผนที่ของจักรวรรดิโรเซ่นทั้งหมด จากนั้นเมื่อเรากลับมา..เมแกน..พี่จะต้องขอให้ตระกูลของเธอทําแผนที่ธุรกิจทั้งหมดของตระกูลโรเบิร์ตในจักรวรรดิ”
เมแกนพยักหน้า บอกตามตรงถ้าเจ่าไห่ต้องการจัดการกับตระกูลโรเบิร์ตก่อนเธอก็จะพยายาม ทําให้ดีที่สุดเพื่อหยุดตระกูลโรเบิร์ต ตระกูลโรเบิร์ตและตระกูลแคลซีมีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอดตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น แต่สิ่งที่เทอร์รี่ทําในวันนี้นั้นมันก็มากเกินไป เจ่าไห่ต้องให้เขาและตระกูลโรเบิร์ตเป็นเหมือนคนที่รู้จักกัน
เจ่าไห่บอกกับเมแกนว่า “จงบอกพ่อและปู่ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เตรียมตัวของพวกเขาให้พร้อมหากตระกูลโรเบิร์ตต้องการต่อสู้กับพวกเราจริงๆ ตระกูลแคลซีก็พร้อมที่จะเข้าร่วมกับตระกูลโรเบิร์ตแน่นอน”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “พี่ไห่.ฉันคิดว่าเราต้องระวังตระกูลโรเบิร์ต ตระกูลนี้มีอายุหลายพันปีพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการได้เลย
เจ่าไห่ยิ้มและก็ไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้เขามีแผนแล้วแน่นอนว่าเขาจะไม่ทําให้ตระกูลโรเบิร์ตอยู่อย่างสบาย
รถของเขากลับไปที่ป้อมทหารมืดทันที เพราะมันก็ช้าไปแล้วยกเว้นยามและคนรับใช้ที่ทํางานตอนกลางคืน ดูเหมือนว่าทุกคนจะพักผ่อนกันแล้ว เจ่าไห่ไม่ต้องการรบกวนใครเลย เขาไปที่ลานบ้านของเขาก่อนที่จะเข้าไปในมิติเพื่อพักผ่อน
คืนนี้ชาร์ลีชวนตระกูลแคลซี่เข้าร่วมงานเลี้ยง แต่แรนดอล์ฟไม่ได้ส่งใครไปเลย นี่เป็นการแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตระกูลแคลซี่ยังไม่สนับสนุนชาร์ลี เจ่าไห่และชาร์ลีอาจเป็นหุ้นส่วนกัน แต่เรื่องของเจ่าไห่ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลแคลซี
อีกสาเหตุหนึ่งก็เพราะเมแกนวางแผนที่จะเข้าร่วมอยู่แล้ว แม้ว่าเมแกนจะหมั้นกับเจ่าไห่ทั้งสองก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน ดังนั้นเมแกนจึงสามารถทําหน้าที่ในนามของตระกูลแคลซีทําให้แน่ใจว่าชาร์ลีจะไม่ถูกโจมตีในขณะที่ไม่ทําให้คนอื่นเข้าใจผิด
คืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีปัญหาอะไรเลย เช้าวันรุ่นขึ้นเจ่าไห่หวีผมและล้างหน้าก่อนที่จะกินอาหารเช้ากับคนอื่นๆ เมื่อเขาสมิทรู้เขาก็ส่งคนมารับทันที
เจ่าไห่รู้ว่าสมิทรู้เรื่องของเมื่อวานนี้แล้ว ดูเหมือนว่าสมิทยังต้องการที่จะถามเจ่าไห่เกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ เจ่าไห่ไม่ได้ลังเลเลยเขาไปที่ห้องนั่งเล่นทันที ในขณะที่คนรับใช้ที่เดินตามสมิทมา แต่ก็มีอีกคนมาด้วยนั้นก็คือแรนดอล์ฟที่มากับพวกเขาด้วย
หลังจากที่พวกเขาทักทายกัน แรนดอล์ฟก็บอกให้เจ่าไห่นั่งลงก่อนที่จะถามว่า “นายน้อยบอกเราเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้นหน่อย ขอแบบละเอียด
เจ่าไห่พยักหน้าและเขาก็บอกแรนดอล์ฟว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานนี้ เจ่าไห่ยังบอกอีกว่า “เรื่องนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างเทอร์รี่กับเจ้าชายเฮลิต นอกจากนี้ข้าก็กลัวว่าตระกูลโรเบิร์ตได้ช่วยเหลือเจ้าชายเฮลิตสุดตัว”
หลังจากที่แรนดอล์ฟได้ฟังที่เจ่าไห่พูด เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและพูดว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เทอร์รี่ที่เป็นพวกของเจ้าชายเฮลิต มันจะต้องเป็นสิ่งที่ตระกูลโรเบิร์ตต้องการอย่างแน่นอน”
สมิทพยักหน้าและพูดว่า “ดูเหมือนว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ข้าไม่คิดเลยว่าตระกูลโรเบิร์ตจะสนับสนุนเฮลิตอย่างเปิดเผยแบบนี้ นี่เป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ พ่อท่านคิดว่าเราควรสนับสนุนเจ้าชายที่สามอย่างเต็มที่ไหม?”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย